- หน้าแรก
- สไนเปอร์ของฉันที่มีปากกระบอกกว้างสามกิโลเมตร
- บทที่ 65 - หรือว่าจะมีเผ่าซานไห่ด้วยงั้นเหรอ?
บทที่ 65 - หรือว่าจะมีเผ่าซานไห่ด้วยงั้นเหรอ?
บทที่ 65 - หรือว่าจะมีเผ่าซานไห่ด้วยงั้นเหรอ?
"นายนี่ก็รู้จักประยุกต์ใช้พรสวรรค์ได้ยืดหยุ่นดีเหมือนกันนะ" ปาโก่วมองหลี่ฮ่าวที่อยู่ข้างๆ ด้วยสีหน้าแปลกๆ
ตอนนี้พวกเขาเดินเข้ามาในอุโมงค์เหมืองแร่แล้ว ภายในอุโมงค์ไม่มีแสงสว่างใดๆ เลย และวิธีที่พวกเขาใช้ให้แสงสว่างก็คือ พรสวรรค์ 'สร้างแผนที่จำลอง' ของหลี่ฮ่าวนั่นเอง เส้นสายแสงสีขาวเหล่านั้นลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ ไม่เพียงแต่จะแสดงภาพแผนที่รอบๆ ได้ แต่ยังช่วย... ส่องสว่างให้บริเวณโดยรอบได้อีกด้วย
ความสว่างของมันอาจจะส่องไปไม่ได้ไกลนัก น่าจะพอๆ กับแสงจากไฟฉายมือถือสักไม่กี่เครื่องมารวมกัน แต่ก็ถือว่าเยี่ยมมากแล้วล่ะ
"แฮะๆ" หลี่ฮ่าวหัวเราะแห้งๆ ด้วยสีหน้ากระดากอาย "ทริกเล็กๆ น้อยๆ น่ะครับ ไม่คู่ควรให้พูดถึงหรอก"
ต้องยอมรับเลยว่า พรสวรรค์ในการสร้างแผนที่จำลองนั้นยอดเยี่ยมมากจริงๆ
พวกเขาเดินตามเส้นทางที่แสดงบนแผนที่จำลองไปเรื่อยๆ จนมาถึงหน้าหีบสมบัติที่อยู่ลึกเข้าไปในอุโมงค์เหมืองได้อย่างราบรื่น โดยไม่ต้องเดินอ้อมให้เสียเวลาเลย
ไม่นานนัก พวกเขาก็มองเห็นหีบใบหนึ่งฝังตัวอยู่ในกำแพงหิน ซึ่งมีร่องรอยของการขุดเจาะอยู่รอบๆ
「ชื่อไอเทม」: หีบไอเทมระดับ 3 ดาว
「ผลของไอเทม」: เมื่อเปิดออก จะสามารถเลือกไอเทมระดับ 3 ดาวได้ 1 ชิ้นจากทั้งหมด 3 ชิ้น
「เงื่อนไขการเปิด」: ทำภารกิจใดภารกิจหนึ่งต่อไปนี้ให้สำเร็จ จึงจะสามารถเปิดได้
「ภารกิจที่ 1」: กระหายเลือดแปดทิศ - สังหารผู้เล่นเผ่าพันธุ์อื่นให้ครบ 100,000 คนด้วยตัวคนเดียว จึงจะสามารถเปิดหีบได้
「ภารกิจที่ 2」: ผู้พิทักษ์แดน - รวบรวมผู้เล่นเผ่าเดียวกันให้ครบ 10,000 คนด้วยตัวคนเดียว จึงจะสามารถเปิดหีบได้
「ผู้เล่นที่รับภารกิจก่อนหน้า: หวังกุ้นเอ๋อร์」
「สถานะ: เสียชีวิต」
"หวังกุ้นเอ๋อร์คือหัวหน้าของพวกผู้เล่นกลุ่มนั้นครับ ผมเองก็ถูกเขาชวนมาร่วมกลุ่มด้วย ทุกคนเรียกเขาว่า กุ้นเอ๋อร์เย๋"
"เขารับภารกิจที่สอง คือผู้พิทักษ์แดน แต่ตอนนี้... เขาตายไปแล้ว"
"เขาไม่ได้ใช้พรสวรรค์เผ่าพันธุ์ 'ฟีนิกซ์คืนชีพ' งั้นเหรอ?" ปาโก่วถามขึ้นด้วยความสงสัย
"ไม่ได้ใช้ครับ" หลี่ฮ่าวพยักหน้า "พวกเขาส่วนใหญ่แทบไม่ได้ใช้พลังฟีนิกซ์คืนชีพกันเลย แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงไม่มีใครกลับมาเลยสักคน ตามหลักแล้ว พวกเขาน่าจะคืนชีพกลับมายังจุดที่เคยอยู่เมื่อ 24 ชั่วโมงก่อนได้นี่นา สงสัยว่าน่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันอะไรบางอย่างที่เกินความเข้าใจของพวกเราแน่ๆ"
เฉินเจียงหรี่ตาลง จ้องมองภารกิจทั้งสองอย่างที่อยู่บนหีบสมบัติตรงหน้า
นี่มันหีบไอเทมที่เตรียมไว้ประเคนให้เขาชัดๆ แบบนี้ยังต้องคิดอีกเหรอว่าจะเลือกอันไหน?
เขาทำเงื่อนไขสังหารต่างเผ่าพันธุ์ทะลุหนึ่งแสนคนไปตั้งนานแล้ว เขาจึงกดยอมรับภารกิจแรกไปโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย
「ติ๊ง! ผู้เล่นเฉินเจียง ได้รับภารกิจที่ 1 กระหายเลือดแปดทิศ」
「สังหารผู้เล่นเผ่าพันธุ์อื่นด้วยตัวคนเดียวให้ครบ 100,000 คน จึงจะสามารถเปิดหีบได้」
「ความคืบหน้าปัจจุบัน: 0/100,000」
"หืม?"
เฉินเจียงขมวดคิ้วเล็กน้อย ที่เคยฆ่าไปก่อนหน้านี้ไม่นับงั้นเหรอ? ต้องเริ่มนับยอดสังหารใหม่ตั้งแต่วินาทีที่รับภารกิจเป็นต้นไปเนี่ยนะ?
แบบนี้โคตรเสียของเลย! ถ้ารู้แบบนี้เขาน่าจะมารับภารกิจนี้ก่อน แล้วค่อยไปถล่มเมือง 18 ก็ยังไม่สาย แต่ก็นั่นแหละ ก่อนที่เขาจะถล่มเมือง 18 เขาจะไปรู้ได้ยังไงว่าที่นี่มีหีบสมบัติซ่อนอยู่
ช่างมันเถอะ
จู่ๆ ก็มีเผ่าแมลงโผล่มาป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆ พวกผู้เล่นเผ่าแมลงเหล่านี้น่าจะมากพอให้เขาเปิดหีบใบนี้ได้
จากนั้นเขาจึงหันไปมองหลี่ฮ่าว หรี่ตาลงเล็กน้อยอย่างครุ่นคิด เขารู้สึกสนใจพรสวรรค์ของหลี่ฮ่าวเข้าให้แล้ว พรสวรรค์นี้ถือว่ามีประโยชน์กับพวกเขาอย่างมหาศาลเลยทีเดียว
มันเทียบเท่ากับอะไรน่ะเหรอ?
หนูนักล่าสมบัติ + แผนที่แสดงผลรอบด้านแบบเรียลไทม์ + อาวุธลอบสังหารสุดแนบเนียน + ไฟฉายฉบับย่อส่วน!
หีบไอเทมระดับ 3 ดาวใบนี้ ก็ถูกค้นพบด้วยพรสวรรค์การสร้างแผนที่จำลองของหลี่ฮ่าวนี่แหละ ถ้าเขาขับรถหุ้มเกราะ พาหลี่ฮ่าวตระเวนไปทั่วดินแดนรกร้าง แบบนี้เขาจะไม่กวาดหีบสมบัติที่ซ่อนอยู่ทั้งหมดมาไว้ในครอบครองได้เลยงั้นเหรอ?
"พรสวรรค์ของนายสามารถหาหีบสมบัติที่ซ่อนอยู่ได้ แล้วนายไม่เคยออกไปเดินสำรวจรอบๆ ดินแดนรกร้างเลยเหรอ?"
"หา?" หลี่ฮ่าวชะงักไปเล็กน้อย สีหน้าเผยความขมขื่น "คนสติดีๆ ที่ไหนเขาจะออกไปเดินเพ่นพ่านในดินแดนรกร้างกันล่ะครับ นั่นมันรนหาที่ตายชัดๆ"
"ก็จริง" เฉินเจียงพยักหน้าเบาๆ กวาดสายตามองไปรอบๆ อากาศในนี้มีฝุ่นผงเยอะพอสมควร "ออกไปพักผ่อนข้างนอกกันก่อนคืนนี้ พรุ่งนี้ค่อยเริ่มลุยกันใหม่ เอาของกินให้เขาสักหน่อยสิ"
"ได้เลยครับ"
ปาโก่วล้วงขนมปังสองสามถุงกับน้ำเปล่าขวดหนึ่งออกมาจากอกเสื้อแล้วส่งให้หลี่ฮ่าว "เอ้า ไส้บลูเบอร์รีนะ พอดีฉันไม่ชอบกินบลูเบอร์รีที่สุดเลย แต่ก็ยังถือว่าดีล่ะนะ ตอนแรกฉันคิดว่าขนมปังที่พวกเผ่าจักรกลผลิตออกมา จะเป็นไส้น้ำมันเครื่องซะอีก"
ไม่นานนัก กลุ่มของเฉินเจียงก็กลับออกมาอยู่ข้างนอกอีกครั้ง
เฉินเจียงนอนหงายอยู่บนหลังคารถ เหม่อมองท้องฟ้ายามค่ำคืน พลางเรียบเรียงแผนการขั้นต่อไปอย่างเงียบๆ
หีบสมบัติใบนี้ ต้องใช้ชีวิตของผู้เล่นต่างเผ่าพันธุ์หนึ่งแสนคนมาสังเวย แน่นอนว่าต้องใช้ชีวิตของพวกผู้เล่นเผ่าแมลงนั่นแหละ ส่วนพรสวรรค์ของหลี่ฮ่าว คงต้องลองพาไปตระเวนในดินแดนรกร้างดู เผื่อจะมีเซอร์ไพรส์อะไรดีๆ และการหากำไลมิติที่ใหญ่กว่าเดิม ก็ต้องอยู่ในตารางงานด้วยเหมือนกัน
ส่วนแต้มผลงานในร้านค้าของเผ่ามนุษย์ ก็ต้องคิดให้ดีๆ ว่าจะซื้ออะไรถึงจะคุ้มค่าที่สุด แล้วก็ยังมีเศษไอเทมพังๆ ในลานขยะนั่นอีก ต้องไปขนมาให้หมด
จริงๆ แล้ว แผนการลึกๆ ในใจของเขา เขาไม่ได้กะจะฆ่าล้างบางเมือง 18 ทั้งหมดตั้งแต่แรกหรอก! เพราะพรสวรรค์ 'ดัดแปลงตามใจนึก' ของเขามันจำเป็นต้องใช้ไอเทมจำนวนมหาศาลมาเป็นวัตถุดิบในการอัปเกรด
และพรสวรรค์ของเผ่าจักรกลก็คือการสร้างไอเทม! สิ่งที่เขาคิดไว้จริงๆ ก็คือการจับพวกเผ่าจักรกลกลุ่มใหญ่มาเป็นทาส ยึดโรงงาน แล้วให้พวกมันผลิตไอเทมให้เขาตลอดเวลา เพื่อที่เขาจะได้อัปเกรดความแข็งแกร่งของตัวเองได้อย่างรวดเร็วที่สุด!
แต่น่าเสียดาย ซากของเมือง 18 ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จู่ๆ ก็โดนพวกผู้เล่นเผ่าแมลงฮุบไปซะงั้น เฉินเจียงถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะกลับมาชื่นชมความงามของท้องฟ้าเหนือหัวต่อ ไม่เป็นไรหรอก ยังไงก็ต้องได้เจอคนเผ่าจักรกลและเมืองแห่งใหม่ของพวกมันอีกแน่
ลองจินตนาการดูสิว่า คนทั้งเมืองกำลังเร่งผลิตไอเทมเพื่อเขาคนเดียว!
เขาเชื่อมั่นว่า ป้อมปืนของเขาจะขยายขนาดลำกล้องทะลุสามพันเมตรได้ในเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน!
ส่วนด้านล่าง ปาโก่วที่นั่งอยู่ตรงเบาะข้างคนขับกำลังจุดบุหรี่ให้ตัวเอง เขามองไปทางหลี่ฮ่าวที่นั่งอยู่บนก้อนหินไม่ไกลนัก แล้วถามอย่างลอยๆ ว่า "ทำไมนายถึงชื่อนี้ล่ะฮ่าว เรียกชื่อนายทีไร ฉันรู้สึกเหมือนกำลังทักทายฮ่าวอยู่ทุกทีเลย"
"เอ่อ..." หลี่ฮ่าวมีสีหน้ากระอักกระอ่วน "ตอนตั้งชื่อ พ่อผมอยากให้ใช้คำว่า 'เทียน (ฟ้า)' คำเดียวเป็นชื่อผม ก็คือ หลี่เทียน"
"แต่พอไปไหว้พระ คนในศาลเจ้าบอกว่า สำหรับครอบครัวธรรมดาๆ ชื่อเด็กผู้ชายไม่ควรใช้คำว่าเทียน ส่วนเด็กผู้หญิงไม่ควรใช้คำว่าเซียน (เทพธิดา) เพราะมันจะแบกรับความยิ่งใหญ่ของชื่อไม่ไหว แล้วจะกลายเป็นนำภัยพิบัติมาให้แทน"
"พ่อผมก็เห็นด้วย แต่เขาก็ยังอยากให้ชื่อผมมีความหมายเกี่ยวกับท้องฟ้าอยู่ดี สุดท้ายก็เลยเลือกคำว่า 'ฮ่าว' คำนี้มา ฮ่าว แปลว่า ความยิ่งใหญ่ของท้องฟ้า เป็นตัวแทนของคำว่าฟ้า แบบนี้ก็จะได้ไม่ผิดข้อห้ามของคำว่าฟ้า แถมยังมีความหมายแฝงถึงฟ้าด้วย"
"อย่างนี้นี่เอง" ปาโก่วพยักหน้าเข้าใจ เขาเคาะเถ้าบุหรี่ทิ้งลงข้างๆ อย่างไม่ใส่ใจ ก้นบุหรี่สีแดงฉานส่องประกายวูบวาบราวกับดาวหางที่พาดผ่านท้องฟ้ายามค่ำคืน เขาเดาะลิ้นและพูดอย่างทึ่งๆ
"เยี่ยมไปเลยแฮะ กลัวว่าลูกชายจะแบกรับชื่อฟ้าไม่ไหว ก็เลยตั้งชื่อว่า 'ซัดฟ้า (รื่อเทียน)' ไปซะเลย นี่สินะที่เขาเรียกว่า ในเมื่อแบกไม่ไหว งั้นก็ฟาดมันซะเลย!"
"แล้วก่อนหน้านี้ตอนอยู่บนดาวสีน้ำเงิน นายทำงานอะไรล่ะ?"
"เรื่องนี้เหรอ... ถ้าจะให้อธิบายคร่าวๆ ก็คือ การประยุกต์ใช้วิทยาการที่ก้าวหน้าที่สุดของดาวสีน้ำเงิน เพื่อเปลี่ยนพลังงานเคมีของเครื่องจักรให้เป็นพลังงานกล จากนั้นก็เปลี่ยนพลังงานกลให้เป็นพลังงานไฮดรอลิก แล้วก็กระจายพลังงานผ่านระบบไปยังชิ้นส่วนต่างๆ ทำให้เครื่องจักรสามารถหมุนทำงานได้แบบ 360 องศา สร้างมูลค่ามหาศาลด้วยพลังงานที่น้อยที่สุดครับ"
"พูดภาษาคน" ปาโก่วพูดด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ขยี้ก้นบุหรี่ใต้ฝ่าเท้าจนดับแล้วดีดทิ้งไปข้างๆ
"อะแฮ่ม..." หลี่ฮ่าวหน้าเสียเล็กน้อยก่อนจะตอบเสียงอ่อย "ผมเรียนจบจากหลานเสียงครับ"
"อ๋อ เข้าใจละ คนขับรถแบ็กโฮนี่เอง" ปาโก่วแค่นเสียงเหยียดหยาม "แค่ขับรถแบ็กโฮ ทำมาเป็นเล่นลิ้นซะหรูหรา เมื่อก่อนฉันยังเป็นแค่เด็กเสิร์ฟเลย ไม่เห็นจะหาเงินได้น้อยกว่านายตรงไหน?"
ทว่าในตอนนั้นเอง——
เสียงร้องคำรามดังกึกก้องก็ระเบิดขึ้นกลางท้องฟ้ายามค่ำคืน ปาโก่วสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ เขาดึงปืนลูกซองออกมาเตรียมพร้อมแล้วเงยหน้ามองขึ้นไปบนฟ้าอย่างรวดเร็ว
และในวินาทีต่อมา...
เขาจ้องมองสัตว์ปีกขนาดยักษ์ที่ลอยอยู่กลางอากาศ ลำตัวของมันยาวเกือบร้อยเมตร บดบังแสงจันทร์เกือบทั้งหมดจนเกิดเป็นเงาดำทาบทับลงมาบนพื้นดิน ปาโก่วเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ก่อนจะอุทานออกมาอย่างไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองว่า "ไอ้นั่นมันตัวบ้าอะไรวะเนี่ย!"
"หรือว่า... จะมีเผ่าซานไห่ด้วยงั้นเหรอ?"
"นี่มันยกกันมาทั้งตำราซานไห่จิงเลยหรือไงวะ!"
(จบแล้ว)