เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 3 คนแปลกหน้าที่คุ้นเคย

ตอนที่ 3 คนแปลกหน้าที่คุ้นเคย

ตอนที่ 3 คนแปลกหน้าที่คุ้นเคย


ตอนที่ 3

คนแปลกหน้าที่คุ้นเคย

เมื่อเสี่ยวเป่ากลับมาถึงถงเหมี่ยวเหมี่ยวเพิ่งจัดเตรียมเอกสารเสร็จ

เธอพูดถามทันทีเมื่อเห็นว่าเจ้าตัวเล็กเดินกลับมาจากข้างนอก “ลูกออกไปวิ่งเล่นข้างนอกมาอีกแล้วเหรอ?”

“ใช่ ผมออกไปตั้งนานแล้ว หม่ามี้รู้ตัวช้าจัง จนตอนนี้ผมสงสัยแล้วเนี่ยว่าผมเป็นลูกหม่ามี้จริง ๆ หรือเปล่า?”

เสี่ยวเป่าแสร้งทำเป็นตำหนิอย่างไม่พอใจ

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มด้วยความเอ็นดู เดินเข้ามากอดมาหอมและตอบรับว่า “ก็ลูกหม่ามี้น่ะสิ! ลูกชายหม่ามี้เก่งมาก หม่ามี้ไม่ต้องกังวลอะไรเลย”

เสี่ยวเป่าถอนหายใจ แต่กลับทำหน้าทำตายิ้มทะเล้น

เขาเหลือบมองแม่ที่กำลังหอมอยู่ และคิดในใจว่าจะเล่าเรื่องคุณลุงสุดหล่อให้แม่ฟังดีหรือไม่

แต่หลังจากคิดเรื่องนี้แล้วก็ช่างเถอะ!

เพราะว่าหม่ามี้ดูไม่ค่อยจะสนใจผู้ชายเอาเสียเลย

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูสีหน้าครุ่นคิดของเจ้าตัวน้อย และถามด้วยความสงสัย “มีอะไรหรือเปล่า?”

“ไม่มีอะไรฮะ”

เสี่ยวเป่าส่ายหัว และทำสีหน้าจริงจัง “ผมไปสั่งอาหารที่ชั้นล่างมาให้หม่ามี้ น่าจะใกล้มาส่งแล้ว หม่ามี้ไปล้างมือซิ”

“ขอบใจนะจ๊ะเจ้าลูกชาย หม่ามี้หิวพอดีเลย”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหอมแก้มลูกชายอีกครั้ง ก่อนจะผละตัวออก

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกินข้าวเย็นกับเสี่ยวเป่าตอนหนึ่งทุ่ม และออกไปตามนัด

เธอกำชับเสี่ยวเป่าก่อนออกไปว่า “เดี๋ยวหม่ามี้กลับมา อย่าไปวิ่งเล่นที่ไหนอีกนะลูก!”

“รู้แล้วฮะ หม่ามี้ตั้งใจทำงานนะ”

เสี่ยวเป่าส่งเสียงให้กำลังใจถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยู่หน้าประตู

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มรับ “จ้า”

เธอเดินออกจากห้องและกดลิฟต์ไปที่ชั้นแปด

...

ด้านในภัตตาคารอาหารถูกตกแต่งอย่างอบอุ่นและสวยงาม

มู่อวี้เฉิงนั่งอยู่ริมหน้าต่างเพียงลำพัง รอลูกค้าเดินทางมาเงียบ ๆ

เขานั่งไขว้ขาอยู่ในท่าทางสบาย ๆ แต่กลับดูสง่างาม ใบหน้าลุ่มลึกและเคร่งขรึมเปล่งประกายภายใต้แสงไฟ

พนักงานบริการหญิงและลูกค้าหลายคนต่างหันมามองเขา

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่เพิ่งเดินเข้ามาเหลือบเห็นภาพดังกล่าว

ถึงแม้ว่าชายหนุ่มจะไม่ได้ทำอะไรเลยแต่กลับมีเสน่ห์เปล่งประกายจนดึงดูดผู้คนอย่างเหลือล้น

สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปทันทีเมื่อรองเท้าส้นสูงสิบนิ้วก้าวเข้าไปตรงหน้าของชายหนุ่ม และพูดทักทายอย่างใจเย็น “สวัสดีค่ะ ฉันคือถงเหมี่ยวเหมี่ยว เป็นผู้รับผิดชอบจากสตีเฟนกรุ๊ป”

มู่อวี้เฉิงชะงักและเงยหน้าขึ้นมอง

ใบหน้าที่คุ้นเคยเป็นอย่างดีกำลังปรากฏอยู่ตรงหน้าเขา

ใบหน้าที่งดงามและอ่อนโยนของเธอถูกแต่งแต้มด้วยสีสันเบา ๆ ผมลอนใหญ่พาดยาวไปบนบ่า สวมเครื่องแบบชุดสูทสีดำสนิทที่กระชับรูปร่างของเธอจนเกิดส่วนเว้นและส่วนโค้ง

เอวของเธอตั้งตรงแสดงให้เห็นถึงความสามารถและสติปัญญาที่เฉลียวฉลาดตามแบบฉบับผู้หญิงมืออาชีพ

สีหน้าดูมั่นใจเต็มเปี่ยมและ... เฉยเมย!

สีหน้าของมู่อวี้เฉิงไม่เคยเปลี่ยนไปแม้แต่ตอนที่ต้องเผชิญหน้ากับปัญหา ทว่าตอนนี้สีหน้าตกใจที่ยากจะเห็นได้นักกลับปรากฏขึ้น

“ถงเหมี่ยวเหมี่ยว”

เขาพึมพำชื่อของเธอ คนคนหนึ่งที่ถูกผนึกมานานหลายปีปรากฏขึ้นในใจอีกครั้ง และกำลังซ้อนทับกับปัจจุบัน

“คุณเองเหรอ?”

น้ำเสียงของมู่อวี้เฉิงฟังดูประหลาดใจ

“ฉันเองค่ะ”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวนั่งลงฝั่งข้ามด้วยสีหน้าว่างเปล่า และหันหน้ามาหาเขา

อันที่จริงเธอค่อนข้างรู้สึกสับสน

เพราะผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าเธอคือผู้ชายคนแรกของเธอและยังเป็นพ่อผู้ให้กำเนิดของเสี่ยวเป่า

แต่เธอไม่ต้องการแสดงออกมากนัก และพูดเข้าประเด็นว่า “คุณมู่ ดิฉันจะพูดสรุปสั้น ๆ นะคะ ดิฉันเป็นผู้จัดการฝ่ายบริหารจากสตีเฟนกรุ๊ปสาขาเอเชีย วันนี้ฉันมาเป็นตัวแทนบริษัทเพื่อหารือเรื่องความร่วมมือต่าง ๆ กับคุณ ส่วนแผนการทางธุรกิจที่บริษัทคุณส่งมา ฉันเห็นแล้วค่ะ... แต่ฉันคิดว่าเราควรต้องเจรจาเรื่องราคากันใหม่”

มู่อวี้เฉิงเหลือบมองเธอเล็กน้อย

ผู้หญิงตรงหน้าพูดจาชัดถ้อยชัดคำ มีท่าทีเฉียบขาดและดำเนินการทุกอย่างอย่างรวดเร็วจนเผยให้เห็นความมั่นใจที่เต็มเปี่ยม

เปรียบเสมือนผู้หญิงที่มีความสามารถ!

แตกต่างจากคู่หมั้นที่นุ่มนวลและไม่ยิ้มแย้มของเขามาก

จนทำให้เขาตกอยู่ในภวังค์พักหนึ่ง

ทว่ามู่อวี้เฉิงเป็นคนค่อนข้างมีสมาธิ เขาสามารถสงบสติอารมณ์และจดจ่อกับเรื่องงานได้เสมอ

เขารีบพูดด้วยสีหน้าจริงจังว่า “แล้วคุณถงมีความคิดยังไงบ้างครับ?”

หัวใจของถงเหมี่ยวเหมี่ยวสั่นไหวเมื่อได้ยินเขาเรียกชื่อ แต่ใบหน้าของเธอกลับยังเฉยเมย “ฉันอยากจะขอเรียกราคาเพิ่มอีกสักห้าสิบล้านค่ะ!”

คิ้วหนาของมู่อวี้เฉิงขมวดเข้าหากัน “คุณถง คุณคิดว่าราคานี้มันเหมาะสมแล้วหรือครับ? ผมว่าราคาสามร้อยล้านที่ขอซื้อลิขสิทธิ์เทคโนโลยีจากคุณมันก็สูงมากแล้วนะ และผมเชื่อว่าไม่มีใครหน้าไหนในวงการนี้จะจ่ายเงินได้สูงเท่านี้หรอกครับ!”

“มันก็ไม่แน่หรอกค่ะ! เพราะเทคโนโลยีคือหัวใจสำคัญ! คุณมู่ก็น่าจะเข้าใจนะคะว่าบริษัทเราใช้ความพยายามในการพัฒนาเทคโนโลยีนี้ไปตั้งเท่าไหร่ มูลค่าของมันประเมินค่าไม่ได้ด้วยซ้ำ และฉันคิดว่าการต่อรองราคานี้มันก็ไม่ได้มากเกินไปเลย”

ใบหน้าของถงเหมี่ยวเหมี่ยวแข็งกร้าวแสดงถึงความไม่ยอมแพ้

มู่อวี้เฉิงขมวดคิ้ว จ้องเธอและไม่พูดอะไรอยู่ครู่หนึ่ง

หลังจากนั้นไม่นาน เขาหรี่ตาลงและพูดว่า “ไม่ได้เจอกันมาห้าปี คุณเปลี่ยนไปเยอะเลยนะ”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำมือแน่นแสดงสีหน้าไม่แยแส “แล้วท่านประธานรู้จักฉันดีพอเหรอคะ?”

“...”

มู่อวี้เฉิงพูดไม่ออกอีกครั้ง

รู้จักเธอเหรอ?

ไม่เลย!

ถึงแม้ว่าเมื่อห้าปีที่แล้วเธอจะมีสถานะเป็น ‘คู่หมั้น’ของเขา แต่พวกเขาทั้งสองกลับไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กันมากนัก

เขายุ่งมากจนบางครั้งเผลอลืมไปว่ามีเธอคนนี้อยู่ด้วย

มีเพียงการเผชิญกันสั้น ๆ แค่ไม่กี่ครั้งและเหินห่างกันไป

ดูเหมือนว่าเขาจะจำจดได้แค่ใบหน้าที่ซีดเซียวและรูปลักษณ์ที่อ่อนแอของเธอ!

เขาไม่รู้จักเธอเลยสักนิด!

ถงเหมี่ยวเหมียวอ่านความคิดเขาออกและประชดประชันในใจ

เขาไม่รู้จักเธอเลยสักนิดจริง ๆ…

แต่เธอรู้จักเขา รู้จักเขาดีมากด้วย!

ย้อนกลับไปตอนนั้นเธอดีใจมากที่เธอจะได้หมั้นหมายกับเขา

เขาเป็นลูกชายที่น่าภาคภูมิใจของตระกูลมู่ เป็นคนที่โดดเด่นและน่าจับตามองจนทำให้ทุกคนหมายปองแห่กันมาแย่งชิงตัวเขา

สาวน้อยวัยใสที่เชื่อในรักแรกมักจะชื่นชอบคนที่ดูดีที่สุดเสมอ

แม้แต่เธอเองก็ไม่มีข้อยกเว้น

เธอยอมถวายตัวให้เขาในคืนที่เขากำลังเมาไม่ได้สติ!

แต่เรื่องทั้งหมดกลับพังทลายลงเมื่อผู้หญิงคนนั้นมาประกาศกล่าวว่าหล่อนตั้งครรภ์ถึงหน้าประตู!

เพราะนั้นตอนนี้ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าเธอจึงเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่คุ้นเคยในสายตาเธอเท่านั้น!

“ท่านประธาน ฉันจะถือว่าเงินอีกห้าสิบล้านเป็นขีดจำกัดของฉันแล้วกันนะคะ คุณลองคิดดูดี ๆ แล้วกัน เพราะว่าถ้าคุณไม่ต้องการ ฉันจะไปเจรจาเรื่องลิขสิทธิ์เทคโนโลยีนี้กับบริษัทอื่นต่อ”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดและลุกขึ้น

เธอไม่ต้องการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ชายตรงหน้ามากนัก และรีบออกไปหลังจากพูดจบ

แต่หลังจากเดินออกมาได้ไม่นาน เธอกลับพบเข้ากับคนคนหนึ่ง

ซ่งอวี่ซี!

ผู้หญิงที่ชาตินี้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะไม่มีวันลืม!

เธอยังคงเซ็กซี่และสวยสะพรั่งตามแบบฉบับหญิงสาวที่ทรงเสน่ห์ รอยยิ้มสดใสเผยขึ้นทันทีเมื่อเห็นหน้ามู่อวี้เฉิงจนไม่อาจปิดบังดวงตาหลงใหลได้ “อวี้เฉิง หาตัวเจอสักที...”

เธอยิ้มและรีบเดินเข้ามา

ทว่ารอยยิ้มของเธอกลับแข็งค้างเมื่อเดินผ่าน                   ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไป

เห็นได้ชัดว่าใบหน้าประหลาดใจจดจำถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้ “เธอ...”

แต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับเมินเฉยและเดินผ่านไปราวกับราชินี!

ซ่งอวี่ซีมองดูแผ่นหลังของเธอด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไป

เธอไม่เคยลืมว่าตอนนั้นตัวเองเป็นคนบีบบังคับให้ผู้หญิงคนนี้ออกไป!

แต่นึกไม่ถึงว่าหล่อนจะกลับมาอีกครั้ง!

และดูเหมือนว่าเพิ่งจะมาเจอมู่อวี้เฉิง!!!

พวกเขาคุยเรื่องอะไรกัน?

ซ่งอวี่ซีหันไปมองมู่อวี้เฉิงด้วยสีหน้าลนลาน

มู่อวี้เฉิงแสดงสีหน้าเย็นชาและไม่ได้มองมาที่เธอด้วยซ้ำ แต่กลับจับจ้องไปที่แผ่นหลังของถงเหมี่ยวเหมี่ยวแทน

“อวี้... อวี้เฉิง...”

ซ่งอวี่ซีร้องเรียกเขาด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก

มู่อวี้เฉิงละสายตากลับมาและพูดเบา ๆ ว่า “เธอมาที่นี่ทำไม?”

“เอ่อ ฉัน... ฉันมาแวะมากินข้าวเย็นน่ะ บังเอิญเห็นนายเข้าเลยแวะมาทักทาย”

ซ่งอวี้ซีฝืนหัวเราะออกไปทั้งที่สีหน้าเป็นกังวล “แล้วเมื่อกี้ใครเหรอ...?”

“ลูกค้า”

มู่อวี้เฉิงตอบกลับด้วยน้ำเสียงเฉยเมย สีหน้าของเขาไม่ได้ตื่นตระหนกและดูเหมือนว่าเขาจะไม่ต้องการตอบคำถามอะไร

ซ่งอวี้ซีถอนหายใจเบา ๆ ด้วยความรู้สึกสงสัย

ผู้หญิงคนนั้น... หล่อนคงไม่ได้พูดถึงเรื่องในอดีตให้    มู่อวี้เฉิงฟังใช่ไหม?

จบบทที่ ตอนที่ 3 คนแปลกหน้าที่คุ้นเคย

คัดลอกลิงก์แล้ว