- หน้าแรก
- ฮอกวอตส์ เส้นทางเวทมนตร์ของคนไม่ยอมแพ้
- บทที่ 17 พิธีคัดสรร
บทที่ 17 พิธีคัดสรร
บทที่ 17 พิธีคัดสรร
บทที่ 17 พิธีคัดสรร
"พวกเธอเห็นเรือลำเล็กๆ ริมทะเลสาบนั่นไหม เราต้องใช้มันข้ามทะเลสาบสีดำ แต่จำไว้ ห้ามนั่งเกินสี่คนต่อหนึ่งลำ นั่นคือกฎ"
แม้ในตอนแรกรัสเซลจะสงสัยว่าเรือลำเล็กๆ เหล่านี้จะรับน้ำหนักคนสี่คนได้หรือไม่ แต่เมื่อเห็นแฮกริดก้าวขึ้นไปนั่งได้อย่างมั่นคง เขาจึงไม่ลังเลอีกต่อไปและเดินตามแม่มดน้อยสองคนขึ้นไปบนเรือ
"ขึ้นเรือกันครบทุกคนหรือยัง เราพร้อมจะออกเดินทางแล้วนะ"
ทันทีที่แฮกริดเอ่ยจบ ร่างหนึ่งก็วิ่งกระหืดกระหอบออกมาจากแนวป่า
"รอฉันด้วย ฉันยังไม่ได้ขึ้นเรือเลย"
เขาหอบหายใจอย่างหนักและกระโดดลงเรือลำเดียวกับรัสเซลด้วยสภาพที่ดูหลุดลุ่ยเล็กน้อย
แฮกริดรออีกครู่หนึ่งเพื่อนับจำนวนคน เมื่อแน่ใจว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี เขาก็ยกร่มสีชมพูในมือขึ้นและเคาะขอบเรือเบาๆ ทันใดนั้นเรือก็เริ่มเคลื่อนที่ไปข้างหน้าโดยปราศจากสายลม มุ่งหน้าตรงไปยังปราสาท
รัสเซลลอบสังเกตอีกสามคนบนเรือ แม่มดน้อยสองคนกำลังกระซิบกระซาบพูดคุยกัน เห็นได้ชัดว่าพวกเธอรู้จักกันมาก่อน
แม่มดน้อยทางซ้ายไว้ผมเปียยาว มีรอยกระประปรายบนพวงแก้ม ถัดจากเธอคือแม่มดน้อยที่มีใบหน้าแบบชาวเอเชียอย่างชัดเจนซึ่งดูจิ้มลิ้มกว่ามาก
ส่วนพ่อมดน้อยที่เพิ่งมาถึง บางทีอาจเป็นเพราะต้องออกแรงวิ่งอย่างหนัก เขาจึงดูขัดเขินอยู่บ้าง และผมสั้นสีน้ำตาลของเขาก็ยุ่งเหยิงเล็กน้อย
แต่เมื่อดูจากเสื้อคลุมพ่อมดขลิบทองและตราประจำตระกูลบนหน้าอก เห็นได้ชัดเลยว่าเขาไม่ได้มาจากครอบครัวผู้วิเศษธรรมดาๆ
โดยเฉพาะท่าทีที่เขาตั้งใจหรืออาจจะไม่ตั้งใจอวดแหวนบนมือ นิ้วทั้งสิบของเขาสวมแหวนประดับอัญมณีหลากหลายชนิดที่ส่องประกายหลากสีสันใต้แสงจันทร์
"อะแฮ่ม" เขากระแอมในลำคออย่างวางมาดเพื่อดึงดูดความสนใจของทุกคน รัสเซลขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายต้องการจะทำอะไร
"พวกเธอรู้ไหมว่าทำไมเด็กปีหนึ่งถึงต้องข้ามทะเลสาบสีดำด้วยเรือเพื่อไปที่ฮอกวอตส์ และทำไมถึงต้องนั่งกลุ่มละสี่คน"
พ่อมดน้อยผมสีน้ำตาลเอ่ยถามอย่างมีลับลมคมใน
ทุกคนส่ายหน้า
เขาแสดงสีหน้าภาคภูมิใจในทันทีพร้อมกับเชิดปลายคางขึ้น
"นั่นเป็นเพราะผู้ก่อตั้งฮอกวอตส์ทั้งสี่ท่านนั่งเรือลำเล็กข้ามทะเลสาบสีดำแห่งนี้มายังที่ตั้งปัจจุบันของฮอกวอตส์และร่วมกันสร้างมันขึ้นมายังไงล่ะ"
"นายรู้เยอะจริงๆ เลยนะ" แม่มดน้อยผมเปียเอ่ยชม ทำให้เขาหน้าบานด้วยความยืดหยิ่งขึ้นไปอีก
"แน่นอนอยู่แล้ว ก็ฉันเป็นถึงทายาทของตระกูลโฟลีย์ ฟิเนียส โฟลีย์ ความรู้ลับเฉพาะแบบนี้คนธรรมดาทั่วไปไม่มีทางรู้หรอก"
เขายืดอกขึ้น ทำให้ตราประจำตระกูลส่องประกายเจิดจ้ายิ่งขึ้น ดูราวกับนกยูงรำแพนหางอวดตัวเมีย
ทว่าปฏิกิริยาของทั้งสามคนกลับทำให้เขาต้องผิดหวัง พวกเขาไม่ได้แสดงท่าทีตื่นเต้นใดๆ เมื่อได้ยินชื่อตระกูลโฟลีย์
สงสัยจะเป็นพวกเลือดผสมหรือไม่ก็พวกที่เกิดจากมักเกิ้ล มิน่าล่ะถึงไม่รู้ว่าตระกูลโฟลีย์ยิ่งใหญ่แค่ไหน โฟลีย์คิดอย่างดูแคลน แม้ว่าภายนอกจะไม่ได้แสดงออกมาให้เห็นก็ตาม
"สวัสดี โฟลีย์" แม่มดน้อยชาวเอเชียเอ่ยขึ้น "ฉันชื่อโช แชง ส่วนนี่คือเพื่อนที่ฉันเพิ่งรู้จักบนรถไฟ มารีเอตต้า" เธอเอ่ยพลางชี้ไปทางแม่มดน้อยผมเปีย
รัสเซลพอจะคุ้นหูกับชื่อของโช แชงอยู่บ้าง ดูเหมือนเธอจะเป็นแฟนสาวในอนาคตของเซดริก หลังจากที่เซดริกถูกลอร์ดโวลเดอมอร์สังหาร เธอก็คบหากับแฮร์รี่ซึ่งเป็นรักแรกของเธอ
เรื่องบังเอิญยิ่งกว่านั้นคือทั้งสองคนต่างก็เป็นซีกเกอร์ และโช แชงเองก็เป็นซีกเกอร์เช่นเดียวกัน
เธอมีหน้าตาสะสวยและน่ารักจริงๆ มิน่าล่ะเซดริกกับแฮร์รี่ถึงได้ตกหลุมรักเธอ รัสเซลพยักหน้ายอมรับในใจ แม้ว่าเธอจะเทียบเวนส์เดย์ไม่ได้เลยก็ตาม
ทว่าทำไมเขาถึงเอาเธอไปเปรียบเทียบกับเวนส์เดย์โดยไม่รู้ตัวกันล่ะ รัสเซลขมวดคิ้วมุ่น แต่เขาก็หาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้
สำหรับเพื่อนของโช แชงที่ชื่อมารีเอตต้านั้น รัสเซลก็พอจะจำได้รางๆ ดูเหมือนว่าตอนที่อัมบริดจ์ ยัยคางคกสีชมพูนั่นเข้ามากุมอำนาจในฮอกวอตส์ เธอจะเป็นคนแอบคาบข่าวไปฟ้อง แม้จะดูเหมือนมีเหตุผลที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ก็แสดงให้เห็นว่าเธอไม่ใช่คนที่น่าไว้วางใจนัก
"แล้วนายล่ะ" โฟลีย์หันไปมองรัสเซล
"อะไรนะ" รัสเซลซึ่งถูกดึงออกจากภวังค์ความคิด ยังไม่เข้าใจความหมายของอีกฝ่ายไปชั่วขณะ
"พวกเราแนะนำตัวกันหมดแล้ว ตอนนี้ก็ถึงตานายแล้วล่ะ" โฟลีย์ยักไหล่ ช่างไร้มารยาทเสียจริง เขาแอบคิดในใจ
แม่ของเขามักจะพร่ำบอกเสมอว่าคนของตระกูลโฟลีย์คือผู้นำของเหล่าผู้วิเศษ และเกิดมาเพื่ออยู่ในจุดสูงสุด โฟลีย์เองก็คิดเช่นนั้น เขาจึงตัดสินใจทำหน้าที่ของตนเองตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป โดยเริ่มจากการซื้อใจพ่อมดน้อยที่นั่งเรือลำเดียวกันเสียก่อน
ถ้าเขาไม่สามารถซื้อใจพ่อมดน้อยที่เป็นเลือดผสมหรือพวกที่เกิดจากมักเกิ้ลเหล่านี้ได้ ก็อย่าหวังว่าจะไปซื้อใจพวกที่มาจากตระกูลเลือดบริสุทธิ์เลย
"รัสเซล ฟิสโซน" รัสเซลพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ตกลง ฉันจะจำชื่อนี้เอาไว้" โฟลีย์แสดงท่าทีเหนือกว่า เขาเชิดคางขึ้นเล็กน้อยและพยักหน้าให้รัสเซล ราวกับว่าการกระทำเช่นนี้คือความกรุณาอันยิ่งใหญ่ที่มอบให้รัสเซล และลึกๆ แล้วเขาก็คิดเช่นนั้นจริงๆ
รัสเซลมีสีหน้าเรียบเฉยและปิดปากเงียบ ทว่าความประทับใจที่เขามีต่ออีกฝ่ายนั้นดิ่งลงเหวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จู่ๆ เขาก็เข้าใจความรู้สึกของแฮร์รี่ตอนที่ได้พบกับมัลฟอยเป็นครั้งแรกขึ้นมาจับใจ
แม้ว่ารอนจะคอยเป่าหูแฮร์รี่อยู่เสมอว่าเด็กสลิธีรินทุกคนล้วนเป็นพ่อมดศาสตร์มืด ทว่าในตอนแรกแฮร์รี่ก็เพียงแค่สงสัยและยังไม่ได้ปักใจเชื่อ จนกระทั่งเขาได้มาพบกับมัลฟอย อคตินี้ก็ฝังรากลึกในใจเขาทันที หากไม่ใช่เพราะเหตุการณ์นั้น แฮร์รี่ก็อาจจะถูกคัดสรรให้อยู่บ้านสลิธีรินไปแล้ว
เมื่อเห็นว่ารัสเซลเมินเฉยใส่ โฟลีย์ก็ยิ่งได้ใจและพูดต่ออย่างกระตือรือร้น
"นายรู้เรื่องพิธีคัดสรรที่กำลังจะเริ่มขึ้นหรือเปล่า มันคือบททดสอบที่ผู้ก่อตั้งทั้งสี่ท่านทิ้งเอาไว้ มีเพียงผู้ที่ผ่านการทดสอบของพวกเขาเท่านั้น ถึงจะสามารถเข้าไปอยู่บ้านที่คู่ควรได้"
"สลิธีรินผู้งามสง่า เรเวนคลอผู้ปราดเปรื่อง กริฟฟินดอร์ผู้กล้าหาญ และฮัฟเฟิลพัฟผู้ซื่อสัตย์ภักดี" เมื่อเอ่ยถึงตรงนี้ เขาคล้ายกับนึกเรื่องตลกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ รอยยิ้มหยันจึงปรากฏขึ้นที่มุมปาก
"แต่เท่าที่ฉันรู้ พ่อมดแม่มดน้อยที่อีกสามบ้านไม่ต้องการ จะถูกจับไปยัดรวมกันไว้ที่ฮัฟเฟิลพัฟทั้งหมดนั่นแหละ"
"แน่นอน ในฐานะทายาทของตระกูลโฟลีย์ ฉันย่อมได้เข้าไปอยู่ในสลิธีรินอย่างไม่ต้องสงสัย นั่นคือบ้านที่ทรงพลังที่สุดในบรรดาทั้งสี่บ้าน แถมยังคว้าถ้วยรางวัลบ้านดีเด่นมาครองได้ถึงห้าปีซ้อน และถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ปีนี้ก็คงเป็นของสลิธีรินอีกเช่นเคย"
เมื่อทอดมองสีหน้าที่ภาคภูมิใจประหนึ่งตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จนั้น รัสเซลก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากขึ้นมา
"ต่อให้เป็นผู้รักชาติที่ยากจนข้นแค้นที่สุดในย่านอีสต์เอนด์ของลอนดอน เวลาที่นึกถึงความมั่งคั่งและอุตสาหกรรมอันยิ่งใหญ่ของอังกฤษ ก็ยังอดยืดอกด้วยความภาคภูมิใจไม่ได้อยู่ดี"
โฟลีย์ชะงักงันไปเมื่อได้ยินเช่นนั้น เขาไม่เข้าใจว่ารัสเซลต้องการจะสื่อถึงอะไรจากการโพล่งประโยคนี้ออกมา และในจังหวะที่เขากำลังจะเอ่ยปากถาม เสียงหัวเราะคิกคักก็ลอยมากระทบโสตประสาท
เขามองไปตามต้นเสียงและพบว่าโช แชงกำลังยกมือปิดปากหัวเราะร่วนอยู่ ข้างกายเธอคือมารีเอตต้าที่กำลังเกาหัวแกรกๆ โดยไม่เข้าใจว่าเพื่อนของเธอกำลังขำเรื่องอะไร
โฟลีย์หันมองโช แชงสลับกับใบหน้าที่ดูใสซื่อไร้เดียงสาของรัสเซล ต่อให้เขาจะไม่เข้าใจความหมายของประโยคเมื่อครู่ แต่เขาก็ตระหนักได้ทันทีว่ารัสเซลกำลังประชดประชันเขาอยู่ และสีหน้าอันหยิ่งผยองของเขาก็เจื่อนลงในพริบตา