- หน้าแรก
- แม่มดฝึกหัด ขอจัดเต็ม
- บทที่ 39 แสงรัศมีที่หม่นหมอง
บทที่ 39 แสงรัศมีที่หม่นหมอง
บทที่ 39 แสงรัศมีที่หม่นหมอง
น้ำผลขนมปังดื่มหมดไปแล้ว ก่อนนอนโม่หลานจึงทำได้แค่แทะผลขนมปังไปสองสามคำ เพื่อช่วยเร่งการฟื้นฟูพลังเวทให้เร็วขึ้นอีกนิด
ยังไม่รู้เลยว่าจะได้เรียนเวทมนตร์ทำอาหารเมื่อไหร่ จะได้ใช้เวทมนตร์มาช่วยคั้นน้ำผลไม้สักที
หรือว่าเราควรจะทำเครื่องคั้นน้ำผลไม้แบบใช้มือหมุนออกมาก่อนดีนะ?
ไม่รู้ว่าจะสามารถสร้างให้เป็นรูปแบบการ์ดได้หรือเปล่า?
ถ้าทำได้ งั้นน้ำผลขนมปังผสมน้ำผึ้งก็สามารถทำออกมาเป็นการ์ดได้โดยตรงเลยใช่ไหมนะ?
ไม่สิ ไม่ถูก ถ้าสามารถสร้างการ์ดน้ำผลขนมปังผสมน้ำผึ้งได้ สู้สร้างการ์ดฟื้นฟูพลังเวทไปเลยไม่ดีกว่าเหรอ!
แล้วก็ยังมีเรื่องเวทมนตร์อีก จะสามารถสร้างการ์ดเวทมนตร์ได้บ้างไหมนะ?
โม่หลานนอนอยู่บนเตียง ปล่อยให้ความคิดล่องลอยไปเรื่อยเปื่อย ผ่านไปเนิ่นนานถึงได้ผล็อยหลับไป
ในความฝัน ความทรงจำของดาวเคราะห์สีน้ำเงินเกี่ยวกับเกมการ์ด บอร์ดเกม และผลงานวรรณกรรมต่าง ๆ ล้วนฉายชัดขึ้นมาในหัวของเธอ ก่อเกิดเป็นแรงบันดาลใจนับไม่ถ้วน
จนทำให้สิ่งแรกที่โม่หลานทำหลังจากถูกปลุกด้วยเสียงระฆังของปราสาทสถาบันในตอนเช้า ก็คือการวิ่งไปที่โต๊ะหนังสือ แล้วหยิบปากกามาจดบันทึกแรงบันดาลใจในความฝันพวกนั้นเอาไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองลืม
หลังจากจดเสร็จ เธอก็เรียกคัมภีร์การ์ดออกมา การ์ดสองใบที่สร้างเมื่อวานถูกเก็บเอาไว้ข้างในนั้นแล้ว
เธอหยิบ {การ์ดตัวละคร-ระดับกลาง-โม่หลาน} ออกมา แล้วมองไปที่ช่องพลังเวท
【พลังเวท: 180/989 มานา】
ผ่านไปหนึ่งคืน หรือประมาณหกชั่วโมง พลังเวทของเธอฟื้นฟูจาก 143 มานา กลับมาเป็น 180 มานา
รุ่นพี่ลิลิธเคยบอกไว้ว่า ความเร็วในการฟื้นฟูพลังเวทจะแปรผันตามปริมาณพลังเวทที่เหลืออยู่
ก่อนเที่ยงคืนมีพลังเวทเหลืออยู่เท่าไหร่ ในอีกยี่สิบสี่ชั่วโมงข้างหน้าก็จะสามารถฟื้นฟูพลังเวทกลับมาได้เท่านั้น
โดยฟื้นฟูได้สูงสุดไม่เกินครึ่งหนึ่งของพลังเวททั้งหมด
หากพลังเวทแห้งเหือดไปจนหมดเกลี้ยง ไม่มีเหลือเลยแม้แต่นิดเดียว ขั้นตอนจากศูนย์ไปถึงหนึ่งนั้น จำเป็นต้องใช้เวลาถึงเจ็ดวันเจ็ดคืนเต็ม ๆ
พอมองแบบนี้ ผลขนมปังที่กินเข้าไปก่อนนอนเมื่อวาน ก็ช่วยเธอฟื้นฟูพลังเวทเพิ่มขึ้นมาได้ไม่ถึงสองมานาด้วยซ้ำ
ดูเหมือนว่าไม่เพียงแต่จะต้องหาวิธีพกของช่วยฟื้นฟูพลังเวทติดตัวไว้ตลอดเวลาเท่านั้น แต่ยังต้องพยายามไม่ใช้พลังเวทจนเหลือน้อยกว่า 50% ด้วย
แบบนี้ถึงจะรับประกันได้ว่าพลังเวทที่ใช้ไปในแต่ละวัน จะสามารถฟื้นฟูกลับมาจนเต็มเปี่ยมได้ในวันถัดไป
ตอนเช้าทำน้ำผลขนมปังไม่ทันแล้ว โม่หลานจึงหยิบผลขนมปังติดมือไปหนึ่งผลแล้วเดินออกจากห้องไปเรียน
“โม่หลาน! ทำไมเธอถึงกลับมากินผลขนมปังอีกแล้วล่ะ!” ซิลฟ์เห็นผลขนมปังในมือเธอ ก็รู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก
ในเมื่อคิดค้นน้ำผลขนมปังผสมน้ำผึ้งกับขนมผลขนมปังออกมาได้แล้ว การยังฝืนกินเจ้านี่ไม่ถือเป็นการทรมานลิ้นตัวเองหรอกเหรอ?
โม่หลานถอนหายใจ “ไม่มีเวลาทำน้ำผลไม้แล้วน่ะสิ ก็เลยทำได้แค่กินเจ้านี่เพื่อฟื้นฟูพลังเวทไปก่อน”
เทียบกับการต้องรอให้พลังเวทฟื้นฟูตามธรรมชาติในอีกสองสามวันให้หลัง เธอยอมทรมานลิ้นตัวเองสักหน่อยยังดีกว่า
ยังไงซะก่อนหน้านี้ก็ทนแทะผลขนมปังมาตั้งหลายวันแล้วนี่นา
รอให้กลับมาตอนเย็น เธอค่อยทำน้ำผลขนมปังเพิ่มเติม
วาชิด้าได้ยินดังนั้นจึงเปิดใช้งานเนตรพลังงาน ไม่ดูคงไม่รู้ แต่พอได้ดูก็ต้องตกใจ
“โม่หลาน ทำไมแสงรัศมีพลังงานของเธอถึงได้หม่นหมองขนาดนี้ล่ะ? เมื่อวานมันยังสว่างจ้า แถมยังใกล้จะฟื้นฟูเต็มที่แล้วไม่ใช่เหรอ?”
“เมื่อคืนฉันศึกษาเรื่องคัมภีร์การ์ดนิดหน่อยน่ะ จากนั้นก็...”
“จากนั้นก็ถูกสูบจนแห้งเหือดอีกแล้วเหรอ?” พอวาชิด้านึกถึงสภาพตอนที่โม่หลานสลบไปเมื่อหลายวันก่อน ใจก็หล่นวูบ “เมื่อคืนเธอคงไม่ได้สลบไปอีกหรอกนะ!”
ถ้าไม่มีอะไรทำ เธอก็มักจะไปเด็ดผลขนมปังที่ป่าต้นขนมปัง แล้วจับยัดใส่กระเพาะอาหารกลืนกินเป็นพวง ๆ พลังเวทของเธอจึงเต็มเปี่ยมอยู่เสมอ แสงรัศมีพลังงานก็สว่างไสวอยู่ตลอดเวลา เธอจึงกะไม่ถูกเลยว่า ความสว่างของแสงรัศมีระดับนี้ หมายถึงมีพลังเวทเหลืออยู่เท่าไหร่กันแน่
โม่หลานส่ายหน้า กลับเอ่ยแบ่งปันกับพวกเธอด้วยความดีใจ “วางใจเถอะ ฉันไม่เป็นไรหรอก! ฉันรู้แล้วล่ะว่าวัตถุแห่งพรสวรรค์ของฉันควรใช้งานยังไง!”
พูดพลางหยิบการ์ดออกมาสองใบ “พวกเธอดูสิ! พลังเวทของฉันถูกใช้ไปกับพวกมันทั้งคู่นี่แหละ”
“ว้าว! สวยจังเลย! แต่ว่านี่มันคืออะไรเหรอ?” ซิลฟ์กับวาชิด้ามองดูการ์ดอันแสนประณีตสองใบนี้ แล้วถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
พวกเธออ่านออกแค่รูปภาพและลวดลายเท่านั้น แต่ไม่เข้าใจตัวอักษรบนการ์ดเลย
“นี่คือการ์ดที่ฉันใช้คัมภีร์การ์ดสร้างขึ้นมาน่ะ แต่พอเป็นการสร้างครั้งแรก ก็เลยเผลอใช้ตัวอักษรจีนของดาวเคราะห์สีน้ำเงินไปโดยสัญชาตญาณ
อย่าง {คัมภีร์การ์ด} ใบนี้ มีไว้เพื่อช่วยฉันพัฒนาวัตถุแห่งพรสวรรค์
ตอนที่ออกแบบและสร้างการ์ด หากมีปัญหาหรือมีจุดไหนที่ต้องแก้ไขเพิ่มเติม บนการ์ดก็จะแสดงคำแนะนำบอกไว้อย่างชัดเจนเลยล่ะ
แล้วก็ใบนี้ มีไว้เพื่อช่วยยกระดับความแข็งแกร่งให้ฉัน
พอผูกมัด {การ์ดตัวละคร} ใบนี้แล้ว มันก็จะแสดงเผ่าพันธุ์ ระดับชั้น ปริมาณพลังเวท แล้วก็เวทมนตร์ที่ฉันใช้งานได้อย่างแม่นยำ
บนนี้แสดงให้เห็นว่า ขีดจำกัดพลังเวทของฉันคือ 989 มานา ตอนนี้ยังมีพลังเวทเหลืออยู่ 180 มานา ซึ่งสะดวกและแม่นยำกว่าการสังเกตแสงรัศมีพลังงานตั้งเยอะเลย...”
โม่หลานชี้ไปที่ตัวอักษรบนการ์ด แล้วอธิบายให้พวกเธอฟังไปทีละส่วน
“สะดวกขนาดนี้เลยเหรอ?” ถึงแม้วาชิด้ากับซิลฟ์จะอ่านตัวอักษรไม่ออก แต่พวกเธอก็ตกตะลึงเป็นอย่างมาก
“แน่นอนสิ!” โม่หลานยิ้มแฉ่งด้วยความตื่นเต้น “ในที่สุดฉันก็รู้แล้วว่าจะพัฒนาวัตถุแห่งพรสวรรค์ของฉันยังไง!”
“ดีจังเลยนะ!” คราวนี้ถึงตาวาชิด้าอิจฉาบ้างแล้ว “กระเพาะอาหารกลืนกินของฉันเอาแต่ร้อง ‘หิว ๆ’ ‘กิน ๆ’ ไม่ยอมให้แรงบันดาลใจที่ชัดเจนกว่านี้เลยสักนิด! สิ่งเดียวที่ฉันทำได้ก็คือพยายามกินให้มากที่สุด เพื่อให้มันพอใจ แล้วรอดูว่าจะสามารถพัฒนาฟังก์ชันใหม่ ๆ ออกมาได้อีกไหม!”
“แค่ความสามารถในการเปลี่ยนอาหารให้กลายเป็นพลังเวทของเธอ ก็มากพอที่จะทำให้จอมมนตราทุกคนอิจฉาแล้วนะรู้ไหม?”
โม่หลานยังมีไอเดียอีกมากมาย แต่ก็ติดตรงที่พลังเวทมีจำกัด เลยยังไม่สามารถทดลองทำได้
ตอนนี้เธอเองก็เหมือนกับรุ่นพี่ลิลิธ ที่กำลังตั้งหน้าตั้งตารอให้วาชิด้าพัฒนาเวทมนตร์จอมมนตราที่สอดคล้องกันออกมาได้ไว ๆ เพื่อให้เธอมีช่องทางในการฟื้นฟูพลังเวทอย่างรวดเร็วเพิ่มมาอีกทาง
“พวกเธอสองคนหยุดอิจฉากันไปอิจฉากันมาอยู่ตรงนี้ได้แล้ว! ฉันต่างหากล่ะที่คืบหน้าช้าที่สุด!
เพิ่งจะปลูกดอกระฆังลมลงกระถางไป จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ยอมงอกเลย ทั้งไม่รู้ว่ากล่องหมื่นเมล็ดพันธุ์มีประโยชน์อะไร แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าจะพัฒนามันต่อไปยังไงดี...”
ซิลฟ์ยิ้มเจื่อน
เธอไม่เหมือนกับวาชิด้า ที่ถูกความหิวโหยอันแสนทรมานคอยกระตุ้น จนค้นพบหน้าที่ในการแปลงพลังงานของวัตถุแห่งพรสวรรค์ได้อย่างรวดเร็ว
และก็ไม่เหมือนกับโม่หลาน ที่แอบซุ่มพยายามอยู่เงียบ ๆ ไม่เพียงแต่ค้นพบประโยชน์ของวัตถุแห่งพรสวรรค์เท่านั้น แต่ยังสามารถพัฒนาการ์ดที่มีประโยชน์มาก ๆ ออกมาได้ถึงสองใบในคราวเดียว
ถึงแม้เธอจะเป็นคนที่มีนิสัยปล่อยไปตามธรรมชาติ ไม่รีบไม่ร้อน แต่ในตอนนี้เธอก็เริ่มรู้สึกกังวลใจกับความคืบหน้าในการพัฒนาวัตถุแห่งพรสวรรค์ของตัวเองขึ้นมาบ้างแล้ว
พอเริ่มกังวล เธอก็อดไม่ได้ที่จะตั้งความหวังเอาไว้กับโม่หลาน
“โม่หลาน ถ้าเธอสามารถสร้างเวทมนตร์การ์ดที่ช่วยชี้แนะแนวการพัฒนาวัตถุแห่งพรสวรรค์ออกมาได้เมื่อไหร่ก็คงจะดีสิ!”
เทียบกับทิศทางการพัฒนาของเธอที่ยังไม่มีเบาะแสและยังไม่คืบหน้าไปไหน เวทมนตร์การ์ดของโม่หลานยังพอดูมีความหวังมากกว่า
ถึงแม้วาชิด้าจะตั้งหน้าตั้งตารอเช่นกัน แต่เธอก็รู้ดีว่าเรื่องนี้มันไม่ได้ทำกันง่าย ๆ
“เวทมนตร์จอมมนตราจำเป็นต้องมีการวิจัยและทำความเข้าใจเกี่ยวกับวัตถุแห่งพรสวรรค์ให้มากพอ เวทมนตร์จอมมนตราของพวกรุ่นพี่จอมมนตรา ล้วนต้องผ่านการศึกษาวิจัยมาหลายปี ถึงจะสมบูรณ์แบบได้นะ”
อย่างน้อยจนถึงตอนนี้ เธอก็ยังไม่รู้เลยว่าจะสรุปเวทมนตร์จอมมนตราของตัวเองออกมาในรูปแบบไหนดี
“เฮ้อ!” ซิลฟ์ถอนหายใจ เธอเองก็รู้ดีว่าความจริงมันเป็นแบบนั้น
“ที่จริงก็ไม่แน่เสมอไปหรอกนะ...” โม่หลานลูบจมูก ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยมั่นใจนัก
“การ์ดของฉันน่ะ พอสร้างเสร็จแล้ว มันมีรูปร่างจับต้องได้ แถมยังสามารถแยกออกจากคัมภีร์การ์ดไปดำรงอยู่ได้อย่างอิสระ หากจะพูดกันตามตรง การ์ดแต่ละใบ ก็เปรียบเสมือน... เป็นไอเทมเวทมนตร์ที่ถูกสร้างขึ้นมาจากคัมภีร์การ์ดยังไงล่ะ”