- หน้าแรก
- หงษ์อัคคีมารผลาญพิภพ
- ตอนที่ 21 หยางอู๋ตี๋
ตอนที่ 21 หยางอู๋ตี๋
ตอนที่ 21 หยางอู๋ตี๋
ตอนที่ 21 หยางอู๋ตี๋
วันรุ่งขึ้น ณ เมืองเค่อหลิน ตระกูลทำลาย
หลังจากฝึกฝนมาทั้งวัน พลังวิญญาณของหม่าหงจวิ้นก็ฟื้นฟูกลับคืนมาจนหมดสิ้น ในขณะที่เขากกำลังเตรียมตัวจะลุกขึ้นเพื่อไปตรวจดูอาการของหยางอู๋ตี๋ ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงเคาะประตู ตามมาด้วยเสียงของหยางเยว่
“น้องชายหม่า เจ้าตื่นหรือยัง?”
“ข้าตื่นแล้วขอรับ มีธุระอะไรหรือเปล่า? เกิดอะไรขึ้นกับผู้นำตระกูลหยางหรือขอรับ?” หลังจากได้ยินเสียง หม่าหงจวิ้นก็ก้าวเดินไปข้างหน้า เปิดประตูออกแล้วเอ่ยถามหยางเยว่
เมื่อเห็นหม่าหงจวิ้นเปิดประตู หยางเยว่ก็เอ่ยด้วยความดีใจว่า:
“น้องชายหม่า ผู้นำตระกูลไม่เป็นอะไรแล้วล่ะ ต้องขอบคุณความช่วยเหลือของเจ้าแท้ๆ ตอนนี้เขาฟื้นตัวแล้วและกำลังรออยู่ที่โถงหลัก เขาเจาะจงให้ข้ามาเชิญเจ้าไปพบปะพูดคุยกัน”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หม่าหงจวิ้นก็ตอบตกลงทันทีและเดินตามหยางเยว่ไปยังโถงหลัก เมื่อก้าวเข้ามาในโถงหลัก หม่าหงจวิ้นก็เห็นว่าหยางอู๋ตี๋ที่เพิ่งจะถูกพิษไปเมื่อวานนี้ บัดนี้ได้ฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์แล้ว เขาคาดเดาว่าตระกูลทำลายคงจะใช้ตัวยาวิเศษบางอย่างแน่นอน
ทุกคนในโถงต่างพากันเอ่ยทักทายหม่าหงจวิ้นเมื่อเขาเดินเข้ามา หลังจากหม่าหงจวิ้นก้าวเข้ามาข้างใน ผู้อาวุโสท่านหนึ่งก็ลุกขึ้นยืนและแนะนำเขาให้หยางอู๋ตี๋รู้จัก:
“ผู้นำตระกูล นี่คือน้องชายหม่าขอรับ ต้องขอบคุณเปลวไฟและไขกระดูกน้ำแข็งของเขาเมื่อวานนี้แท้ๆ ท่านถึงสามารถหลุดพ้นจากอันตรายได้อย่างรวดเร็วปานนี้”
เมื่อได้ยินดังนั้น หยางอู๋ตี๋ก็รีบลุกขึ้นยืนทันที ก้าวเดินเข้ามาหาหม่าหงจวิ้นและประสานมือคำนับ:
“น้องชาย ข้าขอขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือของเจ้าเมื่อวานนี้มาก ข้าหยางอู๋ตี๋ไม่รู้จะตอบแทนเจ้าอย่างไรดี หากเจ้ามีความปรารถนาหรือคำขอใดๆ ตระกูลทำลายของพวกเราย่อมต้องตอบสนองให้อย่างแน่นอน”
หม่าหงจวิ้นรีบเข้าไปพยุงร่างของหยางอู๋ตี๋ให้ลุกขึ้นและเอ่ยว่า:
“ฮ่าๆๆ ผู้นำตระกูลหยาง ไม่จำเป็นต้องเกรงใจขนาดนั้นหรอกขอรับ ข้าชื่อหม่าหงจวิ้น เดิมทีข้าตั้งใจเดินทางมาที่ตระกูลทำลายเพื่อพูดคุยบางเรื่อง ทว่าเนื่องจากเห็นผู้นำตระกูลหยางกำลังหมกมุ่นกับการปรุงยาในช่วงไม่กี่วันก่อน ข้าจึงไม่อยากรบกวนขอรับ”
“อะไรนะ? เจ้ามาตั้งหลายวันก่อนแล้วรึ? น้องชาย ข้าต้องขออภัยจริงๆ เป็นเพราะตระกูลทำลายต้อนรับขับสู้ได้ไม่ดีพอ มาๆๆ เชิญนั่งก่อนเถอะ พวกเรามาทานข้าวไปคุยไปกันดีกว่า” จากนั้นทุกคนก็ย้ายไปที่โต๊ะอาหารและนั่งลงเพื่อรับประทานอาหารเช้าด้วยกัน หม่าหงจวิ้นฝึกฝนมาตลอดทั้งคืนและยังไม่ได้ทานอาหารที่ตระกูลทำลายส่งไปให้เลย ยามนี้เขาจึงรู้สึกหิวอยู่บ้าง จึงได้หยิบตะเกียบขึ้นมาเริ่มทานอาหาร
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง หยางอู๋ตี๋ก็วางตะเกียบลงและเอ่ยถามหม่าหงจวิ้นว่า:
“เมื่อครู่นี้ข้าได้ยินเจ้าบอกว่าเดินทางมาที่ตระกูลทำลายเพื่อพูดคุยบางเรื่อง ไม่ทราบว่ามันคือเรื่องอะไรรึ?”
เมื่อได้ยินดังนั้น หม่าหงจวิ้นก็วางตะเกียบลงและเอ่ยเข้าประเด็นโดยตรงทันที:
“ผู้นำตระกูลหยาง ข้าเคยได้ยินมาจากเหล่าผู้อาวุโสของข้าว่า ความรู้เรื่องตัวยาของตระกูลทำลายนั้นเลื่องลือไปทั่วใต้หล้า การใช้ยาและพิษของพวกท่านก็นับว่าไร้ผู้ต่อต้านในทวีปโต้วหลัว ด้วยเหตุนี้ข้าจึงได้เดินทางมาที่นี่ ข้าปรารถนาที่จะเรียนรู้ความรู้เรื่องตัวยาจากตระกูลทำลายขอรับ”
เมื่อหยางอู๋ตี๋และเหล่าผู้อาวุโสคนอื่นๆ ได้ยินหม่าหงจวิ้นเอ่ยชื่นชมว่าความรู้เรื่องตัวยาของตระกูลทำลายเลื่องลือไปทั่วใต้หล้าและไร้ผู้ต่อต้านในทวีปโต้วหลัว พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะยืดอกขึ้นด้วยความภาคภูมิใจและทระนงตน หยางอู๋ตี๋ถึงกับระเบิดเสียงหัวเราะลั่นออกมา:
“ฮ่าๆๆ น้องชาย เจ้าชมเกินไปแล้ว มันไม่ได้น่าทึ่งขนาดนั้นหรอก มันก็เป็นเพียงแค่ชื่อเสียงจอมปลอมเท่านั้นแหละ ชื่อเสียงจอมปลอมน่ะ ฮ่าๆๆ”
ถึงแม้ถ้อยคำของหยางอู๋ตี๋จะดูถ่อมตน ทว่าเขากลับไม่สามารถสะกดรอยยิ้มบนใบหน้าเอาไว้ได้เลย เมื่อเห็นภาพนั้น หม่าหงจวิ้นก็ลอบยิ้มในใจ การเอ่ยปากเยินยอและชื่นชมให้อีกฝ่ายอารมณ์ดี จะช่วยให้การเจรจาพูดคุยหลังจากนี้เป็นไปอย่างง่ายดายยิ่งขึ้น สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นทักษะในชีวิตการทำงานจากชาติก่อนของเขาในการเจรจาต่อรองสัญญาเชียวล่ะ
ผลลัพธ์เป็นไปตามที่หม่าหงจวิ้นคาดเดาเอาไว้ทุกประการ หยางอู๋ตี๋โบกมือและเอ่ยกับหม่าหงจวิ้นว่า:
“การที่น้องชายหงจวิ้นให้เกียรติความรู้เรื่องตัวยาของตระกูลทำลายของพวกเราก็นับเป็นความภาคภูมิใจของพวกเราเช่นกัน หากเจ้าเต็มใจ จากนี้ไปเจ้าสามารถพักอาศัยอยู่ที่ตระกูลทำลายได้เลย พวกเราย่อมถ่ายทอดความรู้ทั้งหมดที่มีให้แก่เจ้าแน่นอน”
เมื่อได้ยินคำพูดของหยางอู๋ตี๋ หม่าหงจวิ้นก็รีบลุกขึ้นยืนและประสานมือคำนับหยางอู๋ตี๋ทันที:
“ขอบคุณผู้อาวุโสหยางที่เมตตาขอรับ!”
หยางอู๋ตี๋โบกมือปฏิเสธและเอ่ยขึ้นตรงๆ ว่า:
“เมตตาอะไรกัน? เอาอย่างนี้ดีกว่า เจ้าเลิกเรียกข้าว่าผู้นำตระกูลหยางหรือผู้อาวุโสหยางได้แล้ว ข้าเห็นว่าเจ้ามีอายุอานามไล่เลี่ยกับหลานชายของข้า หากเจ้าไม่รังเกียจ ก็เรียกข้าว่าท่านปู่หยางเถอะ ส่วนข้าจะเรียกเจ้าว่าหงจวิ้น เจ้าว่าอย่างไรล่ะ?”
หม่าหงจวิ้นดีใจเป็นอย่างยิ่งเมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนี้ เขาจึงรีบเอ่ยตอบทันทีว่า:
“ได้แน่นอนขอรับ ท่านปู่หยาง”
“ฮ่าๆๆ ดีๆๆ หงจวิ้น จากนี้ไปจงติดตามท่านปู่หยางของเจ้าให้ดี ข้าจะเป็นคนอบรมสั่งสอนความรู้เรื่องตัวยาให้แก่เจ้าด้วยตัวเอง และจะไม่มีการปิดบังอำพรางแม้แต่น้อย ฮ่าๆๆ” เมื่อเห็นหม่าหงจวิ้นตอบตกลง หยางอู๋ตี๋ก็ระเบิดเสียงหัวเราะลั่นออกมาด้วยความชอบใจ
“ขอบคุณขอรับ ท่านปู่หยาง หงจวิ้นย่อมตั้งใจศึกษาเล่าเรียนกับท่านอย่างแน่นอนขอรับ”
“ฮ่าๆๆ...” ทุกคนที่อยู่ในที่นั้นต่างก็พากันเผยรอยยิ้มออกมาเช่นกัน
หม่าหงจวิ้นทอดถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก ในที่สุดก้อนหินที่หนักอึ้งในใจก็ยกออกจากอกเสียที ยามนี้เขาสามารถเรียนรู้เรื่องตัวยากับหยางอู๋ตี๋ได้แล้ว การเดินทางไปยังธาราสองขั้วในอนาคตย่อมได้รับการรับประกันแน่นอน
หนึ่งวันต่อมา หยางอู๋ตี๋พาหม่าหงจวิ้นมาที่ห้องหนังสือ จากนั้นเขาก็ดึงตำราเล่มหนาเล่มหนึ่งออกมาจากชั้นหนังสือแล้วยื่นให้หม่าหงจวิ้น หลังจากหม่าหงจวิ้นรับมาเปิดดูก็เห็นว่ามันสลักอักษรเอาไว้ว่า คัมภีร์รวมความรู้พื้นฐานเรื่องตัวยา
หลังจากทั้งสองคนนั่งลงเรียบร้อยแล้ว หยางอู๋ตี๋ก็เอ่ยแนะนำให้หม่าหงจวิ้นฟังว่า:
“หงจวิ้น คัมภีร์รวมความรู้พื้นฐานเรื่องตัวยา เล่มนี้ได้บันทึกรายละเอียดของสมุนไพรบางชนิดที่ปรากฏขึ้นในทวีปโต้วหลัวเอาไว้อย่างครบถ้วน ทั้งลักษณะการเจริญเติบโต วิธีการเก็บเกี่ยว และเทคนิคการสกัดขั้นพื้นฐานล้วนรวมอยู่ในนี้ การจะเรียนรู้เรื่องตัวยา ความรู้ทางทฤษฎีย่อมเป็นสิ่งที่ไม่สามารถขาดไปได้ เพราะฉะนั้น เจ้าจงนำตำราเล่มนี้ไปอ่านดูเป็นอันดับแรก พยายามจดจำเนื้อหาให้ได้อย่างน้อยเจ็ดส่วน หรือจะจำทั้งหมดเลยได้ก็ยิ่งดี เมื่อเจ้าสามารถจดจำสิ่งเหล่านี้ได้แล้ว ค่อยเริ่มศึกษาเรื่องอื่นๆ ต่อไป”
หม่าหงจวิ้นเปิดตำราออกอ่านและกวาดสายตาดูคร่าวๆ เนื้อหาภายในนับว่าอัดแน่นและหลากหลายมากจริงๆ ทว่าเขากลับไม่พบสิ่งบันทึกเกี่ยวกับสมุนไพรอมตะเลยแม้แต่น้อย ดังนี้ เขาจึงเงยหน้าขึ้นและเอ่ยถามด้วยความมุนงงว่า:
“ท่านปู่หยาง เหตุใดในตำราเล่มนี้ถึงไม่มีการแนะนำของล้ำค่าอย่าง ดอกกล้วยไม้ฉลุสวรรค์ เมลอนทองมังกรปฐพี หรือดอกทานตะวันหงอนไก่หงสา เลยล่ะขอรับ?”
เมื่อได้ยินคำพูดของหม่าหงจวิ้น หยางอู๋ตี๋ก็พิสูจน์ข้อสันนิษฐานของตนเองได้สำเร็จและเอ่ยอธิบายว่า:
“ฮ่าๆ ดูเหมือนเจ้าจะมีความรู้ไม่น้อยเลยนะหงจวิ้น สิ่งของเหล่านั้นที่เจ้าเอ่ยถึงน่ะมันจัดอยู่ในประเภทของสมุนไพรอมตะไปแล้ว แน่นอนว่าพวกมันย่อมไม่มีทางถูกบันทึกเอาไว้ในตำราเล่มนี้หรอก”
ขณะที่เอ่ยปากพูด หยางอู๋ตี๋ก็ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง ดึงเอาตำราที่มีหน้ากระดาษเหลืองเก่าเล่มหนึ่งออกมาจากช่องลับ ก้าวเดินกลับมานั่งลงแล้วเอ่ยว่า:
“หงจวิ้น ตำราเล่มนี้เรียกว่า คัมภีร์ภาพสมุนไพรอมตะ บรรดาสมุนไพรอมตะที่เจ้าเพิ่งจะเอ่ยถึงเมื่อครู่นี้ล้วนถูกบันทึกเอาไว้ในนี้ทั้งหมดแหละ”
หม่าหงจวิ้นเตรียมที่จะยื่นมือไปรับมาเปิดดู ทว่าหยางอู๋ตี๋กลับดึงตำราถอยร่นกลับไป หม่าหงจวิ้นจ้องมองหยางอู๋ตี๋ด้วยความมุนงง ส่วนฝ่ายหลังกลับเอ่ยถามขึ้นว่า:
“หงจวิ้น ข้าสามารถมอบตำราเล่มนี้ให้แก่เจ้าได้ ทว่าเจ้าต้องบอกเหตุผลที่แท้จริงที่เจ้าอยากจะเรียนรู้เรื่องตัวยาให้ข้าฟัง ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าจะกระตือรือร้นอยากเรียนรู้ขนาดนี้เพียงเพราะเคยได้ยินมาจากเหล่าผู้อาวุโสของเจ้าเท่านั้น”
เมื่อได้ยินคำถามของหยางอู๋ตี๋ หม่าหงจวิ้นก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นและเอ่ยอธิบายให้หยางอู๋ตี๋ฟังว่า:
“ท่านปู่หยาง ข้าต้องขออภัยด้วยขอรับ ข้าไม่ได้มีเจตนาจะปิดบังซ่อนเร้นท่านเลย อันที่จริงมันเป็นเพราะวิญญาณยุทธ์ของข้าเองขอรับ วิญญาณยุทธ์ที่ข้าปลุกขึ้นมาคือวิญญาณยุทธ์ที่กลายพันธุ์ หงษ์ไฟ นับตั้งแต่ที่ข้าปลุกมันขึ้นมา มันก็แฝงไปด้วยภัยเงียบอันตรายเอาไว้...”
“กล่าวโดยสรุปก็คือสถานการณ์มันเป็นเช่นนี้แหละขอรับ ด้วยเหตุนี้ข้าจึงต้องหาทางครอบครองดอกทานตะวันหงอนไก่หงสาให้เร็วที่สุด เพื่อนำมาชำระล้างเพลิงมารในวิญญาจารย์ของข้า ทว่าเนื่องจากข้ามีความรู้เรื่องตัวยาน้อยนิดเหลือเกิน ข้าจึงคิดเดินทางมาศึกษาเล่าเรียนที่ตระกูลทำลายขอรับ” หม่าหงจวิ้นบอกเล่าข้อบกพร่องในวิญญาณยุทธ์ของตนให้หยางอู๋ตี๋ฟัง ทว่าเขากลับไม่ได้ปริปากเอ่ยถึงธาราสองขั้วเลยแม้แต่น้อยในยามนี้
เมื่อได้รับฟังคำอธิบายของหม่าหงจวิ้น หยางอู๋ตี๋ก็ทอดถอนใจยาวพรางเลื่อนส่ง คัมภีร์ภาพสมุนไพรอมตะ ไปตรงหน้าหม่าหงจวิ้น:
“เฮ้อ โชคชะตาช่างโหดร้ายยิ่งนัก ข้าคาดไม่ถึงเลยว่าปัญหาวิญญาณยุทธ์ของเจ้าจะรุนแรงถึงเพียงนี้หงจวิ้น ไม่แปลกใจเลยที่เจ้าจะกระตือรือร้นอยากเรียนรู้เรื่องตัวยาขนาดนี้ จงรับตำราเล่มนี้ไปเถอะ ทว่าก่อนที่จะเปิดอ่านมัน เจ้าจำเป็นต้องเรียนรู้พื้นฐานเรื่องตัวยาให้แตกฉานเสียก่อน หลังจากที่เจ้ามีความเข้าใจในความรู้ทั่วไปเป็นอย่างดีแล้ว ค่อยเปิดอ่านตำราเล่มนี้ในภายหลัง”
“ข้าเข้าใจแล้วขอรับ ท่านปู่หยาง” หม่าหงจวิ้นพยักหน้ารับคำหลังจากได้ยินคำสั่งสอนของหยางอู๋ตี๋
จบตอน