เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 20 หากเขาอยู่ตรงนี้ก็คงจะดี

ตอนที่ 20 หากเขาอยู่ตรงนี้ก็คงจะดี

ตอนที่ 20 หากเขาอยู่ตรงนี้ก็คงจะดี


ตอนที่ 20

หากเขาอยู่ตรงนี้ก็คงจะดี

ใบหน้าเย็นชาของถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังคงเรียบเฉย

พ่อเซี่ยงที่เห็นเช่นนั้นเป็นกังวลมากขึ้นจนรีบดึงแม่เซี่ยงให้คุกเข่าลง “คุณถง เรารู้ว่าพวกเราทำผิดพลาดไป ได้โปรดเห็นใจและยกโทษให้พวกเราด้วยนะครับ”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตกใจกับการกระทำของพวกเขามาและรีบเขยิบตัวออกไป

เซี่ยงฮั่นเจียมองดูพ่อแม่คุกเข่าลงต่อหน้า                          ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงวิ่งเข้าไปอย่างไม่พอใจ

“พ่อแม่ทำไมถึงคุกเข่าต่อหน้าไอ้สารเลวล่ะ รีบลุกขึ้นมาขับไล่พวกมันเร็ว ขับไล่ไอ้เด็กเวรที่แม่มันตั้งท้องออกไปด้วย”

ทันทีคำพูดดังกล่าวดังขึ้นใบหน้าของถงเหมี่ยวเหมี่ยวดูเย็นชาลงอย่างน่าสะพรึงกลัว

เธอมองดูพ่อเซี่ยงด้วยสายตาเหยียดหยามและพูดเยาะเย้ย “คุณเซี่ยงดูเหมือนว่าครอบครัวคุณควรจะให้ความสนใจกับการอบรมสั่งสอนลูกให้มากกว่านี้นะคะ คุณสอนลูกตัวเองให้ได้ดีไม่ได้ด้วยซ้ำแล้วมีหน้าอะไรมาสอนลูกชาวบ้านคนอื่น แบบนี้มันจะไม่ทำให้เด็กเข้าใจผิดเอาเหรอคะ”

“...”

พ่อเซี่ยงตกตะลึงมากจนพูดไม่ออก ใบหน้าที่ตกใจเปลี่ยนเป็นสีขาวซีด

เซี่ยงฮั่นเจียยังไม่เข้าใจว่าพ่อแม่กำลังจะสูญเสียอำนาจไปและเขาโกรธเคืองมากที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวบอกว่าพ่อเขาไม่สั่งสอนเขา “พ่อฉันไม่สอนฉันงั้นเหรอ นังบ้าอย่ามาพูดยุแยงนักเลย ปาป๊ารีบไล่พวกมันออกไปจากโรงเรียนซะสิ”

เขาวิ่งเข้าไปกอดและออดอ้อนพ่อ

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูพ่อเซี่ยงด้วยสายตาประชดประชัน

“หุบปาก!”

พ่อเซี่ยงโกรธมากจนยกหลังมือขึ้นมาตบเซี่ยงฮั่นเจีย

เซี่ยงฮั่นเจียตกใจมาก

แม่เซี่ยงเริ่มทุกข์ใจและพึมพำว่า “คุณคะ คุณไปตีฮั่นเจียได้ยังไง ทำไมไม่บอกลูกดี ๆ ล่ะ?”

พ่อเซี่ยงหันมาจ้องเธอและตะคอกใส่ “หุบปาก ก็เพราะว่าเธอเอาแต่ตามใจลูกไม่ใช่หรือไงมันถึงได้กลายมาเป็นเด็กนอกคอกแบบนี้? หลายปีที่ผ่านมามันยังสร้างปัญหาให้ฉันไม่พออีกเหรอ?”

ใบหน้าของแม่เซี่ยงร้อนระอุทันทีเมื่อถูกติเตียน

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูเรื่องตลกตรงหน้าจนกระทั่งความอดทนหมดลงและพูดขึ้นว่า “ท่านอธิบดีรบกวนจัดการเรื่องนี้ให้ด้วยนะคะ พอดีว่าฉันมีธุระต้องไปทำต่อ”

“คุณถงวางใจได้ครับ ผมจะจัดการเรื่องนี้ให้ทันที”

อธิบดีพยักหน้าอย่างจริงจัง จากนั้นจึงหันไปพูดว่า “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปผมจะให้คนเข้ามาทำงานแทนที่ตำแหน่งของหัวหน้าเขต และจะเปลี่ยนให้คนอื่นขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทนที่ครูใหญ่ด้วย”

พ่อเซี่ยงกับครูใหญ่หน้าซีดเผือดทันที

แต่ก่อนที่ทั้งสองจะร้องขอความเมตตา อธิบดีชี้ไปที่อดีตครูใหญ่และพูดว่า “คุณไปเชิญเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงเรียนมาขับไล่ครอบครัวนี้ออกไปซะ แล้วไปเรียกผู้ช่วยครูใหญ่มาด้วย มอบหมายงานให้ผู้ช่วยครูใหญ่แล้วออกจากที่นี่ไปซะ”

อดีตครูใหญ่ไม่กล้าปฏิเสธและทำได้เพียงปฏิบัติหน้าที่ตาม

หลังจากนั้นสิบนาทีเรื่องราวทั้งหมดก็ได้รับการแก้ไข

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอุ้มเสี่ยวเป่าขึ้นมาและพูดขอบคุณ “ท่านอธิบดีขอบคุณมากนะคะ เอาไว้มีเวลาว่างเมื่อไหร่ฉันจะเลี้ยงอาหารเย็นเป็นการตอบแทน”

อธิบดีโบกมือครั้งแล้วครั้งเล่า “เรื่องเล็กน้อยน่ะครับ ไม่จำเป็นต้องมาเลี้ยงข้าวผมหรอก อีกอย่างผมก็ได้รับความไว้วางใจเพิ่มด้วย”

หลังจากพูดจบเขาก็ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาและพูดว่า “ต้องขอโทษด้วย พอดีผมมีประชุมต่อต้องขอตัวกลับไปก่อน”

“ได้ค่ะ ท่านอธิบดีเดินทางปลอดภัยนะคะ”

“ท่านอธิบดีเดินทางปลอดภัยครับ”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวและผู้ช่วยครูใหญ่ที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งเดินออกมาส่งอธิบดีด้วยตัวเอง

หลังจากนั้นไม่นานทั้งสองก็กลับมาที่สำนักงานด้วยกัน

ครูใหญ่คนใหม่พูดขอโทษ “คุณถง ต้องขอโทษด้วยนะครับที่ทำให้คุณต้องมาเจอเหตุการณ์ที่เลวร้ายแบบนี้”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจับมือเสี่ยวเป่าและพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “เรื่องในวันนี้มันเลวร้ายจริง ๆ ค่ะ ฉันหวังว่าหลังจากที่ครูใหญ่เข้ารับตำแหน่งแล้วจะกลายเป็นคุณครูที่ดีเพื่อป้องกันไม่ให้นักเรียนคนนี้ต้องมาประสบปัญหาเลวร้ายแบบนี้เหมือนกัน”

“แน่นอนครับ ผมจะดูแลเรื่องนี้อย่างดี” ครูใหญ่คนใหม่พยักหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า

สีหน้าเคร่งขรึมของถงเหมี่ยวเหมี่ยวผ่อนคลายลงเมื่อได้ยินคำพูดสัญญา และยิ้มเบา ๆ “ฉันเชื่อว่าครูใหญ่ทำได้ค่ะ”

เธอพูดขณะลูบผมของเสี่ยวเป่าด้วยท่าทางอบอุ่น “วันนี้พอแค่นี้ก่อน ฉันพาลูกชายกลับก่อนนะคะ”

“ครับคุณถง เดินทางปลอดภัยครับ”

ครูใหญ่คนใหม่เดินออกมาส่งถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นการส่วนตัว

ระหว่างทางกลับบ้านถงเหมี่ยวเหมี่ยวจอดรถทิ้งเอาไว้บนท้องถนน บอกเสี่ยวเป่าให้นั่งอยู่ในรถเงียบ ๆ จากนั้นจึงออกไปซื้อยาทาแผลและแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ

เมื่อกลับมาถึงบ้าน เธออุ้มเสี่ยวเป่าไปนั่งลงโซฟาและทายาให้เสี่ยวเป่า

โชคดีที่อาการบาดเจ็บไม่ร้ายแรงนัก มีเพียงรอยฟกช้ำบนใบหน้า

เธอเทแอลกอฮอล์ออกมาเช็ดฆ่าเชื้อให้เสี่ยวเป่า จากนั้นจึงทายาบริเวณเลือดคลั่ง

เสี่ยวเป่านั่งอยู่บนโซฟาอย่างเชื่อฟังและปล่อยให้           ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่สงบสติอารมณ์ลงแล้วทายาให้

เขามองดูสีหน้ามุ่งมั่นของแม่และพูดขอโทษ “ขอโทษครับหม่ามี้ ผมทำให้หม่ามี้เดือดร้อน”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวชะงักอยู่ครู่หนึ่ง มองดูลูกชายที่กำลังรู้สึกผิดและส่งยิ้มให้ “ถึงการต่อสู้จะเป็นเรื่องที่ไม่ดี แต่ในเมื่ออีกฝ่ายเริ่มต่อสู้ก่อน และเสี่ยวเป่าแค่ป้องกันตัวเองเท่านั้น เพราะงั้นแม่จะไม่ดุอะไรเสี่ยวเป่า”

เธอพูดและนวดคลึงศีรษะเสี่ยวเป่า

เธอคอยนวดศีรษะเขาและเป่าเบา ๆ “เจ็บมั้ย?”

“ไม่เจ็บ หม่ามี้นวดเลย ไม่เป็นอะไร”

เสี่ยวเป่าส่ายหน้าอย่างรู้เหตุรู้ผล

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูเขาโดยที่หัวใจอ่อนยวบลง อดไม่ได้ที่จะอุ้มเจ้าตัวน้อยเข้ามาในอ้อมแขน

สองคนแม่ลูกพูดคุยหัวเราะคิกคักกันอยู่สักพักหนึ่ง จากนั้นเสี่ยวเป่าก็เริ่มง่วงนอน

รอจนกระทั่งเสี่ยวเป่าผล็อยหลับไป ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงค่อย ๆ ย่องออกมาจากห้องของลูกชาย

เธอเดินกลับไปที่ห้องนั่งเล่น หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาและโทรไปขอบคุณลู่ซีจวี๋

หากไม่ใช่เพราะความช่วยเหลือจากเขา เสี่ยวเป่าคงจะถูกไล่ออกจากโรงเรียนอนุบาลไปแล้ว

หลังจากวางสายลงถงเหมี่ยวเหมี่ยวเหม่อมองดูวิวยามค่ำคืนข้างนอกหน้าต่าง

เธอหวนนึกถึงว่าการดูแลเสี่ยวเป่าในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมานั้นยากลำบากถึงเพียงไหน...

หากมู่อวี้เฉิงอยู่ตรงนี้เสี่ยวเป่าคงจะไม่ต้องถูกรังแก และเธอคงจะไม่ต้องลำบากแบบนี้ใช่ไหม?

ตอนเกิดเหตุเมื่อกลางวัน เธอรู้สึกถึงแรงกระตุ้นบางอย่างที่ทำให้เธอต้องการโทรหามู่อวี้เฉิง

เพราะอย่างไรเสียเขาก็เป็นพ่อของเสี่ยวเป่า เขาควรจะปกป้องเสี่ยวเป่า

แต่สุดท้ายเหตุผลกลับเอาชนะความคิดดังกล่าว

ครั้งนี้เธอติดหนี้บุญคุณของลู่ซีจวี๋

และในอนาคตเธอจะต้องจ่ายคืนเขา!

...

เช้าวันรุ่งขึ้นที่บริษัทมีการจัดประชุมตามปกติ

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเหยียบรองเท้าส้นสูงสิบนิ้วนำกู้ชิงเดินเข้าไปในห้องประชุมด้วยท่วงท่าที่ยอดเยี่ยมราวกับราชินี

เธอวางเอกสารในมือลงบนโต๊ะ ปรายตามองรอบ ๆ และพบว่าฉินลู่ก็อยู่ที่นี่ด้วย

ฉินลู่สังเกตเห็นสายตาที่จ้องมองมาจึงเลิกคิ้วยียวน

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเมินเฉยและพูดเปิดการประชุม

หัวหน้างานต่าง ๆ เริ่มรายงานผลการทำงาน

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตั้งใจฟัง

เมื่อการรายงานเสร็จสิ้นแล้ว เธอขานเรียกหัวหน้าแผนวางแผนและถามว่า “โครงการความร่วมมือกับมู่กรุ๊ปมีความคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว?”

แต่ก่อนที่หัวหน้างานจะพูดตอบ ฉินลู่กลับหัวเราะเยาะ “ผู้จัดการประเมินความสามารถสูงไปหรือเปล่า? คิดว่าจะได้ร่วมมือกับมู่กรุ๊ปง่าย ๆ ขนาดนั้นเชียวเหรอ”

เธอจ้องมองถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยสายตาดูถูก

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเงยหน้ามอง

ดวงตาของพวกเธอปะทะกันจนราวกับได้ยินเสียงประสายไฟที่ลอยอยู่ในอากาศ

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มมุมปากราวกับว่ากำลังเยาะเย้ย “เพียงเพราะเธอทำไม่ได้ก็อย่ามาคิดว่าฉันทำไม่ได้สิ อย่าเอาความสามารถของเธอมาเปรียบเทียบกับความสามารถของฉัน!”

“...”

ฉินลู่โกรธมากจนแทบสำลักและอยากจะบ้าตายให้รู้แล้วรู้รอด

นังผู้หญิงคนนี้กำลังบอกว่าเธอไม่มีความสามารถเท่าหล่อนงั้นหรือ ไปเอาความกล้ามาจากไหนนักยะ?

จบบทที่ ตอนที่ 20 หากเขาอยู่ตรงนี้ก็คงจะดี

คัดลอกลิงก์แล้ว