เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 46 : พรหมยุทธ์พิษ

ตอนที่ 46 : พรหมยุทธ์พิษ

ตอนที่ 46 : พรหมยุทธ์พิษ


เมื่อหยางเซียวทอดสายตามองของรางวัลจากระบบ เขาก็อดไม่ได้ที่จะบ่นอุบอิบในใจ

"ระบบเกิดผีเข้าหรืออย่างไร? คราวนี้ถึงกับยอมแจกกระดูกวิญญาณระดับหมื่นปีให้เชียว ช่างผิดวิสัยความงกบรรลัยของแกเสียจริงนะ"

[ ติ๊ง! หากโฮสต์ไม่ต้องการ ระบบสามารถยึดคืนได้ทุกเมื่อ! ]

เมื่อได้ยินสุรเสียงไร้อารมณ์ของระบบ หยางเซียวก็รีบสวนกลับทันควัน

"เอาสิ! ของฟรีมีหรือข้าจะปฏิเสธ!"

กระดูกวิญญาณชิ้นนี้ เขาตั้งใจตระเตรียมไว้ให้หนิงหรงหรงโดยเฉพาะ วงแหวนวิญญาณที่สามของนางได้มาจากวิหคเฟิงหลิงระดับพันปี ซึ่งคุณสมบัติเด่นของมันคือการดึงเอาพลังแห่งธาตุวายุมาเสริมสร้างและฟื้นฟูพลังวิญญาณของตนเอง นี่จึงเป็นเหตุผลว่าเหตุใดเมื่อครู่นี้ มันถึงยังสามารถตะเกียกตะกายโบยบินขึ้นสู่ฟากฟ้าได้อีกครั้ง ทั้งๆ ที่เพิ่งจะโดนหยางเซียวซัดจนบาดเจ็บสาหัส

ทางด้านหนิงหรงหรง เมื่อนางลืมตาขึ้นจากการดูดซับวงแหวนวิญญาณเสร็จสิ้น นางก็หันไปฉีกยิ้มกว้างให้หยางเซียว

"พี่เซียว... ข้าดูดซับวงแหวนวิญญาณที่สามสำเร็จแล้วค่ะ! ต่อไปพวกเราจะไปที่ใดกันหรือ?"

หยางเซียวดึงสติกลับมาจากของรางวัลในระบบ ก่อนจะระบายยิ้มบาง

"พวกเราจะยังคงรั้งอยู่ในป่าอาทิตย์อัสดงแห่งนี้เพื่อบ่มเพาะพลังต่อไป... ตามข้ามา ข้าจะพาพวกเจ้าไปเยือนสถานที่ชั้นเลิศแห่งหนึ่ง!"

กล่าวจบ เขาก็นำพาดรุณีทั้งสองมุ่งหน้าลึกเข้าไปในป่า จนกระทั่งมาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้ากำแพงม่านหมอกพิษสีเขียวคล้ำที่แผ่กลิ่นอายมรณะออกมา

"พี่เซียว... พวกเรามาทำอะไรที่นี่กันคะ? เบื้องหน้ามีแต่ม่านหมอกพิษหนาทึบ พวกเราคงผ่านเข้าไปไม่ได้หรอกกระมัง"

หนิงหรงหรงเอ่ยถามด้วยความฉงน

"ใจเย็นๆ สิแม่หนูน้อย หากผ่านเข้าไปไม่ได้ ข้าจะถ่อพาพวกเจ้ามาถึงที่นี่ทำไมเล่า?"

หยางเซียวกลั้วหัวเราะ ก่อนจะลอบแลกเปลี่ยนโอสถถอนพิษสามเม็ดออกมาจากระบบ เขายื่นให้จูจู๋ชิงและหนิงหรงหรงคนละเม็ด ส่วนตนเองก็โยนเข้าปากกลืนลงคอไป เมื่อเห็นว่าสองสาวยังคงยืนลังเล ไม่กล้ากลืนโอสถลงไป เขาจึงเอ่ยอธิบาย

"นี่คือโอสถถอนพิษ กลืนมันลงไปซะ พวกเราจะต้องฝ่าม่านพิษนี้เข้าไป"

จูจู๋ชิงและหนิงหรงหรงพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย และกลืนโอสถถอนพิษลงคอไปในทันที

เมื่อโอสถออกฤทธิ์ หยางเซียวก็ก้าวเดินนำพาทั้งสองฝ่าทะลวงเข้าสู่ม่านหมอกพิษอันตราย เมื่อทะลุผ่านปราการพิษมาได้ พวกเขาก็พบกับลานกว้างอันปลอดโปร่ง ไร้ซึ่งร่องรอยของหมอกพิษใดๆ

หยางเซียวพาทั้งสองเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ จนกระทั่งได้ยินเสียงน้ำไหลกระทบฝั่ง เมื่อเร่งฝีเท้าไปตามเสียง พวกเขาก็ต้องตื่นตะลึงกับภาพเบื้องหน้า... บ่อน้ำพุร้อนขนาดไม่ใหญ่นัก ทว่ากลับกักเก็บความเร้นลับอันสุดหยั่งคาด น้ำในบ่อถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่งสองสีอย่างชัดเจน ฝั่งหนึ่งสีขาวขุ่นประดุจน้ำนมเดือดพล่าน ทว่าอีกฝั่งกลับเป็นสีแดงฉานประดุจโลหิตที่เยียบเย็นจับขั้วหัวใจ!

ณ ริมธารน้ำพุประหลาดแห่งนั้น ปรากฏร่างของชายชราผู้หนึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่ เส้นผมและเสื้อผ้าของเขาล้วนเป็นสีเขียวมรกต แม้กระทั่งผิวพรรณก็ยังเจือประกายสีเขียวคล้ำ ชายชราผู้นั้นลืมตาขึ้นช้าๆ สายตาอันแหลมคมดุจอสรพิษจับจ้องมายังผู้บุกรุกทั้งสาม

"พวกเจ้า... ทะลวงผ่านเข้ามาถึงที่นี่ได้อย่างไร? ไม่รู้หรือว่าที่แห่งนี้คือสถานที่เร้นกายของตาเฒ่าผู้นี้!?"

น้ำเสียงของชายชราชุดเขียวแหบพร่าและเย็นยะเยือก แฝงไว้ด้วยรังสีอำมหิตที่พร้อมจะปลิดชีพผู้บุกรุกได้ทุกเมื่อ

หยางเซียวเพียงปรายตามองก็รับรู้ได้ในทันทีว่า ชายชราผู้นี้คือหนึ่งในยอดฝีมือระดับราชทินนามพรหมยุทธ์ที่อันตรายที่สุด...พรหมยุทธ์พิษ ตู๋กูป๋อ!

"ผู้อาวุโส... พวกข้าน้อยเพียงพลัดหลงเข้ามาโดยไม่ตั้งใจ หากเป็นการรบกวนการบ่มเพาะของท่าน พวกข้าน้อยจะขอตัวล่าถอยไปเดี๋ยวนี้ขอรับ"

หยางเซียวแสร้งทำเป็นนอบน้อม พลางลอบสบถในใจ

"เวรล่ะสิ วันนี้ดันพกดวงซวยมาเต็มกระเป๋า... ดันมาจ๊ะเอ๋กับเฒ่าพิษนี่เข้าจนได้!"

ตู๋กูป๋อแค่นเสียงหัวเราะหยัน

"หึ! ถอยงั้นรึ? เจ้าคิดว่าสถานที่ของข้า เป็นสวนสาธารณะที่คิดจะเข้าก็เข้า คิดจะออกก็ออกได้ตามใจชอบหรือไร!? ภายนอกถูกข้ากางกั้นด้วยม่านหมอกพิษมรณะ คนธรรมดาย่อมไม่อาจเฉียดกรายเข้ามาได้ หากพวกเจ้าไม่ได้วางแผนเตรียมการมาก่อน มีหรือจะรอดชีวิตเข้ามาถึงที่นี่ได้!"

ดูท่าคงจะเล่นลิ้นหลอกตานี่ไม่พ้นเสียแล้วหยางเซียวครุ่นคิด

"สารภาพมาเสียดีๆ ว่าผู้ใดส่งพวกเจ้ามา! หากวันนี้ไม่อาจให้คำตอบที่น่าพอใจได้ พวกเจ้าก็ทิ้งชีวิตไว้ที่นี่เสียเถิด!"

ตู๋กูป๋อตวาดก้อง รังสีสังหารแผ่ซ่าน

หนิงหรงหรงทนฟังไม่ไหว โพล่งขึ้นมาทันที

"ตาเฒ่าผู้นี้ช่างไร้เหตุผลสิ้นดี! พี่เซียวของข้าก็บอกอยู่ว่าพวกเราหลงเข้ามาโดยไม่ตั้งใจ เหตุใดท่านถึงเอะอะก็จะฆ่าแกงกันเช่นนี้!"

จูจู๋ชิงเหลือบมองหยางเซียวอย่างจับผิด นางรู้ดีอยู่แก่ใจว่าหยางเซียวตั้งใจพกโอสถถอนพิษมาเตรียมพร้อมอยู่แล้ว ย่อมแปลว่าเขาตั้งใจพุ่งเป้ามาที่นี่ตั้งแต่ต้น!

ในเมื่อปิดบังต่อไปก็ไร้ประโยชน์ หยางเซียวจึงยืดอกขึ้นพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"หากข้าเดาไม่ผิด... ท่านคงจะเป็นผู้อาวุโสพรหมยุทธ์พิษกระมัง?"

"หึ! เมื่อครู่ยังปากแข็งว่าหลงเข้ามาอยู่เลย สารภาพมา! ใครเป็นคนส่งพวกเจ้ามา!"

สิ้นคำ พลังวิญญาณยุทธ์อันกัมปนาทสะท้านสะเทือนก็ระเบิดออกจากร่างของตู๋กูป๋อ! เงาอสรพิษสีเขียวมรกตขนาดยักษ์ชูคอแผ่พังพานอยู่เบื้องหลัง วงแหวนวิญญาณที่สอดประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบ... เหลือง เหลือง ม่วง ม่วง ดำ ดำ ดำ ดำ ดำ ลอยตัวขึ้นจากปลายเท้า! รัศมีแห่งราชทินนามพรหมยุทธ์กดทับลงมาดั่งภูเขาผาชัน!

หยางเซียวเห็นดังนั้นก็ลอบปาดเหงื่อ

"ชิบหายแล้ว เล่นใหญ่เกินเบอร์ไปหน่อย รู้อย่างนี้ไม่น่ามาเหยียบถิ่นตาเฒ่านี่เลย!"

ทว่าในเมื่อขี่หลังเสือแล้วย่อมลงไม่ได้ หยางเซียวจำต้องปั้นหน้าขึงขังพลางเอ่ย

"ผู้อาวุโสพรหมยุทธ์พิษ! ข้ามาที่นี่... ก็เพื่อหาวิธีถอนพิษร้ายที่กำลังกัดกินร่างของท่านต่างหากเล่า! ท่านกล้าให้ข้าลองหรือไม่ล่ะ!"

ตู๋กูป๋อชะงักงัน ภายในใจสั่นสะท้านอย่างรุนแรง... เรื่องที่เขาถูกพิษของตนเองย้อนรอยเล่นงานนั้น มีเพียงไม่กี่คนบนโลกนี้ที่ล่วงรู้! ซ้ำตัวเขาเองที่เป็นถึงปรมาจารย์ด้านพิษ ก็ยังจนปัญญาที่จะหาทางรักษา แล้วเด็กเมื่อวานซืนตรงหน้า จะมีปัญญาทำได้อย่างไร!?

เมื่อเห็นตู๋กูป๋อยังคงเคลือบแคลง หยางเซียวจึงงัดไพ่ตายออกมา

"ผู้อาวุโส... หากท่านไม่กลัวตายเพราะพิษร้ายของตนเอง แล้วหลานสาวของท่านเล่า!? คราวก่อนที่ข้าพบตู่กูเยี่ยน ข้าเห็นชัดเจนว่าพิษในร่างของนางกำเริบหนัก นางคงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานแล้วล่ะมั้ง!"

ตู๋กูป๋อเบิกตากว้าง โทสะพลุ่งพล่านขึ้นสุดขีด กลิ่นอายพลังวิญญาณระเบิดออกรุนแรงยิ่งกว่าเดิม!

จูจู๋ชิงและหนิงหรงหรงทนรับแรงกดดันไม่ไหว จำต้องปลดปล่อยวิญญาณยุทธ์ออกมาต้านทาน! เงาวิฬาร์โลกันตร์ปรากฏขึ้นเบื้องหลังจูจู๋ชิง ขณะที่หอแก้วเจ็ดสมบัติอันวิจิตรตระการตาก็ลอยเด่นอยู่เหนือฝ่ามือของหนิงหรงหรง!

ตู๋กูป๋อปรายตามองวิญญาณยุทธ์ของดรุณีทั้งสอง ก่อนจะหันขวับมาจ้องหยางเซียวที่ยังคงยืนนิ่งสงบ ไม่ยอมปลดปล่อยวิญญาณยุทธ์ เขาจึงจงใจเร่งแรงกดดันมุ่งเป้าไปที่หยางเซียวผู้เดียว!

หยางเซียวต้านทานแรงกดดันระดับราชทินนามพรหมยุทธ์ไม่ไหว จำต้องระเบิดพลังวิญญาณยุทธ์ออกมาเช่นกัน! วงแหวนวิญญาณ... เหลือง เหลือง ม่วง ดำ ดำ ลอยตระหง่านท้าทายสายตา!

ตู๋กูป๋อถึงกับผงะ ถอยหลังไปครึ่งก้าว นัยน์ตาทอประกายตื่นตะลึงสุดขีด... ราชาวิญญาณ!? เด็กหนุ่มที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับหลานสาวของเขา กลับมีสัดส่วนวงแหวนวิญญาณที่น่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้เชียวหรือ!?

รังสีอำมหิตที่เคยมีพลันมลายหายไปสิ้น ตู๋กูป๋อถอนแรงกดดันกลับคืน ก่อนจะหันไปพิจารณาดรุณีทั้งสองอย่างถี่ถ้วน

"สายเลือดตรงแห่งหอแก้วเจ็ดสมบัติ... และสายเลือดตรงแห่งตระกูลจู จักรวรรดิซิงหลัว... พวกเจ้า ผู้มีปูมหลังยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้ มารวมตัวกันได้อย่างไร?"

จูจู๋ชิงและหนิงหรงหรงมิได้ตอบคำถาม พวกนางเพียงหันไปมองหน้าหยางเซียวอย่างพร้อมเพรียง

ตู๋กูป๋อผู้ผ่านโลกมามาก ย่อมอ่านสถานการณ์ออกทะลุปรุโปร่ง เขาหันกลับมาหาหยางเซียว

"ไอ้หนุ่ม... เจ้าบอกว่าสามารถถอนพิษในร่างของข้าได้ เจ้ามีสิ่งใดมาพิสูจน์!?"

เมื่อเห็นว่าตู๋กูป๋อยอมลดราวาศอก หยางเซียวก็ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก

"ข้าย่อมมีวิธีของข้า หากผู้อาวุโสไม่ลองดูด้วยตนเอง แล้วจะให้ข้าพิสูจน์ได้อย่างไรเล่า?"

กล่าวจบ หยางเซียวก็ดีดโอสถถอนพิษเม็ดหนึ่งลอยละลิ่วไปหาตู๋กูป๋อ

ตู๋กูป๋อรับโอสถเม็ดนั้นมาพิจารณาด้วยความเคลือบแคลงใจ

"ผู้อาวุโส... นี่คือโอสถถอนพิษท่านลองกลืนมันลงไปดูเถิด ว่ามันสามารถต่อกรกับพิษมรณะในร่างของท่านได้หรือไม่"

ตู๋กูป๋อไม่ลังเล เขาโยนโอสถเข้าปากกลืนลงคอไปในทันที ท้ายที่สุดแล้ว ร่างกายของเขาก็ถูกพิษร้ายกัดกินจนแทบจะกลายเป็นขวดลืมพิษอยู่แล้ว ต่อให้ไอ้หนุ่มนี่คิดจะวางยาพิษเขาจริงๆ ก็คงไม่อาจทำอันตรายเขาได้แม้แต่ปลายก้อย!

ทว่าทันทีที่โอสถละลายลงสู่กระเพาะ ตู๋กูป๋อกลับสัมผัสได้ถึงกระแสพลังอันเย็นสดชื่นที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย! ความปวดร้าวทรมานจากพิษร้ายที่ฝังลึกอยู่ในกระดูก ค่อยๆ ทุเลาเบาบางลงอย่างน่าอัศจรรย์! แม้การบรรเทาในครั้งนี้จะเป็นเพียงเสี้ยวเล็กๆ เมื่อเทียบกับพิษมหาศาลในร่างของเขา ทว่า... แค่นี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ใบหน้าเหี่ยวย่นของเขาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด!

พิษที่เขาสะสมมาทั้งชีวิต แม้แต่ตัวเขาเองยังหมดหนทางเยียวยา แต่นี่... เพียงแค่โอสถเม็ดเดียว กลับสามารถบรรเทาอาการของเขาได้! และที่สำคัญที่สุด... หากโอสถนี้ได้ผลกับเขา มันก็ย่อมต้องสามารถช่วยชีวิตหลานสาวสุดที่รักของเขา ที่ต้องทนทุกข์ทรมานจากพิษร้ายมาตั้งแต่ในครรภ์มารดาได้อย่างแน่นอน!

หยางเซียวลอบมองสีหน้าตื่นตะลึงของตู๋กูป๋อพลางกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ

"หวานหมูแล้วกู! โอสถกิ๊กก๊อกราคาหมื่นเหรียญระบบ เอามาหลอกขายตาเฒ่าหน้าเลือดนี่ในราคาห้าหมื่นเหรียญภูตทอง ก็คงไม่ถือว่าขูดรีดเกินไปหรอกมั้ง! ฮ่าๆๆ!"

ตู๋กูป๋อพุ่งพรวดเข้ามาหาหยางเซียวด้วยความตื่นเต้นจนตัวสั่น

"สหายตัวน้อย! โอสถชนิดนี้... มีข้อจำกัดว่ากินได้แค่เม็ดเดียวชั่วชีวิตหรือไม่!?"

"หามิได้ขอรับ ท่านสามารถกลืนกินมันเป็นอาหารว่างได้ตลอดเวลาตราบเท่าที่ท่านต้องการ"

หยางเซียวตอบด้วยรอยยิ้มการค้า

เมื่อได้รับคำยืนยัน ตู๋กูป๋อก็แทบจะกระโดดกอดหยางเซียว เขาตะโกนก้องด้วยความบ้าคลั่ง

"สหายตัวน้อย! เจ้ามีโอสถชนิดนี้อยู่เท่าใด... ข้าขอเหมาหมด!!"

จบบทที่ ตอนที่ 46 : พรหมยุทธ์พิษ

คัดลอกลิงก์แล้ว