เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 11 ไม่เจอก็ต้องเจอ

ตอนที่ 11 ไม่เจอก็ต้องเจอ

ตอนที่ 11 ไม่เจอก็ต้องเจอ


ตอนที่ 11

ไม่เจอก็ต้องเจอ

ระหว่างทางถงเหมี่ยวเหมี่ยวเริ่มคิดมากและอารมณ์ไม่ดี

แต่เธอกลับสงบสติอารมณ์ได้ทันทีเมื่อมาถึงบริษัท

เธอกลับเข้าไปในห้องทำงาน

ทันทีที่นั่งลง วิดีโอก็เด้งขึ้นมาบนหน้าจอคอมพิวเตอร์

เป็นสายวิดีโอเรียกเข้าจากทางสำนักงานใหญ่ที่ขอให้เธอรายการสถานการณ์ปัจจุบันของที่นี่

“ฉันขายลิขสิทธิ์เทคโนโลยีออกไปแล้วค่ะ และรู้ข้อมูลส่วนที่เหลือภายในองค์กรหมดแล้ว” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรายงานตามความเป็นจริง

สำนักงานใหญ่พึงพอใจกับการทำงานที่มีประสิทธิภาพของเธอมาก

“ดีมาก ต่อไปคุณมุ่งเน้นไปที่การขยายแผนการทางธุรกิจ และยกระดับความสำเร็จทางสาขาให้สูงขึ้นอีกสักนิดหนึ่ง”

“ฉันจะพยายามค่ะ”

หลังจากพูดคุยเรื่องงานเสร็จ การประชุมก็จบลง

ห้องทำงานตกอยู่ในความเงียบสงบอีกครั้งหลังจากวางสายวิดีโอ

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวนั่งหมุนเก้าอี้ไปมา เรียวนิ้วยาวเคาะลงบนโต๊ะเบา ๆ

เธอต่อสายโทรศัพท์บนโต๊ะและโทรหาหัวหน้าแผนกทรัพยากรฝ่ายบุคคล “มาหาฉันที่ห้องทำงานหน่อย”

เธอตั้งใจจะเลื่อนตำแหน่งให้พนักงานกลายมาเป็นผู้ช่วย

เซ่าหมิงเวยเพียงลำพังคนเดียวไม่สามารถช่วยเหลือเธอได้ทุกเรื่อง ดังนั้นเธอจึงต้องการดูประวัติการทำงานและความสามารถของพนักงาน

หลังจากนั้นไม่นานผู้จัดการฝ่ายบุคคลก็เดินเข้ามาเคาะประตูห้อง “ผู้จัดการเรียกหาผมเหรอครับ?”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้าและออกคำสั่ง “คุณไปรวบรวมรายชื่อพนักงานที่อยู่ในบริษัทมานานกว่าสามปีขึ้นมาให้ฉันหน่อยสิคะ”

ถึงแม้ว่าผู้จัดการฝ่ายบุคคลจะไม่เข้าใจความหมาย ทว่าเขากลับทำตามคำสั่งโดยไม่เอ่ยถามอะไร

ประสิทธิภาพการทำงานของเขาค่อนข้างใช้ได้

เขาเดินถือรายชื่อพนักงานกลับมาที่ห้องทำงานภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง

“ผู้จัดการ นี่คือรายชื่อของพนักงานครับ” เขาวางรายชื่อเอาไว้บนโต๊ะ

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหยิบขึ้นมาไล่ดูรายชื่อทีละคน

ผู้จัดการฝ่ายบุคคลไม่สามารถระงับความอยากรู้อยากเห็นในใจได้ จึงถามขึ้นว่า “ผู้จัดการอยากได้ไปทำไมเหรอครับ?”

“ไม่มีอะไรหรอก แค่อยากได้ผู้ช่วยที่มีความสามารถน่ะค่ะ”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้ปิดบังอะไร เธอพูดตามความจริงและถามอีกครั้งว่า “คุณอยากจะแนะนำใครมั้ยคะ?”

ผู้จัดการฝ่ายบุคคลตกตะลึง

หลังจากได้สติกลับคืนมา เขาต้องการจะนำเสนอตัวเอง ทว่าสุดท้ายแล้วเขาพูดแนะนำพนักงานคนอื่นอีกสองคนให้        ถงเหมี่ยวเหมี่ยวฟัง

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูประวัติโดยย่อของทั้งสองคนและรู้สึกไม่พึงพอใจอย่างมาก

“ช่างเถอะ ฉันลองดูอีกสักครั้งแล้วกัน”

เธอวางประวัติทั้งสองคนลงและหยิบรายชื่อขึ้นมาคัดกรองอีกครั้ง

หลังจากนั้นไม่นานเธอหยิบประวัติของใครบางคนออกมาวางลงข้างหน้าผู้จัดการฝ่ายบุคคล “คนนี้ค่ะ ไปบอกให้เธอมารายงานตัวกับฉันที”

ผู้จัดการฝ่ายบุคคลมองลงไปและเห็นว่าเป็นผู้หญิงชื่อกู้ชิง

เขาตอบตกลงทันที หันหลังกลับและไปพาเธอเข้ามา

กู้ชิงรู้สึกตื่นเต้นมากที่ตัวเองได้รับคัดเลือกเป็นผู้ช่วยผู้จัดการ ถึงกระนั้นก็ยังรู้สึกกังวลเล็กน้อย

เนื่องจากว่าความเข้มงวดของถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นที่รู้จักกันดีในบริษัท

เธอกลัวว่าตัวเองจะถูกไล่ออกหากทำงานได้ไม่ดีพอ

กู้ชิงคิดในใจและเดินตามผู้จัดการฝ่ายบุคคลเข้าไปในห้องทำงาน

“ผู้จัดการ กู้ชิงมาแล้วครับ”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารและมองดูหญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านข้างผู้จัดการฝ่ายบุคคล

ผู้หญิงคนนี้สวมใส่ชุดทางการสีเทา ในหน้าประวัติส่วนตัวเขียนว่าเธออายุสามสิบกว่าแล้ว แต่เมื่อมองดูกลับรู้สึกว่าเธอเหมือนหญิงสาวที่มีอายุยี่สิบกว่า ๆ เท่านั้น เครื่องสำอางบนใบหน้าไม่ได้ถูกแต่งแต้มจนหนาหรือบางจนเกินไป ผมถูกรวบตึงไว้ทางด้านหลังอย่างเรียบร้อย ดูมีความสามารถและกระฉับกระเฉง

เธอพยักหน้าและพูดเบา ๆ “คุณคงรู้เหตุผลที่ฉันเรียกคุณมาที่นี่แล้ว การที่คุณจะมานั่งทำงานข้างฉัน ฉันสนใจแค่สองสิ่งเท่านั้น หนึ่งคือประสิทธิภาพและสองคือผลลัพธ์”

กู้ชิงพยักหน้า “ฉันจะไม่ทำให้ผู้จัดการต้องผิดหวังค่ะ”

“ดีมาก ส่วนคุณออกไปได้”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขอให้ผู้จัดการฝ่ายบุคคลออกไปก่อน จากนั้นจึงมอบหมายงานให้กู้ชิง

เธอพึงพอใจกับผู้ช่วยคนใหม่มาก

นอกจากเหนือจากความสงบในการทำงานแล้ว ภาพลักษณ์ในการทำงานโดยรวมและประสบการณ์เก่าแก่ที่พกติดตัวมาก็ดีมากเช่นกัน

พนักงานคนอื่น ๆ ในบริษัทต่างพากันอิจฉาที่กู้ชิงได้เลื่อนตำแหน่ง

พวกเขาพากันจับกลุ่มนินทาและมีหลายคนที่ต่อต้านการทำงานของกู้ชิงอย่างรุนแรง

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเมื่อเห็นว่ากู้ชิงไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้

ขณะนี้การขายใบอนุญาตทางเทคโนโลยีเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว หลายวันต่อมาถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงอุทิศตนให้กับการขยายธุรกิจ

บริษัทสตีเฟนดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก แต่ยังมีธุรกิจเสริมอีกมากมาย

วันนี้เธอดำเนินการเปิดโครงการตามปกติ ซึ่งย่อมมีการแข่งขันเป็นธรรมดา และการแข่งขันในครั้งนี้คือที่ดินแห่งหนึ่งในเขตชานเมือง

เธอวางแผนจะขยายย่านธุรกิจขนาดใหญ่บนที่ดินผืนนั้น

เธอตัดสินใจเช่นนั้นและขอให้กู้ชิงไปรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับที่ดินมาให้

ตกบ่าย กู้ชิงเข้ามาส่งข้อมูล

ร่างกายของถงเหมี่ยวเหมี่ยวแข็งทื่อเมื่อมองดูข้อมูลบนเอกสาร

สิทธิ์ครอบครองที่ดินผืนนั้นที่เธอให้ความสนใจอยู่ในกำมือของมู่กรุ๊ป!

เธอเม้มปากแน่น

นึกไม่ถึงว่าหลังจากความร่วมมือเสร็จสิ้นแล้ว เธอจะต้องเข้าไปพัวพันกับผู้ชายคนนั้นอีกครั้ง!

“ผู้จัดการ ข้อมูลผิดเหรอคะ?” กู้ชิงมองดูสีหน้าของ        ถงเหมี่ยวเหมี่ยวและถามขึ้นด้วยความวิตกกังวล

“ไม่ผิด ให้แผนกวางแผนวางแผนที่จะเป็นไปได้โดยด่วนที่สุด” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถอนหายใจเมื่อกลับมาได้สติอีกครั้ง

เธอไม่เคยคิดว่าจะต้องเจอมู่อวี้เฉิงอีกเลย แต่สถานการณ์ปัจจุบันกลับบีบบังคับให้เธอต้องเจอเขา!

เธอระงับอารมณ์ที่คุกรุ่นอยู่ในใจและสั่งการด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ครั้งนี้การแข่งขันไม่ง่าย ถ้าบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างมู่กรุ๊ปไม่ต้องการแผนธุรกิจที่น่าทึ่ง ฉันก็เกรงว่าเขาจะไม่แลเลยด้วยซ้ำ ไปบอกคนในแผนกวางแผนว่าให้ตั้งใจทำงานให้ดี”

“ค่ะ” กู้ชิงตอบรับคำสั่งและเดินออกไป

...

ในเย็นวันนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวเลิกงานตรงเวลาและออกไปรับเสี่ยวเป่าทันที

แต่เธอไม่ได้พาเสี่ยวเป่ากลับบ้านโดยตรง

ตลอดช่วงวันที่ผ่านมา เธอมัวแต่ยุ่งอยู่กับการออกใบอนุญาตทางเทคโนโลยีและการปฏิรูปองค์กรจนไม่มีเวลาพาเสี่ยวเป่าออกไปเที่ยวเล่นรอบ ๆ

วันนี้เธอมีเวลาว่างพอดีจึงตั้งใจพาเสี่ยวเป่าออกไปมองดูรอบ ๆ

เสี่ยวเป่าที่นั่งอยู่ในรถยนต์ตื่นเต้นมากเมื่อรู้ข่าวดี

ถ้าแม่ไม่ได้กำลังขับรถอยู่ เขาคงจะจุ๊บหวานใส่แม่สักที

แม่กับลูกชายพากันออกไปกินข้าวเย็นข้างนอก และไปเดินเล่นกันต่อในย่านธุรกิจขนาดใหญ่ใจกลางเมือง

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวซื้อเสื้อผ้าให้เสี่ยวเป่าหลายชุด

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินออกมาจากร้านขายเสื้อผ้าเด็กแล้วก้มหน้าลงเล็กน้อย พูดถามด้วยน้ำเสียงอบอุ่น “เสี่ยวเป่า อยากไปเล่นที่ไหนอีกมั้ย?”

“หม่ามี้ เราไปเล่นที่โซนสวนสนุกข้างนอกสักแป๊บได้มั้ยฮะ?”

เสี่ยวเป่าแหงนหน้ามองถงเหมี่ยวเหมี่ยว ดวงตากลมโตระยิบระยับราวกับดวงดาว ดูน่ารักสดใส

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่มักจะพาเสี่ยวเป่าออกมาวิ่งเล่นไม่ได้พูดปฏิเสธอะไร

เธอพาเสี่ยวเป่าออกไปเล่นที่โซนสวนสนุกด้านนอก

แต่หลังจากเดินผ่านไปได้ครึ่งทาง เสียงโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น เธอบอกให้เสี่ยวเป่าไปเล่นบ้านลมรอ จากนั้นจึงเดินไปทางที่เงียบสงบเพื่อรับสายโทรศัพท์

เสี่ยวเป่ากำลังเล่นสนุกอยู่ในบ้านลม แต่จู่ ๆ ก็เหลือบเห็นร่างที่คุ้นเคยจากทางหางตา

วันนี้มู่อวี้เฉิงเดินทางมาตรวจดูงานพร้อมกับกลุ่มผู้บริหารห้างสรรพสินค้า

เสี่ยวเป่าจดจำเขาได้ในทันทีและรู้สึกตื่นเต้นมาก “คุณลุงสุดหล่อ คุณลุงสุดหล่อ...”

เขาวิ่งเหยาะ ๆ มาที่ริมขอบบ้านลง ร้องตะโกนและโบกไม้โบกมือไปยังทิศทางของมู่อวี้เฉิง

จบบทที่ ตอนที่ 11 ไม่เจอก็ต้องเจอ

คัดลอกลิงก์แล้ว