เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 18 เธอมีความสามารถสักแค่ไหนกันเชียว

ตอนที่ 18 เธอมีความสามารถสักแค่ไหนกันเชียว

ตอนที่ 18 เธอมีความสามารถสักแค่ไหนกันเชียว


ตอนที่ 18

เธอมีความสามารถสักแค่ไหนกันเชียว

ทันทีที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้ยินชื่อของฉินลู่เธอก็เข้าใจได้ว่าผู้หญิงคนนี้เข้ามาหาเธอด้วยเจตนารมณ์ที่ไม่ดี

“หัวหน้าฉินลู่เองเหรอเนี่ย ได้ยินชื่อเสียงเรียงนามมานานแล้ว”

เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยและแสยะยิ้ม “ไม่ทราบว่าหัวหน้าฉินลู่มีอะไรจะชี้แนะฉันเหรอ?”

ดวงตาที่ลุกโชนไปด้วยเปลวไฟของฉินลู่จ้องเขม็งไปทางถงเหมี่ยวเหมี่ยว และตะคอกด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ไม่มีอะไรจะชี้แนะหรอก ฉันก็แค่อยากจะเห็นว่าผู้จัดการคนใหม่ทำอะไรเป็นบ้าง”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเลิกคิ้วและตอบโต้ “ตอนนี้เธอก็เห็นแล้วนี่ คิดว่ายังไงบ้างล่ะ?”

“แน่นอนว่าฉันต้องคิดอะไรอยู่แล้ว!”

ฉินลู่โน้มตัวลงวางมือทั้งสองข้างไว้บนโต๊ะและพูดกระชากเสียงว่า “ตำแหน่งนี้ควรจะเป็นของฉัน ฉันไม่รู้ว่าแผนกบุคลากรที่สำนักงานใหญ่ทำงานผิดพลาดอะไร แต่การส่งตัวเธอบินข้ามน้ำข้ามทะเลมาแบบนี้พวกพนักงานที่ไหนเขาจะเชื่อฟังกัน!”

ใบหน้าของถงเหมี่ยวเหมี่ยวเปลี่ยนเป็นเรียบนิ่งทันทีเมื่อได้ยินประโยคดังกล่าว

เธอจ้องเขม็งไปที่ฉินลู่และพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ฉันคงไม่ต้องให้หัวหน้าฉินลู่มาเป็นกังวลหรอกมั้งคะว่าพนักงานในบริษัทจะเชื่อฟังหรือเปล่า แต่เธอควรรู้เอาไว้ว่าตำแหน่งผู้จัดการบริษัทเป็นของฉันแล้ว และเธอเป็นแค่หัวหน้าคนหนึ่งที่บุกรุกเข้ามาในห้องทำงานฉันโดยไม่ได้ความยินยอม กล้าดียังไง ออกไปจากห้องทำงานฉันเดี๋ยวนี้!”

ฉินลู่รู้สึกโมโหเมื่อได้ยินคำพูดที่ไร้มารยาทของเธอ

“เธอคิดว่าเธอเป็นใคร? ถึงมาไล่ฉันออกไป? ฮะ ผู้จัดการคนก่อนยังไม่กล้าทำกับฉันแบบนี้เลย เขาแสดงความนับถือฉันด้วยซ้ำ!”

“เพราะงั้นตอนนี้อดีตผู้จัดการถึงถูกไล่ออกไปไง!”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่กลัวและเดินเข้าไปหาเธอ “ถ้าเธอไม่พอใจเธอก็ไปรายงานสำนักงานใหญ่เอาเองสิ ถ้าทางสำนักงานใหญ่ยินดีจะมอบตำแหน่งผู้จัดการให้เธอ ฉันก็ยินดีจะหลีกทางให้!”

“...”

ฉินลู่โดนโจมตีจนพูดอะไรไม่ออก ใบหน้าเริ่มซีดเซียวลง

ทั้งสองเผชิญหน้าตาต่อตาฟันต่อฟัน

ขณะที่เซ่าหมิงเวยคอยพูดหว่านล้อมอยู่ทางด้านหลัง “ฉินลู่หยุดสร้างปัญหาสักที!”

ฉินลู่เมินเขา กัดฟันและจ้องเขม็งไปที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยว “รอฉันก่อนเถอะ ฉันจะรู้ว่าเธอมีความสามารถสักแค่ไหนกันเชียว!”

เธอพูดและเดินกระแทกเท้าออกจากประตูไป

เซ่าหมิงเวยปวดหัวจนแทบจะระเบิด

เขามองดูสีหน้าไม่แยแสของถงเหมี่ยวเหมี่ยวและอดไม่ได้ที่จะพูดหาข้อแก้ตัวให้ฉินลู่ “เอ่อ ผู้จัดการครับ ฉินลู่ก็เป็นคนแบบนี้แหละครับ พูดตรง...”

“คุณไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรหรอก ฉันเข้าใจดี”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดขัดจังหวะขึ้นมาก่อนที่เซ่าหมิงเวย จะพูดจบ

หากพูดตามตรงเธอไม่ได้นำเรื่องของฉินลู่มาใส่ใจนัก

ทว่าเธอกลับนึกตามคำพูดของฉินลู่ หรี่ตาลงและพูดว่า “เดี๋ยวสองสามวันนี้คุณช่วยจับตาดูฉินลู่หน่อยนะ ตอนนี้แผนกวางแผนกำลังอยู่ขั้นวิกฤต ถ้าเกิดมันพังเละเทะขึ้นมาทุกคนคงจะแย่แน่”

เซ่าหมิงเวยรู้ดีว่าคำพูดของถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ใช่เพียงคำพูดติดตลก เขาจึงตอบรับด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย

และรู้ว่าตัวเองโชคไม่ดีอย่างยิ่ง

ทำไมเขาถึงถูกจับให้มาอยู่กลางระหว่างผู้หญิงสองคนนี้ มันเป็นหายนะที่เขาคาดไม่ถึงมาก่อน!

หลังจากเซ่าหมิงเวยกลับออกไป ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังคงอยู่กับงานที่ทำ

แต่หลังจากผ่านไปได้ครู่หนึ่ง โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะของเธอก็ดังขึ้นซึ่งเป็นสายเรียกเข้าจากคุณครูของเสี่ยวเป่า

“คุณแม่เสี่ยวเป่าสะดวกแวะมาที่โรงเรียนตอนนี้มั้ยคะ? เสี่ยวเป่าทะเลาะกับเพื่อนจนได้รับบาดเจ็บค่ะ”

“อะไรนะ เดี๋ยวฉันจะรีบไปตอนนี้เลยค่ะ!”                          ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตกใจ

เธอวางสายโทรศัพท์และไม่สามารถทำงานต่อไปได้    คว้ากุญแจบนโต๊ะและตรงไปที่โรงเรียนอนุบาล

เธอเหยียบคันเร่งสุดชีวิต ผ่าไฟแดงไปถึงสองรอบเพื่อให้ไปถึงโรงเรียนโดยเร็วที่สุด

เธอลงจากรถและเห็นคุณครูของเสี่ยวเป่ายืนอยู่ที่หน้าประตูจึงกระตือรือร้นรีบวิ่งเข้าไปถาม “คุณครูคะ เสี่ยวเป่าล่ะ? ลูกฉันเป็นยังไงบ้างคะ? บาดเจ็บสาหัสตรงไหน?”

เธอรัวคำถามหลายคำถามภายในครั้งเดียวจนคุณครูไม่ได้สามารถตอบโต้กลับได้

“เสี่ยวเป่าไม่เป็นอะไรค่ะ แค่บาดเจ็บเล็กน้อย ตอนนี้ปัญหาคือผู้ปกครองอีกคนต้องการให้รับผิดชอบ คุณแม่เสี่ยวเป่าโปรดตามฉันมาที่ห้องครูใหญ่ก่อนนะคะ”

หัวใจของถงเหมี่ยวเหมี่ยวผ่อนคลายลงเล็กน้อยเมื่อได้ยินว่าเสี่ยวเป่าไม่เป็นอะไร

เธอรีบถามอีกครั้ง “คุณครูคะ ฉันอยากรู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ปกติเสี่ยวเป่าของเราเป็นคนเก่งและจะไม่เป็นฝ่ายเริ่มสร้างปัญหาก่อน”

คุณครูประจำชั้นไม่ได้ปิดบังอะไรและพูดสรุปเหตุการณ์คร่าว ๆ

เธอเล่าเด็กคนที่ชื่อเซี่ยงฮั่นเจียเป็นเพื่อนร่วมชั้นของ  เสี่ยวเป่า

เด็กคนนั้นชอบเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่มีชื่อว่าเถียนเถียน

แต่เด็กผู้หญิงคนนั้นกลับเล่นกับเสี่ยวเป่าคนเดียวจนทำให้เซี่ยงฮั่นเจียไม่พอใจและลงไม้ลงมือกับเสี่ยวเป่า

ถึงแม้ว่าเสี่ยวเป่าจะเป็นเด็กฉลาดและประพฤติตัวดี แต่เขาจะไม่มีวันยอมถูกรังแกเงียบ ๆ

หลังจากนั้นทั้งสองคนก็ต่อสู้กัน

เซี่ยงฮั่นเจียไม่สามารถเอาชนะเสี่ยวเป่าได้ เขาร้องไห้กระจองอแงหาพ่อหาแม่เสียงดัง

คุณครูประจำชั้นพูดด้วยสีหน้ากังวล “คุณแม่เสี่ยวเป่า คุณพ่อคุณแม่ของเซี่ยงฮั่นเจียไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป คุณแม่พยายามอย่าเข้าไปปะทะเลยนะคะจะได้ไม่ถูกเอาเปรียบเอา”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเข้าใจความหมายของคุณครูประจำชั้นดี

แต่เธอไม่ใช่คนที่จะเก็บงำความโกรธเคืองเอาไว้ข้างใน

นอกจากนี้มันไม่ใช่ความผิดของลูกชายเธอ ทำไมเธอจะต้องไปขอโทษพ่อแม่ของเด็กอีกฝ่ายด้วย!

เธอคิดไปเรื่อยเปื่อยจนเดินมาถึงสำนักงานของครูใหญ่

เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งกรีดร้องดังมาจากข้างใน “ไอ้เด็กเวรกล้าดียังไงถึงมาลงไม้ลงมือกับเซี่ยงฮั่นเจียของฉัน แกรีบคุกเข่าลงอ้อนวอนขอโทษเซี่ยงฮั่นเจียเดี๋ยวนี้เลยนะ!”

ใบหน้าของถงเหมี่ยวเหมี่ยวดำทะมึนราวกับน้ำหมึกเมื่อได้ยินคำพูดดังกล่าว

เธอเดินเข้าไปในสำนักงานของครูใหญ่และเห็นรอย      ฟกช้ำบนใบหน้าของเสี่ยวเป่าที่กำลังยืนอยู่มุมห้อง

ดวงตากลมโตสีดำมีน้ำตาคลอเบ้า เสื้อผ้าบนร่างกายสกปรกเลอะเทอะ

เธอมองดูด้วยความโกรธจัดและทุกข์ทรมานใจจนแผ่รังสีอำมหิตออกมาจากร่างกาย

“คุณผู้ปกครองช่วยทำตัวมีคุณธรรมด้วยล่ะ!”

สายตาเฉียบคมราวกับกริชพุ่งตรงไปหาหญิงวัยกลางคนที่อยู่ด้านข้าง “ก็เห็น ๆ กันอยู่ว่าลูกชายคุณเป็นคนเริ่มก่อน       คุณมีสิทธิ์อะไรมาบอกว่าเสี่ยวเป่าขอโทษ”

ผู้หญิงอายุประมาณสามสิบปีแต่งหน้าจัดจ้านประโคมแบรนด์เนมตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าสวมเครื่องประดับมากมายที่บ่งบอกว่าเป็นเศรษฐียุคใหม่

เธอนึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะระเบิดออกมาก่อนจนตกตะลึงไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงคาดเดาสถานะทางสังคมของถงเหมี่ยวเหมี่ยว

“มีสิทธิ์อะไรงั้นเหรอ?”

เธอหัวเราะเยาะและพูดจาเย่อหยิ่ง “แค่สถานะของลูกเราก็ไม่เท่ากันแล้ว ไอ้สารเลวคนนี้น่ะไม่รู้ใครคือพ่อด้วยซ้ำยังจะมีหน้ามารังแกคนอื่นอีก!”

“ผมไม่ใช่คนสารเลว ผมมีหม่ามี้แล้วไม่จำเป็นต้องมีปาป๊า!” เสี่ยวเป่าตอบโต้ด้วยดวงตาแดงก่ำ

“ไม่จำเป็นเหรอ? ฉันคิดว่าแม่แกไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพ่อของแกคือใคร”

หญิงวัยกลางคนเหน็บแนมและมองถงเหมี่ยวเหมี่ยวตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม

เธอรู้สึกอิจฉาริษยาขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นใบหน้าขาวผ่องของถงเหมี่ยวเหมี่ยว “ฉันน่ะเห็นผู้หญิงอย่างเธอมานักต่อนักแล้ว”

สายตาของอีกฝ่ายมองมาทางถงเหมี่ยวเหมี่ยวราวกับว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงสำส่อนที่ออกมาหากินนอกบ้าน

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวโกรธมากจนหน้าอกกระเพื่อม

ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาและพูดประชดว่า “พอได้ยินคุณแม่ท่านนี้พูดแล้วก็พอจะเข้าใจเลยค่ะว่าสมัยสาว ๆ คงจะทำเรื่องพรรค์นั้นมาเยอะ ถึงได้เข้าใจความหมายอะไรทำนองนั้นดีกว่าฉันเป็นไหน ๆ!”

หญิงวัยกลางคนไม่ทันได้ตอบสนองในตอนแรก

แต่หลังจากที่เธอเข้าใจความหมายกลับโมโหจนตัวสั่น “นังบ้า อย่ามาใส่ร้ายฉันนะ ฉันขอบอกไว้เลยนะถ้าวันนี้ลูกชายหล่อนไม่คุกเข่าขอโทษเซี่ยงฮั่นเจียก็อย่าหวังว่าลูกชายจะได้เรียนที่นี่ต่อ!”

จบบทที่ ตอนที่ 18 เธอมีความสามารถสักแค่ไหนกันเชียว

คัดลอกลิงก์แล้ว