- หน้าแรก
- ฮอกวอตส์ เส้นทางเวทมนตร์ของคนไม่ยอมแพ้
- บทที่ 11: การจลาจลที่กริงกอตส์
บทที่ 11: การจลาจลที่กริงกอตส์
บทที่ 11: การจลาจลที่กริงกอตส์
บทที่ 11: การจลาจลที่กริงกอตส์
รัสเซลเดินลึกเข้าไปด้านในร้านตัวบรรจงและหยดหมึกอย่างไม่รู้ตัว พนักงานในร้านต่างกำลังวุ่นวายอยู่กับการจัดเก็บหนังสือจึงไม่มีใครสนใจเขา
กลิ่นอับชื้นลอยมาเตะจมูกเมื่อรัสเซลเดินมาหยุดอยู่หน้าห้องที่ค่อนข้างสลัวแห่งหนึ่ง ป้ายหน้าห้องเขียนเอาไว้ว่า โกดังหนังสือมือสอง ร้านตัวบรรจงและหยดหมึกมักจะนำหนังสือมือสองที่รวบรวมมาได้มาคัดแยกและจัดระเบียบที่นี่ก่อนนำไปวางจำหน่าย
ที่นี่แหละคือสถานที่ที่เขากำลังตามหา บางทีเขาอาจจะได้เจอหนังสือเล่มพิเศษจากที่นี่ก็เป็นได้ ไม่อย่างนั้นเขาคงต้องไปเสี่ยงดวงที่ตรอกน็อกเทิร์นแทน เวนส์เดย์จะต้องถูกใจข้าวของในร้านบอร์เจ็นและเบิร์กส์อย่างแน่นอน
ทว่ารัสเซลก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ ครอบครัวแอดดัมส์จะขาดแคลนสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับศาสตร์มืดจริงๆ งั้นหรือ เขาสลัดความคิดนั้นทิ้งไปและหันมาจดจ่ออยู่กับการสำรวจกองหนังสือตรงหน้าแทน
ภายใต้แสงไฟสลัว รัสเซลรื้อค้นไปทั่วโกดังขนาดใหญ่ หนังสือส่วนใหญ่เป็นเพียงตำราเรียนและนิตยสารเก่าๆ บางครั้งก็มีนิตยสารเพลย์บอยฉบับพ่อมดปะปนอยู่ด้วย ทุกครั้งที่รัสเซลหยิบเจอ เขาจะแค่นเสียงขึ้นจมูกอย่างเหยียดหยามสองครั้งแล้วโยนมันทิ้งไว้ด้านข้าง
คนอย่างรัสเซลที่อ่านพงศาวดารชุนชิว จะลดตัวลงไปอ่านของพรรค์นั้นได้อย่างไร
ในขณะที่ความอดทนของรัสเซลกำลังจะหมดลง จู่ๆ มือของเขาก็สัมผัสเข้ากับอะไรบางอย่างที่นุ่มนิ่ม เมื่อมองดูใกล้ๆ มันคือหนังสือปกแข็งสีดำเล่มหนาที่ไม่มีสิ่งใดเขียนเอาไว้เลย ไม่มีทั้งชื่อเรื่องและชื่อผู้แต่ง มีเพียงพื้นผิวที่เรียบเนียนเท่านั้น
รัสเซลลูบไล้หน้าปกและกำลังจะเปิดมันออก ทว่าจู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง
"คุณลูกค้าครับ คุณเข้ามาที่นี่ได้อย่างไร หนังสือจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว คุณต้องการใช้บริการจัดส่งทางไปรษณีย์ไหมครับ"
รัสเซลหันกลับไปก็พบกับพนักงานของร้านยืนอยู่ด้านหลัง ดูเหมือนว่าพนักงานคนนี้จะไม่ทันสังเกตเห็นรัสเซลในตอนแรก จึงได้เดินตามหาเขา
"หนังสือในนี้รวบรวมมาจากที่อื่นและยังไม่ได้คัดแยกอย่างละเอียดครับ แต่มันก็แทบจะไม่มีค่าอะไรเลย หากคุณลูกค้าต้องการดูหนังสือมือสอง ผมพาไปดูอีกฝั่งได้นะครับ"
"ขอบคุณครับ แต่ไม่เป็นไรดีกว่า" รัสเซลหนีบหนังสือปกดำเล่มนั้นไว้ในอ้อมแขนโดยไม่รู้ตัว
รัสเซลเดินตามพนักงานกลับออกไปหน้าร้าน พนักงานไม่ได้ตรวจสอบหนังสือที่เขาหยิบมาจากโกดังอย่างละเอียดนัก เพียงแค่คิดราคาพอเป็นพิธีที่สองเกลเลียน ส่วนค่าจัดส่งทางไปรษณีย์นั้นคิดเพิ่มอีกหนึ่งเกลเลียน เนื่องจากบ้านของเขาอยู่ค่อนข้างไกล
เมื่อเขาเดินออกมาด้านนอก ฟลิตวิกก็มายืนรออยู่ที่หน้าร้านแล้ว
"ศาสตราจารย์ครับ ขออภัยที่ปล่อยให้รอนานนะครับ" รัสเซลเกาหัวด้วยความรู้สึกเกรงใจเล็กน้อย
"ฉันก็เพิ่งมาถึงเหมือนกัน" ฟลิตวิกกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้เก็บเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้มาใส่ใจเลยสักนิด
ในขณะที่พวกเขากำลังจะมุ่งหน้าไปยังร้านสัตว์วิเศษเพื่อเลือกซื้อสัตว์เลี้ยง จู่ๆ เสียงระเบิดอู้อี้ก็ดังกึกก้องมาจากบริเวณใกล้เคียง พร้อมกับกลุ่มควันหนาทึบที่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ร่างในชุดคลุมสีดำสามร่างพุ่งพรวดออกมาจากประตูหลักของธนาคารกริงกอตส์และวิ่งหลบหนีไปคนละทิศคนละทาง
หลังจากที่พวกนั้นหลบหนีออกมาได้เพียงไม่นาน กลุ่มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในเครื่องแบบของกริงกอตส์จำนวนมากก็แห่กรูกันออกมา พวกเขาแบ่งกำลังออกเป็นสามทีมและวิ่งไล่ตามไป ทว่าทุกอย่างก็สูญเปล่า ร่างทั้งสามอันตรธานหายตัวไปจากจุดที่พวกเขายืนอยู่หลังจากวิ่งไปได้เพียงไม่ไกล ทิ้งให้เหล่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้แต่มองหน้ากันเลิ่กลั่กด้วยความงุนงง
"น่าอับอายขายหน้า! น่าอับอายขายหน้าที่สุด!"
ภายในห้องทำงานอันหรูหราโอ่อ่า ก๊อบลินท่าทางภูมิฐานสวมแว่นตากรอบทองกำลังระเบิดอารมณ์เกรี้ยวกราดอย่างหนัก ในฐานะหัวหน้าผู้ดูแลธนาคารกริงกอตส์สาขาอังกฤษ โทสะของเควินได้พุ่งทะยานจนถึงขีดสุด
"คนทั้งโลกเวทมนตร์ต่างก็รู้ดีว่ากริงกอตส์คือสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด ไม่มีหน้าไหนกล้าเข้ามาก่อเรื่องวุ่นวายที่นี่ แต่วันนี้กลับเกิดเรื่องงามหน้าขนาดนี้ขึ้นได้!" เขาถลึงตาใส่ก๊อบลินที่กำลังยืนตัวสั่นงันงกอยู่เบื้องหน้าอย่างดุดัน "อัลฟ่า ในฐานะหัวหน้ารักษาความปลอดภัย แกต้องเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องนี้เต็มๆ"
ใบหน้าของเควินเย็นชาเยียบเย็นขณะที่เขาค่อยๆ ก้าวเข้าไปหาอัลฟ่าพลางกดเสียงต่ำลง "ต่อให้มีหัวขโมยบุกเข้ามาในกริงกอตส์จริงๆ แล้วแกจะทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่โตไปทำไม ตอนนี้ทุกคนรู้กันหมดแล้วว่าเกิดเรื่องขึ้นที่กริงกอตส์ แล้วแบบนี้ลูกค้ารายใหญ่จะยังไว้ใจกริงกอตส์ได้อย่างไร"
"กริงกอตส์ตั้งตระหง่านอยู่ในตรอกไดแอกอนมาเนิ่นนาน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีหัวขโมยนับไม่ถ้วนพยายามบุกรุกเข้ามา และก็มีไม่น้อยที่ทำสำเร็จ ทว่าไม่เคยมีครั้งไหนที่เกิดความวุ่นวายเอิกเกริกเท่าวันนี้มาก่อน" เขาตบแก้มอัลฟ่าเบาๆ ด้วยความขัดใจ
"ถ้าจับพวกมันไม่ได้ ก็ไม่ต้องวิ่งไล่ตามไปสิ ไว้ค่อยหาข้ออ้างทีหลังก็ได้ บอกไปว่าพวกมันถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจับได้ตอนพยายามจะลงมือขโมย แบบนั้นไม่ดีกว่าหรือไง การที่แกปล่อยให้คนตั้งมากมายวิ่งแห่ตามออกไปแบบนั้น มันไม่เท่ากับการประจานความจริงให้โลกรู้หรอกหรือ"
"เควิน พวกเราก็ไม่อยากให้เรื่องมันบานปลายแบบนี้หรอก แต่หัวขโมยพวกนี้ ตู้นิรภัยที่พวกมันลงมือขโมยไม่ใช่ตู้นิรภัยธรรมดาน่ะสิ มันเป็นของหนึ่งในยี่สิบแปดตระกูลศักดิ์สิทธิ์" ในที่สุดอัลฟ่าก็หาช่องว่างอธิบายได้ เขาเอ่ยด้วยใบหน้าเจื่อนๆ
"ว่าไงนะ" ใบหน้าของเควินถมึงทึงยิ่งกว่าเดิม ทว่าน้ำเสียงกลับค่อยๆ สงบลง อัลฟ่ารู้ดีว่านี่เป็นเพียงความสงบก่อนพายุฝนฟ้าคะนอง และเขาไม่อาจเดาได้เลยว่าเควินจะระเบิดอารมณ์ออกมาเมื่อไหร่
"ตู้นิรภัยของใคร"
"เบลลาทริกซ์ เลสแตรงจ์ครับ"
"หืม แน่ใจงั้นหรือ" เควินเอ่ยถามย้ำหลายครั้งเมื่อได้ยินชื่อนั้น ก่อนจะลอบถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกในทันที
"หล่อนถูกจับขังอยู่ในอัซคาบันไปแล้ว ชาตินี้คงไม่มีวันได้ออกมาหรอก ต่อให้มีของถูกขโมยไป ก็ไม่มีใครมาเรียกร้องเอาผิดกับเราอยู่ดี" เควินโบกมือปัด "ไปยัดเงินให้สำนักพิมพ์เดลี่พรอเฟ็ตเพื่อปิดข่าวเรื่องนี้เสีย ขอฉันคิดดูก่อนนะ กุข่าวฉาวคาวโลกีย์อะไรสักอย่างขึ้นมาเพื่อดึงดูดความสนใจก็แล้วกัน พวกนั้นชอบอ่านข่าวพรรค์นี้กันจะตาย"
"รับทราบครับเควิน ผมจะไปจัดการเดี๋ยวนี้"
"อ้อ จริงสิ" เควินร้องเรียกอัลฟ่าที่กำลังจะหันหลังเดินออกไป "มีของชิ้นไหนในตู้นิรภัยของหล่อนที่ถูกขโมยไปบ้าง"
"มีเพียงแค่ถ้วยทองใบเดียวครับ"
...
"ศาสตราจารย์ครับ ผมชักจะคิดว่ากริงกอตส์ก็ไม่ได้ปลอดภัยสักเท่าไหร่เสียแล้วสิครับ" รัสเซลเอ่ยเย้า
"นั่นก็เป็นแค่คำคุยโตโอ้อวดของพวกนั้นแหละ อันที่จริง แม้กริงกอตส์จะไม่ได้ถูกปล้นบ่อยนัก แต่มันก็เคยเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว เพียงแต่เรื่องพวกนี้มักจะถูกปิดข่าวเอาไว้น่ะ" ฟลิตวิกกล่าวอย่างไม่แยแส
ร้านสัตว์วิเศษตั้งอยู่ทางฝั่งใต้ของตรอกไดแอกอน ภายในร้านคลาคล่ำไปด้วยผู้คน กรงสัตว์มากมายถูกแขวนอัดแน่นอยู่บนกำแพง ภายในกรงบรรจุสัตว์นานาชนิดเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นหนู นกฮูก นกเรเวน และอื่นๆ อีกมากมาย
รัสเซลไม่ได้ตั้งใจจะซื้อนกฮูกเหมือนพ่อมดแม่มดฝึกหัดคนอื่นๆ เนื่องจากที่ฮอกวอตส์มีโรงนกฮูกส่วนรวมให้บริการอยู่แล้ว อีกทั้งเขาก็อาศัยอยู่เพียงลำพัง จึงไม่มีความจำเป็นต้องส่งจดหมายไปหาใครบ่อยนัก
เขาเดินเตร็ดเตร่ไปรอบๆ ร้านเพื่อสำรวจดูสัตว์วิเศษต่างๆ ราวกับสัมผัสได้ถึงการมาเยือนของลูกค้า พวกมันจึงเริ่มพากันโชว์ลีลาอย่างกระตือรือร้น
หนูสวยงามหลายตัวกำลังตีลังกาเล่นอยู่ในกรง กระต่ายตาสีฟ้าตัวหนึ่งสามารถแปลงร่างเป็นหมวกทรงสูงสลับกับร่างเดิมไปมาได้อย่างน่าทึ่ง แม้กระทั่งเต่าที่เคยนอนหมอบอยู่ตรงมุมกรง ก็ยังค่อยๆ ผุดลุกขึ้นยืนและจ้องมองรัสเซลด้วยดวงตาสีดำขลับเล็กจิ๋วของมัน