เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 12 หม่ามี้อดเจอผู้ชายดี ๆ

ตอนที่ 12 หม่ามี้อดเจอผู้ชายดี ๆ

ตอนที่ 12 หม่ามี้อดเจอผู้ชายดี ๆ


ตอนที่ 12

หม่ามี้อดเจอผู้ชายดี ๆ

“คุณลุงสุดหล่อ ผมอยู่นี่ คุณลุงสุดหล่อ...” เขาโบกมือและร้องตะโกนอย่างสิ้นหวัง

แต่รอบข้างมีคนมากเกินและเสียงดนตรียังดังเจื้อยแจ้ว ทำให้มู่อวี้เฉิงไม่ได้ยินเสียงเขา

เสี่ยวเป่าวิตกกังวลเมื่อเห็นว่าเขากำลังเดินออกจากประตูไป

วันนี้หม่ามี้มาที่นี่ด้วยคงจะดีไม่น้อยถ้าคุณลุงสุดหล่อกับหม่ามี้ได้ทำความรู้จักกัน

เขาเด้งตัวออกจากบ้านลมทันทีและรีบบิดก้นวิ่งไล่ตามมู่อวี้เฉิงไป

“คุณลุงสุดหล่อ รอผมด้วย...” เขาร้องตะโกนขณะวิ่งไล่ตาม

ทว่ามู่อวี้เฉิงยังคงไม่ได้ยิน

เขาล้มเลิกการส่งเสียงร้องและวิ่งไล่ตามสุดกำลัง

แต่ขาสั้น ๆ ของเขาไม่สามารถวิ่งไล่ตามมู่อวี้เฉิงได้ทัน

โชคดีที่มู่อวี้เฉิงหยุดอยู่กับที่หลังจากก้าวเดินออกไปได้ระยะหนึ่ง

จนกระทั่งเสี่ยวเป่าไล่ตามทัน

เสี่ยวเป่าหอบจัดขณะคว้าขากางเกงของมู่อวี้เฉิง “คุณลุงสุดหล่อหยุดเดินสักที เสี่ยวเป่าวิ่งจนจะตายแล้วเนี่ย”

“เสี่ยวเป่ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”

มู่อวี้เฉิงประหลาดใจเมื่อมองดูเด็กชายตัวน้อยยื่นเหงื่อไหล่อยู่ข้างขาเขา

เสี่ยวเป่ายังคงหายใจหอยขณะคลี่ยิ้ม “ผมเล่นอยู่ที่โซนของเล่น พอเห็นคุณลุงผมก็วิ่งไล่ตามมาเลย”

มู่อวี้เฉิงขมวดคิ้ว หันไปมองทางด้านหลังเสี่ยวเป่าและถามว่า “มาคนเดียวเหรอ?”

“ไม่ฮะ ผมมากับหม่ามี้ หม่ามี้ไปคุยโทรศัพท์”

เสี่ยวเป่าส่ายหน้าและเงยหน้าถามว่า “คุณลุงสุดหล่อยุ่งอยู่เหรอ?”

มู่อวี้เฉิงพยักหน้าและยกมือลูบผมที่ชี้โด่ชี้เด่ของเสี่ยวเป่า

ผู้บริหารกลุ่มหนึ่งมองดูท่าทางสนิทสนมของพวกเขาด้วยความประหลาดใจและรู้สึกสงสัยในตัวเสี่ยวเป่า

เด็กคนนี้เป็นลูกเต้าเหล่าใคร ทำไมท่านประธานถึงทำดีด้วยขนาดนี้?

มู่อวี้เฉิงเมินเฉยต่อสายตาอย่างรู้อยากเห็นของกลุ่มผู้บริหารและพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เสี่ยวเป่า ลุงคงยุ่งอีกสักพักเลย หนูอย่าวิ่งไปมาล่ะ รีบกลับไปซะเดี๋ยวหม่ามี้ก็เป็นห่วงเอาหรอก”

“โอ๊ะ” เสี่ยวเป่าร้องอุทานขณะที่ใบหน้าดูผิดหวัง “คิดว่าจะได้เล่นกับคุณลุงซะอีก”

เขาเม้นปากน้อย ๆ ราวกับเด็กน้อยผู้น่าสงสารที่ถูกทอดทิ้ง

มู่อวี้เฉิงรู้สึกอดทนมองต่อไปไม่ไหว

ถึงอย่างนั้นเขายังมีธุระที่ต้องทำต่อ

เขาเอื้อมมือออกไปลูบผมชี้โด่ชี้เด่ของเสี่ยวเป่าและพูดชักชวน “เอาไว้คราวหน้าโทรมาหาลุงนะ เย็นนี้คงไม่ได้หรอก เดี๋ยวลุงให้คนไปส่งแล้วกัน”

เสี่ยวเป่ารู้สึกผิดหวังแต่กลับยังพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง

มู่อวี้เฉิงมองดูและอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือออกไปลูบผมของเสี่ยวเป่าอีกครั้ง

“คุณลุงสุดหล่อหยุดลูบหัวสักที ผมของผมจะร่วงหมดแล้ว” เสี่ยวเป่ายกมือขึ้นมาปกป้องศีรษะของเขา

จนมู่อวี้เฉิงหลุดหัวเราะออกมา ทำให้กลุ่มผู้บริการที่ยืนอยู่ด้านข้างมองดูด้วยความประหลาดใจ

ท่านประธานของพวกเขากำลังหัวเราะอยู่จริง ๆ เหรอ?

ทว่ารอยยิ้มบนใบหน้าของมู่อวี้เฉิงกลับจางหายไปทันทีเมื่อสังเกตเห็นสีหน้าประหลาดใจของกลุ่มผู้บริหาร และกลับมาแสดงภาพลักษณ์เย็นชาตามปกติ

เขาจ้องมองกลุ่มผู้บริหารระดับสูงอย่างไม่แยแสและสั่งให้ใครบางคนพาเสี่ยวเป่ากลับไปส่ง

ในขณะเดียวกันชายร่างอวบเดินออกมาขออาสา “ท่านประธาน เดี๋ยวผมไปส่งเขาเองครับ”

มู่อวี้เฉิงพยักหน้าและบอกให้เสี่ยวเป่าออกไปกับเขา

เวลานี้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่อยู่ในโซนสวนสนุกกำลังเสียสติ

เธอไปโทรศัพท์กลับมาและพบว่าเสี่ยวเป่าหายไป

เธอสอบถามพนักงานดูแลบ้านลม แต่เนื่องจากว่ามีเด็กจำนวนมากเกินไป พวกเขาจึงไม่ได้สังเกตเห็นว่าเสี่ยวเป่าหายไปตอนไหน

เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากออกตามหาลูกชายด้วยตัวเอง

“เสี่ยวเป่า เสี่ยวเป่า!” เธอยกสองมือขึ้นมาป้องปากและร้องตะโกนเสียงดัง

เธอไม่ได้รู้สึกเกรงใจผู้คนที่เดินผ่านไปมาอีกต่อไป เดินเข้าไปขวางทางพวกเขา ไถ่ถามและทำท่าทาง “สวัสดีค่ะ พวกคุณเห็นเด็กชายตัวสูง ๆ ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวกางเกงยีนเอี๊ยมบ้างมั้ยคะ?”

“ขอโทษนะครับ แต่ไม่เห็นเลย” ผู้คนที่เดินผ่านไปมาส่ายหน้าและเดินจากไป

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคอยสอบถามผู้คนที่เดินผ่านไปมาแต่กลับได้รับคำตอบเดียวกัน

เธอตื่นตระหนกจนมือและเท้าเย็นเฉียบ น้ำเสียงเริ่มสะอึกสะอื้น “เสี่ยวเป่าอยู่ไหนลูก? เสี่ยวเป่า...”

เธอกำลังจะหยิบโทรศัพท์ออกมาโทรแจ้งตำรวจ แต่เสียงของเสี่ยวเป่ากลับดังขึ้นจากทางด้านหลัง

“หม่ามี้”

“เสี่ยวเป่า!”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหันมาด้วยความตื่นตระหนกและร้องดีอกดีใจที่เสี่ยวเป่าไม่เป็นอะไร

เธอวิ่งเข้าไปกอดเสี่ยวเป่าแน่นและร้องตะโกนขณะที่น้ำตาไหลลงมา “ไปไหนมา หนูไม่รู้เหรอว่าแม่เป็นห่วงแทบแย่!”

“หม่ามี้อย่าร้องไห้ เสี่ยวเป่าผิดเองที่วิ่งหนีไป” เสี่ยวเป่าลูบหลังของถงเหมี่ยวเหมี่ยวเบา ๆ

หลังจากนั้นไม่นานถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็สงบลง

เธอปล่อยตัวเสี่ยวเป่า หันไปมองชายวัยกลางคนที่อยู่ข้าง ๆ พวกเขาและถามว่า “คุณเป็นใครเหรอคะ?”

แต่ก่อนที่ชายวัยกลางคนจะพูดอะไร เสี่ยวเป่าก็โพล่งขึ้นว่า “หม่ามี้ เขาเป็นคุณลุงที่มาส่งผม”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรีบขอบคุณชายวัยกลางคนเมื่อได้ยินเช่นนั้น “ขอบคุณมากนะคะ”

“ไม่เป็นไรครับ เสี่ยวเป่าเก่งมาก” ชายวัยกลางคนโบกมือและรีบขอตัวกลับไปทำงานต่อ

หลังจากชายวัยกลางคนเดินออกไปแล้ว                            ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็หุบยิ้มและตวาดเสียง “ถงเป่ยหาน!”

เสี่ยวเป่าตัวสั่น

เขารู้ดีว่าหม่ามี้กำลังโกรธจัด

เพราะเมื่อไหร่ที่หม่ามี้โกรธจัด หม่ามี้มักจะเรียกเขาด้วยชื่อจริงเสมอ

“หม่ามี้ ผมรู้แล้วว่าผมผิด อย่าโกรธนักสิ”

เขากะพริบตาเบา ๆ ดวงตากลมโตที่เปียกชื้นเล็กน้อยและแสดงสีหน้าท่าทางออดอ้อนจนทำให้อีกฝ่ายในอ่อนจนไม่กล้าตำหนิเขา

หัวใจของถงเหมี่ยวเหมี่ยวอ่อนยวบลงทันที

แต่เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อสักครู่นี้เธอกลับพูดด้วยสีหน้าจริงจังอีกครั้ง “อย่าคิดว่าอ้อนแล้วเรื่องวันนี้จะจบลง! หม่ามี้ก็บอกแล้วไงว่าอย่าวิ่งไปไหน แม่ออกไปคุยโทรศัพท์แป๊บเดียวเดี๋ยวกลับมา!”

“แต่หม่ามี้ออกไปนานแล้วก็ยังไม่กลับมาสักที อีกอย่างผมแค่วิ่งออกไปหาคุณลุงสุดหล่อ”

เสี่ยวเป่าทำหน้ามุ่ยขณะพูดปกป้องตัวเอง และอดไม่ได้ที่จะพูดตำหนิ “หม่ามี้จะออกไปคุยโทรศัพท์ทำไมเนี่ย รู้มั้ยว่าอดเจอผู้ชายดี ๆ เลย!”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดีเมื่อได้ยินเช่นนั้น

เธอมองดูเสี่ยวเป่าที่ทำหน้าบูดบึ้ง “พูดแบบนี้จะหาว่าเป็นความผิดของหม่ามี้เหรอ?”

เสี่ยวเป่าที่รู้สึกถึงภัยอันตรายจากคำพูดของเธอรีบทำท่าทางน่ารักออดอ้อนทันที “หม่ามี้จะผิดได้ยังไงเล่า เสี่ยวเป่าผิดเอง เสี่ยวเป่าไม่ควรวิ่งไปหาคุณลุงสุดหล่อ”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถอนหายใจและไม่พูดอะไรอีก

เสี่ยวเป่าเล่นสนุกจนกระทั่งถึงตอนเย็นถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงพาเขากลับบ้าน

...

เช้าวันรุ่งขึ้น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินทางไปส่งเสี่ยวเป่าและเข้าไปที่บริษัท

หลังจากนั่งลงได้ไม่นานเซ่าหมิงเวยก็เดินเข้ามาเคาะประตู “ผู้จัดการ ผมต้องขอโทษที่รบกวนผู้จัดการให้ไปที่      มู่กรุ๊ปแทนผมเมื่อสองวันก่อนด้วยนะครับ หากผมเป็นต้นเหตุให้ความร่วมมือทั้งสองบริษัทล่าช้าลง บาปของผมคงจะใหญ่หลวงนัก”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้ว่าเซ่าหมิงเวยกำลังพูดถึงเรื่องการลงนามในเอกสารสัญญาที่มู่กรุ๊ป เธอจึงบอกว่าไม่เป็นอะไร

เธอชี้นิ้วให้เซ่าหมิงเวยนั่งลง “ในเมื่อมู่กรุ๊ปสั่งซื้อใบอนุญาตทางเทคโนโลยีไปแล้ว เราก็ไปสนใจโครงการใหม่ ๆ กันเถอะ”

เธอพูดและหยิบเอกสารขึ้นมาวางไว้ตรงหน้าเซ่าหมิงเวย “นี่คือเอกสารเกี่ยวกับโครงการใหม่ ฉันวางแผนจะเข้าไปครอบครองพื้นที่ของมู่กรุ๊ป คุณช่วยไปจับตาดูแผนกวางแผนด้วย คอยเร่งให้พวกเขาทำงานให้เสร็จภายในหนึ่งอาทิตย์”

เซ่าหมิงเวยมองดูข้อมูลตรงหน้าด้วยความหนักใจ

เธอคนนี้ทำงานรวดเร็วและเฉียบขาดมากจริง ๆ แต่เขาจะนำเสนอแผนการที่ดีที่สุดในช่วงระยะเวลาอันสั้นได้อย่างไร

ดูเหมือนว่าคนเบื้องล่างจะต้องทำงานล่วงเวลาอีกแล้ว

จบบทที่ ตอนที่ 12 หม่ามี้อดเจอผู้ชายดี ๆ

คัดลอกลิงก์แล้ว