เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 21 ใครบอกว่าฉันไม่พอ

ตอนที่ 21 ใครบอกว่าฉันไม่พอ

ตอนที่ 21 ใครบอกว่าฉันไม่พอ


ตอนที่ 21

ใครบอกว่าฉันไม่พอ

ฉินลู่จ้องเขม็งไปที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยว และสูดลมหายใจเข้าลึกพยายามระงับอารมณ์โกรธ

จากนั้นจึงเยาะเย้ยว่า “ผู้จัดการเล่นคุยโวโอ้อวดแบบนี้ ถึงเวลาจริงขึ้นมาก็อย่าให้ผิดพลาดแล้วกันเดี๋ยวจะเสียหน้าจนพูดไม่ออกมาทำให้ทุกคนวุ่นวายกันอีก!”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเหลือบมองเธอด้วยสายตาเย็นและตอบกลับอย่างไม่แยแส “ทางบริษัทไม่มีทางให้พนักงานทำงานโดยเสียเปล่า ยิ่งไปกว่านั้นถ้างานชิ้นนี้ไม่สำเร็จลุล่วง แต่ฉันว่าอย่างน้อยการล้มเหลวในครั้งนี้ก็ทำทุกคนที่ตั้งใจทำงานได้เรียนรู้วิธีการเผชิญหน้ากับความล้มเหลว ครั้งต่อไปถ้าเจอเรื่องแบบนี้อีกมันจะทำให้พวกเขาที่สั่งสมประสบการณ์มาแก้ไขปัญหาได้ และนี่นับว่ากำไรมหาศาลสำหรับพนักงานของเรา!”

“...”

ฉินลู่ไม่พอใจกับคำพูดที่ผดุงความยุติธรรมดังกล่าว

ใบหน้าของเธอดูน่าเกลียดและมืดมนขึ้น

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดต่อ “ผู้จัดการฉินลู่ ฉันอยากจะรู้ว่าเธอที่อยู่ในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายนี่ว่างมากเหรอ? มันไม่ใช่เรื่องที่เธอจะต้องมาสนใจเรื่องพวกนี้สักหน่อย หรือว่าฉันควรจะสั่งงานเธอดี?”

เธอพูดและหยิบเอกสารบนโต๊ะโยนไปทางฉินลู่ “นี่เป็นโครงการที่ผู้จัดการคนก่อนทำค้างเอาไว้ครึ่งหนึ่ง แต่เกิดปัญหาเข้าโครงการถึงได้ถูกระงับไป ตอนนี้ฉันจะส่งให้เธอไปแก้ไขแล้วกัน และจำได้ว่าฉันให้เวลาเธอแก้ปัญหานี้แค่สิบวันเท่านั้น เพราะยังไงซะมันก็ไม่น่าเป็นปัญหาสำหรับผู้จัดการฉินลู่ที่มีความสามารถโดดเด่นหรอกใช่มั้ย?”

เธอพูดจิกกัดเรื่องความสามารถ

จนทำให้ฉินลู่แข็งทื่อและไม่ตอบสนองอยู่นาน

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูและอดจะหัวเราะเยาะไม่ได้ “ทำไม? ผู้จัดการฉินลู่คิดว่าแค่สิบวันมันไม่พอเหรอ? หรือว่าฉันควรจะให้เวลาสักครึ่งเดือนดี?”

ดวงตาที่โกรธจัดของฉินลู่จ้องเขม็งไปทาง                         ถงเหมี่ยวเหมี่ยวและกัดฟันพูดว่า “ใครบอกว่าฉันไม่พอ?”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวฟังประโยคตอบกลับขณะที่ดวงตาฉายแววเจ้าเล่ห์

เธอพยักหน้าพอใจ “ผู้จัดการฉินลู่ก็พยายามเข้าล่ะ ถ้าเธอทำโครงการเล็ก ๆ แบบนี้ไม่ได้ ฉันก็คิดว่าเธอควรจะลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายไปซะนะ เพราะเกรงว่าความสามารถเธอมันจะไม่สอดคล้องกับชื่อตำแหน่งเอาน่ะ”

เธอพูดและส่งยิ้มสดใสให้ฉินลู่

ฉินลู่มองดูรอยยิ้มยียวนด้วยความโกรธที่ทวีคูณขึ้น เธอกัดฟันและตอบโต้ว่า “งั้นเธอก็คอยดูแล้วกันว่าฉันจะทำออกมาดีแค่ไหน”

“งั้นก็ดี ฉันจะรอดู” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มมุมปาก

ทั้งสองมองหน้ากันอีกครั้งจนกลุ่มควันพุ่งออกมาจากร่างกายของพวกเธอ

พนักงานคนอื่นรู้สึกถึงความตึงเครียดระหว่างทั้งสองคนจนไม่กล้าหายใจ

ในขณะเดียวกันพวกเขาเล็งเห็นถึงความเป็นผู้นำของ   ถงเหมี่ยวเหมี่ยวชัดเจน

พวกเขารู้ว่าฉินลู่ไม่พอใจกับตำแหน่งผู้จัดการใหญ่ของถงเหมี่ยวเหมี่ยว

นอกจากฉินลู่จะไม่พอใจแล้วยังพูดจาหาเรื่องทั้งที่ไม่สามารถทำอะไรให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสะทกสะท้านได้เลย

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเบือนหน้าหนีและหันกลับถามหัวหน้าแผนกวางแผนอีกครั้ง “โครงการคืบหน้าไปถึงไหนแล้วคะ?”

หัวหน้าแผนกวางแผนมอบข้อมูลบางอย่างให้เธอ “ผู้จัดการ นี่เป็นการที่พวกพนักงานช่วยกันเร่งทำขึ้นมาครับ ลองดูก่อนสิครับ”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้าและส่งสัญญาณให้กู้ชิงออกไปรับ

เธอพลิกมันอ่านดูคร่าว ๆ และพูดขึ้นว่า “ดีมาก รอโครงการนี้จบลงแล้วฉันจะมาเลี้ยงข้าวพวกคุณ”

หลังจากนั้นเธอพูดเรื่องงานต่ออีกเล็กน้อยและ              การประชุมก็จบลง

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินกลับมาพิจารณาโครงการข้อเสนอแนะในห้องทำงาน

เมื่อลองอ่านดูอีกครั้งเธอพบว่าพนักงานทำงานกันได้ดีมากจริง ๆ

และมีโครงการหนึ่งที่สามารถชนะเอาชนะใจเธอได้

สองวันต่อมา โครงการดังกล่าวกลายมาเป็นข้อสรุปและถูกส่งไปยังมู่กรุ๊ป

...

ห้องทำงานของท่านประธานมู่กรุ๊ปมีการแตกต่างเป็นสีขาวดำอย่างชัดเจน

มู่อวี้เฉิงกำลังมองดูโครงการข้อเสนอจากบริษัทต่าง ๆ

เขาใช้เวลาเพียงแค่หนึ่งชั่วโมงในการมองดูโครงการ   ต่าง ๆ เหล่านี้และพบว่าโครงการทั้งหมดล้วนเคร่งครัดและน่าเบื่อเกินไป

โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อเสนอทางธุรกิจบางแห่งลอกเลียนแบบแผนการอันโด่งดังในอดีตมาใช้ ซึ่งไม่สร้างสรรค์เป็นอย่างมาก

แต่เขายังคงอดทนอ่านต่อไป

จนกระทั่งเขาเห็นโครงการข้อเสนอที่ทางสตีเฟนส่งมา เนื้อหาด้านในทำให้เขาประหลาดใจมาก

อย่างน้อยมันก็ดีกว่าที่เขาเคยเห็นมาก่อน มีทั้งนวัตกรรม ความสร้างสรรค์และรายละเอียดต่าง ๆ ที่ดูสะดุดตา

ดวงตาลุ่มลึกหรี่ลงเล็กน้อย

นึกไม่ถึงว่าผู้หญิงอย่างถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะเต็มใจร่วมมือกับมู่กรุ๊ปต่อ

ขณะที่เขากำลังตกตะลึงอยู่ จู่ ๆ ลู่หมิงก็เดินมาเคาะประตู “ท่านประธาน คุณหนูซ่งอวี่ซีมาพบครับ”

มู่อวี้เฉิงขมวดคิ้วและพูดตอบรับด้วยน้ำเสียงไม่แยแส “เข้ามา”

หลังจากนั้นลู่หมิงก็เดินนำซ่งอวี่ซีเข้ามาในห้องทำงาน ปิดประตูลงและเดินจากไป

มู่อวี้เฉิงวางโครงการในมือลงและถามเบา ๆ ว่า “มีธุระอะไร?”

ซ่งอวี่ซีรู้สึกไม่พอใจกับน้ำเสียงทางการของเขาจนชักสีหน้าออกมา

เธอสวมส้นสูงสิบนิ้วเดินบิดสะโพกเข้าไปตรงหน้าโต๊ะทำงาน

ขณะที่เธอกำลังเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมเย้ายวนก็ลอยเข้ามาปะทะจมูกของมู่อวี้เฉิง

เขาขมวดคิ้วด้วยความไม่ชอบใจ

ขณะเดียวกันน้ำเสียงออดอ้อนของซ่งอวี่ซีดังขึ้น “อวี้เฉิง ฉันเอาโครงการของคุณพ่อมาให้นายน่ะ”

เธอพูดพร้อมกับยื่นเอกสารให้

มู่อวี้เฉิงเหลือบมองเอกสาร หยิบขึ้นมาดูและถามเสียงเย็นชา “มีธุระอย่างอื่นอีกมั้ย?”

ความหมายคือหากไม่มีธุระอะไรแล้วก็เชิญออกไปได้

ซ่งอวี่ซีได้ยินเสียงเขาชัดเจน

แต่เธอเพิ่งมาที่นี่ได้แค่ครั้งสองครั้งจึงไม่อยากจากไปเร็วนัก

เธอแต่งหน้าแต่งตัวอยู่ที่บ้านเกือบสองชั่วโมงเพื่อมาพบมู่อวี้เฉิง

เธอเอามือม้วนผมลอนบริเวณหน้าอกด้วยท่าทางยั่วยวน และยิ้มสดใส “ไม่มีอะไรแล้วฉันอยู่ต่อไม่ได้หรือไง?”

หลังจากพูดจบเธอเหลือบเห็นเอกสารโครงการของบริษัทสตีเฟนที่วางกองอยู่บนโต๊ะ ทำให้แววตาเธอมืดมนลงทันที

ถ้าเธอจำไม่ผิดบริษัทนี้คือบริษัทที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวทำงานอยู่

ให้ตายเถอะ จนถึงตอนนี้นังถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังตามราวีมู่อวี้เฉิงอยู่อีก!

จบบทที่ ตอนที่ 21 ใครบอกว่าฉันไม่พอ

คัดลอกลิงก์แล้ว