- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเป็นครูตาบอดห้าปี รู้ตัวอีกทีลูกศิษย์ก็พาต้าฉินครองโลกไปแล้ว
- บทที่ 75 เจิ้นจะล้างบางบรรพชนของพวกเจ้าให้สิ้นซาก!
บทที่ 75 เจิ้นจะล้างบางบรรพชนของพวกเจ้าให้สิ้นซาก!
บทที่ 75 เจิ้นจะล้างบางบรรพชนของพวกเจ้าให้สิ้นซาก!
ในอดีตกาลใต้หล้ากว้างใหญ่ เจ็ดแคว้นจ้านกั๋วตั้งประจันอำนาจ ทั้งยังมีแคว้นเล็กแคว้นน้อยอีกมากมาย อักษรเพียงตัวเดียวกลับมีวิธีเขียนแตกต่างกันไปถึงหลายแบบ
นี่คือสิ่งที่ฉินสื่อหวงมิอาจทนรับได้ เพราะใต้หล้าเช่นนี้คือใต้หล้าที่วุ่นวายโกลาหล
ด้วยเหตุนี้ หลังจากพระองค์ทรงรวบรวมแผ่นดินเป็นปึกแผ่นจึงได้กำหนดให้ใช้อักษรเดียวกันทั่วทั้งแผ่นดิน หากหลังจากได้ทอดพระเนตรลูกโลกจำลอง ฉินสื่อหวงกลับพบว่าบนโลกใบนี้ยังมีแว่นแคว้นอยู่อีกมากมายเหลือคณานับ เช่นนั้นตัวอักษรที่แว่นแคว้นเหล่านั้นใช้ย่อมต้องแตกต่างกันออกไปอย่างแน่นอน พานให้ฉินสื่อหวงกริ้วขึ้นมา
โลกใบเดียวไฉนจึงมีตัวอักษรมากมายหลายแบบถึงเพียงนี้ นี่ก็นับเป็นความวุ่นวายโกลาหลรูปแบบหนึ่งเช่นกัน พระองค์ทรงเดือดดาลจนถึงขีดสุด
"ไม่ว่ายุคหลังจะเป็นเช่นไร ในยุคสมัยของเจิ้น เจิ้นจะต้องรวบรวมใต้หล้าเป็นหนึ่ง ให้คนทั้งโลกหันมาพูดภาษาหัวเซี่ยของพวกเราให้จงได้!"
"ท่านพ่อ..." เหล่าองค์ชายที่อยู่ในเหตุการณ์เริ่มร้อนรนขึ้นมา ด้วยอาจารย์ฉูยังคงยืนอยู่ตรงนี้
"ผู้ใหญ่บ้านฉิน!" ฉงเจินเองก็ร้อนรนขึ้นมาเช่นกัน ขืนทำเช่นนี้จะดีได้อย่างไร
"เอ่อ... ตามสบายเลยครับ" ฉูหยวนไร้ซึ่งคำพูด เขาชินชาเสียแล้ว
ทว่าเขากลับรู้สึกว่าในคำพูดประโยคนี้ของฉินสื่อหวง ไม่ได้อ้างว่าตนเองคือฉินสื่อหวงซึ่งฟังดูแปลกพิลึกไปเสียหน่อย ทำไมวันนี้ถึงไม่เรียกตัวเองว่าฮ่องเต้แล้วล่ะ
"แต่ว่า" ฉงเจินเอ่ยปากขึ้น "อาจารย์ฉู ท่านนำลูกโลกจำลองออกมา มันเกี่ยวอันใดกับความอ่อนแอของพวกเจี้ยนหนูที่ท่านกล่าวถึงหรือ"
จริงด้วยสิ องค์ชายพระองค์อื่นต่างก็ขมวดพระขนงเช่นกัน ลูกโลกจำลองกับความอ่อนแอของพวกเจี้ยนหนูเกี่ยวพันกันอย่างไร หรือว่าพวกมันถูกตีจนกลมกลิ้งเป็นลูกบอลไปแล้ว
"แน่นอนว่าเกี่ยวข้องกันครับ" ฉูหยวนเอ่ยปากอธิบาย "การประจบสอพลอของพวกเจี้ยนหนู ความจริงแล้วไม่ได้ประจบสอพลอต่อชนชาติจงหยวน หรือชนเผ่าเร่ร่อนภายนอกหรอกครับ แต่เป็นการประจบสอพลอต่อแว่นแคว้นที่อยู่นอกเหนือการรับรู้ของหัวเซี่ยเราต่างหาก พวกคุณลองหาดูดีๆ นะครับ ว่าประเทศที่ผมกำลังจะพูดถึงต่อไปนี้อยู่ตรงตำแหน่งไหน"
พอฉูหยวนเอ่ยถึงประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยหยาดเลือดและน้ำตาเหล่านั้น เขาก็เดือดดาลขึ้นมาอย่างหาที่สุดไม่ได้
แคว้นเซินสื้อ (อ้างถึงอังกฤษ) ใช้ของชั่วร้ายมาทำร้ายราษฎรหัวเซี่ย ทำให้ทหารและราษฎรสูญเสียเจตจำนง เงินตราไหลออกนอกประเทศไปเป็นจำนวนมหาศาล ผู้รักชาติชาวหัวเซี่ยจึงพากันลุกฮือขึ้นต่อต้าน
ทว่าผลปรากฏว่าแคว้นเซินสื้อส่งเรือรบและปืนใหญ่มายิงถล่มเปิดประตูเมืองของพวกเจี้ยนหนูได้อย่างง่ายดาย พวกเจี้ยนหนูอันอ่อนแอถึงกับยอมเฉือนดินแดนชดใช้เงินตรา ประจบสอพลอได้อย่างน่าสมเพช!
หลังจากนั้นแว่นแคว้นทางตะวันตกก็พบว่าพวกเจี้ยนหนูอ่อนแอหลอกง่าย จึงส่งกองทัพมาโจมตีแคว้นหัวเซี่ยอยู่หลายต่อหลายครั้ง ทว่าเมื่อเผชิญหน้ากับแว่นแคว้นทางตะวันตก ท่าทีของผู้กุมอำนาจของพวกเจี้ยนหนูคืออะไรล่ะ?
ก็เอาแต่เฉือนดินแดนชดใช้เงินตราและประจบสอพลอมาโดยตลอด! การกระทำเช่นนี้ทำให้ดินแดนหัวเซี่ยต้องสูญเสีย เงินตราไหลออก สมบัติของชาติถูกปล้นชิง พอฉูหยวนพูดถึงพวกเจี้ยนหนู เขาก็โกรธเกรี้ยวอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
"พวกเจี้ยนหนูนี่ สมควรตายจริงๆ!"
"พวกเจี้ยนหนูถูกแว่นแคว้นต่างๆ รังแก พอแว่นแคว้นเหล่านั้นมาเรียกร้องเงินทองจากพวกมัน พวกเจี้ยนหนูสู้ไม่ได้ก็เลยหันไปขูดรีดราษฎร แถมยังกล้าพูดอะไรที่ว่า ทุ่มเทสรรพกำลังของเจี้ยนหนู เพื่อเอาใจแว่นแคว้นต่างๆ ให้เบิกบานอีกต่างหาก"
อันใดกัน! พวกเจี้ยนหนูมันเป็นเศษสวะอันใดกัน!
ฉงเจินสดับฟังจบก็แทบจะระเบิดโทสะออกมา ยามนี้พระองค์แทบอยากจะถือดาบไปสับพวกเจี้ยนหนูให้ตายคามือด้วยพระองค์เอง
ทุ่มเทสรรพกำลังของเจี้ยนหนู เพื่อเอาใจแว่นแคว้นต่างๆ ให้เบิกบาน... ยังมีคำพูดใดที่เหมือนสุนัขรับใช้ไปมากกว่านี้อีก! ชาวฮั่นพูดภาษามนุษย์ ทว่าพวกเจี้ยนหนูบัดซบมันพูดเป็นแต่ภาษาสุนัขหรืออย่างไร เอาใจมารดาเจ้าสิ!
ฉงเจินทนรับฟังไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว พระองค์จะต้องฆ่าล้างบางพวกเจี้ยนหนูให้สิ้นซาก จะปล่อยพวกมันรอดไปไม่ได้แม้แต่คนเดียว
"พวกเจี้ยนหนู สมควรตายให้สิ้น"
ฉินสื่อหวงเองก็ทรงกำหมัดแน่น แผ่นดินและศาลเทพารักษ์ล้วนขึ้นอยู่กับราษฎร หากไร้ซึ่งราษฎร จักรพรรดิอย่างเจ้าจะนับเป็นตัวอันใด กระทั่งสุนัขก็ยังมิใช่! ถึงกระนั้นพวกเจี้ยนหนูสู้ชาวตะวันตกมิได้ก็หันมาขูดรีดราษฎรตาดำๆ อย่างนั้นหรือ นี่มันเศษสวะอันใดกัน!
น่าเสียดายที่ในยุคต้าฉินตรวจสอบมิได้ว่าบรรพชนของพวกเจี้ยนหนูคือผู้ใด มิเช่นนั้นฉินสื่อหวงคงจับพวกมันมาสับเป็นชิ้นๆ ทีละคนแล้วจริงๆ ฉูหยวนเองก็ส่ายหน้าอย่างเอือมระอา
"ความจริงแล้วที่พวกเจี้ยนหนูสู้ชาวตะวันตกไม่ได้ ก็เพราะพัฒนาการด้านอาวุธปืนมันแย่เกินไปครับ ในยุคต้าหมิงอาวุธปืนความจริงก็ถือว่าไม่เลวมาตลอด ถ้าในยุคเจี้ยนหนูพัฒนาให้ดีๆ ต่อไปก็คงจะก้าวหน้าไปมาก แต่การพัฒนาอาวุธปืนกลับหยุดชะงักไปดื้อๆ เพราะพวกเจี้ยนหนูมันหยิ่งยโสโอหัง พอเห็นว่าต้าหมิงที่มีกองกำลังอาวุธปืนแข็งแกร่งยังถูกพวกมันเอาชนะได้ ก็เลยพาลคิดไปว่าอาวุธปืนไม่มีประโยชน์ สู้พวกดาบ หอก กระบี่ ทวน ไม่ได้"
"ล้อเล่นบ้าบออันใดกัน!" ฉงเจินกริ้วจัดจนตบประตูห้อง สะเทือนจนเรือนพักมีเศษฝุ่นร่วงกราว
"อาวุธปืนของต้าหมิงพัฒนาไปได้ไม่เลวแล้ว พวกมันยังไม่รู้จักพัฒนาอาวุธปืนต่อยอดขึ้นไปอีกหรือ"
ฉงเจินกล่าวมิผิด อาวุธปืนของต้าหมิงนั้นยอดเยี่ยมไม่เลวเลยจริงๆ ในช่วงรัชศกฉงเจินปีที่หก ทหารเรือต้าหมิงเคยเอาชนะทหารเรือตะวันตกที่ยิ่งใหญ่คับฟ้าในท้องทะเล ณ ขณะนั้นลงได้อย่างราบคาบ การทำศึกทางทะเลในยุคต้าหมิงย่อมเป็นไปมิได้ที่จะใช้เพียงเกาทัณฑ์ สิ่งที่พึ่งพาเป็นหลักก็คือปืนใหญ่อานุภาพทำลายล้างสูง
ทว่าฉงเจินทรงคิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าพวกเจี้ยนหนูเหล่านั้นตาบอดกันไปหมดแล้วหรือกระไร ถึงกับยังให้ความสำคัญกับดาบ หอก กระบี่ ทวน อันใดนั่นอยู่อีก ไอ้พวกโง่เขลา ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปถึงไหนต่อไหนแล้ว!
"พวกเจี้ยนหนูมันก็แค่กลุ่มเศษสวะครับ" ฉูหยวนส่ายหน้าทอดถอนใจ "แคว้นซากุระที่อยู่ข้างๆ ก็ถูกแว่นแคว้นตะวันตกบุกรุกเหมือนกัน แต่พวกเขาก็เริ่มปรับเปลี่ยน นำเข้าอาวุธปืน แค่สามสิบปีก็แข็งแกร่งขึ้นมาแล้ว พอสามสิบปีให้หลัง พวกเขาก็เปิดศึกกับพวกเจี้ยนหนูโดยมีสมรภูมิหลักอยู่บนทะเล ตอนนั้นทุกคนต่างก็คิดว่าพวกเจี้ยนหนูจะเป็นฝ่ายชนะ
“แต่ใครจะไปรู้ว่าพวกเจี้ยนหนูมันทุจริตฉ้อฉล เอาเงินที่จะใช้ทำศึกไปจัดงานวันเกิดให้ไทเฮาจนหมด กระสุนปืนใหญ่ก็มีแต่ทราย สุดท้ายพวกเจี้ยนหนูก็พ่ายแพ้ราบคาบจนต้องยอมเฉือนดินแดนชดใช้เงินตรา แถมยังชดใช้เงินตราตั้งสองร้อยล้านตำลึงเงินเชียวนะครับ!”
สองร้อยล้านตำลึงเงิน!
ตุบ!
ฉงเจินถึงกับยืนไม่อยู่ พระองค์ทรงถอยหลังไปหลายก้าว กระทั่งเผลอทรุดลงไปประทับกับพื้น
พระองค์ทรงเป็นถึงจักรพรรดิ มั่งคั่งทั่วสี่คาบสมุทร มีสิ่งใดบ้างที่มิเคยพบเห็น ทว่าเมื่อได้สดับว่าเงินจำนวนมหาศาลถึงสองร้อยล้านตำลึง พระองค์ก็ทรงตกตะลึงจนสิ้นสติ ต้องทราบก่อนว่าฉูหยวนเคยกล่าวไว้ว่าหากพระองค์สังหารพรรคตงหลินในเมืองหลวงจนสิ้น ก็จะยึดทรัพย์มาได้เพียงเจ็ดสิบล้านตำลึงเงินเท่านั้น หากเป็นเงินสองร้อยล้านตำลึง เช่นนั้นพระองค์มิต้องสังหารพรรคตงหลินในเมืองหลวงถึงสามรอบเลยหรอกหรือ
ฉงเจินเดือดดาลจนถึงขีดสุด พวกเจี้ยนหนูนี่ช่างทุจริตฉ้อฉลจนถึงแก่น เงินสองร้อยล้านตำลึงนี้พวกมันไม่มีทางยอมควักเนื้อตนเองอย่างแน่นอน ย่อมต้องไปขูดรีดมาจากราษฎรเป็นแน่แท้
อีกทั้งแคว้นซากุระนั่น ฉงเจินก็ทรงรู้จักดี
มันก็เป็นแค่เศษสวะ!
ในรัชสมัยว่านลี่ แคว้นซากุระก็เคยบังอาจคิดจะบุกรุกจงหยวน ผลปรากฏว่าถูกกองทัพใหญ่ของว่านลี่ตีจนแตกพ่ายยับเยินกลับไปมิใช่หรือ แคว้นซากุระนับเป็นตัวอันใดกัน!
จักรพรรดิของพวกมันไฉนจึงไม่รู้จักเรียนรู้จากเจิ้นบ้าง ช่างไร้ซึ่งความหยิ่งทะนงแม้แต่น้อย! ไม่แต่งงานเชื่อมสัมพันธ์! ไม่ชดใช้เงินตรา! ไม่เฉือนดินแดน! ไม่ส่งบรรณาการ! โอรสสวรรค์เฝ้าประตูแคว้น! กษัตริย์พลีชีพเพื่อศาลเทพารักษ์! นี่แหละคือความหยิ่งทะนงของต้าหมิง! แล้วพวกเจี้ยนหนูเล่า กระทำเพียงชดใช้เงินตราเฉือนดินแดนและประจบสอพลอ!
ทว่าต้าหมิงกลับถูกพวกเจี้ยนหนูที่เป็นขยะเช่นนี้เอาชนะได้ ฉงเจินไม่ทรงยินยอมพร้อมใจเลยจริงๆ หากพระองค์กลับไปเมื่อใดจะต้องเร่งจัดระเบียบกองทัพและฆ่าล้างบางพวกเจี้ยนหนูให้จงได้
"อาจารย์ฉู แล้วแว่นแคว้นที่กล้าโจมตีหัวเซี่ยในยามนั้นมีแคว้นใดบ้าง" ฉินสื่อหวงเอ่ยถามขึ้น
"มีเยอะเลยครับ" ฉูหยวนกล่าวตอบอย่างราบเรียบ "อันดับแรกก็ต้องเป็นแคว้นซากุระ แล้วก็แว่นแคว้นบางส่วนในโอวหลัวปา (ยุโรป) ถัดมาก็คือแว่นแคว้นทางเหนือของหัวเซี่ย และสุดท้ายเมื่อข้ามทะเลไปก็จะเป็นแว่นแคว้นบางส่วนในเป่ยเหม่ย (อเมริกาเหนือ) ครับ"
เมื่อฉูหยวนเอ่ยชื่อแว่นแคว้นเหล่านี้ออกมาจนสิ้น ฉินสื่อหวงและฉงเจินต่างก็จดจำฝังลึกไว้ในพระทัยอย่างแม่นยำ โดยเฉพาะฉินสื่อหวงที่บัดนี้ภายในพระทัยของพระองค์ได้บังเกิดความคิดหนึ่งขึ้นมาแล้ว
พวกเจ้าบังอาจโจมตีหัวเซี่ยหรือ เจิ้นจะถอนรากถอนโคนพวกเจ้าให้สิ้นซาก!
หากในยุคต้าฉินพวกเจ้าอ่อนแอ เจิ้นก็จะสังหารล้างแคว้นพวกเจ้า! ต่อให้ในยุคต้าฉินพวกเจ้าจะแข็งแกร่ง เจิ้นก็ยังคงจะสังหารล้างแคว้นพวกเจ้าอยู่ดี!
แม้นพวกเจ้าในยุคต้าฉินจะมิได้ทำผิดอันใด ทว่าหนี้เลือดที่ลูกหลานของพวกเจ้าก่อเอาไว้ ย่อมสมควรให้บรรพชนอย่างพวกเจ้าเป็นผู้ชดใช้!
ความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพวกเจ้า ก็คือในยุคต้าฉิน... พวกเจ้าไม่แข็งแกร่งพอ!