เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 10 เธอจะไม่มีทางเข้าไปพัวพัน

ตอนที่ 10 เธอจะไม่มีทางเข้าไปพัวพัน

ตอนที่ 10 เธอจะไม่มีทางเข้าไปพัวพัน


ตอนที่ 10

เธอจะไม่มีทางเข้าไปพัวพัน

ซ่งอวี่ซีมองดูเขาเดินจากไป ขณะที่มือข้างหนึ่งกำตะเกียบเอาไว้แน่นจนผิวหนังกลายเป็นสีขาวซีด

หากไม่ใช่เพราะตระหนักได้ว่าตัวเองกำลังอยู่ในที่สาธารณะ เธอคงจะแสดงสีหน้าน่าเกลียดน่ากลัวออกมา

เธอเหลือบมองลิ่นอวี๋เหยียนที่กำลังขุ่นเคืองและแสร้งทำเป็นเศร้าใจ “คุณน้าลิ่น ลืมเรื่องนี้ไปเถอะค่ะ หนูว่าอวี้เฉิงคงจะไม่ชอบหนูหรอกค่ะ”

ลิ่นอวี๋เหยียนจะเห็นชอบได้อย่างไร

เพราะซ่งอวี่ซีเป็นผู้สมัครคนโปรดของเธอ

เธอปลอบใจ “อวี่ซี หนูอย่าเพิ่งถอดใจสิจ๊ะ ตอนนี้เจ้าเด็กอวี้เฉิงกำลังมุ่งมั่นไปที่การงาน ยังไม่เข้าใจอะไร รอให้เขาคิดได้ก่อนเถอะ อีกอย่างน้าน่ะชอบหนู รู้จักหนูมานานแล้วและอยากได้หนูมาเป็นลูกสะใภ้!”

“จริงเหรอคะ?” ดวงตาของซ่งอวี่ซีเป็นประกายทันที

เธอรู้สึกราวกับมีความหวังอีกครั้ง

ลิ่นอวี๋เหยียนยิ้มและพยักหน้า “จริงสิจ๊ะ ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวน้าช่วยเอง”

หมู่อวี้เฉิงไม่รู้ถึงแผนการที่ก้าวหน้าไปไกล

เขากลับออกไปสะสางงานที่บริษัทต่อ

ต่อมาเขาได้รับสายโทรศัพท์จากเฮ่อจิ่นเหยียน เพื่อนสนิทที่โทรมาชวนไปดื่มเหล้า

และเขาเองก็ไม่ได้ปฏิเสธเช่นกัน

...

เช้าวันรุ่งขึ้น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไปส่งเสี่ยวเป่าที่โรงเรียนอนุบาลและรีบเข้ามาที่บริษัท

หลังจากเธอเข้ามานั่งห้องทำงานได้ไม่นาน พนักงานคนหนึ่งก็เดินมาเคาะประตู “ผู้จัดการคะ รองผู้จัดการป่วยขอลาหยุดหนึ่งวันค่ะ เดิมทีรองผู้จัดการต้องไปเซ็นสัญญาที่มู่กรุ๊ป แต่ตอนนี้ไม่มีใครไปแทนเขาได้ ผู้จัดการคิดว่า...”

“เข้าใจแล้ว ฉันจะไปแทนรองผู้จัดการเอง คุณออกไปได้”

“ค่ะ” พนักงานเดินจากไปด้วยความโล่งอก

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอารมณ์ไม่ค่อยดีนัก

เดิมทีเธอคิดว่าหลังจากเสร็จสิ้นโครงการแล้ว เธอจะไม่ต้องเจอหน้ามู่อวี้เฉิงอีก

แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเธอจะมั่นใจเรื่องนี้เร็วเกินไป

สุดท้ายแล้วถึงเธอจะรู้สึกฝืนใจแต่ก็ยังรับเอกสารสัญญาไปลงนามที่มู่กรุ๊ปอยู่ดีเพราะนั่นเป็นหน้าที่ที่เธอต้องรับผิดชอบ

เมื่อมาถึงสำนักงานของมู่กรุ๊ป

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเงยหน้ามองตึกที่สูงตระหง่านราวกับ   พุ่งทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า

ถูกล้อมรอบไปด้วยอาคารหลายตึก  แต่กับไม่มีอาคารไหนสง่างามเท่ากับตึกที่อยู่ตรงหน้าเธอ

ตัวอาคารที่อยู่ภายใต้แสงแดดสีทองเปล่งประกายสวยงาม

หลังจากนั้นไม่นานถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงเดินเข้าไปที่แผนกต้อนรับและพูดอย่างใจเย็นว่า “สวัสดีค่ะ ฉันมาพบท่านประธานค่ะ”

น้ำเสียงของเธอดึงดูดความสนใจอย่างมากเมื่อพูดประโยคดังกล่าวออกมา

หญิงสาวที่แผนกต้อนรับมองดูถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยความสงสัยและถามตามขั้นตอนว่า “ได้นัดเอาไว้หรือเปล่าคะ?”

“ไม่ค่ะ แต่ฉันมาจากบริษัทสตีเฟน” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดรายงานตัว

หญิงสาวร่างน้อยที่แผนกต้อนรับตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งและพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นคุณผู้หญิงรอสักครู่นะคะ ฉันจะไปแจ้งเจ้านายให้ค่ะ”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้าและหันไปมองรอบ ๆ

ต้องบอกว่าแผนกต้อนรับของทางมู่กรุ๊ปมีความเป็นมนุษยธรรมสูงมาก

มีพื้นที่สำหรับรับแขกและมีห้องน้ำโดยเฉพาะ

การตกแต่งก็อลังการงานสร้างมากเช่นกัน

ผู้คนมากมายที่เดินเข้าเดินออกมีรอยยิ้มฉายถึงความมั่นใจปรากฏอยู่บนใบหน้า

ขณะที่กำลังมองดูอยู่นั้น เสียงของพนักงานต้อนรับก็ดังขึ้น “คุณผู้หญิงเชิญทางนี้เลยค่ะ” เธอชี้ทางให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยว

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขอบคุณและเดินจากไป

เธอเดินออกมาจากลิฟต์และเห็นว่าลู่หมิงยืนอยู่ข้างหน้าประตู จึงพยักหน้าให้เบา ๆ “ผู้ช่วยลู่”

“ผู้จัดการถง ท่านประธานกำลังรออยู่ในห้องทำงานครับ”

ลู่หมิงพาถงเหมี่ยวเหมี่ยวเข้าไปในห้องทำงาน

เขาเคาะประตู “ท่านประธาน ผู้จัดการถงมาแล้วครับ”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินเข้ามาและเห็นว่าเขานั่งตัวตรงอยู่บนโต๊ะด้วยสีหน้ามุ่งมั่น

แสงแดดสีทองจากทางด้านหลังส่องประกายตกลงมากระทบกับร่างกายของเขา ใบหน้าด้านข้างเกิดส่วนเว้นส่วนโค้งอย่างสมบูรณ์แบบจนยากที่จะละสายตาออกไป

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตกอยู่ในภวังค์ขณะที่เผลอสบตาเข้ากับดวงตาลุ่มลึกโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัว

เธอลดระดับสายตาลงทันทีราวกับว่าหวาดกลัว

เธอทำหน้านิ่งราวกับพยายามปกปิดจิตใจที่กระสับกระส่ายและพูดเข้าประเด็น “ฉันแวะมาเซ็นเอกสารค่ะ ประธานมู่อยากจะอ่านสัญญาอีกรอบไหมคะ?”

มู่อวี้เฉิงส่งเสียงฮึมฮัมและเดินออกมาจากโต๊ะทำงาน

เขาสั่งให้ลู่หมิงออกไปเตรียมน้ำชาและโบกมือให้           ถงเหมี่ยวเหมี่ยวนั่งลงบนโซฟา

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวนั่งลงและส่งเอกสารให้

มู่อวี้เฉิงเดินเข้ามาและพลิกหน้าเอกสารดูคร่าว ๆ

ขณะเดียวกันลู่หมิงกำลังนำน้ำชามาเสิร์ฟ

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขอบคุณเขา จากนั้นจึงมองไปที่มู่อวี้เฉิงที่ยังคงสงบนิ่งและมีความเป็นมืออาชีพ ก่อนจะพูดถึง              พันธสัญญาว่า “ตัวสัญญาไม่น่ามีปัญหาอะไร ส่วนทางด้านเทคโนโลยี หากหลังจากนี้เกิดปัญหาอะไร ทางเราจะส่งทีมงานมืออาชีพมาดูแลถึงที่ให้ค่ะ”

เธอพูดและมองดูมู่อวี้เฉิงที่เพิ่งอ่านสัญญาเสร็จ

“ดีมาก วันนี้ผมจะโอนเงินไปให้ครับ”

เขาวางเอกสารสัญญาลง หยิบปากกาหมึกซึมที่ถูกสั่งทำขึ้นมาเป็นพิเศษออกมาจากกระเป๋าเสื้อและตวัดมือลงนามอย่างกระฉับกระเฉง

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูลายเซ็นสละสลวยด้วยสายตา   ชื่นชม

เธอพยักหน้า “ฉันจะส่งคนไปตรวจสอบ หวังว่าหลังจากนี้ความร่วมมือของเราจะผ่านไปด้วยดีนะคะ”

“หวังว่าอย่างนั้นเช่นกันครับ” มู่อวี้เฉิงตอบรับเบา ๆ

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเห็นว่าธุระของเธอเสร็จสิ้นแล้วและไม่ได้วางแผนที่จะอยู่ต่อจึงเดินกลับออกไป

แต่หลังจากเดินกลับออกมาแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับคิดไม่ถึงว่าจะได้เจอซ่งอวี่ซีที่หน้าประตู

เดิมทีเธอต้องการแสร้งทำเป็นไม่รู้จักอีกฝ่าย แต่กลับดูขวางเอาไว้

“ถงเหมี่ยวเหมี่ยว ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ได้?”

ซ่งอวี่ซีเดินเข้ามาหาถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยหน้าถมึงทึง กัดฟันและถามว่า “เธอคิดจะเข้ามาพัวพันอวี้เฉิงสินะ? ฉันขอเตือนเธอไว้ก่อนว่าให้อยู่ห่าง ๆ ตอนนี้เขาเป็นของฉันแล้ว!”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกเจ็บแปล๊บในใจทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น

เธอมองดูซ่งอวี่ซีด้วยสีหน้าเรียบนิ่งและพูดออกมาอย่างเฉยชา “เธอก็คิดมากจัง ฉันแค่มาทำธุระเอง อีกอย่าง...”

เธอหยุดพูดก่อนจะยกยิ้มมุมปากราวกับกำลังประชดประชัน “ฉันไม่คิดจะเป็นมือที่สามทำลายครอบครัวของคนอื่นหรอกนะ”

“เธอหมายความว่ายังไง?” ซ่งอวี่ซีจ้องเขม็งไปที่              ถงเหมี่ยวเหมี่ยว

เธอรู้สึกว่าหล่อนกำลังพูดพาดพิงเรื่องราวบางอย่างอยู่

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยักไหล่ ยิ้มเยาะและพูดว่า “ไม่ได้หมายความว่าอะไร ฉันก็แค่พูดไปเรื่อยเปื่อย เธอไม่เห็นจำเป็นจะต้องอ่อนไหวกับเรื่องนี้เลยนี่”

“ถงเหมี่ยวเหมี่ยว!” ซ่งอวี่ซีกัดฟันแน่น

แต่ก่อนที่เธอจะตอบโต้อะไร ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาและพูดดูถูกว่า “ถ้าคุณซ่งจะกังวลขนาดนี้                  ฉันขอแนะนำเป็นการส่วนตัวว่าให้ตามไปเฝ้ามู่อวี้เฉิงตลอดทั้งวันเลยน่าจะดีกว่า ฉันยังมีอย่างอื่นที่ต้องทำต่อ ขอตัวล่ะ”

เธอและเดินผ่านซ่งอวี่ซีไปโดยไม่ได้หันกลับไปมอง

ซ่งอวี่ซีจ้องมองแผ่นหลังของถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยสายตามืดมน

เธอกัดฟันจ้องเขม็งจนดูน่ากลัว

ถงเหมี่ยวเหมี่ยว หวังว่ามันจะเป็นความร่วมมือจริง ๆ อย่างที่เธอพูดนะ ไม่อย่างนั้นฉันไม่ปล่อยเธอไปแน่!

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขับรถกลับมาด้วยอารมณ์ที่ขุ่นเคือง

ถึงแม้ว่าวันเวลาจะผ่านพ้นมานานหลายปี แต่เธอกลับยังรู้สึกไม่พอใจทุกครั้งที่เห็นหน้าซ่งอวี่ซี

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนึกถึงตอนที่หล่อนกับมู่อวี้เฉิงใช้เวลาร่วมกัน

ในเมื่อทั้งสองคนมีใจให้กันมาตั้งแต่แรก แล้วทำไม     มู่อวี้เฉิงถึงตกลงปลงใจมาหมั้นหมายกับเธอ

ถ้าเขาบอกเธอ เธอจะไม่มีทางเข้าไปพัวพันกับเขา และจะยุติการหมั้นหมายกับเขา!

จบบทที่ ตอนที่ 10 เธอจะไม่มีทางเข้าไปพัวพัน

คัดลอกลิงก์แล้ว