- หน้าแรก
- หงษ์อัคคีมารผลาญพิภพ
- ตอนที่ 20 ตระกูลทำลาย ขจัดพิษ
ตอนที่ 20 ตระกูลทำลาย ขจัดพิษ
ตอนที่ 20 ตระกูลทำลาย ขจัดพิษ
ตอนที่ 20 ตระกูลทำลาย ขจัดพิษ
---- สิบวันต่อมา อาณาจักรซิงหลัว อาณาจักรคีลีครีส เมืองเค่อหลิน
หลังจากเดินทางรอนแรมมานานถึงสิบวัน ในที่สุดหม่าหงจวิ้นก็เดินทางมาถึงเมืองเค่อหลิน ซึ่งเป็นที่ตั้งของตระกูลทำลาย
หม่าหงจวิ้นยืนอยู่ที่หน้าประตูเมืองเค่อหลิน เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วก้าวเดินเข้าไปข้างในด้วยย่างก้าวที่มั่นคง ภายในเมืองเต็มไปด้วยความคึกคักมีชีวิตชีวา แผงลอยทั้งสองข้างทางเรียงรายไปด้วยสินค้าแปลกตามากมายจนเลือกไม่ถูก
เขาเอื้อมมือไปรั้งตัวชายหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังเดินผ่านไปพร้อมกับเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มว่า “พี่ชาย ข้าขอสอบถามอะไรหน่อย ตระกูลทำลายตั้งอยู่ที่ใดหรือขอรับ?”
ชายหนุ่มผู้นั้นกวาดสายตามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า จากนั้นก็ชี้นิ้วไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเมือง “เดินตรงไปตามถนนเส้นนี้จนสุดทาง จากนั้นก็เลี้ยวซ้าย จะพบกับคฤหาสน์หลังใหญ่หลังหนึ่ง ที่นั่นแหละคือที่พำนักของตระกูลทำลาย ทว่าเจ้าจะตามหาพวกเขาไปทำไมกันล่ะ?”
หม่าหงจวิ้นเอ่ยขอบคุณชายหนุ่มคนนั้นโดยไม่ได้ตอบคำถามของเขา และมุ่งหน้าตรงไปยังทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองทันที เพียงไม่นาน เขาก็เห็นคฤหาสน์หลังใหญ่หลังนั้น โดยมีชายฉกรรจ์รูปร่างกำยำสองคนยืนเฝ้ายามอยู่ตรงประตูทางเข้า
หม่าหงจวิ้นก้าวเดินไปข้างหน้าและประสานมือคำนับ:
“พี่ชายทั้งสองคน ข้าชื่อหม่าหงจวิ้น ข้ามีเรื่องสำคัญที่อยากจะขอเข้าพบผู้นำตระกูลของพวกท่าน รบกวนช่วยเข้าไปรายงานให้หน่อยได้หรือไม่ขอรับ”
ขณะที่เอ่ยปากพูด เขาก็แอบยัดเหรียญภูติทองใส่มือของพวกเขาอย่างเงียบๆ ท้ายที่สุดแล้ว การมาขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น การมอบสินน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ย่อมไม่เสียหายอะไรอยู่แล้ว
ชายฉกรรจ์ทั้งสองคนหันมาสบตากกัน พวกเขารับเหรียญภูติทองไปด้วยความยินดี และคนหนึ่งก็เดินเข้าไปรายงานข้างใน ทว่าเพียงไม่นาน คนที่เข้าไปรายงานก็ก้าวเดินออกมา ประสานมือให้หม่าหงจวิ้นแล้วเอ่ยว่า:
“คุณชายท่านนี้ ผู้นำตระกูลของพวกเรากำลังหมกมุ่นอยู่กับการปรุงยาในยามนี้ จึงไม่สะดวกที่จะต้อนรับแขก ขอความกรุณาท่านกลับมาใหม่ในวันหลังเถอะขอรับ”
พูดจบ ทั้งสองคนก็ส่งเหรียญภูติทองคืนให้แก่หม่าหงจวิ้น ทว่าหม่าหงจวิ้นไม่ได้หยิบรับกลับคืนมา ทำเพียงแค่ประสานมือให้พวกเขาแล้วเอ่ยว่า:
“พี่ชายทั้งสองคนเก็บเอาไว้เถอะขอรับ ถือว่าเป็นค่าสุราเล็กๆ น้อยๆ ในเมื่อผู้นำตระกูลของพวกท่านกำลังยุ่งอยู่ ข้าก็จะไม่รบกวนแล้ว วันหลังจะกลับมาเยี่ยมเยียนใหม่ขอรับ”
เมื่อได้ยินคำพูดของทหารยาม หม่าหงจวิ้นก็ไม่ได้รู้สึกผิดหวังเลยแม้แต่น้อย ในทางตรงกันข้าม เขากลับรู้สึกยินดีมากขึ้นไปอีก คำพูดของทหารยามช่วยพิสูจน์ให้เห็นว่าหยางอู๋ตี๋คลั่งไคล้การปรุงยามากเพียงใด ดังนั้นความรู้เรื่องตัวยาของเขาต้องยอดเยี่ยมอย่างแน่นอน หม่าหงจวิ้นรู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ตนเองตามหาคนไม่ผิด
ด้วยเหตุนี้ ในช่วงไม่กี่วันต่อมา หม่าหงจวิ้นจึงเดินทางมาที่ตระกูลทำลายแทบจะทุกวัน เมื่อเวลาผ่านไป ความสัมพันธ์ของเขากับทหารยามทั้งสองคนก็แน่นแฟ้นขึ้นมาก และเขายังได้รู้นามของพวกแกอีกด้วยว่าชื่อ หยางหมิง และ หยางอู่ จนกระทั่งถึงวันที่สิบ หม่าหงจวิ้นก็เดินทางมาที่ตระกูลทำลายอีกครั้ง
“น้องชายหม่า เจ้ามาแล้วรึ!” ทหารยามที่หน้าประตูเอ่ยทักทายเมื่อเห็นหม่าหงจวิ้น
“ขอรับ ข้าอยากทราบว่าการปรุงยาของผู้นำตระกูลหยางเป็นอย่างไรบ้างแล้วหรือขอรับ?” หม่าหงจวิ้นเอ่ยถาม
“เรื่องนี้ พวกข้า...”
“แย่แล้ว! ผู้นำตระกูลถูกพิษ...”
ในขณะที่ทหารยามกำลังเอ่ยปากพูด จู่ๆ เสียงอุทานด้วยความตื่นตระหนกก็ดังแว่วมาจากภายในลานบ้าน ที่แท้หยางอู๋ตี๋พลาดพลั้งทำตัวเองติดพิษในระหว่างการจัดเตรียมตัวยานั่นเอง
เมื่อได้ยินเสียงร้อง ทหารยามและหม่าหงจวิ้นต่างก็พากันตกใจสะดุ้ง ในตอนนั้นเอง ชายในชุดคลุมยาวผู้หนึ่งก็วิ่งกระหืดกระหอบออกมาด้วยความตื่นตระหนกและตะโกนลั่นว่า:
“เร็วเข้า! รีบไปตามหาวิญญาจารย์สายธาตุไฟหรือวิญญาจารย์สายธาตุน้ำแข็งมาเร็วเข้า! ผู้นำตระกูลถูกพิษจากผลปีศาจอัคคีเหมันต์เล่นงานแล้ว!!”
ในขณะที่หยางหมิงและหยางอู่กำลังจะแยกย้ายกันออกไปตามหา หม่าหงจวิ้นก็รีบเอ่ยขึ้นทันควันว่า:
“ข้าคือวิญญาจารย์สายธาตุไฟ ข้าสามารถช่วยผู้นำตระกูลของพวกท่านได้ขอรับ!!”
“ไอ้เด็กน้อย อย่ามาหาเรื่องวุ่นวาย พวกเราต้องการวิญญาจารย์ที่มีความบริสุทธิ์ของเปลวไฟสูงส่งอย่างยิ่ง ไม่ใช่พวกไร้ฝีมือ...”
ชายผู้นั้นกำลังจะเอ่ยปากดุด่า ทว่าเมื่อเขาเห็นหม่าหงจวิ้นเปิดใช้งานวิญญาณยุทธ์โดยตรง หงสาเพลิงโลหิตพลันปรากฏขึ้นเบื้องหลัง และเพลิงหงสาอันน่าสะพรึงกลัวนั้นก็อุดคำพูดของเขาให้ติดค้างอยู่ภายในลำคอทันที
“หง... หงสาเพลิง!!! ยอดเยี่ยมไปเลย!!!”
เมื่อเห็นพลังเปลวเพลิงอันหนาแน่นปานนั้น ชายคนดังกล่าวก็เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความตกตะลึง จากนั้นเขาก็รีบคว้ามือของหม่าหงจวิ้นและเอ่ยอย่างลนลานว่า:
“น้องชาย ท่านช่างยอดเยี่ยมเหลือเกิน ขอความกรุณาช่วยชีวิตผู้นำตระกูลของพวกเราด้วยเถอะขอรับ เมื่อครู่นี้เป็นความผิดของข้าเอง โปรดประทานอภัยให้ข้าด้วย ตราบใดที่ท่านสามารถช่วยชีวิตผู้นำตระกูลของพวกเราเอาไว้ได้”
พูดจบ เขาก็เตรียมที่จะทรุดตัวลงคุกเข่าให้แก่หม่าหงจวิ้น หม่าหงจวิ้นรีบเข้าไปพยุงร่างของเขาให้ลุกขึ้นและเอ่ยว่า:
“ไม่เป็นไรๆ ขอรับ เมื่อครู่นี้ท่านเพียงแค่ร้อนใจจนสับสน ข้าไม่ได้เก็บมาใส่ใจหรอก ข้าย่อมเต็มใจช่วยเหลือผู้นำตระกูลหยางอยู่แล้ว ทว่าข้าไม่รู้วิธีการขจัดพิษ ดังนั้นท่านต้องคอยชี้แนะข้าด้วยนะขอรับ”
“แน่นอนอยู่แล้ว แน่นอนอยู่แล้ว ข้าชื่อหยางเยว่ น้องชาย เชิญเข้ามาพูดคุยกันข้างในตระกูลก่อนเถอะขอรับ”
พูดจบ เขาก็เดินนำพาหม่าหงจวิ้นเข้าไปข้างในตระกูล
เมื่อก้าวเข้ามาข้างในตระกูล ณ โถงหลักของเรือนหลัง หม่าหงจวิ้นเห็นชายผู้หนึ่งนอนอยู่บนเตียง ใบหน้าของเขาเขียวคล้ำและลมหายใจรวยริน ข้างเตียงมีชายชราหลายคนยืนอยู่ ซึ่งพวกเขาคือเหล่าผู้อาวุโสของตระกูลทำลาย
หลังจากหยางเยว่เอ่ยกระซิบกระซาบบางอย่างกับผู้อาวุโสท่านหนึ่ง ผู้อาวุโสท่านนั้นก็รีบก้าวเท้ามาข้างหน้าและเอ่ยกับหม่าหงจวิ้นว่า:
“น้องชาย คงต้องรบกวนเจ้าแล้ว พิษของผลปีศาจอัคคีเหมันต์นั้นรุนแรงและโอหังยิ่งนัก พวกเราจำเป็นต้องใช้เปลวไฟของเจ้าเพื่อสะกดพิษน้ำแข็งเอาไว้ก่อน จากนั้นค่อยประสานร่วมกับยาแก้พิษที่พวกเราจัดเตรียมขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อขจัดพิษไฟในภายหลัง”
หม่าหงจวิ้นพยักหน้ารับคำ เขาโคจรพลังวิญญาณ เปลวเพลิงหงสาเพลิงโลหิตค่อยๆ เข้าไปโอบล้อมรอบร่างของหยางอู๋ตี๋อย่างช้าๆ ทันทีที่เปลวไฟสัมผัสถูกตัว ร่างกายของหยางอู๋ตี๋ก็สั่นสะท้าน และส่งเสียงครางด้วยความเจ็บปวดออกมา หม่าหงจวิ้นไม่กล้าประมาทเลินเล่อ คอยควบคุมอุณหภูมิและความรุนแรงของเปลวไฟอย่างระมัดระวังที่สุด
ในตอนนั้นเอง ศิษย์หนุ่มคนหนึ่งในตระกูลก็ตะโกนขึ้นมาเสียงดังลั่นว่า:
“แย่แล้ว พิษไฟในร่างกายของผู้นำตระกูลถูกกระตุ้นขึ้นมาแล้ว!”
ที่แท้พิษทั้งสองชนิดของผลปีศาจอัคคีเหมันต์คอยคานอำนาจและถ่วงดุลซึ่งกันและกันอยู่ เมื่อกดข่มพิษน้ำแข็ง พิษไฟก็จะเริ่มอาละวาดคลุ้มคลั่ง และเมื่อกดข่มพิษไฟ พิษน้ำแข็งก็จะแผลงฤทธิ์ ผู้อาวุโสขมวดคิ้วมุ่นพลางเอ่ยสั่งการ:
“เร็วเข้า! นำตัวยาธาตุน้ำแข็งมา!”
หม่าหงจวิ้นยังคงประคองเปลวไฟเอาไว้พลางรอคอยตัวยา หลังจากได้รับตัวยามาแล้ว ผู้อาวุโสก็รีบป้อนมันให้แก่หยางอู๋ตี๋ทันที ทว่ามันกลับไม่สามารถกดข่มพิษไฟลงได้เลย
“แย่แล้ว พวกเราประเมินอานุภาพของพิษไฟนี้ต่ำเกินไป ลำพังเพียงตัวยาธรรมดาไม่สามารถกดข่มพิษไฟนี้ได้!!”
“ถ้าเช่นนั้นพวกเราจะทำอย่างไรกันดีในยามนี้?”
“เว้นเสียแต่ว่าจะมีสมบัติล้ำค่าแห่งสวรรค์ธาตุน้ำแข็ง มิฉะนั้นย่อมไม่สามารถสะกดพิษไฟนี้ลงได้!! ทว่าตระกูลของพวกเราในยามนี้กลับไม่มีของล้ำค่าพรรค์นั้นอยู่เลย!”
ในขณะที่ทุกคนกำลังทอดถอนใจและตกอยู่ในความสิ้นหวัง หม่าหงจวิ้นพลันนึกถึงไขกระดูกน้ำแข็งยะเยือกพันปีของตนเองขึ้นมาได้ เขาจึงดึงมันออกมาจากอุปกรณ์วิญญาณโดยตรง ไอความเย็นยะเยือกอันหนาวเหน็บเสียดแทงกระดูกแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วทั้งห้องทันที ผู้อาวุโสตระกูลคนหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยความตกตะลึงลาน:
“ไขกระดูกน้ำแข็งยะเยือกพันปี!!!”
“ข้าอยากทราบว่าไขกระดูกน้ำแข็งชิ้นนี้พอจะช่วยกดข่มพิษไฟได้หรือไม่ขอรับ?”
“ได้แน่นอน ได้อย่างแน่นอน น้องชาย คาดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะมีสมบัติล้ำค่าพรรค์นี้ครอบครองอยู่ ขอบคุณเจ้ามากจริงๆ!!”
“ในเมื่อมันสามารถช่วยเหลือผู้นำตระกูลหยางได้ พวกเราก็รีบใช้งานมันเถอะขอรับ!”
ต่อจากนั้น ภายใต้อานุภาพคู่อันทรงพลังจากเพลิงหงสาและไขกระดูกน้ำแข็ง ผนวกเข้ากับตัวยาของตระกูลทำลาย พวกเขาก็สามารถขจัดพิษร้ายจากผลปีศาจอัคคีเหมันต์ได้สำเร็จ สีหน้าของหยางอู๋ตี๋ค่อยๆ กลับมามีเลือดฝาด และลมหายใจก็มั่นคงขึ้นมาก ทุกคนต่างพากันถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก และพากันส่งสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความซาบซึ้งและเลื่อมใสมายังหม่าหงจวิ้น
หม่าหงจวิ้นก็เก็บเปลวไฟของตนกลับคืน การช่วยรักษาผู้มีระดับถึงวิญญาณพรหมยุทธ์ก็นับว่าฝืนพละกำลังในปัจจุบันของหม่าหงจวิ้นมากเกินไป ใบหน้าของเขาซีดเผือดลงเล็กน้อย และมีหยาดเหงื่อผุดพรายไหลรินลงมาจากหน้าผาก
ผู้อาวุโสตระกูลท่านนั้นส่งคืนไขกระดูกน้ำแข็งให้แก่หม่าหงจวิ้นและเอ่ยกับเขาว่า:
“น้องชาย ถ้อยคำใดๆ ก็ไม่อาจสื่อแทนความซาบซึ้งของพวกเราได้ หลังจากที่ผู้นำตระกูลของพวกเราฟื้นตื่นขึ้น ตระกูลทำลายของพวกเราจะต้องจัดเตรียมของรางวัลอย่างงดงามเพื่อตอบแทนเจ้าแน่นอน!!”
เมื่อได้ยินดังนั้น หม่าหงจวิ้นก็โบกมือปฏิเสธ
“ท่านผู้นาวุโส ไม่จำเป็นต้องเกรงใจขนาดนั้นหรอกขอรับ ยามนี้ข้าสูญเสียพลังวิญญาณไปมากพอสมควร ไม่ทราบว่าพอจะจัดหาห้องที่เงียบสงบให้แก่ข้าสักห้อง เพื่อให้ข้าได้ฟื้นฟูพลังวิญญาณได้หรือไม่ขอรับ?”
“จริงด้วยๆ หยางเยว่ รีบไปหาห้องที่เงียบสงบสักห้อง พาน้องชายท่านนี้ไปพักผ่อน และสั่งให้คนเตรียมเหล้าและอาหารชั้นเลิศเอาไว้ด้วย เจ้าต้องต้อนรับขับสู้น้องชายท่านนี้ให้ดีที่สุด มิฉะนั้นข้าจะเอาความเจ้าแน่!!”
“รับทราบครับท่านผู้อาวุโส! น้องชาย เชิญทางนี้ขอรับ”
หม่าหงจวิ้นเดินตามหยางเยว่ไปยังห้องพักอันเงียบสงบ และนั่งขัดสมาธิลงบนเตียงเพื่อเริ่มโคจรพลังฟื้นฟูพลังวิญญาณของตนเอง
จบตอน