- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเป็นครูตาบอดห้าปี รู้ตัวอีกทีลูกศิษย์ก็พาต้าฉินครองโลกไปแล้ว
- บทที่ 99 ปืนใหญ่หงอี๋ ระเบิดฉานอวี๋แห่งซยงหนูปลิวว่อน!
บทที่ 99 ปืนใหญ่หงอี๋ ระเบิดฉานอวี๋แห่งซยงหนูปลิวว่อน!
บทที่ 99 ปืนใหญ่หงอี๋ ระเบิดฉานอวี๋แห่งซยงหนูปลิวว่อน!
“เป็นอานุภาพของปืนนกสับแล้ว!”
ณ อุทยานหลวง
เหล่าองค์ชายต่างชี้ไปยังหน้าจอพลางตะโกนก้องอย่างบ้าคลั่ง การระดมยิงเมื่อครู่ทำเอาพวกเขาตื่นตะลึงงันไปตามๆ กัน ชาวซยงหนูชูโล่บุกโจมตีกำแพงเมืองอยู่แท้ๆ โล่เหล่านี้ต่อให้ต้องเผชิญกับเกาทัณฑ์เหล็กกล้าของทัพฉินก็ยังไม่อาจสร้างบาดแผลได้มากนัก แม้จะยิงทะลุ ทว่าอานุภาพสังหารที่ส่งไปถึงร่างของชาวซยงหนูกลับไม่เพียงพอ
ครั้นปืนนกสับปะทะเข้ากับโล่ของศัตรู เพียงชั่วพริบตาเดียวก็เจาะทะลุโล่ป้องกัน ซ้ำยังทะลวงผ่านร่างของชาวซยงหนูไปพร้อมกัน ดับสิ้นลมหายใจในพริบตา
ช่างเป็นอานุภาพที่ร้ายกาจยิ่งนัก!
“อาวุธปืน ร้ายกาจถึงเพียงนี้เชียว!”
หลังจากฉงเจินนำอาวุธปืนมาถวาย ฉินสื่อหวงยังไม่ทันได้ทดลองใช้ก็นำส่งไปยังแนวหน้าเสียแล้ว นี่จึงเป็นคราแรกที่เขาได้ประจักษ์ถึงอานุภาพของมัน ทรงนึกไม่ถึงจริงๆ ว่าอาวุธปืนกระบอกเล็กๆ เพียงเท่านี้จะมีอานุภาพน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้ สามารถทะลวงผ่านโล่ ทะลวงผ่านเกราะเหล็ก และสังหารศัตรูได้อย่างง่ายดายดุจพลิกฝ่ามือ!
“ยังนับว่าธรรมดา” ฉงเจินกลับเอ่ยด้วยท่าทีสงบนิ่งยิ่งนัก
“อานุภาพของปืนใหญ่หงอี๋ต่างหาก จึงจะเรียกว่าร้ายกาจอย่างแท้จริง”
ปืนใหญ่หงอี๋กระนั้นหรือ?
ฉินสื่อหวงได้สดับฟังก็ยิ่งคาดหวังในอานุภาพของปืนใหญ่หงอี๋มากขึ้นไปอีก ปากกระบอกปืนใหญ่กว้างกว่าปากกระบอกปืนนกสับมากมายถึงเพียงนั้น อานุภาพย่อมต้องร้ายกาจสุดแสน หากจะให้ดีที่สุดคือยิงเพียงนัดเดียวก็สามารถระเบิดฉานอวี๋จนแหลกเหลวไปเลย
บนทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่
“นี่มันอาวุธสิ่งใดกัน!”
โถวม่านถึงกับตื่นตะลึง นักรบผู้กล้าแห่งซยงหนูที่เมื่อครู่ยังห้าวหาญหาใดเปรียบ แม้ถูกเกาทัณฑ์ยิงเข้าใส่ก็ยังขบฟันอดทนต่อความเจ็บปวดได้ ครั้นต้องเผชิญหน้ากับทัพฉินที่มาพร้อมกับอาวุธส่งเสียงกึกก้องกัมปนาท เหตุใดจึงร่วงหล่นลงมาพร้อมกันในคราวเดียวเล่า
“เหล่านักรบผู้กล้า เหตุใดจึงหยุดกันหมดเล่า!” โถวม่านตะโกนก้องด้วยความเดือดดาล
“ไม่ว่าทัพฉินจะใช้สิ่งใด ก็ไม่มีทางเป็นคู่มือของพวกเราได้ บุกเข้าไป สังหารพวกมันให้สิ้น!”
เมื่อได้ยินคำปลุกระดมของโถวม่าน ทหารซยงหนูที่บุกโจมตีกำแพงเมืองอยู่เบื้องหน้าก็มิหวาดกลัวอีกต่อไป ทัพฉินเพียงแค่สร้างเสียงดังกึกก้องขึ้นมา คิดจะข่มขวัญนักรบผู้กล้าแห่งซยงหนูอย่างพวกเขากระนั้นหรือ ช่างขบขันสิ้นดี!
“บุก!”
ทหารซยงหนูที่บุกโจมตีกำแพงเมืองอยู่เบื้องหน้าตะโกนก้อง จากนั้นพวกมันก็กระชับโล่ให้มั่น ปีนป่ายขึ้นกำแพงเมืองอย่างบ้าคลั่ง พวกมันกำเริบเสิบสานยิ่งนัก ไม่รู้ว่าทัพฉินใช้วิชาปีศาจอันใดที่ส่งเสียงดังกึกก้องถึงกับสังหารพวกมันได้อย่างง่ายดายปานนี้ ทว่าวิชาปีศาจเช่นนี้ใช่ว่าจะได้ผลเป็นคราที่สอง พวกมันย่อมไม่อาจต้านทานการบุกโจมตีของนักรบผู้กล้าแห่งซยงหนูได้อย่างแน่นอน ทว่าสิ่งที่รอต้อนรับพวกมันกลับยังคงเป็นห่ากระสุนอันเย็นชาไร้ปรานี
“ยิงต่อไป!”
สิ้นเสียงสั่งการของหัวหน้ากองปืนนกสับ ปืนนกสับในมือของทหารเหล่านั้นก็พ่นเปลวเพลิงออกมาอีกครา
“ปัง ปัง ปัง ปัง!”
ชั่วพริบตา กระสุนปืนนกสับนับไม่ถ้วนก็ระเบิดออก ทันใดนั้น ทหารซยงหนูที่กำลังดันทุรังบุกโจมตีกำแพงเมืองนับไม่ถ้วนก็ถูกยิงทะลุโล่ กระสุนเจาะทะลวงร่างจนร่วงหล่นลงมาดั่งใบไม้ร่วง ซ้ำยังฉุดรั้งเอาทหารที่ปีนบันไดตามมาเบื้องหลังให้กลิ้งตกลงมาตายอนาถไปตามๆ กัน!
“ดี!” ทหารนายอื่นบนหอสังเกตการณ์ต่างปิติยินดียิ่งนัก
นึกไม่ถึงเลยว่าอานุภาพของปืนนกสับจะร้ายกาจถึงเพียงนี้ ถึงกับสังหารชาวซยงหนูได้อย่างง่ายดายปานนี้ ช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก!
“ได้ยินมาว่า ของสิ่งนี้ได้มาก็เพราะท่านเซียนแห่งต้าฉินของเรา”
ขุนพลบางนายที่เคยได้ยินข่าวลือต่างเอ่ยอธิบายที่มาที่ไปอย่างภาคภูมิใจ
“ที่แท้ก็เป็นท่านเซียนแห่งต้าฉิน!”
เมื่อได้ยินคำกล่าวของขุนพล ทหารที่อยู่ ณ ที่นั้นต่างตื่นเต้นขึ้นมา ผู้อื่นพวกเขาอาจไม่รู้จัก ทว่าท่านเซียนแห่งต้าฉิน พวกเขาย่อมรู้จักเป็นอย่างดี เป็นท่านเซียนแห่งต้าฉินที่ประทานมันฝรั่งและมันเทศซึ่งเป็นของวิเศษเหล่านี้ลงมา ทั้งยังมีเทคโนโลยีการหลอมเหล็กและเทคโนโลยีการผลิตชุดอุปกรณ์ทหารม้าสามชิ้นอันเป็นยุทโธปกรณ์ของกองทัพที่แข็งแกร่งเหล่านี้อีก
ยามนี้อาจารย์ฉูได้กลายเป็นผู้กอบกู้ของทั่วทั้งต้าฉินไปแล้ว สถานที่นับไม่ถ้วนต่างพร้อมใจกันตั้งศาลอนุสรณ์สถานเพื่อให้ผู้คนกราบไหว้บูชา บัดนี้พวกเขาได้รับรู้อีกว่าปืนนกสับที่มีอานุภาพมหาศาลนี้ แท้จริงแล้วก็เป็นท่านเซียนแห่งต้าฉินที่มอบให้แก่พวกเขาเช่นเดียวกัน
ความเลื่อมใสศรัทธาเอ่อล้นอยู่เต็มอก ท่านเซียนฉูช่างยอดเยี่ยมเหลือเกินจริงๆ
“น่าชังนัก!”
เบื้องล่างกำแพงเมือง นายหมื่นซยงหนูที่รับผิดชอบการบุกโจมตีกำแพงเมืองกลับเดือดดาลสุดขีด นั่นมันอาวุธสิ่งใดกันแน่ ถึงกับเมินเฉยต่อโล่แข็งแกร่งและสังหารผู้คนได้ในพริบตา!
เช่นนี้จะสู้ได้อย่างไร!
อีกทั้งของประหลาดนี้ของทัพฉินก็ทำให้ทหารซยงหนูหวาดกลัวจนตัวสั่นแล้ว ยามนี้พวกมันล้วนไม่กล้าพุ่งทะยานขึ้นไปอีก หรือจะต้องไปกราบทูลฉานอวี๋ว่าให้ถอยทัพกระนั้นหรือ ทว่าเมื่อพิจารณาว่าหากถอยทัพก็ต้องเผชิญหน้ากับทหารฉินชั้นยอดสามแสนห้าหมื่นนาย นายหมื่นอย่างมันก็หวาดกลัวจนขาสั่นเทาเช่นกัน
“รายงานท่านนายหมื่น!”
ในยามนี้เอง นายพันผู้หนึ่งกลับเดินเข้ามาพลางเอ่ยปากกล่าว
“ใต้เท้านายหมื่น เมื่อครู่ข้าน้อยสังเกตพบว่าของสิ่งนั้นที่ทัพฉินใช้งาน คล้ายจะต้องเตรียมการใหม่ทุกคราขอรับ ทุกครั้งที่ยิงของประหลาดนั่นออกไปหนึ่งหน พวกมันก็ต้องใช้ท่อนเหล็กกระทุ้งที่ปลายกระบอกด้านหน้า อีกทั้งความแม่นยำก็มิได้ดีเลิศอันใด ทหารของพวกเราหลายคนมิได้ถูกยิงจนสิ้นใจในทันที หากแต่ถูกยิงกระแทกจนร่วงตกลงมาตายต่างหากขอรับ”
“หืม? จริงหรือ?”
นายหมื่นปิติยินดียิ่งนัก เมื่อครู่มันมิได้สังเกตเห็นเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย
“เป็นความจริงแท้แน่นอนขอรับ!” นายพันกลับเอ่ยยืนยันอย่างหนักแน่น
“ดี เช่นนั้นข้าจะเชื่อเจ้าสักครา!” นายหมื่นเอ่ยเสียงดัง
“ส่งคนขึ้นไปสองกอง กองหนึ่งขึ้นไปก่อน อีกกองหนึ่งรอคอยไว้ หากพวกเจ้าไม่ขึ้นไปก็ต้องตาย!”
“ขอรับ!”
เมื่อเผชิญกับการข่มขู่ของนายหมื่น ทหารเหล่านั้นก็ไร้หนทาง ทำได้เพียงข่มความหวาดกลัวแล้วพุ่งทะยานขึ้นไป
“ปัง ปัง ปัง!”
ทว่าชั่วอึดใจต่อมา ทหารกองหน้าก็ถูกยิงร่วงหล่นลงมาทั้งหมด
“หืม?”
ทว่านายหมื่นที่ลอบสังเกตการณ์อยู่ก็พบเห็นเบาะแสเช่นกัน
ทหารซยงหนูเหล่านี้แม้จะถูกยิงร่วงลงมา ทว่าพวกมันแทบจะมิได้ถูกยิงเข้าจุดตายเลย ทหารบางนายที่ตายก็เป็นเพราะบันไดสูงเกินไปจึงร่วงตกลงมาตายอนาถ ทหารส่วนใหญ่หลังจากร่วงตกลงมาแล้วกลับไม่เป็นอันใดเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งยามนี้ทัพฉินก็กำลังใช้ท่อนเหล็กกระทุ้งรูด้านหน้าของอาวุธนั่นอยู่จริงๆ
“ดีมาก!”
นายหมื่นปิติยินดียิ่งนัก นายพันช่างสังเกตได้ไม่เลวเลย นายหมื่นตะโกนก้องโดยตรง
“ยามนี้อาวุธของทัพต้าฉินใช้การไม่ได้แล้ว! บุกขึ้นไปให้ข้า สังหารพวกมันเสีย พวกเราก็สามารถบุกเข้าสู่จงหยวนได้แล้ว!”
เมื่อได้ยินคำสั่งการของนายหมื่น ทหารซยงหนูก็ฮึกเหิมขึ้นมาอีกครา เร่งปีนป่ายขึ้นบันไดไปอย่างรวดเร็ว
อันใดกัน!
ทหารฉินต่างพากันตื่นตระหนก ทหารซยงหนูถึงกับฉวยโอกาสตอนที่พวกเขาบรรจุกระสุนบุกโจมตีเข้ามา ปืนนกสับบรรจุกระสุนได้เชื่องช้ายิ่งนัก
“ฆ่า!”
ทว่าทหารซยงหนูกลับปีนป่ายอย่างรวดเร็ว ใกล้จะพุ่งทะยานขึ้นมาถึงแล้ว
“ยิงเกาทัณฑ์!”
เมื่อเห็นสถานการณ์เป็นเช่นนี้ ก็ทำได้เพียงให้พลเกาทัณฑ์ช่วยต้านทานเอาไว้ก่อน ทว่าทหารซยงหนูล้วนไม่คิดชีวิตแล้ว อีกทั้งยังมีโล่ป้องกัน
พลเกาทัณฑ์แม้จะยิงทะลุได้ก็ต้านทานได้เพียงชั่วครู่เท่านั้น ผนวกกับทหารซยงหนูเบื้องหลังที่ปีนป่ายขึ้นมาอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย ยามนี้ต่อให้กองปืนนกสับเข้ามาเสริมกำลังก็ไร้ประโยชน์แล้ว
“จะทำเช่นไรดี!” ทหารฉินต่างตื่นตระหนกลนลาน
“กลัวอันใดกัน!” หานซิ่นตวาดลั่น
“ถึงคราวปืนใหญ่ต้องออกโรงแล้ว นำปืนใหญ่ขึ้นมาให้ข้า!”
จากนั้น ปืนใหญ่หงอี๋นับไม่ถ้วนก็ถูกคบเพลิงจุดชนวนสายชนวน
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า”
ทางฝั่งโถวม่าน มองดูทหารซยงหนูบุกโจตีกำแพงเมืองอย่างห้าวหาญยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ก็หัวเราะร่วนด้วยความเบิกบานใจ ดูท่าทางครานี้คงสามารถยึดครองด่านได้แล้ว ดูเอาเถิด ทัพฉินของพวกเจ้าแม้นจะมีอาวุธลึกลับอันใด ทว่าก็ยังคงไม่ใช่คู่มือของทัพใหญ่ซยงหนูของข้าอยู่ดีมิใช่หรือ ทัพฉินก็คือเศษสวะ ไร้ประโยชน์สิ้นดี!
โถวม่านตะโกนก้องด้วยความหึกเหิม
“เหล่านักรบผู้กล้าแห่งซยงหนู สังหารทัพฉินที่เป็นเศษสวะพวกนี้ให้สิ้— ตู้ม!!!”
ชั่วอึดใจต่อมา เสียงระเบิดดังกึกก้องกัมปนาทพลันดังขึ้นข้างกายมัน คลื่นกระแทกมหาศาลคลุกเคล้าไปกับเปลวเพลิง ระเบิดร่างของโถวม่านจนปลิวว่อนขึ้นสู่ฟากฟ้าไปโดยตรง!