- หน้าแรก
- เจ้าหน้าที่ตรวจความปลอดภัยระดับเทพ
- ตอนที่ 43 ระเบิดหมากฝรั่งในตำนาน การโจมตีของผู้ก่อการร้าย!
ตอนที่ 43 ระเบิดหมากฝรั่งในตำนาน การโจมตีของผู้ก่อการร้าย!
ตอนที่ 43 ระเบิดหมากฝรั่งในตำนาน การโจมตีของผู้ก่อการร้าย!
ตอนที่ 43 ระเบิดหมากฝรั่งในตำนาน การโจมตีของผู้ก่อการร้าย!
ฟางหยางอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจกับตัวเอง
วิธีการลักลอบขนของเถื่อนของคนพวกนี้ มันช่างแยบยลเหลือเกิน
ทั้งหลอกใช้เด็ก
หลอกใช้คนท้อง
แล้วตอนนี้ก็มาหลอกใช้คนพิการอีก
เห็นช็อกโกแลตในมือเขาไหม
ทุกคนต่างก็คิดว่าเขาเป็นโรคระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ พอกินช็อกโกแลตแล้วอาการก็ดีขึ้น
แล้วดูไม้เท้าเขาสิ
ใครๆ ก็คิดว่าไม่จำเป็นต้องเอาเข้าเครื่องเอ็กซเรย์หรอก
แต่ทว่า...!
พวกเขาเคยคิดบ้างไหมว่าความมีน้ำใจของพวกเขากำลังชักนำความตายมาสู่ตัวเอง
ผู้ก่อการร้ายคนหนึ่งกำลังเดินเข้าสู่สนามบินอย่างสง่าผ่าเผยท่ามกลางความห่วงใยของทุกคน
นี่มันเย้ยฟ้าท้าดินชัดๆและน่าสะพรึงกลัวเหลือเกิน
ถ้าวันนี้ฟางหยางไม่ได้อยู่ที่นี่หรือถ้าเขาไม่ได้เข้ากะในเวลานี้
หรือไม่ก็... ถ้าเขาไม่มีระบบคอยช่วย
งั้นก็!!
วันนี้คงมีข่าวเครื่องบินตกที่สั่นสะเทือนไปทั่วประเทศ หรืออาจจะทั่วโลกเลยก็ได้!
และคนที่ต้องรับผิดชอบต่อโศกนาฏกรรมครั้งนี้
ก็คือตัวพวกเขาเองนั่นแหละ
ใครจะไปคาดคิดล่ะ?
คงจะคิดไม่ถึงไปจนตาย ว่าทำไมจู่ๆ ถึงมีระเบิดซ่อนอยู่ได้
ในที่เกิดเหตุ สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่ฟางหยาง
ไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังจะทำอะไร
ฟางหยางค่อยๆ เดินเข้าไปหาชายขาเป๋คนนั้น ยื่นมือขวาออกไป "ขอผมชิมช็อกโกแลตของคุณสักคำได้ไหมครับ?"
เมื่อได้ยินแบบนี้
ทุกคนต่างก็อ้าปากค้าง
คุณเป็นถึงคนหนุ่มแท้ๆ กลับมาขอช็อกโกแลตจากคนพิการเนี่ยนะ?
กล้าเอ่ยปากขอได้ยังไง?
หน้าไม่อายจริงๆ
มีคนเริ่มพูดแก้ต่างให้ชายขาเป๋ทันที
ส่วนชายขาเป๋ก็ยิ้มเจื่อนๆ
"ขอโทษด้วยนะครับ ผมคงให้คุณกินไม่ได้หรอก"
"ผมเป็นโรคระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ช็อกโกแลตนี่มีไว้ช่วยชีวิตผมเลยนะครับ"
"ถ้าคุณชอบกิน วันหลังผมซื้อมาฝากดีไหมครับ?"
ถึงชายคนนี้จะขาเป๋
แต่เขาพูดจาสุภาพเรียบร้อยและมีมารยาทมาก
ทำให้คนฟังรู้สึกเอ็นดูอย่างบอกไม่ถูก
แต่การแสดงละครฉากนี้ในสายตาของฟางหยาง
มันก็เป็นแค่เรื่องตลกเท่านั้นแหละ
"โอ้? คุณรู้ไหมว่าช็อกโกแลตมีไขมันสูง ร่างกายจึงดูดซึมได้ช้ามาก"
"แล้วทำไมเมื่อกี้คุณกินปุ๊บ ถึงหายปั๊บล่ะ? ยาผีบอกหรือไงเนี่ย?"
"และในฐานะที่คุณเป็นโรคระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ คุณไม่รู้จริงๆ เหรอว่าช็อกโกแลตไม่ใช่ตัวเลือกแรกสำหรับการปฐมพยาบาลเบื้องต้น?"
เมื่อได้ยินคำถามแทงใจดำ
สีหน้าของชายขาเป๋ก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
ก่อนจะมาที่นี่ เขาเตรียมตัวมาอย่างดี
ถึงขั้นแต่งเรื่องว่าตัวเองเป็นโรคระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ เพื่อใช้เป็นข้ออ้าง
และเขาก็มั่นใจว่าการแสดงของเขาตบตาคนอื่นได้เนียนสนิท
แต่ใครจะไปคิดล่ะ ว่าไอ้หนุ่มที่ดูเหมือนพวกลูกคุณหนูคนนี้ จะมองออกทะลุปรุโปร่ง
พูดตามตรงนะ เขาไม่รู้จริงๆ ว่าช็อกโกแลตไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคนเป็นโรคระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ
เขาก็แค่เห็นในทีวีว่าคนเป็นโรคนี้ชอบกินช็อกโกแลตแก้ขัดกันทั้งนั้นแหละ
ตอนแรกเขายังแอบภูมิใจในความฉลาดของตัวเองอยู่เลย
ที่ใช้ช็อกโกแลตเป็นตัวบังหน้า ทำให้ลักลอบเอาของเข้ามาได้อย่างแนบเนียน
ไม่นึกเลยว่าจะมาตกม้าตายเพราะเรื่องแบบนี้!
ไอ้ละครทีวีเฮงซวยนี่
ปกติก็หลอกคนดูอยู่แล้ว
แต่มาหลอกกันตอนหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ มันถึงตายได้เลยนะเนี่ย
ตอนนี้ เขาทำได้แค่ฝืนยิ้มแห้งๆ
"พี่ชาย วันนี้ต้องขอบคุณคุณมากเลยนะครับ"
"ผมไม่รู้จริงๆ ว่ามันมีข้อเสียแบบนี้ด้วย"
"เมื่อก่อนผมก็ใช้ช็อกโกแลตบรรเทาอาการมาตลอดเลย"
ฟางหยางยักไหล่อย่างไม่แยแส "ตอนนี้รู้ไว้ก็ยังไม่สายหรอกครับ"
"สำหรับคนเป็นโรคระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ควรเลือกกินลูกอม หรือไม่ก็ขนมปังที่มีน้ำตาล จะย่อยง่ายและดูดซึมได้เร็วกว่าเยอะเลย"
"เอาเป็นว่า ผมเอาลูกอมแลกกับช็อกโกแลตของคุณก็แล้วกัน"
"ในเมื่อคุณมีน้ำใจขนาดนี้ คงไม่ปฏิเสธใช่ไหมครับ?"
พูดจบ ฟางหยางก็ขยิบตาให้เพื่อนร่วมงานที่ยืนอยู่ข้างๆ
เพื่อนร่วมงานก็รู้ใจ หยิบลูกอมกำใหญ่มาจากลิ้นชัก แล้วยื่นให้ทันที
"เป็นไงล่ะ แลกไหม!"
ทุกคนที่มองดูพฤติกรรมแปลกๆ ของฟางหยางต่างก็เงียบกริบ
แม้จะดูไม่มีเหตุผลเอาซะเลย
แต่โดยรวมแล้วเขาก็ไม่ได้ทำอะไรที่ล้ำเส้นจนเกินงาม
พวกเขาก็เลยไม่อยากจะเข้าไปยุ่ง
แถมสิ่งที่ฟางหยางพูดมันก็ฟังดูมีเหตุผลจริงๆ
นี่ไง พลเมืองดีที่เคยช่วยเหลือชายขาเป๋เมื่อกี้ ก็ยังเอ่ยปากเตือนด้วยความหวังดีเลย
"แลกกับเขาไปเถอะครับ สิ่งที่เขาพูดก็ถูกนะ ช็อกโกแลตมันมีไขมันเยอะ ย่อยยากด้วย"
"ผมก็เห็นด้วยนะ มันน่าจะเป็นผลดีกับตัวคุณเองมากกว่า"
เมื่อได้ยินคำพูดหวังดีจากเหล่าพลเมืองดี
มุมปากของฟางหยางก็เผยให้เห็นรอยยิ้มบางๆ
ส่วนชายขาเป๋น่ะเหรอ
ตอนนี้เขาเริ่มลนลานแล้ว!
ยืนกลืนน้ำลายเอื๊อกๆ
ทำตัวไม่ถูกเลยทีเดียว
มีคนมาช่วยพูดจาโน้มน้าวให้แลกตั้งหลายคน
ถ้าไม่ยอมแลกล่ะก็...มันก็จะดูน่าสงสัยเกินไป
แต่ถ้ายอมแลก...
ความลับก็ต้องแตกแน่ๆ
บ้าเอ๊ย!
เขาเกลียดฟางหยางเข้าไส้แล้ว
แต่ก็ทำอะไรไม่ได้
หลังจากครุ่นคิดอย่างหนัก
เขาก็ตัดสินใจได้ว่า จะยอมแลกไม่ได้เด็ดขาด
จึงได้แต่ฝืนยิ้ม แล้วปฏิเสธอย่างนุ่มนวล
"ขอโทษด้วยนะครับ ช็อกโกแลตนี่ผมกินแล้ว มีน้ำลายผมติดอยู่ กลัวว่าจะแพร่เชื้อโรคให้คุณน่ะครับ"
"ขอบคุณในความหวังดีนะครับ"
"ไม่เป็นไรครับ!" ฟางหยางโบกมือปัด "ผมไม่รังเกียจหรอก ผมชอบกินช็อกโกแลตเปื้อนน้ำลายคนอื่นอยู่แล้ว"
เมื่อได้ยินคำตอบนี้ ชายขาเป๋ก็ขมวดคิ้วแน่น
ใจคอเริ่มไม่สู้ดี
แววตาที่เคยมองอย่างเป็นมิตร กลับแปรเปลี่ยนเป็นแววตาอาฆาตมาดร้าย
ท่าทีของฟางหยาง ทำให้เขาเริ่มรู้สึกหวาดระแวง
ทำไมหมอนี่ถึงจ้องจับผิดเขานัก?
หรือว่าจะจับสังเกตอะไรได้?
แต่จะเป็นไปได้ยังไงล่ะ!
แล้วมันเพราะอะไรกัน?
หรือว่าหมอนี่จะแค้นเคืองอะไรเขาเป็นการส่วนตัว?
หรือว่าแค่หมั่นไส้อยากจะแกล้งเขาเล่นๆ?
ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่ามันไม่ชอบมาพากล
ชายขาเป๋จึงเปลี่ยนท่าทีจากเดิมที่เคยสุภาพเรียบร้อย ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา "คุณนี่ทำตัวน่ารำคาญจริงๆ เลยนะ ผมบอกแล้วไงว่าไม่แลก ผมชอบกินช็อกโกแลตยี่ห้อนี้"
"ผมอุตส่าห์ให้เกียรติคุณแล้วนะ คุณอย่ามาทำตัวได้คืบจะเอาศอกสิ!"
เมื่อสิ้นประโยคนี้
ฝูงชนในที่เกิดเหตุก็เริ่มมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังขึ้น
โดยเฉพาะผู้โดยสารที่เคยช่วยเหลือเขา ต่างก็ทำหน้าตกตะลึง
นี่ใช่คนพิการที่ดูอ่อนแอและสุภาพเรียบร้อยเมื่อกี้จริงๆ เหรอ?
น้ำเสียงแบบนี้ ท่าทางแบบนี้ ช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
เหมือนกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลย
ฟางหยางก็แค่ยิ้มบางๆ ตอบรับ
ผู้ก่อการร้าย!
หมาป่าในคราบลูกแกะ!
ปฏิกิริยาแบบนี้ ถือว่าอยู่ในความคาดหมายของเขาอยู่แล้ว
ขืนยังรักษาความสุภาพเรียบร้อยไว้ได้ ก็แปลกแล้ว
ชาวเน็ตในห้องถ่ายทอดสดเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติแล้ว
—— [ดูแปลกๆ อยู่นะ ฟางหยางเหมือนจงใจหาเรื่องเขาเลย แถมท่าทีของหมอนี่ก็เปลี่ยนไปเร็วมาก สัญชาตญาณบอกฉันว่า หมอนี่ต้องมีอะไรแอบแฝงแน่ๆ]
—— [แหงล่ะสิ ชาวเน็ตอย่างพวกเรายังดูออกเลยว่าหมอนี่มีพิรุธ แล้วพวกผู้โดยสารงี่เง่าพวกนั้นน่ะ ไม่ยอมเชื่อฟางหยาง เดี๋ยวก็ต้องมาร้องไห้ขี้มูกโป่งทีหลังแน่ๆ]
ฟางหยางวางลูกอมลงบนโต๊ะ
แล้วค่อยๆ เดินเข้าไปหาชายขาเป๋
เขาเริ่มจะหมดสนุกแล้ว
"ในเมื่อคุณไม่ยอมแลกดีๆ ผมก็คงต้องแย่งเอาล่ะนะ"
ยังไม่ทันขาดคำ
ร่างหนึ่งก็พุ่งพรวดไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
เข้าประชิดตัวชายขาเป๋ด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ
ถึงขั้นทำให้อากาศรอบๆ เกิดเสียงดังฟึ่บฟั่บ
วูบ~~
ชั่วพริบตาเดียว!
ก่อนที่ใครจะทันได้ตั้งตัว
ช็อกโกแลตก็ไปตกอยู่ในมือของฟางหยางเรียบร้อยแล้ว
และในวินาทีนั้นเอง!
ชายขาเป๋ก็หน้าถอดสี ตะโกนโวยวายด้วยความเกรี้ยวกราด "คุณจะทำอะไรน่ะ?"
"คุณบ้าไปแล้วเหรอ!"
"มาแย่งช็อกโกแลตของคนพิการแบบนี้ได้ยังไง"
"ทุกคนช่วยดูหน่อยสิครับ เขาแกล้งคนพิการ! นี่เหรอพนักงานตรวจความปลอดภัยของสนามบิน! ยังมีความยุติธรรมหลงเหลืออยู่อีกไหม?"
เมื่อได้ยินเสียงโวยวาย
ทุกคนถึงได้สติกลับมาและมองฟางหยางด้วยสายตางุนงง
"คุณทำแบบนี้ทำไมเนี่ย? ทำไมต้องทำกันถึงขนาดนี้ด้วย แค่ช็อกโกแลตชิ้นเดียวเอง"
"นั่นสิ เขาไม่ยอมแลกก็ปล่อยเขาไปสิ จะไปซื้อใหม่ไม่ได้หรือไง?"
ฟางหยางปรายตามองพวกเขาก่อนจะหลุดคำสั้นๆ ออกมา "ไอ้พวกงี่เง่า!"
อะไรนะ?
ผู้โดยสารหลายคนที่เพิ่งจะเอ่ยปากพูดเมื่อกี้ ถึงกับเดือดปุดๆ ถกแขนเสื้อเตรียมจะพุ่งเข้าไปสั่งสอนฟางหยาง
แต่ทว่า ในวินาทีต่อมา
เท้าที่กำลังจะก้าวออกไป ก็ต้องหยุดชะงัก
สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่ช็อกโกแลตในมือของเขา
ทุกคนถึงกับอึ้งไปเลย
พวกเขาเห็นฟางหยางจับช็อกโกแลตหักออกเป็นสองท่อน
แต่สิ่งที่ควรจะหักครึ่งอย่างที่คิดไว้ กลับไม่เกิดขึ้น
ช็อกโกแลตแท่งนั้นกลับโค้งงอ กลายเป็นรูปทรงสะพานโค้งแทน
เหตุการณ์นี้ ทำเอาทุกคนตกตะลึงไปตามๆ กัน
ไม่ใช่ช็อกโกแลตหรอกเหรอ?
ตามปกติแล้ว ช็อกโกแลตมันต้องแข็งสิ
พอบิดปุ๊บ ก็ต้องหักเป๊าะ
แถมเมื่อกี้ตอนที่ชายขาเป๋กัดกิน มันก็ดูกรอบดีนี่นา
แล้วทำไมข้างในมันถึงได้นิ่มล่ะ?
ยิ่งฟางหยางออกแรงบิดมากขึ้นเท่าไหร่
เปลือกช็อกโกแลตสีดำก็ยิ่งปริแตก และร่วงกราวลงพื้น
เผยให้เห็นวัตถุสีขาวทรงสี่เหลี่ยมที่ซ่อนอยู่ข้างใน
ลักษณะนิ่มๆ คล้ายกับหมากฝรั่งไม่มีผิด!
ทุกคนงง!
งงเป็นไก่ตาแตก!
ทำไมช็อกโกแลตถึงกลายเป็นสีขาวไปได้ล่ะ?
ช่างภาพที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ร้องอุทานด้วยความประหลาดใจ
ตั้งแต่ต้นจนจบ เขาเชื่อใจฟางหยางมาตลอด
เลยไม่ได้พูดแทรกอะไรเลย
แต่ตอนนี้ เขากลับเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"ลูกพี่... นี่มันคืออะไรอ่ะ?"
ฟางหยางถือวัตถุชิ้นนั้นไว้ในมือ แล้วลองกะน้ำหนักดู
แถมยังลองนวดๆ ดูด้วย
จนมันกลายเป็นก้อนกลมๆ
ก่อนจะตอบด้วยรอยยิ้มบางๆ "ระเบิด C4 ไงล่ะ!"
"อ๋อ! ที่แท้ก็ระเบิด C4 นี่เอง!"
หลายคนก็พยักหน้าเห็นด้วยอย่างเข้าใจ
"ว่าแล้วเชียว มันต้องเป็นระเบิด C4 แน่ๆ"
"เอ่อ... ระเบิด C4 คืออะไรเหรอ?"
"อะไรนะ ไม่รู้จักระเบิด C4 เหรอ? ไม่เคยเล่นเกมยิงปืนหรือไง? ระเบิด C4 ก็คือระเบิดอานุภาพทำลายล้างสูง ที่สามารถฆ่าคนตายเป็นเบือได้เลยนะ"
"อ๋อ~~ เป็นแบบนี้นี่เอง..."
"อืม!!"
"หืม???"
"อะไรนะ????"
ขวับ ขวับ ขวับ
ในพริบตาถัดมา!
ทุกคนต่างก็หันมามองหน้ากันเลิ่กลั่ก
เพิ่งจะตระหนักได้ถึงความจริงอันน่าสยดสยอง!
"ว่าไงนะ?"
"ระเบิด C4!!"
"พระเจ้าช่วย!"
"ระเบิด!"
"วิ่งเร็ว! หนีตายกันเถอะ!"
ชั่วพริบตาเดียว!
ทุกคนก็แตกตื่นวิ่งหนีกันอลหม่าน ราวกับผึ้งแตกรัง
โกยแน่บกันอย่างไม่คิดชีวิต
วิ่งกรูไปทางประตูทางออก
น่ากลัว!
น่ากลัวเกินไปแล้ว!
ในเวลานี้ สมองของพวกเขาขาวโพลนไปหมด
สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดสั่งให้พวกเขาหาทางหนีออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด
เพื่อหาที่หลบภัย
ทว่า เหตุการณ์ความวุ่นวายนี้เกิดขึ้นเพียงชั่วครู่
ในที่สุดก็มีคนสังเกตเห็นความผิดปกติ
"แปลกจัง ทำไมพวกนั้นถึงไม่วิ่งหนีล่ะ?"
"นั่นสิ เมื่อกี้ฉันเห็นเขาปั้นระเบิด C4 เป็นลูกกลมๆ ด้วยนะ ทำไมมันถึงไม่ระเบิดล่ะ?"
"ป่ะๆๆ กลับไปดูให้รู้เรื่องกันดีกว่า"
ผ่านไปไม่นาน
คนที่วิ่งหนีไป ก็พากันกลับมาเกินครึ่ง
พวกเขามองดูลูกกลมๆ สีขาวในมือฟางหยาง ต่างก็ยืนอยู่ห่างๆ
กล้าๆ กลัวๆ อยากรู้อยากเห็น
ช่างภาพเองก็แอบกลัวเหมือนกัน
แต่พอเห็นฟางหยางทำตัวชิลๆ แบบนี้...
เขาก็อดไม่ได้ที่จะถามว่า "ลูกพี่... ระเบิด C4 ที่พี่ว่า มันคือระเบิดที่ใช้ระเบิดจริงๆ เหรอ?"
ฟางหยางพยักหน้ายิ้มๆ "ใช่แล้วล่ะ!"
พระเจ้าช่วย!
ช่างภาพตกใจจนกระโดดถอยหลัง "แล้วพี่ยังจะเอามันมาปั้นเล่นอีกเหรอ? ไม่กลัวมันระเบิดใส่หน้าหรือไง?"
คนอื่นๆ ก็พยักหน้าเห็นด้วยอย่างพร้อมเพรียง
ทุกคนต่างก็ตกใจกับพฤติกรรมสุดห่ามของฟางหยาง
จนลืมไปซะสนิทเลยว่า วัตถุชิ้นนี้เขาแย่งมาจากใคร
ฟางหยางอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
"ไม่ต้องกลัวหรอกน่า!"
"ใจเย็นๆ!"
"มันไม่ระเบิดหรอกน่า"
"ฉันยังไม่อยากตายตอนนี้นะ"
"นายอยากลองจับดูไหมล่ะ นิ่มดีนะขอบอก"
ช่างภาพส่ายหน้ารัวๆ ทันที
"ไม่เอาๆๆ!! พี่เล่นคนเดียวเถอะ"
"ทำไมมันถึงไม่ระเบิดล่ะ? มันอันตรายมากไม่ใช่เหรอ?"
ฟางหยางอธิบายด้วยรอยยิ้ม
"ระเบิด C4 ฟังดูอาจจะน่ากลัว แต่ความจริงแล้วมันมีอีกชื่อที่น่ารักน่าชังว่า..."
"ระเบิดหมากฝรั่ง"
"คิดว่าทุกคนคงจะเคยเห็นกันมาบ้างแล้ว ในเกมก็มีให้เห็นบ่อยๆ"
"C4 มีชื่อเต็มๆ ว่า ระเบิดพลาสติก C4"
"ส่วนประกอบหลักคือ พอลิไอโซบิวทิลีน ผสมกับสารระเบิดอานุภาพสูงอย่าง TNT, RDX และสารอื่นๆ อีกหลายชนิด"
"ระเบิด C4 บริสุทธิ์ จะมีลักษณะคล้ายกับแป้งสาลี คือเป็นผงสีขาว"
"แต่พวกคุณอย่าประมาทมันเชียวนะ"
"มันคือหนึ่งในระเบิดที่ผู้ก่อการร้ายทั่วโลกชื่นชอบมากที่สุดเลยล่ะ"
"เพราะมันมีข้อดีเด่นๆ อยู่หลายอย่าง"
"อย่างแรกเลยคือ มันมีความปลอดภัยสูงมาก"
"แค่ผสมสารทำละลายในปริมาณที่พอเหมาะ ก็สามารถนำมาปั้นเป็นรูปทรงอะไรก็ได้ตามใจชอบ"
"จับแล้วรู้สึกเหมือนดินน้ำมันที่เด็กๆ ชอบเล่นเลย"
"สามารถปั้นด้วยมือเปล่าให้เป็นรูปทรงอะไรก็ได้"
"แล้วถ้าใส่สารทำให้เหนียวเข้าไปอีกนิด ก็จะสามารถเอาไปแปะติดกับเป้าหมายที่ต้องการจะระเบิดได้เหมือนกับแผ่นแปะแก้ปวดเลยล่ะ"
"เพราะฉะนั้น ในหนังแอ็กชัน เรามักจะเห็นผู้ก่อการร้ายปั้นระเบิด C4 แล้วเอาไปแปะไว้ที่ประตูตู้เซฟ"
"ถ้าคนไม่รู้ ก็คงคิดว่าเป็นแค่ก้อนแป้งธรรมดาๆ แน่ๆ"
"ตอนนี้พวกคุณคงจะรู้แล้วใช่ไหม ว่าทำไมเขาถึงเรียกมันว่า ระเบิดหมากฝรั่ง"
ทุกคนที่ได้ฟังคำอธิบาย ก็หันมามองหน้ากันเลิ่กลั่ก
นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ได้ยินคนอธิบายเกี่ยวกับระเบิด C4 อย่างละเอียดขนาดนี้
บรรยากาศในที่เกิดเหตุดูผ่อนคลายลงมากราวกับคุณครูกำลังยืนสอนนักเรียนอยู่หน้าชั้นเรียนเลย
หลังจากที่ได้ฟังคำอธิบายจบ
หลายคนก็เริ่มมีความกล้ามากขึ้น
ต่างพากันเข้ามารุมล้อมดู
อยากจะเห็นหน้าตาของระเบิด C4 แบบใกล้ๆ ให้เป็นบุญตาสักครั้ง
สาเหตุที่ฟางหยางไม่รีบร้อน ก็เพราะชายขาเป๋คนนี้ไม่มีทางหนีรอดไปได้แน่นอน
แถมระเบิดก็ยังอยู่ในมือเขาอีก
แล้วเขาจะต้องกลัวอะไรอีกล่ะ
เขาจึงยิ้มและอธิบายให้ทุกคนฟังต่อ
"ความปลอดภัยของระเบิด C4 ไม่ได้มีดีแค่ปั้นเป็นรูปทรงต่างๆ ได้เท่านั้นนะ"
"ต่อให้คุณเอาปืนมายิงมัน มันก็ไม่ระเบิดหรอก"
"เพราะฉะนั้น การจัดเก็บและการขนย้ายก็เลยไม่มีข้อจำกัดอะไรมาก ซ่อนไว้ที่ไหนก็ได้"
"ก็เหมือนเมื่อกี้นี้ไง ที่เขาซ่อนไว้ในช็อกโกแลต"
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา
ฝูงชนในที่เกิดเหตุก็เริ่มมีเสียงฮือฮาดังขึ้น
และในวินาทีนั้นเอง
สายตาทุกคู่ก็หันขวับไปมองที่ชายขาเป๋พร้อมกัน
ภาพเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ผุดขึ้นมาในความทรงจำทันที
มีคนร้องตะโกนขึ้นมาว่า "ใช่เขา! เขาเป็นคนเอาระเบิดเข้ามา"
"พระเจ้าช่วย! เมื่อกี้ฉันเพิ่งจะช่วยพยุงเขาอยู่เลย น่ากลัวอะไรอย่างนี้"
"เมื่อกี้ฉันยังนึกว่าเขาโดนใส่ร้ายอยู่เลยนะเนี่ย ที่แท้ก็ไม่ใช่แฮะ"
ชายขาเป๋โดนคนรอบข้างรุมด่าทอสาปแช่ง แต่เขากลับไม่มีท่าทีสะทกสะท้านเลยสักนิด
แถมยังแสยะยิ้มอย่างชั่วร้ายออกมาอีก
เขามองฟางหยางอย่างสนใจ แล้วทำมือเป็นเชิงบอกให้พูดต่อ
"พูดต่อสิ ฉันกำลังฟังอยู่นะ น่าสนใจดีนี่"
"เป็นแค่พนักงานตรวจความปลอดภัยของสนามบินแท้ๆ แต่กลับรู้เรื่องระเบิด C4 ลึกซึ้งขนาดนี้เชียว"
ฟางหยางยักไหล่ "เรื่องที่ผมรู้มันเยอะกว่านี้อีกนะ"
"เมื่อก่อนทหารอเมริกันเคยเอาระเบิด C4 มาใช้จุดไฟหุงอาหารด้วยซ้ำ ปลอดภัยซะจนไม่คิดว่าเป็นระเบิดเลยล่ะ"
"พูดมาถึงตรงนี้ หลายคนก็คงจะสงสัยกันแล้วใช่ไหมล่ะ ว่าสรุปแล้วมันระเบิดได้ไหม"
"คำตอบคือ ระเบิดได้แน่นอนครับ แถมอานุภาพทำลายล้างสูงมากด้วย!"
"มันรุนแรงกว่าราชาแห่งระเบิดอย่าง TNT ซะอีกนะ"
"แค่ครึ่งกิโลกรัม ก็สามารถระเบิดรถบรรทุกให้กระจุยได้ทั้งคันแล้ว"
"แต่เงื่อนไขในการจุดระเบิด มันไม่ใช่การใช้ไฟ หรือการกระแทกหรอกนะ"
"แต่ต้องใช้เชื้อปะทุไฟฟ้า ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่สามารถปล่อยไฟฟ้าแรงสูงได้ และภายในบรรจุสารระเบิดที่มีความไวสูงเอาไว้"
"อาศัยแรงระเบิดจากสารระเบิดนั้น เป็นตัวจุดชนวนให้ระเบิด C4 ทำงาน"
"พูดง่ายๆ ก็คือ ต้องใช้ระเบิดถึงจะจุดระเบิดได้นั่นเอง"
"เพราะฉะนั้น ระเบิด C4 ก้อนนี้ ต่อให้พวกคุณอยากจะให้มันระเบิด มันก็ไม่ระเบิดหรอกครับ"
เมื่อทุกคนได้ฟังคำอธิบาย ก็เข้าใจแจ่มแจ้งทันที
คราวนี้ก็ไม่ต้องกลัวอะไรอีกแล้วล่ะ
ถ้าไม่มีเชื้อปะทุไฟฟ้า มันก็ไม่ระเบิดหรอก
มันก็เป็นแค่ก้อนแป้งก้อนนึงเท่านั้นแหละ
เป็นก้อนแป้งที่สามารถปั้นเป็นรูปอะไรก็ได้
แปะ~ แปะ~ แปะ~~
ชายขาเป๋ปรบมือดังลั่นต่อหน้าทุกคน
"พูดได้ดีมากเลยนะเนี่ย พูดได้เป็นมืออาชีพกว่าคนสร้างระเบิดอย่างฉันซะอีก"
"สุดยอดเลย!"
"แล้วนายรู้ได้ยังไงว่าของในมือฉันมันไม่ใช่ช็อกโกแลต แต่เป็นระเบิด C4 ล่ะ?"
ฟางหยางยิ้มเยาะ "ก็เพราะการแสดงของคุณมันห่วยแตกไงล่ะ"
"และถ้าผมเดาไม่ผิด เชื้อปะทุไฟฟ้า ก็น่าจะซ่อนอยู่ในไม้เท้าของคุณใช่ไหมล่ะ?"
"คุณแกล้งทำเป็นโรคระดับน้ำตาลในเลือดต่ำกำเริบ แล้วหยิบช็อกโกแลตออกมากิน เพื่อหลอกให้ทุกคนตายใจว่ามันไม่ใช่ระเบิด C4"
"แล้วก็อาศัยความพิการของตัวเอง เรียกร้องความสงสารจากคนอื่น เพื่อจะได้ไม่ต้องเอากระเป๋าเข้าเครื่องเอ็กซเรย์"
"ต้องยอมรับเลยนะ ว่าแผนของคุณมันแยบยลมาก"
"แต่น่าเสียดายนะ!"
"ที่คุณดันมาเจอผมเข้าให้!"