เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 44 สถานการณ์ฉุกเฉิน! ทุกอย่างวุ่นวายไปหมด

ตอนที่ 44 สถานการณ์ฉุกเฉิน! ทุกอย่างวุ่นวายไปหมด

ตอนที่ 44 สถานการณ์ฉุกเฉิน! ทุกอย่างวุ่นวายไปหมด


ตอนที่ 44 สถานการณ์ฉุกเฉิน! ทุกอย่างวุ่นวายไปหมด

เมื่อผู้คนในบริเวณนั้นได้ฟังการวิเคราะห์ของฟางหยาง...

ใบหน้าของพวกเขาต่างก็เต็มไปด้วยความหวาดผวา

และพากันถอยกรูดไปข้างหลัง

ชายพิการที่ดูน่าสงสารคนนี้...

กลับใช้ความเห็นอกเห็นใจของผู้โดยสารเป็นเครื่องมือในการลักลอบนำระเบิด C4 เข้ามา

นี่…ก็หมายความว่า พวกเขาเป็นคนยื่นมือเข้าไปช่วยส่งผู้ก่อการร้ายพร้อมระเบิดเข้ามาในนี้เองกับมือเหรอ?

ถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นมาล่ะก็...

นี่มันก็เท่ากับทำตัวเองแท้ๆ!

ในวินาทีถัดมา...

เจ้าหน้าที่ตรวจความปลอดภัยก็กรูกันเข้าไปควบคุมตัวชายพิการทันทีและแย่งไม้เท้ามาจากมือของเขา

สิ่งที่น่าประหลาดใจก็คือ...

เขาไม่ได้เป็นคนพิการจริงๆ

ท่าทางเมื่อกี้ก็แค่การแสดงละครตบตาเท่านั้น

แต่สิ่งที่น่าแปลกใจยิ่งกว่าก็คือ…

ถึงแม้จะถูกจับกุมตัวไว้ เขาก็ยังคงมีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้า ไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกออกมาเลยสักนิด

ท่าทางแบบนี้ ทำให้ฟางหยางรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล

ถ้าเป็นพวกแก๊งลักลอบขนของเถื่อนที่เคยโดนเขาจับได้ก่อนหน้านี้...

บางคนก็แสดงอาการกระวนกระวาย

บางคนก็ฟูมฟายเสียสติ

บางคนก็ถึงกับฉี่ราดกางเกง

แต่มีเพียงชายคนนี้เท่านั้น ที่มีท่าทีแปลกประหลาด นิ่งสงบจนเกินไป

ปฏิกิริยาแบบนี้ ทำให้ฟางหยางเริ่มรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี

ผ่านไปไม่กี่นาที

พนักงานตรวจความปลอดภัยก็ใช้เครื่องตัดเปิดไม้เท้าออก

และก็เป็นไปตามคาด!

ข้างในมีเชื้อปะทุไฟฟ้าซุกซ่อนอยู่หลายแท่ง!

ทุกคนในที่นั้นถึงกับสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกตะลึง

เหลือเชื่อจริงๆ!

ระเบิดและเชื้อปะทุสามารถผ่านด่านตรวจความปลอดภัยเข้ามาได้อย่างง่ายดาย

แถมพวกเขายังเป็นคนพาเข้ามาเองกับมืออีกด้วย

ถ้าวันนี้ไม่มีฟางหยาง...

ถ้าเขาไม่ยอมทนรับแรงกดดันและยืนกรานที่จะขอตรวจค้น...

ผลที่ตามมาคงเลวร้ายจนประเมินค่าไม่ได้!

พอคิดมาถึงตรงนี้ หลายคนก็มีเหงื่อผุดพรายขึ้นเต็มหน้าผาก

พวกเขาอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองฟางหยาง...

แววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด

ส่วนฟ่านเจี้ยนเฉียง กลับทำหน้าตาเฉยเมยแถมยังยิ้มเยาะและเอ่ยขึ้นว่า "เก่งมากเลยนะ! นี่ก็ยังอุตส่าห์ตรวจเจออีก"

"ทำไมเมื่อหลายวันก่อน ฉันถึงไม่เจอนายนะ?"

"ถ้ารู้ว่าที่สนามบินมีคนเก่งๆ อย่างนายอยู่ องค์กรของพวกเราก็คงไม่เลือกมาลงมือที่นี่หรอก"

เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา

รูม่านตาของฟางหยางก็หดเกร็งอย่างรุนแรง

คนอื่นๆ อาจจะยังไม่เข้าใจความหมายที่แฝงอยู่ในคำพูดนั้น

สีหน้าจึงยังคงเป็นปกติ

มีเพียงฟางหยางคนเดียวเท่านั้น!!

จากคำพูดของฟ่านเจี้ยนเฉียงเมื่อครู่นี้...

เขาสามารถจับใจความสำคัญได้หลายประเด็น

เมื่อหลายวันก่อน!

องค์กรของพวกเรา!

หมายความว่า พวกเขาวางแผนล่วงหน้ามาหลายวันแล้วงั้นเหรอ?

แถมยังเป็นช่วงที่เขาไม่ได้เข้าเวรด้วย?

นั่นก็แปลว่า... ก่อนหน้าที่เขาจะมาทำงาน มีคนลักลอบนำระเบิดและเชื้อปะทุเข้ามาในนี้แล้วงั้นสิ?

ส่วนคำว่า 'องค์กรของพวกเรา'...

ก็ยิ่งอธิบายประโยคนั้นให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

เขาไม่ได้ลงมือทำเรื่องนี้เพียงลำพัง

แต่มีองค์กรหนุนหลัง!

นี่คือองค์กรก่อการร้ายที่มีการวางแผนมาเป็นอย่างดี

และกำลังเตรียมจะก่อเหตุสะเทือนขวัญที่สนามบินแห่งนี้?

ยิ่งคิดก็ยิ่งใจหาย ยิ่งคิดก็ยิ่งน่ากลัว

มิน่าล่ะ เขาถึงได้ดูใจเย็นตั้งแต่ต้นจนจบ

ตามหลักแล้ว การถูกจับได้ว่าพกพาระเบิดและเชื้อปะทุ...

ถือเป็นเจตนาในการก่อการร้ายอย่างชัดเจน

โทษก็คงหนีไม่พ้นการจำคุกตลอดชีวิตแน่ๆ

แต่เขากลับมีท่าทีแปลกประหลาด ไม่ตื่นตระหนกเลยสักนิด

แถมยังทำตัวเหมือนคนมามุงดูเรื่องสนุกอีกต่างหาก

ตอนนี้เขาเข้าใจแล้ว

หมอนี่มันมีไพ่ตายซ่อนอยู่นี่เอง!!

ฟางหยางรีบหันไปสั่งเพื่อนร่วมงานที่ยืนอยู่ข้างๆ ทันที "รีบโทรแจ้งผู้จัดการทั่วไปเดี๋ยวนี้ บอกเขาว่าในพรมแดนสนามบินอาจจะมีระเบิดซ่อนอยู่ หรือไม่แน่ บนเครื่องบินก็อาจจะมีด้วย"

"แล้วก็โทรแจ้งตำรวจด้วย อธิบายสถานการณ์ให้พวกเขาทราบ แล้วให้รีบส่งเจ้าหน้าที่อีโอดีมาเก็บกู้ระเบิดด่วนเลย"

เพื่อนร่วมงานได้ยินดังนั้น ก็ทำหน้างุนงง

"ห๊ะ? ระเบิด? คุณกำลังพูดถึงเรื่องอะไรเนี่ย?"

ยังไม่ทันขาดคำ

แปะ~ แปะ~ แปะ~~

ฟ่านเจี้ยนเฉียงที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม ก็ปรบมือขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ

"เก่งมาก! ยอดเยี่ยมจริงๆ!"

"ฉันพูดแค่ไม่กี่ประโยค แกก็จับใจความได้หมดเลย"

"ฉันล่ะอยากรู้จริงๆ"

"ว่าแกเป็นแค่พนักงานตรวจความปลอดภัยของสนามบินจริงๆ เหรอ?"

เมื่อประโยคนี้หลุดออกมา

ทั่วทั้งบริเวณก็ตกตะลึง!

หมายความว่ายังไง?

เขายอมรับแล้วเหรอ?

ลองทบทวนคำพูดของฟางหยางดูสิ

ซี้ด...

นั่นก็แปลว่า!

ระเบิดไม่ได้มีแค่นี้ใช่ไหม?

เขายังมีพรรคพวกอีกงั้นสิ?

ในพรมแดนสนามบินมีระเบิด?

บนเครื่องบินก็อาจจะมีระเบิดด้วย?

ในเวลานี้!

ทุกคนก็เริ่มตื่นตระหนกแล้ว

ชั่วพริบตาเดียว!

ก็เกิดความโกลาหล ต่างคนต่างวิ่งหนีเอาตัวรอด

เสียงกรีดร้องดังระงมไปทั่วบริเวณ

ถ้าก่อนหน้านี้พวกเขาแค่รู้สึกตกใจ

ตอนนี้ก็ต้องบอกว่ามันคือความหวาดผวาแล้ว!

ไม่ว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องจริงหรือไม่

พวกเขาก็ไม่มีกะจิตกะใจจะรอดูเหตุการณ์อีกต่อไปแล้ว

รักษาชีวิตไว้ก่อนดีกว่า!

เพื่อนร่วมงานของฟางหยางก็ตระหนักถึงความร้ายแรงของสถานการณ์แล้วเช่นกัน

เขารีบกดปุ่มสัญญาณเตือนภัยที่อยู่ข้างๆ ทันที

จากนั้นก็ล้วงโทรศัพท์มือถือออกมา โทรรายงานสำนักงานใหญ่และสถานีตำรวจ

ชาวเน็ตในห้องถ่ายทอดสดเห็นเหตุการณ์นี้ต่างก็ช็อกไปตามๆ กัน

—— [พระเจ้าช่วย! หมายความว่ายังไงเนี่ย? คราวนี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นแล้วใช่ไหม? ฉันเห็นฟางหยางหยิบ C4 มาปั้นเป็นลูกบอลเล่น ก็นึกว่ามันเป็นของปลอมซะอีก สรุปคือ ในพรมแดนสนามบิน หรือแม้แต่บนเครื่องบินก็อาจจะมีระเบิดด้วยเหรอ?]

—— [เหลือเชื่อจริงๆ ไม่คิดเลยว่าจะมีวิธีลักลอบขนของเถื่อนแบบนี้ด้วย จะมีใครคิดออกบ้างเนี่ย ว่าช็อกโกแลตที่เขากิน มันคือ C4! แถมเขาเป็นคนพิการ แล้วก็อ้างว่าเป็นโรคระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ถ้าจะให้สิทธิพิเศษเขาหน่อยก็คงไม่แปลกอะไร สรุปคือ... ทุกอย่างถูกวางแผนมาเป็นอย่างดีแล้วสินะ]

—— [ฉันเริ่มรู้สึกแล้วล่ะ ว่าระบบการตรวจความปลอดภัยต้องเข้มงวดให้มากกว่านี้ ยิ่งเข้มงวดเท่าไหร่ก็ยิ่งดี นี่แหละคือการรับผิดชอบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนทุกคน เหตุการณ์วันนี้มันตลกสิ้นดี ผู้โดยสารกลับเป็นคนส่งผู้ก่อการร้ายเข้าไปข้างใน แถมยังจะมาระเบิดตัวเองอีก?]

—— [มิน่าล่ะ ก่อนหน้านี้ฟางหยางถึงด่าพวกนั้นว่าโง่ ถ้าเป็นฉันนะ ฉันคงด่าแรงกว่านี้อีก คนพวกนี้โง่ยิ่งกว่าพวกที่โดนหลอกในคดีแชร์ลูกโซ่ซะอีก คดีแชร์ลูกโซ่อย่างมากก็แค่เสียเงิน แต่คนพวกนี้ เอาชีวิตตัวเองเข้าไปเสี่ยงด้วยความเมตตาจอมปลอมเนี่ยนะ? ตลกชะมัด]

ขณะเดียวกัน

ผู้จัดการทั่วไปกำลังนั่งจิบชาและดูข่าวในโทรศัพท์มือถืออยู่ในห้องทำงาน

ทันใดนั้น!

ก็มีเสียงเคาะประตูดังรัวๆ ขึ้นมา

ก๊อก ก๊อก ก๊อก~~

ก๊อก ก๊อก ก๊อก~~

ผู้จัดการทั่วไปขมวดคิ้ว "ใครน่ะ เข้ามาเลย!"

สิ้นเสียงอนุญาต

แกร๊ก!

ประตูก็ถูกเปิดออก

ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการการบิน วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

"ท่านผู้จัดการครับ... ท่านผู้จัดการ..."

"เกิด... เกิด... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!!"

ผู้จัดการทั่วไปเห็นสภาพของเขา ก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันที

"ทำตัวให้มันดีๆ หน่อยสิคุณ เป็นถึงผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการการบิน ทำตัวลุกลี้ลุกลนแบบนี้ได้ยังไง"

"เรื่องใหญ่อะไรนักหนา? หรือว่ามีระเบิดในสนามบิน?"

ผู้อำนวยการชะงักไปเล็กน้อย เอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ "ท่าน... ทราบเรื่องนี้แล้วเหรอครับ?"

ผู้จัดการทั่วไปหัวเราะอย่างอ่อนใจ "เหลวไหล! เมื่อเช้าก็เกิดเรื่องใหญ่โตซะขนาดนั้น ทำไมฉันจะไม่รู้ล่ะ"

"ก็แค่เรื่องเข้าใจผิดไม่ใช่เหรอ? ทำไมคุณเพิ่งจะมารู้เรื่องเอาตอนนี้?"

"ห๊ะ?"

ผู้อำนวยการถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก!

"ท่านผู้จัดการครับ.. ท่านแน่ใจนะว่าเรากำลังพูดถึงเรื่องเดียวกันอยู่?"

"สิ่งที่ผมจะรายงานก็คือ เมื่อกี้พนักงานตรวจความปลอดภัยเพิ่งโทรมาแจ้งว่า ในพรมแดนสนามบินอาจจะมีระเบิดซ่อนอยู่ แล้วก็บนเครื่องบินก็อาจจะมีด้วย"

เมื่อได้ยินดังนั้น

ผู้จัดการทั่วไปก็ชะงักไปชั่วขณะ

เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ด้วยความสับสน

"คุณหมายความว่า เมื่อกี้นี้เองเหรอ?"

"ไม่ใช่เรื่องเมื่อเช้า?"

ผู้อำนวยการพยักหน้ารับ "อ่า~ ใช่ครับ! ข้างล่างเปิดสัญญาณเตือนภัยแล้ว ลองฟังดูสิครับ"

ซี้ด~~~

ผู้จัดการทั่วไปถึงกับสูดลมหายใจเข้าลึก!

"อย่าบอกนะว่าเรื่องเข้าใจผิดอีกแล้ว? วันๆ นึง เจอแบบนี้หัวใจจะวายตายเอา"

"ไม่ใช่เรื่องเข้าใจผิดครับ!!"

ผู้อำนวยการส่ายหน้าปฏิเสธอย่างหนักแน่น

"ข้างล่างตรวจเจอระเบิด C4 แล้วก็เชื้อปะทุไฟฟ้าแล้วครับ"

"แถมคนที่ถูกจับได้ ก็รับสารภาพหน้าตาเฉยเลยว่า เขาเริ่มวางระเบิดไว้ในนี้ตั้งแต่หลายวันก่อนแล้ว"

"คุณว่ายังไงนะ!"

ผู้จัดการทั่วไปที่กำลังยกถ้วยชาขึ้นจิบ ถึงกับพ่นน้ำชาพรวดออกมา ตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง

"ตรวจพบระเบิดและเชื้อปะทุไฟฟ้าแล้ว? แล้วคนร้ายก็สารภาพว่าแอบมาวางระเบิดล่วงหน้าไว้หลายวันแล้ว?"

"พระเจ้าช่วย!"

"ทำไมแกไม่รีบบอกตั้งแต่แรกล่ะ?"

ด้วยความช็อกสุดขีด ผู้จัดการทั่วไปถึงกับหลุดสบถคำหยาบออกมา

ในฐานะผู้บริหารระดับสูง

ปกติเขาจะพูดจาสุภาพและมีมารยาทอยู่เสมอ

คำหยาบคายพวกนี้ เขาไม่ได้หลุดพูดมาหลายปีแล้ว

ผู้อำนวยการที่ถูกด่า ก็ได้แต่ทำหน้าตาบ้องแบ๊วด้วยความไร้เดียงสา

เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "แล้วตอนนี้จะทำยังไงดีครับ? บนเครื่องบินก็อาจจะมีระเบิดด้วย เที่ยวบินในช่วงเวลานี้มีตั้งพันกว่าเที่ยว..."

"จะให้ระงับ..."

เมื่อผู้จัดการทั่วไปได้ยินดังนั้น ก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบ ขนลุกเกรียวกราวไปทั้งตัว

เมื่อเช้านี้

แค่มีคนบอกว่ามีระเบิด

เขาก็ตกใจแทบแย่แล้ว

แต่พอไปถึงที่เกิดเหตุ ถึงได้รู้ว่ามันเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิด

แถมยังได้โชคสองชั้น เพราะคดีลักลอบขนของเถื่อนอีกด้วย

เขาก็เลยจัดการแก้ปัญหาได้อย่างสบายใจและยังแอบโล่งใจอยู่ในใจด้วย

ใครจะไปคิดล่ะว่า พอตกบ่าย จะมีเรื่องระทึกขวัญแบบนี้เกิดขึ้นอีก?

และคราวนี้จับได้คาหนังคาเขาด้วย

ถึงขั้นค้นเจอระเบิดเลยด้วยซ้ำ

นั่นหมายความว่า นี่คือเรื่องจริง ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น

แค่มีระเบิดอยู่ในสนามบินก็ว่าแย่แล้ว

แต่บนเครื่องบินก็อาจจะมีระเบิดซ่อนอยู่ด้วย?

ให้ตายเถอะ!

ถ้าระเบิดอยู่ในสนามบิน ก็ยังพอสั่งอพยพผู้คน แล้วค่อยๆ หาได้

แต่ถ้าระเบิดอยู่บนเครื่องบินล่ะ จะทำยังไง?

ประเด็นคือ พวกมันเริ่มลงมือตั้งแต่หลายวันก่อนแล้ว?

ใครจะไปรู้ล่ะว่า เครื่องบินลำไหนมีระเบิดซ่อนอยู่?

เครื่องบินพวกนี้ บางลำก็ยังจอดอยู่ที่สนามบิน

แต่ก็มีอีกหลายลำที่กำลังบินอยู่บนท้องฟ้า

แถมบางลำก็บินไปถึงต่างประเทศแล้วด้วย

ถ้าเครื่องบินพวกรั้นมีระเบิดซ่อนอยู่ล่ะ?

นี่มัน... ระเบิดไกลถึงต่างประเทศเลยนะเนี่ย?

ต้องรู้ไว้นะว่า นี่คือสนามบินนานาชาติปักกิ่งนะ

เป็นศูนย์กลางการคมนาคมที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเลยทีเดียว

ถ้ามีการตรวจสอบระเบิด...ก็ย่อมต้องมีการปิดล้อมสนามบินทั้งหมด

ระงับเที่ยวบินทั้งหมดและเครื่องบินที่บินมาจากที่อื่น ก็ไม่สามารถลงจอดได้

แค่ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่จะตามมา ก็ประเมินค่าไม่ได้แล้ว

แต่ปัญหาที่น่าปวดหัวที่สุด ก็คือระเบิดบนเครื่องบินนี่แหละ

นอกจากกลุ่มผู้ก่อการร้ายแล้ว ก็คงไม่มีใครรู้ว่าเครื่องบินลำไหนมีระเบิดซ่อนอยู่บ้าง

ถึงแม้ว่ามันอาจจะเป็นแค่คำขู่ของผู้ก่อการร้ายก็ตาม

แต่ปัญหาก็คือ ใครจะกล้ารับประกันล่ะ?

ใครจะไปรู้ว่าคำพูดไหนของพวกมันเป็นเรื่องจริง คำพูดไหนเป็นเรื่องโกหก

กันไว้ดีกว่าแก้

ถ้าเกิดสิ่งที่มันพูดเป็นความจริงล่ะ!

นี่มันระเบิดบนเครื่องบินเชียวนะ

ถ้าเครื่องบินเทกออฟขึ้นไป

ชะตากรรมของเครื่องบินทั้งลำ ก็จะไปตกอยู่ในกำมือของผู้ก่อการร้ายทันที

ต่อให้เป็นแค่ระเบิดลูกเล็กๆ ก็เถอะ

ขอแค่พวกมันกดจุดชนวนก็มีโอกาสเกิดเป็นโศกนาฏกรรมทางอากาศที่สั่นสะเทือนไปทั่วโลกได้เลย

เหตุการณ์แบบนี้ก็เคยเกิดขึ้นทั่วโลกมานักต่อนักแล้ว

พอคิดมาถึงตรงนี้

ผู้จัดการทั่วไปก็ไม่ได้แค่เหงื่อตกแล้ว

แต่ตัวสั่นเทิ้มไปทั้งตัวเลยทีเดียว

ทำงานในสายอาชีพนี้มาตั้งหลายปี นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ต้องเจอเรื่องแบบนี้

แต่ยังไงซะ เขาก็ต้องตั้งสติ และบริหารจัดการสถานการณ์โดยรวมให้ได้

ทันใดนั้นเอง!

ผู้จัดการทั่วไปก็เหมือนจะฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

เขารีบถามว่า "คนที่เข้าเวรด่านตรวจความปลอดภัยเมื่อบ่ายนี้ คือฟางหยางใช่ไหม?"

ผู้อำนวยการพยักหน้ารับ "ใช่ครับ! เขานี่แหละเป็นคนค้นเจอระเบิด!"

"ว่าแล้วเชียว ต้องเป็นเขาแน่ๆ!"

ผู้จัดการทั่วไปร้องอุทานออกมา สีหน้าดูกระอักกระอ่วนรีบสั่งการทันที "คุณรีบติดต่อไปที่หอบังคับการบิน สั่งระงับเที่ยวบินทั้งหมด ให้กัปตันและลูกเรือทุกคนลงจากเครื่อง แล้วค่อยๆ ตรวจสอบทีละลำ"

"รับทราบครับ!"

"และอีกเรื่อง!"

"นอกจากห้ามไม่ให้เครื่องบินขึ้นแล้ว เครื่องบินทุกลำก็ห้ามนำเครื่องลงจอดที่สนามบินของเราด้วย"

"นอกจากนี้ ให้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสนามบินทั้งหมด ทำการอพยพผู้โดยสารออกจากพื้นที่โดยด่วน เพื่อความปลอดภัยของทุกคน"

"รับทราบครับ!"

ผู้อำนวยการถามด้วยความสงสัย "แล้วเรื่องระเบิดล่ะครับ? จะทำยังไงดี?"

ผู้จัดการทั่วไปยิ้มบางๆ "เรื่องนี้ มีคนๆ นึงที่จะช่วยเราแก้ปัญหาได้"

"ใครเหรอครับ?"

"ฟางหยาง!"

เมื่อได้ยินชื่อนี้

ผู้อำนวยการก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง!

อ้าปากค้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

"ท่านผู้จัดการครับ.. เขาเนี่ยนะ? นี่มัน.."

ยังไม่ทันขาดคำ

ผู้จัดการทั่วไปก็ยกมือขึ้นปราม "ไม่ต้องสงสัยหรอก ถ้าเป็นผู้ชายคนนี้ คุณก็จงเชื่อมั่นในปาฏิหาริย์เถอะ"

"ส่วนเรื่องอพยพผู้คนกับประสานงานหอบังคับการบิน ผมมอบหมายให้คุณจัดการนะ"

"ตอนนี้ ผมต้องรีบไปที่เกิดเหตุด่วนเลย"

ผู้อำนวยการมองตามหลังผู้จัดการทั่วไปที่กำลังก้าวเดินออกไปด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ

ในหัวของเขามีแต่ชื่อของฟางหยางวนเวียนอยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ตัดภาพมาอีกด้านหนึ่ง

ตอนพักเที่ยง ผู้กำกับเจียงหาเวลาพักผ่อนได้ยากเต็มที

ยังไม่ทันจะได้หลับตาลง

ปังๆๆ!!

หัวหน้าทีมฉีก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในห้อง "ผู้กำกับเจียงครับ เรื่องใหญ่แล้ว!"

ผู้กำกับเจียงยิ้มบางๆ อย่างใจเย็น "เหล่าฉี ช่วงนี้เราเจอเรื่องใหญ่ๆ มาเยอะแล้วนะ จะมีเรื่องไหนใหญ่ไปกว่าคดีของพวกเราอีกล่ะ?"

"ไม่ครับ! เรื่องนี้ใหญ่กว่าแน่นอน!!"

"ผมจะบอกแค่ชื่อคนคนเดียว แล้วคุณจะเข้าใจ"

"เดี๋ยวก่อน!" ผู้กำกับเจียงรีบเด้งตัวลุกขึ้นยืนทันที "นายคงไม่ได้จะบอกว่า... เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับฟางหยางหรอกนะ?"

"ใช่ครับ! เกี่ยวข้องกับเขาเต็มๆ เลย"

"พระเจ้าช่วย! หมอนี่อีกแล้วเหรอ!!"

สำหรับผู้กำกับเจียงแล้ว

สองสามวันที่ผ่านมานี้ ช่างเป็นช่วงเวลาที่แสนจะมีความสุขเหมือนคนเพิ่งจะแต่งงานใหม่

อยู่ในช่วงฮันนีมูน

ยุ่งจนหัวหมุนทุกวัน

แต่ถึงจะเหนื่อยจะหนักแค่ไหน

พอคิดถึงผลงานและโอกาสเลื่อนขั้น...

ความเหนื่อยล้าก็หายเป็นปลิดทิ้ง

แต่ทว่า...

ภรรยาจะสวยแค่ไหน ก็ต้องมีวันที่รู้สึกเบื่ออยู่ดี

อย่างเช่นตอนนี้ไง

เมื่อเช้าเพิ่งจะเจอคดีสายลับไปหมาดๆ

ตอนนี้ดันมีคดีที่ใหญ่กว่าโผล่มาอีก

ใครมันจะไปรับไหววะ?

โดยเฉพาะตอนที่เขารู้ว่า มีผู้ก่อการร้ายพกพาระเบิดเข้ามาในด่านตรวจความปลอดภัยของสนามบิน...

เขาก็ถึงกับอึ้งไปเลย!

ผู้ก่อการร้ายงั้นเหรอ??

เรื่องแบบนี้ ดันมาเกิดกับเขาซะได้?

บ้าไปแล้ว!

ผู้กำกับเจียงในฐานะผู้กำกับการสถานีตำรวจ ย่อมรู้ดีว่าเรื่องนี้มันร้ายแรงแค่ไหน

เขาจึงรีบตะโกนสั่งหัวหน้าทีมฉี "เร็วเข้า! เรียกทุกคนมารวมตัวกันที่ห้องบัญชาการ ภายในห้านาทีนี้เลย"

"รับทราบครับ!"

ในเวลานี้

สถานีตำรวจก็ตกอยู่ในความวุ่นวาย

เนื่องจากช่วงสองสามวันที่ผ่านมา มีคดีเข้ามาเยอะมาก

ตำรวจหลายนายก็เลยต้องออกไปปฏิบัติหน้าที่ข้างนอก

ทำให้มีตำรวจเหลืออยู่ที่สถานีไม่ถึงร้อยคน

แถมบางคนก็เป็นแค่ตำรวจสายอำนวยการด้วย

เมื่อได้รับคำสั่ง ทุกคนก็รีบวิ่งหน้าตั้งไปที่ห้องบัญชาการทันที

ผู้กำกับเจียงยืนดูนาฬิกาข้อมืออยู่ที่หน้าโพเดียม สีหน้าเคร่งเครียด

ไม่นานนัก!

ไม่ถึงห้านาที ทุกคนก็มารวมตัวกันจนครบ

ผู้กำกับเจียงมีสีหน้าเคร่งขรึม ประกาศเสียงดังฟังชัด "ทุกท่าน เมื่อสักครู่นี้ เราได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุก่อการร้ายขึ้นที่สนามบินนานาชาติปักกิ่ง"

"พบระเบิด C4 และเชื้อปะทุไฟฟ้าในที่เกิดเหตุ"

"จากคำให้การของผู้ก่อการร้าย คาดว่าภายในสนามบินน่าจะมีระเบิดซ่อนอยู่อีก"

"หรือแม้กระทั่งบนเครื่องบินก็อาจจะมีซ่อนอยู่ด้วย"

"ตอนนี้เวลาเหลือน้อยแล้ว ทุกคนต้องฟังคำสั่งผม"

"หัวหน้าทีมฉี ตอนนี้คุณรีบนำทีมตำรวจสายอำนวยการ ไปปิดล้อมสถานที่เกิดเหตุไว้ก่อน ป้องกันไม่ให้มีผู้โดยสารที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวเดินเข้าไปใกล้"

"รับทราบครับ!"

"เหล่าหวัง คุณนำทีมไปประสานงานกับเจ้าหน้าที่สนามบิน เพื่อทำการอพยพผู้คนออกจากพื้นที่โดยด่วน"

"รับทราบครับ!"

"สุดท้าย ผู้กองเฉิน หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดของคุณ คือกำลังหลักในการปฏิบัติการครั้งนี้"

"ภาระหน้าที่ที่อยู่บนบ่าของพวกคุณ มันหนักอึ้งมาก"

"พวกคุณต้องค้นหาระเบิดทั้งหมด ทั้งในเครื่องบิน และในบริเวณสนามบิน ให้เจอ และทำการเก็บกู้ให้สำเร็จให้จงได้!"

"รับทราบครับ!"

เมื่อคำสั่งถูกถ่ายทอดออกไปจนครบถ้วน

ผู้กำกับเจียงก็สะบัดมือ "ไปได้!"

ตำรวจทุกนายต่างก็เดินเรียงแถวออกประตูไปอย่างเป็นระเบียบ

ใบหน้าของแต่ละคนเต็มไปด้วยความตึงเครียด

จากนั้น รถตำรวจหลายคันก็ทยอยแล่นออกจากประตูสถานีตำรวจ

พร้อมกับเปิดเสียงไซเรนดังลั่น

วี้หว่อๆ~~

สัญญาณไฟสีแดงและสีน้ำเงินกะพริบวูบวาบ

รถตำรวจหลายสิบคันแล่นต่อกันเป็นขบวนยาว มุ่งหน้าสู่สนามบิน

ประชาชนที่สัญจรไปมาต่างก็หยุดมองด้วยความตกตะลึง

"เกิดอะไรขึ้นเนี่ย? ทำไมถึงระดมรถตำรวจไปเยอะขนาดนี้?"

"ช่วงนี้สถานีตำรวจงานยุ่งมากเลยนะ เห็นรถตำรวจวิ่งเข้าวิ่งออกทุกวันเลย สงสัยจะมีคดีใหญ่อีกแล้วล่ะมั้ง"

"พวกนายไม่รู้เรื่องอะไรเลยใช่ไหมเนี่ย ช่วงนี้มีพนักงานตรวจความปลอดภัยที่ชื่อฟางหยาง จับผู้ร้ายคดีใหญ่ๆ ได้เพียบเลยนะ ตำรวจก็เลยหัวหมุนกันอยู่นี่ไงล่ะ"

"พระเจ้าช่วย หมอนี่เป็นใครมาจากไหนกันเนี่ย เล่าให้ฟังหน่อยสิ..."

ในที่เกิดเหตุ พนักงานตรวจความปลอดภัยหลายคน ช่วยกันควบคุมตัวผู้ก่อการร้ายไว้ พร้อมกับเค้นถามที่ซ่อนระเบิดอย่างหนัก

ฟ่านเจี้ยนเฉียงกลับทำเพียงแค่ยิ้มเยาะอย่างเย็นชา

ทำหน้าทองไม่รู้ร้อน

เสียงประกาศจากสนามบินดังกระจายเสียงซ้ำแล้วซ้ำเล่า

[ประกาศจากสนามบินปักกิ่ง ขอความกรุณาผู้โดยสารทุกท่าน โปรดอพยพออกจากพื้นที่อย่างเป็นระเบียบ ขณะนี้ทางสนามบินต้องสงสัยว่ามีระเบิดซุกซ่อนอยู่ ทางเราได้จัดเตรียมทีมผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำการเก็บกู้วัตถุระเบิดแล้ว นอกจากนี้ เที่ยวบินในระยะนี้มีความจำเป็นต้องงดให้บริการชั่วคราว ขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้ สำหรับญาติและมิตรสหายที่มารอรับผู้โดยสาร กรุณาเดินทางกลับบ้านโดยด่วน.. .]

จบบทที่ ตอนที่ 44 สถานการณ์ฉุกเฉิน! ทุกอย่างวุ่นวายไปหมด

คัดลอกลิงก์แล้ว