เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 19 ใช้อำนาจแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว

ตอนที่ 19 ใช้อำนาจแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว

ตอนที่ 19 ใช้อำนาจแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว


ตอนที่ 19

ใช้อำนาจแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว

ใบหน้าของถงเหมี่ยวเหมี่ยวเย็นชาขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อได้ยินคำพูดดังกล่าว

เธอพูดเสียดสี “วันนี้ฉันล่ะอยากจะเห็นจริง ๆ ว่าคุณจะใช้ความสามารถอะไรมาไล่เสี่ยวเป่าของฉันออกจากโรงเรียน!”

หญิงวัยกลางคนนึกไม่ถึงว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะไม่หวาดกลัวอะไรเลยจึงหัวเราะเยาะใส่ “ฉันคิดว่าถ้าเธอไม่เห็นโลงศพคงจะไม่หลั่งน้ำตาสินะ งั้นก็รอดูได้เลยว่าฉันจะขับไล่แม่ลูกพวกแกสองคนออกไปได้ยังไง!”

เธอหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าแบรนด์เนมและกดโทรออก “ที่รักลูกชายเราถูกรังแกที่โรงเรียน คุณรีบมาเร็วเข้า”

ไม่รู้ว่าคนที่อยู่ในสายพูดว่าอย่างไรบ้าง

หญิงวัยกลางคนวางสายโทรศัพท์และมองมาที่               ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอย่างมีชัย “สามีฉันทำงานอยู่ในกระทรวงศึกษาธิการและบังเอิญว่าเขารับผิดชอบดูแลเขตพื้นที่นี้ด้วย ฉันจะให้โอกาสเธอเป็นครั้งสุดท้าย ตอนนี้เธอกับลูกชายคุกเข่าลงและขอโทษซะ ฉันเป็นคนจิตใจดีมีเมตตาแล้วฉันจะปล่อยเธอไป! หรือไม่อย่างนั้นก็อย่าได้หวังว่าโรงเรียนในเขตพื้นที่นี้จะรับลูกเธอเข้าโรงเรียนอีก”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเยาะเย้ย “คำพูดคำจาคุณดูโอ้อวดไม่เบา แต่เกรงว่าจะมีแต่ลมปาก”

หญิงวัยกลางคนโกรธมาก

เธอจ้องเขม็งไปที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวและกัดฟัน “งั้นเราจะได้เห็นดีกัน!”

เธอพูดและลงไปนั่งกอดอกบนโซฟา

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวทำเมินและหันไปหาเสี่ยวเป่า

เธอมองดูใบหน้าเขียวช้ำของเสี่ยวเป่า ยืนออกไปหาสัมผัสเบา ๆ ราวกับกลัวว่าจะทำให้เสี่ยวเป่าเจ็บและพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเป็นทุกข์ “เจ็บมั้ยลูก?”

“ไม่เจ็บ”

เสี่ยวเป่าส่ายหน้าเหลือบมองหญิงวัยกลางคนที่นั่งอยู่บนโซฟาทั้งที่น้ำตาคลอเบ้าแล้วพูดด้วยน้ำเสียงหดหู่ “หม่ามี้ ผมจะมีปัญหาหรือเปล่า?”

แต่ก่อนที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะพูดตอบ น้ำเสียงของผู้ชายคนหนึ่งก็ดังขึ้นเหนือศีรษะพวกเขา “คุณแม่เสี่ยวเป่า”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหันไปมองด้านข้างและเห็นว่าคุณใหญ่เดินเข้ามาหาเธอเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขมวดคิ้วและหันไปมอง “ครูใหญ่มีอะไรเหรอคะ?”

ครูใหญ่ตอบกลับอย่างตรงประเด็น “คุณแม่เสี่ยวเป่า ผมว่าเรื่องมันไม่ควรจะเป็นแบบนี้นะครับ คุณกับเสี่ยวเป่าขอโทษซะ ทุกฝ่ายจะได้เลิกแล้วต่อกัน”

“ขอโทษ?”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหัวเราะด้วยความเกรี้ยวโกรธราวกับว่าเธอเพิ่งได้ยินเรื่องตลก “เรื่องนี้เสี่ยวเป่าไม่ได้ทำผิดอะไร ทำไมเสี่ยวเป่าจะต้องไปขอโทษด้วย! ครูใหญ่ก็เห็นนี่คะว่าผู้หญิงคนนั้นเย่อหยิ่งขนาดไหน ต่อให้เสี่ยวเป่าขอโทษยังไงซะเธอก็ไม่มีวันยอมปล่อยเสี่ยวเป่าไปหรอก”

ครูใหญ่ขมวดคิ้ว

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่สนใจเขาและหันไปจัดแจงเสื้อผ้าหน้าผมให้เสี่ยวเป่า

ทำให้สำนักงานตกอยู่ในความเงียบสงบอันน่าขนหัวลุก

จนกระทั่งชายชุดดำที่มีอายุราว ๆ สามสิบกว่าปีเดินเข้ามา ความเงียบสงบก่อนหน้านี้ก็ถูกทำลายลง

“ใครกล้ารังแกเซี่ยงฮั่นเจีย?”

หญิงวัยกลางคนกับเซี่ยงฮั่นเจียรีบลุกขึ้นจากโซฟาอย่างมีความสุขทันทีเมื่อได้ยินน้ำเสียงดังกล่าว “คุณคะมาแล้วเหรอ”

“ปาป๊า ไอ้สารเลวนั่นมันตีผม!”

เซี่ยงฮั่นเจียวิ่งเหยาะ ๆ ไปหาพ่อเซี่ยงและชี้นิ้วมาทางเสี่ยวเป่า

พ่อเซี่ยงหันไปมองทางทิศทางที่ลูกชายชี้

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวบังเอิญเงยหน้าขึ้นมามองพอดี

ทำให้ทั้งสี่คนสบตากัน

พ่อเซี่ยงมองดูถงเหมี่ยวเหมี่ยวตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม

เขาหันไปมองกดดันครูใหญ่ที่ยืนอยู่ด้านข้าง และพ่นน้ำเสียงเย่อหยิ่งออกมา “ที่ผมส่งลูกมาเข้าเรียนโรงเรียนคุณเพราะหวังจะให้มีที่เรียนที่ดีอยู่กับสภาพแวดล้อมดี ๆ แต่นึกไม่ถึงว่าโรงเรียนของคุณจะไม่กฎเกณฑ์ในการรับนักเรียนเข้าเรียนด้วยซ้ำ รับนักเรียนเลวทรามแบบนี้มาได้ยังไง ถ้าไม่อยากนั่งตำแหน่งครูใหญ่ก็ผมกันดี ๆ ผมจะได้หาคนอื่นมาทำแทน”

ครูใหญ่หวาดกลัวมากจนพยายามประจบประแจง “หัวหน้าเขตเซี่ยงใจเย็น ๆ ก่อนนะครับ ผมจะจัดการเรื่องนี้ให้ถูกต้องเหมาะสมตามความพอใจของท่านแน่นอน”

พ่อเซี่ยงตกคอก “งั้นก็รีบไปจัดการซะสิ ฉันไม่อยากเห็นหน้าแม่ลูกสองคนนี้แล้ว!”

“ครับ ๆ ผมจะจัดการให้!”

ครูใหญ่ถึงกับคุกเข่าพยักหน้าตอบรับ

ใบหน้าของถงเหมี่ยวเหมี่ยวมืดมนลงทันทีเมื่อเห็นเหตุการณ์ตรงหน้า

และไม่รู้ว่ารังสีรอบตัวของเธอดูน่าสะพรึงกลัวหรือเปล่า

ครูใหญ่ถึงได้หันมาพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพ “คุณแม่     เสี่ยวเป่าทำไมไม่พาเสี่ยวเป่าย้ายไปเรียนที่อื่นล่ะครับ”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวโกรธยิ่งขึ้นเมื่อได้ยินเช่นนั้น

เธอกัดฟันและพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ในฐานะครูใหญ่ คุณเมินเฉยกับเรื่องถูกผิดพรรค์นี้ได้ยังไง?”

“หัวหน้าเขตมีอำนาจมากกว่าผม ผมทำอะไรมากไม่ได้หรอก” ครูใหญ่พูดด้วยความลำบากใจ

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแสยะยิ้ม “งั้นก็ได้ค่ะ ฉันจะจะไปตามคนมาเหมือนกัน”

หลังจากพูดแบบนั้นเธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดหมายเลขโทรออก “รุ่นพี่ ฉันมีเรื่องจะรบกวนหน่อยค่ะ”

ชายที่อยู่ปลายสายเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ว่าไง มีเรื่องอะไรเหรอ”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในโรงเรียนให้ฟัง

น้ำเสียงอ่อนโยนดังขึ้นอีกครั้ง “เข้าใจแล้ว รอแป๊บนึงเดี๋ยวจัดการให้”

“ขอบคุณค่ะรุ่นพี่” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขอบคุณและวางสายโทรศัพท์

น้ำเสียงเยาะเย้ยของหญิงวัยกลางคนยังคงดังก้อง “แหม โทรไปหาใครกัน ฉันล่ะอยากรู้จริง ๆ ว่าน้ำหน้าอย่างเธอจะโทรหาใครได้บ้าง”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่สนใจเธอและยืนอยู่ข้าง ๆ เสี่ยวเป่า

พ่อเซี่ยงต้องการรอดูว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวโทรเรียกใครมา และไม่ได้แสดงท่าทีกดดันครูใหญ่อีกต่อไป

สิบนาทีต่อมาชายวัยกลางคนที่อยู่ในชุดทางการเดินเข้ามาในสำนักงาน

เขาเอ่ยถามทันทีที่เดินเข้ามาถึง “ขอโทษนะครับใครคือคุณถงเหมี่ยวเหมี่ยว”

“ฉันค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตอบกลับ

ชายคนนั้นมองดูและพูดแนะนำตัวเอง “สวัสดีครับคุณถง ผมเป็นอธิบดีกระทรวงศึกษาธิการในเขตพื้นที่นี้ มาช่วยเหลือคุณตามคำขอของคุณลู่ซีจวี๋ครับ”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้าขอบคุณ “ขอบคุณค่ะ”

พ่อเซี่ยงที่อยู่ด้านข้างรู้สึกตื่นตระหนกทันที

เขานึกไม่ถึงว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะเชิญหัวหน้าของเขามา

เขารีบก้าวเข้าไปข้างหน้าพร้อมกับแผ่นหลังที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อแล้วพูดว่า “หัวหน้าจะมาทำไมไม่แจ้งผมก่อนล่ะครับ ผมไม่ทันได้ออกไปต้อนรับท่านเลย”

อธิบดีไม่ตอบรับคำถามของเขา และมองดูเขาด้วยสายตาเย็นชา “คุณน่ะเหรอที่มาก่อปัญหาที่นี่?”

“หัวหน้า มันเป็นเรื่องเข้าใจผิด เข้าใจผิดกันนะครับ”

พ่อเซี่ยงเช็ดเหงื่อบนหน้าผากขณะพูดขอโทษ

“ผมเองก็ยังงงอยู่ว่าเข้าใจผิดอะไรกัน”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหัวเราะเยาะเขา จากนั้นจึงหันไปเล่าเรื่องทั้งหมดให้อธิบดีฟัง

อธิบดีโกรธจัดทันทีเมื่อได้ยินเรื่องทั้งหมด

เขาจ้องพ่อเซี่ยงและดุด่าว่า “คุณนี่มันกล้ามากนะ กล้าดียังไงถึงใช้อำนาจแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว!”

พ่อเซี่ยงรับรู้ถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ดังกล่าวทันทีเมื่อได้ยินน้ำเสียงของอีกฝ่าย เขารีบขอโทษขอโพยยอมรับความผิดพลาดและขอให้ปล่อยเขาไป

“หัวหน้าครับ ผมผิดไปแล้ว ผมไม่ควรกลั่นแกล้งเธอเลย ท่านเป็นจิตใจดีมีเมตตาครั้งนี้ยกโทษให้ผมด้วยนะครับ”

เขาพูดและโค้งคำนับขอโทษถงเหมี่ยวเหมี่ยว “คุณถง ผมมีตาหามีแววไม่ไปทำให้คุณขุ่นเคือง แต่คุณก็เห็นว่าลูกชายผมเจ็บปวดเหมือนกัน ได้โปรดเห็นใจและปล่อยพวกผมไปได้มั้ยครับ?”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูอย่างไม่แยแสและไม่ได้พูดอะไรออกไป

แม่เซี่ยงที่เห็นเช่นนั้นรับรู้ได้ทันทีว่าตัวเองกำสร้างปัญหาให้สามีอยู่จึงรีบขอโทษขอโพยแทนสามี “คุณถง มันเป็นความผิดของพวกเราเอง ฉันรู้ว่าคุณใจกว้างดั่งมหาสมุทรได้โปรดยกโทษให้พวกเราด้วยนะคะ”

จบบทที่ ตอนที่ 19 ใช้อำนาจแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว

คัดลอกลิงก์แล้ว