เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 6 เธอแต่งงานแล้ว

ตอนที่ 6 เธอแต่งงานแล้ว

ตอนที่ 6 เธอแต่งงานแล้ว


ตอนที่ 6

เธอแต่งงานแล้ว

ช่วงเวลาแห่งการทำงานมักจะผ่านไปเร็วเสมอ

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยุ่งอยู่ที่บริษัทตลอดทั้งวัน จนกระทั่งเสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ดังขึ้นเตือนให้เธอไปรับเสี่ยวเป่าในตอนเย็น

เธอขับรถยนต์ยี่ห้อออดี้สีเงินที่ทางบริษัทมอบให้ขับเคลื่อนไปทางโรงเรียนอนุบาล

ตอนนี้เป็นช่วงเวลาเร่งด่วนหลังเลิกเรียน ทำให้รถยนต์บนท้องถนนติดกันเป็นขบวน

“หม่ามี้~”

เสี่ยวเป่าเดินมาจากประตูโรงเรียนและสังเกตเห็น          ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่ยืนโดดเด่นอยู่ท่ามกลางฝูงชนทันที เขาส่งยิ้มสดใสและรีบวิ่งออกมา

“วิ่งช้า ๆ เดี๋ยวหกล้มขึ้นมาจะทำยังไง?”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มอ่อนโยนและย่อตัวลงไปจัดแต่งทรงผมที่ผ่านการวิ่งมาจนยุ่งเหยิงของเสี่ยวเป่า

“ผมไม่ล้มหรอก”

ริมฝีปากเล็ก ๆ ของเสี่ยวเป่าเม้มเข้าหากัน ประกอบกับใบหน้าที่อ่อนโยนของเขา มันทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวใจละลาย

“อืม เสี่ยวเป่าของเราไม่ล้มหรอกเนอะ”

เธอยิ้มเบา ๆ และพาเสี่ยวเป่าไปยังที่จอดรถ

หลังจากนั้นไม่นานรถยนต์ออดี้คันสีเงินก็แล่นไปตามท้องถนน

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเหลือบมองเสี่ยวเป่าที่นั่งอยู่บนเบาะข้างคนขับ และถามขึ้นว่า “วันนี้ที่โรงเรียนเป็นยังไงบ้าง?”

เสี่ยวเป่าเอียงศีรษะมองถงเหมี่ยวเหมี่ยว กะพริบตาและพูดแหย่ว่า “หม่ามี้อยากฟังความจริงหรือโกหกล่ะ?”

“ทะเล้นอีกแล้วนะ หม่ามี้ก็ต้องอยากฟังความจริงซิ”

“ก็ดี แต่เพื่อน ๆ ยังอ่อนหัดกันอยู่เลยฮะ”

เสี่ยวเป่ายักไหล่ และพูดอย่างไม่พอใจ “แต่ว่าพวกเด็กผู้หญิงก็น่ารักดี”

“ทำไมว่าอย่างนั้นล่ะลูก?”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสงสัย

เสี่ยวเป่ายกมือทั้งสองข้างขึ้นมาเท้าคาง “พวกเพื่อนผู้หญิงเอาขนมกับช็อกโกแลตมาให้ผม ตอนแรกผมปฏิเสธไปแล้ว แต่พอเลิกเรียนเท่านั้นแหละถึงเห็นว่าขนมเต็มกระเป๋าไปหมดเลย”

หันไปมองถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่อยู่ด้านข้างและพูดว่า “หม่ามี้ ลูกชายหม่ามี้มีเสน่ห์จะตาย”

“จ๊ะ พ่อคนหล่อ!”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้าและยิ้มแกมหยอกล้อ “เสี่ยวเป่าของเรามีเสน่ห์ที่สุด ถ้าหม่ามี้เหนื่อยไม่อยากทำงานหาเงินขึ้นมาเมื่อไหร่ หม่ามี้จะให้เสี่ยวเป่าออกไปทำแทน ดูซิไม่ต้องทำอะไรก็ได้รับอาหารกลับมาแล้ว”

“แต่มันไม่ใช่ของมีค่า ผมจะหาเงินมาเลี้ยงดูแม่เอง” เสี่ยวเป่าไม่พอใจ

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูขณะที่มุมปากค่อย ๆ ยกสูงขึ้น “ได้เลย หม่ามี้จะรอให้เสี่ยวเป่าไปหาเงินมาเลี้ยงหม่ามี้แทนนะ”

“หม่ามี้รอก่อนเถอะ ผมจะไปหาเงินมาให้หม่ามี้เยอะ ๆ เลย”

น้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่หนักแน่นดังก้องอยู่ในรถยนต์ จนฟังดูอบอุ่น

แม่ลูกหัวเราะคิกคักกันอยู่สักพักหนึ่ง ก่อนที่รถยนต์จะขับตรงไปยังห้างสรรพสินค้าที่อยู่ใกล้คอนโดมิเนียม

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวต้องการซื้อผักและของใช้ในชีวิตประจำวัน

เสี่ยวเป่าเดินตามแม่เข้าไปในโซนตลาดสดอย่างเชื่อฟัง

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพาเสี่ยวเป่าไปที่โซนอาหารสด

เสี่ยวเป่าเขยิบก้าวเข้าไปดูซี่โครงหมูในแผงขายเนื้อด้วยความตะกละตะกลาม “หม่ามี้ เย็นนี้เรากินซี่โครงหมูกันเถอะ ผมไม่ได้กินซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานที่หม่ามี้ทำมานานแล้วนะ”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตอบตกลงทันทีเมื่อเห็นสีหน้าตะกละตะกลามของเขา

พวกเขาทั้งสองซื้อซี่โครงหมูและผักบางส่วนกลับมาบ้าน

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจัดวางของใช้ในชีวิตประจำวันและถือถ้วยชามจานไหเข้าไปในห้องครัวหลังจากกลับมาถึงคอนโด

เสี่ยวเป่าหอบเอาสมุดการบ้านเข้ามาทำในห้องนั่งเล่น

จนกระทั่งทำการบ้านเสร็จแล้วจึงไปกินข้าวเย็น

กับข้าวสามอย่างกับซุปอีกหนึ่งถ้วยไม่มากและไม่น้อยจนเกินไป พอเหมาะสำหรับแม่ลูกสองคน

คนตัวโตและคนตัวเล็กนั่งหันหน้าเข้าหากันอยู่บนโต๊ะอาหาร ก้มหน้าก้มตากินข้าวภายใต้แสงไฟที่สว่างจ้า

ถึงแม้จะมีเพียงแต่แม่ลูกสองคน แต่บรรยากาศกลับอบอุ่น

“หม่ามี้กินซี่โครงหมูสิ”

เสี่ยวเป่าตักซี่โครงหมูขึ้นมาให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยว

“เสี่ยวเป่าก็กินด้วยสิลูก”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตักซี่โครงหมูขึ้นมาหนึ่งชิ้น คลี่ยิ้มและมองเสี่ยวเป่ากินมัน

เธอมองดูเสี่ยวเป่าตักข้าวเข้าไปเต็มปากและเคี้ยวแก้มป่องเหมือนกับหนูแฮมสเตอร์ที่ชอบอมอาหารไว้ตามร่องแก้ม      ดูน่ารักน่าชังมาก

หลังจากกินอาหารเย็นเสร็จ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวนั่งเล่นกับเสี่ยวเป่าอยู่พักหนึ่งแล้วจึงพาเสี่ยวเป่าเข้าไปอาบน้ำ

เมื่ออาบน้ำเสร็จแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวปล่อยให้เสี่ยวเป่านอนเล่นโทรศัพท์ของเธอ อันเนื่องมาจากเธอยังต้องสะสางเอกสารของทางบริษัท

และไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ โทรศัพท์ในมือของเสี่ยวเป่าจึงดังขึ้นและแจ้งเตือนว่าเป็นสายเรียกเข้าจากมู่อวี้เฉิง

“ฮัลโหล”

เสี่ยวเป่ารับสายโทรศัพท์

“...”

ไร้เสียงตอบรับจากโทรศัพท์

เสี่ยวเป่าจ้องมองโทรศัพท์ด้วยความสงสัย เขายังอยู่ในสายแต่อดไม่ได้ที่จะพึมพำว่า “ยังไม่วางสายอีก ทำไมไม่พูดอะไรเลย ฮัลโหล อยู่ไหม?”

หลังจากนั้นไม่นานเสียงของมู่อวี้เฉิงก็ดังขึ้น “ใช่เบอร์ของถงเหมี่ยวเหมี่ยวหรือเปล่า?”

เสี่ยวเป่าตอบรับ “ใช่ครับ มีธุระอะไรกับหม่ามี้หรือเปล่า?”

“หม่ามี้ เธอแต่งงานแล้วเหรอ?”

น้ำเสียงฟังดูประหลาดใจ

แต่หลังจากนั้นไม่นานน้ำเสียงของมู่อวี้เฉิงก็กลับมาสงบนิ่งตามปกติ

หลังจากวันเวลาผ่านพ้นไปหลายปี

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคงจะแต่งงานแล้วสินะ

“เจ้าตัวเล็ก เอาโทรศัพท์ไปให้แม่หนูคุยที”

“รอแป๊บนะฮะ”

เสี่ยวเป่ากระโดดลงจากโซฟา ถือโทรศัพท์และวิ่งเข้าไปในห้องนอน ตะโกนร้องเรียนด้วยเสียงแบบเด็ก ๆ “หม่ามี้ มีคนโทรมา”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร และถามออกไป “ใครโทรมาลูก?”

“ไม่รู้สิ เป็นเสียงผู้ชาย”

เสี่ยวเป่าตอบรับและยื่นโทรศัพท์ออกไปให้เธอ

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหู “สวัสดีค่ะ ฉันถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดสาย”

“ผมเอง”

น้ำเสียงไพเราะชวนหลงใหลเหมือนกับเชลโล่ของ       มู่อวี้เฉิงดังลอดออกมาจากโทรศัพท์

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตกใจจนเผลอทำโทรศัพท์ร่วงกระแทกกับพื้นและปิดเครื่องไป

สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปและหันไปมองเสี่ยวเป่าด้วยสายตาเหลือเชื่อ

เธอนึกไม่ถึงว่ามู่อวี้เฉิงกับเสี่ยวเป่าจะได้พูดคุยกัน

“หม่ามี้เป็นอะไรไป?”

เสี่ยวเป่าสังเกตเห็นว่าสีหน้าของแม่ผิดปกติ เขากะพริบดวงตากลมโตและเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูเขาขณะที่พูดอะไรไม่ออก

เธอพยายามระงับอารมณ์ที่ผันผวนอยู่ในใจ ยกมือขึ้นเพื่อลูบหัวเสี่ยวเป่าและยิ้มเบา ๆ “หม่ามี้ไม่เป็นไร”

เสี่ยวเป่าเชื่อแบบนั้นจริง ๆ และช่วยเธอล้มเก็บโทรศัพท์ที่ตกหล่นขึ้นมา

เขายังคงสงสัย “หม่ามี้ ผู้ชายคนเมื่อกี้คือใคร?”

หัวใจของถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังเต้นแรง

เธอเหลือบมองเสี่ยวเป่าขณะรับโทรศัพท์มาด้วยท่าทีสงบ และพูดตอบว่า “ลูกค้าน่ะ ลูกออกไปเล่นเถอะ หม่ามี้ต้องทำงานต่อ”

“ครับ”

เสี่ยวเป่าพยักหน้าอย่างเชื่อฟังและเดินออกไป

บรรยากาศภายในห้องกลับมาสงบอีกครั้ง แต่หัวใจของถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับไม่สงบนิ่งเสียเลย

เธอพยายามสงบสติอารมณ์ลงและโทรศัพท์กลับไปหามู่อวี้เฉิงอีกครั้ง “คุณโทรมามีธุระอะไรหรือเปล่าคะ?”

“ผมโทรมานัดหารือเรื่องใบอนุญาตอีกรอบน่ะ”

ความหมายของมู่อวี้เฉิงค่อนข้างกระชับและชัดเจน และไม่ได้ถามอะไรมากเกี่ยวกับส่วนที่เหลือ

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถอนหายใจอย่างโล่งอก

โชคดี... ที่ผู้ชายคนนี้ไม่ได้นึกสงสัยอะไร

เธอควบคุมอารมณ์และพูดตอบรับด้วยน้ำเสียงราวกับเจ้าหน้าที่พนักงานที่ปฏิบัติตามหน้าที่ “ไม่ว่าคุณมู่จะว่ายังไง    ฉันก็ขอยืนยันคำเดิมว่าต้องการเรียกราคาเพิ่มอีกห้าสิบล้านจากราคาเดิม”

สายโทรศัพท์สิ้นสุดลงหลังจากคำพูดยืนกรานของ         ถงเหมี่ยวเหมี่ยว

ถงเหมี่ยวเหมี่ยววางสายลงและนึกถึงภาพลักษณ์ที่ไม่แยแสของมู่อวี้เฉิง บางทีเธออาจจะคิดมากไปเอง

ถึงแม้ว่าผู้ชายคนนี้จะได้ยินเสียงเสี่ยวเป่า แต่เขาก็คงไม่รู้ว่าเด็กคนนี้เป็นลูกชายของเขาอยู่ดี

และตราบใดที่เขาไม่ได้รับอนุญาตให้เจอหน้าหรือมีเสี่ยวร่วมกับเสี่ยวเป่า เขาก็จะไม่มีวันได้รู้ถึงการมีอยู่ของเสี่ยวเป่า

นอกจากนี้เขาน่าจะคิดว่าเธอแต่งงานแล้ว

เพราะวันเวลาต่างผ่านพ้นไปหลายปี

เธอพยายามพูดปลอบตัวเอง แต่กลับไม่สามารถสงบสติอารมณ์เพื่อทำงานต่อไปได้

จบบทที่ ตอนที่ 6 เธอแต่งงานแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว