เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 4 น่าสนใจกว่าเมื่อหลายปีก่อน

ตอนที่ 4 น่าสนใจกว่าเมื่อหลายปีก่อน

ตอนที่ 4 น่าสนใจกว่าเมื่อหลายปีก่อน


ตอนที่ 4

น่าสนใจกว่าเมื่อหลายปีก่อน

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับขึ้นมายังห้องชั้นบน

เสี่ยวเป่ารีบวิ่งเข้ามากอดขาเธอทันที เงยหน้าขึ้นและถามว่า “หม่ามี้ งานเป็นยังไงบ้างครับ?”

“ราบรื่นดีจ๊ะ”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก้มหน้าลงแล้วลูบผมสีดำนุ่มสลวยของเสี่ยวเป่าเบา ๆ ยิ้มและพูดว่า “เมื่อกี้หนูทำอะไรอยู่?”

“วาดรูปอยู่ฮะ”

เสี่ยวเป่าตอบคำถามและดึงถงเหมี่ยวเหมี่ยวให้มานั่งลงบนโซฟา “หม่ามี้ รอผมอยู่ที่นี่นะ เดี๋ยวผมไปเอามาให้ดู”

เขาปล่อยมือถงเหมี่ยวเหมี่ยวและรีบวิ่งไปที่โต๊ะ

“หม่ามี้ ดูซิผมวาดสวยมั้ย? นี่หม่ามี้ ส่วนนี่คือเสี่ยวเป่า”

เสี่ยวเป่าเปิดสมุดวาดภาพราวกับกำลังส่งมอบขุมทรัพย์ เขาชี้นิ้วไปที่ภาพวาดและมองดูถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยสายตาคาดหวัง

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูลวดลายบนสมุดวาดภาพขณะที่พยายามกลั้นหัวเราะ

มันคือภาพวาดนามธรรม

แต่เธอกลับไม่รู้สึกว่าลวดลายบนนั้นมันคล้ายคลึงเธอกับลูกชายสักนิด

ถึงอย่างนั้นก็เอ่ยปากชมอย่างมีมโนธรรมอยู่ดี “เสี่ยวเป่าวาดรูปสวยจังเลย”

“ผมก็ว่าผมวาดสวยเหมือนกันฮะ”

เสี่ยวเป่ายิ้มแย้มเมื่อมองดูสมุดวาดรูป

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหัวเราะ เธอมองดูเวลาและพูดขึ้นว่า “ดึกแล้ว ไปอาบน้ำเข้านอนเถอะ”

“ฮะ งั้นผมไปเอาเสื้อผ้ามาเปลี่ยนก่อน หม่ามี้ไปรอที่ห้องน้ำนะ”

เสี่ยวเป่าพยักหน้าและก้าวขาสั้น ๆ ออกไปหยิบเสื้อผ้า

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินหันหลังกลับเข้าไปเตรียมน้ำในห้องน้ำให้เสี่ยวเป่า

เธอมองดูระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นขณะที่ความคิดค่อย ๆ ล่องลอยไปไกล

จริง ๆ แล้วเธอยังควบคุมความคิดของตัวเองไม่ได้

เธอคิดว่าเธอสามารถสงบสติอารมณ์และทำตัวไม่แยแสได้

เธอประเมินตัวเองสูงเกินไป

และผู้ชายคนนั้นยังคงทำลายเกราะป้องกันของเธอได้เหมือนเช่นเคย

ภายในปากรู้สึกขมขื่นขึ้นเมื่อนึกถึงซ่งอวี่ซีที่ตามมาทีหลัง

ผู้ชายคนนั้นน่าจะแต่งงานกับซ่งอวี่ซี

เมื่อคำนวณเวลาดูแล้ว ลูกของพวกเขาน่าจะมีอายุใกล้เคียงกับเสี่ยวเป่า

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคิดเรื่องนี้ในใจ กำหมัดแน่นและพูดสาบานกับตัวเอง

เธอจะไม่มีวันให้คนคนนั้นรู้ถึงการมีอยู่ของเสี่ยวเป่า

ไม่เช่นนั้นเขาจะต้องแย่งชิงเสี่ยวเป่าไปจากอ้อมอกเธอแน่ ๆ

เสี่ยวเป่าที่หอบหิ้วเสื้อผ้าออกมามองดูแม่ยืนเหม่อลอยอยู่ข้าง ๆ อ่างน้ำ ขณะที่น้ำในอ่างกำลังจะล้นออกมา

เขารีบร้องเตือนแม่ “หม่ามี้ น้ำล้น”

“อ๊ะ โอ้”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้สติอีกครั้งและเอื้อมมือออกไปปิดก๊อกน้ำ

...

มู่อวี้เฉิงเดินออกมาจากร้านอาหารทั้งที่สีหน้ายังเรียบนิ่ง

ซ่งอวี้ซีไม่เข้าใจอารมณ์ของเขา แต่ทำใจกล้าสู้เสือเดินตามเขาไป

ลู่หมิงนำรถยนต์มาจอดรอที่ประตูชั้นล่างแล้ว

เขารีบลงจากรถทันทีเมื่อเห็นมู่อวี้เฉิงเดินออกมา จากนั้นจึงเดินอ้อมไปที่นั่งเบาะหลังและเปิดประตูให้อย่างนอบน้อม

มู่อวี้เฉิงที่กำลังจะก้าวขึ้นรถหันหน้ากลับมาขมวดคิ้วเมื่อสังเกตเห็นร่างหนึ่งยืนอยู่ด้านหลัง “มีอะไรอีก?”

น้ำเสียงยังคงเย็นชาเหมือนเดิม

จนซ่งอวี่ซีแทบจะฝืนยิ้มต่อไปไม่ไหว

เธอกระตุกมุมปากและพยายามพูดจานุ่มนวล “เมื่อกี้ฉันเห็นนายยังไม่ค่อยได้กินอะไรเลย เราไปกินข้าวด้วยกันไหม?”

“ฉันไม่ว่าง เธอไปกินเถอะ”

มู่อวี้เฉิงปฏิเสธอย่างเย็น ก่อนจะเดินขึ้นรถและโบกมือออกคำสั่งให้ลู่หมิงขับรถออกไป

ซ่งอวี่ซีมองดูรถยนต์ที่ค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกไปด้วยความตื่นตระหนก

มู่อวี้คอยตระหนักถึงความสัมพันธ์ระหว่างสองครอบครัวมาโดยตลอด และถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้เขาจะรู้สึกรำคาญเธอมากแค่ไหน แต่ตราบใดที่เธอไม่ขอร้องมากจนเกินไป มู่อวี้เฉิงก็แทบจะไม่ปฏิเสธเธอเลย

แต่พอวันนี้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมาปรากฏตัว มู่อวี้เฉิงก็ปฏิเสธเธอขึ้นมาทันที

ทำให้ซ่งอวี่ซีโกรธเคืองถงเหมี่ยวเหมี่ยวมาก

“ให้ตายเถอะ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว แกจะกลับมาทำไม!”

“ก็เห็น ๆ อยู่ว่าไล่ไปแล้ว ยังจะกลับมาทำซากอะไรอีก!”

เธอกัดฟันและก่นด่าอย่างดุเดือด

ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเธอพยายามสุดความสามารถเพื่อให้มู่อวี้เฉิงหันกลับมามองเธอ

แต่ผู้ชายคนนี้กลับไม่เคยมีเธอในสายตาเลย

ตอนนี้ทั้งสองครอบครัวกำลังวางแผนจะให้พวกเขาแต่งงาน แต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับมาซะได้!

ซ่งอวี่ซีคิดเรื่องนี้ขณะที่ดวงตาแดงฉานราวกับกำลังจะระเบิดออกมา!

เธอจะไม่มีวันยอมให้ผู้หญิงอย่างถงเหมี่ยวเหมี่ยวมาพรากความสุขของเธอไปเด็ดขาด!

ใบหน้าของเธอมืดหม่นลงราวกับน้ำหมึก เอื้อมมือออกไปคว้าโทรศัพท์และกดโทรออก “หาคนไปสืบดูซะ!”

...

รถยนต์เมอร์เซเดสมายบัคสีดำคันเรียบหรูกำลังแล่นไปตามบนท้องถนนที่กว้างขวาง

ลู่หมิงมองผ่านกระจกหลังและถามอย่างนอบน้อมว่า “ท่านประธานจะไปไหนครับ?”

มู่อวี้เฉิงคลี่ริมฝีปากออกเล็กน้อยขณะทำทีว่ากำลังตอบรับ แต่จู่ ๆ ใบหน้าอันทรงเสน่ห์ของถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ปรากฏขึ้นมาตรงหน้าเขา

“ไปทะเลครามฟ้าใส”

ลู่หมิงชะงักด้วยความประหลาดใจ

ตลอดช่วงห้าปีที่ผ่านมาท่านประธานไม่เคยไปที่นั่นเลย ทำไมจู่ ๆ ถึงคิดจะไปขึ้นมา?

ถึงแม้ว่าเขาจะรู้สึกประหลาดใจ แต่ไม่ได้ถามอะไรออกไป พยักหน้าและเปลี่ยนเส้นทาง

ภายในรถยนต์ที่กำลังแล่นไปข้างหน้าเต็มไปด้วยความเงียบงัน

หลังจากผ่านไปสักพักใหญ่ เสียงของลู่หมิงก็ดังขึ้นอีกครั้ง “ท่านประธาน ถึงทะเลครามฟ้าใสแล้วครับ”

ทันใดนั้นชายคนที่เอนกายอยู่บนเบาะหลังลืมตาขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียง ดวงตาเย็นชายังคงชัดแจ๋วเหมือนเดิม

เขาเหลือบมองวิลล่าด้านนอกหน้าต่าง และก้าวลงจากรถยนต์ด้วยสีหน้าเรียบเฉย “พรุ่งนี้แปดโมงมารับฉันด้วย”

เขาพูดและเดินเข้าประตูบานใหญ่ไป

เพียงชั่วพริบตาห้องนั่งเล่นที่เคยมืดสลัวก็สว่างไสวขึ้นราวกับตอนกลางวัน

ห้องนั่งเล่นหรูหราถูกตกแต่งอย่างประณีต เฟอร์นิเจอร์ยังคงเหมือนกับเมื่อห้าปีก่อนและดูเงียบเหงาเป็นพิเศษ

มู่อวี้เฉิงยืนอยู่หน้าทางเข้าย้อนคิดถึงเหตุการณ์เมื่อหลายปีก่อน

น้ำเสียงนุ่มนวลและอ่อนโยนของผู้หญิงคนนั้นยังดังก้องอยู่ในหูของเขา “มาแล้วเหรอคะ”

เขาส่ายหัวราวกับต้องการสลัดภาพยุ่งเหยิงในหัวให้ออกไป

เขาเม้มริมฝีปากบาง สวมรองเท้าแตะและเดินขึ้นไปชั้นบน

ไม่รู้ว่าทำไมเขาจึงเดินตรงไปยังห้องที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเคยอยู่

กวาดสายตามองดูห้องที่ว่างเปล่าด้วยความรู้สึกเลือนราง

สำหรับสถานที่แห่งนี้ เขาคงเป็นเพียงแค่คนแปลกหน้า

เขาเคยแวะมาที่นี่แค่สองสามครั้งเท่านั้น และทั้งหมดก็ล้วนมาเพื่อเยี่ยมถงเหมี่ยวเหมี่ยว

ในตอนนั้นคงเป็นเพราะผู้หลักผู้ใหญ่บ้าน เขาถึงได้จัดแจงให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมาอยู่ที่นี่

เขาจำได้ว่าครั้งสุดท้ายที่เขาแวะมาที่นี่คือตอนที่ผู้หญิงคนนั้นหายตัวไป

เขามองดูห้องที่ยังคงรูปลักษณ์เหมือนกับห้าปีที่แล้วไม่มีผิด มีเพียงแค่ข้าวของของผู้หญิงคนนั้นที่หายไป

สีหน้าของเขามืดหม่นลงทั้งที่อยู่ใต้แสงไฟ

เดิมทีเขาเคยคิดว่าเมื่อถึงเวลา เขาจะแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้น แต่นึกไม่ถึงว่าเธอจะหนีไปเสียก่อน

เดาว่าคงทนไม่ไหวถึงได้ย้ายออกไปสินะ

แต่เขากลับต้องประหลาดใจเมื่อผู้หญิงคนนั้นกลับมาปรากฏตัวหลังจากห้าปีผ่านไป

และยังมีหน้ามาเจอเขาในลักษณะแบบนั้น

เขาหรี่ตาลงเมื่อนึกถึงผู้หญิงที่พูดจาฉะฉานในร้านอาหาร ท่าทางของเธอแข็งกร้าว และเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ

เปรียบเทียบกับผู้หญิงที่อ่อนโยนและเชื่อฟังเมื่อห้าปีที่แล้ว

หญิงสาวที่มีท่าทางแข็งกร้าวเมื่อหัวค่ำทำให้เขารู้สึกประหลาดใจมาก

ยิ่งไปกว่านั้นเธอทำให้เขาลำบากใจทันทีที่มาถึง

ไม่รู้ว่าห้าปีที่ผ่านมาอะไรทำให้ผู้หญิงคนนั้นเปลี่ยนไปมากขนาดนี้

มู่อวี้เฉิงหัวเราะเบา ๆ “ถงเหมี่ยวเหมี่ยว เธอน่าสนใจกว่าเมื่อหลายปีก่อนอีกนะ”

เขามองดูห้องเป็นครั้งสุดท้ายและหันหลังกลับไป

จบบทที่ ตอนที่ 4 น่าสนใจกว่าเมื่อหลายปีก่อน

คัดลอกลิงก์แล้ว