เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 5 ทำไมถึงต่อต้านเขา

ตอนที่ 5 ทำไมถึงต่อต้านเขา

ตอนที่ 5 ทำไมถึงต่อต้านเขา


ตอนที่ 5

ทำไมถึงต่อต้านเขา

หลังจากคืนนั้น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังพักอยู่ในโรงแรมอีกสองวัน

และตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาเธอไม่ได้รับสายโทรศัพท์จากมู่อวี้เฉิงเลยสักสาย

เธอไม่ได้สนใจอะไร และใช้ประโยชน์จากเวลาว่างตรงนี้ไปตามหาโรงเรียนอนุบาลที่ดีที่สุดให้เสี่ยวเป่า

คุณครูจะต้องยอดเยี่ยมที่สุดในเมืองเป่ย และอุปกรณ์ของทางโรงเรียนจะต้องมีความทันสมัย

สองวันต่อมา บริษัทเอเจนซีโทรมาบอกว่าพบบ้านที่ตอบโจทย์ความต้องการของเธอแล้ว

บ้านหลังนี้เป็นคอนโดมิเนียมสามห้องนอน มีห้องรับแขกหนึ่งห้อง ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ใกล้ย่านธุรกิจและอยู่ใกล้กับสตีเฟนกรุ๊ป

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพาเสี่ยวเป่าไปดูและรู้สึกพอใจมาก

เสี่ยวเป่าก็ชอบที่นี่มากเช่นกัน

พวกเขาตอบตกลงทันที ก่อนที่แม่กับลูกชายจะย้ายกระเป๋าเข้ามาอยู่

“หม่ามี้ เดี๋ยวผมช่วยเอาของออกจากกระเป๋าเองฮะ”

เสี่ยวเป่ายื่นมือเล็ก ๆ ออกไปช่วยถงเหมี่ยวเหมี่ยวเอาของออกจากกระเป๋า

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกอบอุ่นในใจเมื่อมองเห็นร่างเล็ก ๆ วิ่งวนไปทั่วห้อง

เธอยิ้มเบา ๆ ขณะมองดูแสงแดดสว่างไสวด้านนอกหน้าต่าง

หลังจากนี้พวกเขาแม่ลูกจะต้องใช้เวลาอยู่ที่นี่ไปอีกนานแสนนาน

...

หลังจากเดินทางกลับมาถึงประเทศจีนได้สี่วัน                 ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไปส่งเสี่ยวเป่าที่โรงเรียนและเดินทางไปรายงานผลที่บริษัท

อาคารสำนักงานบริษัทตั้งอยู่บนถนนเทียนจื้อหมายเลขสองที่ย่านธุรกิจใจกลางเมือง

เธอเดินเชิดหน้าเข้าไปในบริษัท

รูปลักษณ์ที่โดดเด่นตลอดจนความสามารถและสติปัญญาที่เฉลียวฉลาดของหญิงสาวมืออาชีพแผ่ซ่านออกจากร่างกายเธอจนดูดดึงความสนใจของผู้คน

เสียงกระซิบดังก้องไปทั่ว

“ผู้หญิงคนนี้คือใคร?”

“ไม่รู้สิ อาจจะเป็นพนักงานใหม่หรือเปล่า?”

“ไม่เห็นได้ยินว่าทางบริษัทรับพนักงานใหม่นะ”

“ไม่ใช่ผู้จัดการทั่วไปที่ทางสำนักงานใหญ่ส่งตัวมาเหรอ?”

ใครบางคนคาดเดาถูกต้อง แต่หลายคนกลับไม่เชื่อ

“ผู้จัดการจะอายุน้อยขนาดนี้ได้ยังไง!”

“ใช่ เธออายุแค่เท่าไหร่เอง”

“จะว่าไปไม่ต้องพูดก็พอจะรู้กันอยู่ไม่ใช่เหรอ?”

“อย่าบอกนะ มีความเป็นไปได้สูงมาก เมื่อไม่นานมานี้ก็มีข่าวแบบนั้นออกมาไม่ใช่เหรอ?”

หลายคนที่ไม่มองถงเหมี่ยวเหมี่ยวหรือผู้จัดการที่อยู่เหนือความคาดหมายคนใหม่ในแง่ดีนัก

โดยเฉพาะรูปลักษณ์ที่ยังสาวของเธอทำให้ใครหลายคนรู้สึกว่าตำแหน่งของเธอไม่ยุติธรรม

พนักงานในบริษัทเอกชนหลายคนรวมหัวกันพูดคุยและต่างกระซิบกระซาบกันไม่น้อย

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้ยินเสียงนินทาทันทีเมื่อเธอเดินออกมาจากลิฟต์

เธอเหลือบมองกลุ่มพนักงานที่กำลังนินทาเธอด้วยสีหน้าเฉยเมยและไม่สนใจไยดีพวกเขา

สีหน้าของเธอทำให้พนักงานร้องอุทาน สะดุ้งกันเป็นแถบ

พวกเขาเอามือตบหน้าอกด้วยความรู้สึกสะพรึงกลัว “พระเจ้า รู้สึกเหมือนเป็นครูใหญ่ในโรงเรียนอย่างไรอย่างนั้น”

ทว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับไม่รู้อะไรเลย

เธอเดินตรงไปที่ห้องทำงานของรองผู้จัดการ

ก๊อก ๆ

“เข้ามา”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวผลักประตูและเดินเข้าไปข้างใน

ชายคนหนึ่งที่สวมใส่ชุดสูทกูตูร์สีดำกำลังนั่งตัวตรงอยู่ที่โต๊ะในห้องทำงาน

ผู้ชายคนนี้มีหน้าตาหล่อเหลา สวมใส่แว่นตากรอบทอง ดูสุภาพงดงามราวกับผู้มีปัญญาที่ไม่มีภัย

แต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้ดีว่ามันเป็นเพียงภาพลวงตาของผู้ชายคนนี้เท่านั้น

“คุณเซ่า ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ”

เธอเดินตรงไปที่โต๊ะทำงานและเหลือบมองป้ายชื่อ

รองผู้จัดการทั่วไป เซ่าหมิงเวย

เซ่าหมิงเวยยิ้มเบา ๆ และลุกขึ้นยืน “คุณถง ไม่ได้เจอนานเลยครับ เชิญนั่งลงก่อนสิครับ”

เขาชี้นิ้วไปที่โซฟาและเดินออกไป

ถึงแม้ว่าเขาจะไม่รู้จักถงเหมี่ยวเหมี่ยวมากนัก แต่เขาต้องคอยติดต่อถงเหมี่ยวเหมี่ยวตอนที่อยู่สำนักงานใหญ่ถึงสองสามครั้ง จนทำให้เขารู้ถึงความสามารถของอีกฝ่ายและประทับใจในตัวเธออย่างมาก

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้า นั่งลงและเริ่มพูดคุยเรื่องงาน

รอจนกระทั่งถึงเวลาประชุม เซ่าหมิงเวยเดินพา              ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไปยังห้องประชุม

ห้องประชุมค่อนข้างกว้างขวางและสว่างไสว ประกอบไปด้วยทีมหัวหน้าบริหารระดับสูงในบริษัท

พวกเขาต่างมองดูด้วยความคลางแคลงใจเมื่อเห็น        ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินตามเซ่าหมิงเวยเข้ามา

มีหลายคนที่ได้ยินข่าวซุบซิบนินทาเมื่อเช้าและมองดูเธอด้วยสายตาดูถูกดูแคลน

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสังเกตเห็น แต่ยังคงทำทีเมินเฉย

เธอเดินตามเซ่าหมิงเวยขึ้นมาด้านบน

เซ่าหมิงเวยยิ้มและพูดแนะนำว่า “นี่คือคุณ                       ถงเหมี่ยวเหมี่ยว ผู้จัดการทั่วไปที่ทางสำนักงานใหญ่ส่งตัวมา   คุณถง ยินดีต้อนรับนะครับ”

“สวัสดีครับคุณถง”

ตามมาด้วยเสียงปรบมือ

ถึงแม้ว่าพนักงานในฝ่ายบริหารจะไม่ได้มอง                    ถงเหมี่ยวเหมี่ยวในแง่ดีนัก แต่ตำแหน่งที่ทุกคนกำลังนั่งอยู่นั้นล้วนเป็นตำแหน่งที่ต้องใช้ความสามารถ

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูรอบ ๆ ด้วยสายตาว่างเปล่า

ถึงแม้ว่าคนตรงหน้ากำลังท่าทางต้อนรับเธอ แต่สายตาของพวกเขากลับเต็มไปด้วยความดูถูกดูแคลน

เธอโบกมือเพื่อส่งสัญญาณให้ทุกคนเงียบลง

ทำให้ทุกคนตกตะลึงมาก และห้องประชุมก็กลับมาอยู่ในความสงบอีกครั้ง

“ก่อนอื่นเลย ขอบคุณทุกคนที่มาต้อนรับดิฉันนะคะ      ฉันมาใหม่ และในอนาคตอาจจะต้องขอแนะนำจากพวกคุณ แต่...”

ใบหน้าของถงเหมี่ยวเหมี่ยวจริงจังขึ้น แสดงให้เห็นถึงแรงผลักดันและความกล้าหาญที่ผู้จัดการควรมี

เธอเปลี่ยนเรื่องและพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า “ฉันเป็นคนให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพเนื้องานเป็นหลัก ก่อนที่ฉันจะย้ายมาที่นี่ ฉันได้อ่านความคืบหน้าของโครงการตลอดช่วงหกเดือนที่ผ่านมาแล้ว ความคืบหน้าไม่เป็นที่พอใจและล่าช้าเกินไป ดังนั้นฉันหวังว่าอีกหกเดือนข้างหน้าทุกแผนกจะไม่ปล่อยให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก หวังว่างานที่ได้รับมอบหมายจะเสร็จตรงเวลาที่กำหนด ไม่เช่นนั้นทุกอย่างจะได้รับการจัดการตามข้อบังคับของบริษัท”

ก่อนจะเดินทางกลับมายังประเทศจีน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเรียนรู้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในบริษัท

ถึงแม้ว่าจะไม่ดีนักที่คนเพิ่งได้รับตำแหน่งใหม่จะแสดงความสามารถของตน แต่นี่เป็นรูปแบบการทำงานของเธอ

ห้ามผัดวันประกันพรุ่ง ห้ามรีรอชักช้า

การประชุมช่วงเช้าสิ้นสุดลงพร้อมกับท่าทางเข้มแข็งและเด็ดเดี่ยวของถงเหมี่ยวเหมี่ยว

หลังจากการประชุมจบลง ข่าวลือเรื่องการเข้มงวดของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็แพร่กระจายไปอีกครั้ง

เพียงแค่ครึ่งวันเช้าทั้งบริษัทก็รู้ว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นคนเข้มงวด

โดยเฉพาะแผนกทั้งหลายที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขานชื่อเมื่อเช้าถึงกับตั้งชื่อเล่นให้เธอว่านังแม่มด

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้ยินเรื่องราวทุกอย่าง แต่เธอไม่ได้เก็บเอามาใส่ใจ

เพราะเธอมีเรื่องสำคัญกว่าที่ต้องทำ

การกลับมาเยือนประเทศจีนในครั้งนี้ นอกจากจะมาเข้ารับตำแหน่งผู้จัดการแล้ว เธอยังแบกรับงานใหญ่หลวงในการออกสิทธิบัตรใบอนุญาตเทคโนโลยีดังกล่าวอีกด้วย

หลังจากประชุมจบ เธอขอให้เซ่าหมิงเวยคัดกรองรายชื่อบริษัททั้งหลายในประเทศที่สนใจแย่งชิงสิทธิบัตรเทคโนโลยี

ครึ่งวันหลังเซ่าหมิงเวยเดินแบกกองเอกสารเข้ามาที่ห้องทำงานของผู้จัดการ

เขาเคาะประตูและเดินเข้าไป “คุณถง นี่คือรายชื่อบริษัทที่สนใจครับ”

เขาวางกองเอกสารลงบนโต๊ะ

“ขอบคุณค่ะ”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหยุดงานที่ทำอยู่ หยิบเอกสารขึ้นมาเปิดดูรายชื่อ

หลังจากนั้นไม่กี่วินาทีเธอขมวดคิ้วและวางเอกสารลง

ในบรรดาบริษัทเหล่านี้ นอกจากมู่กรุ๊ปแล้วยังมีบริษัทอีกหลายแห่งที่มีแรงกำลังแข่งขัน แต่กลับเสนอราคาต่ำเตี้ยเรี่ยราด

เธอเม้มปากครุ่นคิด

เซ่าหมิงเวยแสดงความคิดเห็น “ในรายชื่อนี้มู่กรุ๊ปเสนอราคาสูงสุดเลยครับ และโดยส่วนตัวผมคิดว่าเราเสนอใบอนุญาตให้มู่กรุ๊ปน่าจะเป็นการดีที่สุด”

“งั้นมาลองดูกัน”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกะพริบตาและวางเอกสารลง

เซ่าหมิงเวยขมวดคิ้ว “ในรายชื่อนี้ไม่น่าจะมีใครเสนอราคาสูงกว่ามู่กรุ๊ปแล้วนะครับ”

เขาคิดว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวต้องการรอดูว่าจะมีใครเสนอราคาที่สูงกว่านี้หรือไม่

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเงยหน้ามองเขา พูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “ฉันมีข้อพิจารณาสำหรับเรื่องนี้อยู่ คุณไม่ต้องกังวลไปค่ะ”

“...”

เซ่าหมิงเวยทำอะไรไม่ถูก

เขามองดูถงเหมี่ยวเหมียวที่ก้มหน้าทำงานต่อและไม่พูดอะไร

เพียงแต่เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงยืนกรานจะต่อต้าน   มู่กรุ๊ป

มันไม่ใช่การกระทำที่ฉลาดนัก

จบบทที่ ตอนที่ 5 ทำไมถึงต่อต้านเขา

คัดลอกลิงก์แล้ว