- หน้าแรก
- ระบบฟื้นฟูบ้านเกิด สร้างอุตสาหกรรมสะท้านโลกด้วยเงินวันละหยวน
- บทที่ 7 - คว้าโรงงานมาครอง! รีโนเวท!
บทที่ 7 - คว้าโรงงานมาครอง! รีโนเวท!
บทที่ 7 - คว้าโรงงานมาครอง! รีโนเวท!
ไม่นานนัก ผอ.จางก็พาเสิ่นเฟิงมาถึงห้องทำงานของผู้ว่าเขต
เปาเจี้ยนผิงมองชายหนุ่มตรงหน้า ก่อนจะพยักหน้า
"ประธานเสิ่น เมื่อกี้ผอ.จางเล่าเรื่องของคุณให้ผมฟังทางโทรศัพท์แล้วนะ ทั้งนโยบาย ทั้งโรงงาน รัฐบาลพร้อมจะประเคนให้คุณทั้งหมด แต่คุณต้องให้สัญญาก่อนนะ ว่าที่มาตั้งโรงงานรับจ้างผลิตชิ้นส่วนเนี่ย... ไม่ได้กะจะมาฮุบเงินอุดหนุนหรือหลอกเอาเงินกู้!"
"ไม่มีปัญหาครับ ท่านผู้ว่าเปา!" เสิ่นเฟิงพยักหน้ารับคำ
พอเห็นท่าทางมั่นใจเต็มเปี่ยม แถมหน้าตายังหล่อเหลาดูเป็นมิตรจนชวนให้รู้สึกถูกชะตาตั้งแต่แรกเห็นแบบนั้น เปาเจี้ยนผิงก็เอ่ยปาก
"เอาล่ะ ผมจะยอมเชื่อคุณสักครั้ง ผอ.จาง ช่วงนี้คุณช่วยจัดการเรื่องโรงงานกับใบอนุญาตประกอบธุรกิจให้ประธานเสิ่นให้เรียบร้อยด้วยนะ เปิดไฟเขียวให้หมด บอกไปเลยว่าเป็นคำสั่งผม ในเมื่อเขาอุตส่าห์มาลงทุน เราเองก็ต้องแสดงความจริงใจให้เขาเห็นเหมือนกัน!"
"รับทราบครับ ท่านผู้ว่าเปา!" ผอ.จางพยักหน้ารับคำ
และแล้ว... เรื่องนี้ก็เป็นอันตกลงกันได้ชั่วคราว
ทั้งสามคนยังได้ร่วมโต๊ะกินข้าวกันที่โรงอาหารของหน่วยงานรัฐอีกด้วย
ระหว่างนั้น เปาเจี้ยนผิงก็ซักถามรายละเอียดเกี่ยวกับธุรกิจ SMT ไปด้วย พอรู้ว่าเบื้องหลังของเสิ่นเฟิงคือเถ้าแก่ใหญ่จากเผิงเฉิง แถมยังมีออร์เดอร์จากบริษัทยักษ์ใหญ่ในมืออีกเพียบ... เขาก็ยิ่งพอใจเข้าไปใหญ่
ตกบ่ายวันนั้น พอมีรัฐบาลคอยหนุนหลัง กลไกของระบบราชการก็ทำงานด้วยความรวดเร็วปานจรวดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ทั้งกรมควบคุมมลพิษ กรมดับเพลิง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และหน่วยงานอื่นๆ อีกเจ็ดแปดแห่ง ต่างพากันเปิดไฟเขียวให้ผ่านฉลุย
กรมพัฒนาธุรกิจการค้ารับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่า จะออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจให้เสร็จภายในสามวันเป็นอย่างช้า และตลอดกระบวนการนี้... ผอ.จางถึงกับยอมเป็นสารถีขับรถตามประกบให้เสิ่นเฟิงตลอดทั้งบ่าย เรียกได้ว่าไว้หน้าเสิ่นเฟิงสุดๆ
วันรุ่งขึ้น เสิ่นเฟิงก็ได้กุญแจโรงงานอิเล็กทรอนิกส์หงต๋ามาอยู่ในมือ
ลุงยามที่เห็นเขาเดินมากับผู้ดูแลนิคมอุตสาหกรรมของตำบล ถึงกับอ้าปากค้าง
แกนึกว่าไอ้หนุ่มนี่ก็แค่มาถามดูเฉยๆ ใครจะไปคิดล่ะว่าเพิ่งผ่านไปแค่สองวัน เจ้าหน้าที่รัฐก็เดินมาบอกว่าหมอนี่เช่าโรงงานไปแล้วซะงั้น จะไม่ให้แกตกใจได้ยังไงไหวล่ะ
เอี๊ยด...
เสียงโลหะเสียดสีกันจนชวนให้เสียวฟันดังขึ้น ประตูรั้วเหล็กบานยักษ์ที่สนิมเขรอะและหนักอึ้งของโรงงานหงต๋าก็ค่อยๆ ถูกผลักให้เปิดออก
ฝุ่นที่เกาะกรังอยู่บนบานพับมานานถึงสามปีร่วงกราวลงมา ปลิวว่อนล้อแสงแดด
เสิ่นเฟิงก้าวข้ามธรณีประตูเข้าไป ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือความทรุดโทรมที่ชวนให้อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
ถนนคอนกรีตสายหลักที่เคยทอดยาวกว้างขวาง บัดนี้ถูกกลืนกินด้วยหญ้าคาแห้งเหลืองที่สูงปริ่มเอวไปจนหมด เหลือให้เห็นแค่รอยแตกของพื้นคอนกรีตโผล่พ้นกอหญ้ามาให้เห็นรำไร
ต้นมะเดื่อฝรั่งสองข้างทางที่ขาดการตัดแต่งมานาน แตกกิ่งก้านสาขาชี้โด่เด่ราวกับกรงเล็บปีศาจ บดบังแสงแดดจนร่มครึ้ม
ไม่ไกลออกไป อาคารโรงงานก่ออิฐแดงสามหลังตั้งตระหง่านเคียงคู่กันอยู่ท่ามกลางดงหญ้าคา
สีทาผนังหลุดลอกออกเป็นแผ่นใหญ่ เผยให้เห็นก้อนอิฐที่ผุกร่อนอยู่ด้านใน ป้ายคำขวัญ 'คุณภาพมาเป็นอันดับหนึ่ง' ที่เคยทาสีไว้บนกำแพง ตอนนี้ก็เหลือแค่รอยด่างดวงจนแทบจะอ่านไม่ออก
กระจกหน้าต่างแทบทุกบานถูกทุบแตกละเอียด เหลือแต่กรอบหน้าต่างสีดำมืดมิด
เสิ่นเฟิงออกแรงผลักประตูเหล็กขึ้นสนิมของโรงงานหมายเลขหนึ่ง กลิ่นอับชื้นผสมกับกลิ่นขี้หนูเหม็นสาบตีฟุ้งเข้าจมูกอย่างจัง
พื้นที่ด้านในกว้างขวางแต่ว่างเปล่า หลังคากระเบื้องเหล็กเคลือบสีมีรูโหว่เบ้อเริ่มอยู่หลายจุด น้ำฝนที่สาดเข้ามาตลอดทั้งปีทำให้พื้นคอนกรีตเต็มไปด้วยตะไคร่น้ำสีเขียวลื่นปรื๊ด
สายพานการผลิตที่เคยส่งเสียงดังกระหึ่ม ถูกรื้อถอนเอาไปชั่งกิโลขายเป็นเศษเหล็กตั้งนานแล้ว ทิ้งไว้เพียงรอยนอตเจาะลึกฝังแน่นอยู่บนพื้นปูนเรียงเป็นตับ
ตรงมุมห้อง มีชุดช่างสีน้ำเงินที่ฝุ่นจับหนาเตอะถูกทิ้งขว้างอย่างไม่ไยดี พร้อมกับกระดาษรายงานผลการผลิตเก่าๆ ขาดๆ อีกสองสามแผ่นที่หล่นเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้นโคลน
นี่คือสภาพของโรงงานที่เมื่อสามปีก่อนยังคงเดินสายการผลิตอย่างคึกคัก... แต่บัดนี้กลับเหลือแต่ซากปรักหักพัง
ขั้นตอนต่อไปก็คือการหาบริษัทรับเหมาก่อสร้างมารีโนเวท บ่ายวันนั้น รถกระบะสองคันที่ติดสติกเกอร์ 'บริษัทรับเหมาก่อสร้างเจียงหวย' ก็ส่งเสียงคำรามกระหึ่ม ขับฝ่าดงหญ้าคาเข้ามาในโรงงาน
ทันทีที่ประตูรถเปิดออก วิศวกรสวมหมวกนิรภัยสีขาว ในมือถือเครื่องวัดระยะเลเซอร์กับแบบแปลนปึกใหญ่ ก็กระโดดลงมาจากรถ
คนที่เดินนำหน้ามาคือ 'วิศวกรหวัง' จากบริษัทรับเหมาก่อสร้างเจียงหวย แกเป็นมือเก๋าที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการก่อสร้างมาสามสิบปีเต็ม
"ประธานเสิ่น โรงงานนี้มันร้างมาหลายปีแล้ว เดี๋ยวพวกเราขอเดินสำรวจดูให้ทั่วก่อนนะครับ" วิศวกรหวังทักทายเสิ่นเฟิง ก่อนจะพาลูกน้องมุดหายเข้าไปในอาคารโรงงานอิฐแดงที่ทรุดโทรมทั้งสามหลัง
และแล้ว... การเดินสำรวจอย่างละเอียดก็กินเวลาไปถึงสองชั่วโมงเต็ม
จุดสีแดงจากเครื่องวัดระยะเลเซอร์กะพริบวิบวับอยู่บนกำแพงที่มืดสลัว พวกวิศวกรเอาค้อนเหล็กอันเล็กๆ เคาะไปตามกำแพงและเสารับน้ำหนักเพื่อฟังเสียงสะท้อน
ตอนที่วิศวกรหวังเดินเหงื่อโซมกายออกมาจากโรงงานหมายเลขสอง คิ้วที่เคยขมวดมุ่นตอนเห็นดงหญ้าคา ตอนนี้กลับคลายออกจนหมด ซ้ำร้าย... แววตายังฉายประกายตื่นเต้นดีใจออกมาอย่างปิดไม่มิดอีกต่างหาก
"ประธานเสิ่น ตาแหลมคมจริงๆ ครับ! แบบนี้เรียกช้อนของดีราคาถูกชัดๆ!" วิศวกรหวังถอดหมวกนิรภัยออก ตบฝุ่นที่ติดมือดังปุๆ ก่อนจะสาวเท้ายาวๆ เข้ามาหาเสิ่นเฟิง
"หมายความว่าไงครับ?" เสิ่นเฟิงยื่นขวดน้ำแร่ส่งให้
"ไอ้โรงงานเนี่ย... ภายนอกมันอาจจะดูเหมือนบ้านผีสิง สีลอกหลุดจนดูไม่ได้ก็เถอะ แต่โครงสร้างข้างในมันโคตรจะแข็งแรงเลยนะครับ!" วิศวกรหวังกระดกน้ำแร่รวดเดียวหมดไปครึ่งขวด ก่อนจะชี้มือไปยังโรงงานหมายเลขสองที่อยู่ตรงหน้า
"ตอนที่เขาสร้างตึกนี้ คงทุ่มทุนสร้างแบบไม่คิดชีวิตเลยล่ะครับ กำแพงรับน้ำหนักใช้อิฐแดงตันเกรดพรีเมียมที่สุด แถมโครงสร้างเหล็กด้านในก็ไม่มีรอยบิดเบี้ยวหรือทรุดตัวเลยสักนิด ถ้าเป็นสมัยนี้นะ... แค่เทฐานรากให้ได้มาตรฐานขนาดนี้ ก็คงหมดเงินไปบานตะไทแล้วล่ะครับ!"
พูดถึงตรงนี้ เสียงของวิศวกรหวังก็ดังขึ้นอีกระดับ
"แต่ที่น่าทึ่งกว่านั้นก็คือ... ข้างในโรงงานหมายเลขสองน่ะ มันมีโครงสร้างของห้องคลีนรูมขนาดพันห้าร้อยตารางเมตรซ่อนอยู่ด้วยนะครับ!"
แววตาของเสิ่นเฟิงเป็นประกายขึ้นมาทันที
เขารู้ดีว่า การจะเปิดสายการผลิต SMT ที่มีความแม่นยำสูง สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ 'สภาพแวดล้อมที่ปราศจากฝุ่นละออง'
ถ้าในอากาศมีฝุ่นผงขนาดใหญ่ลอยไปตกบนจุดบัดกรีของแผงวงจร (PCB) ล่ะก็ มันจะทำให้เกิดรอยบัดกรีกลวงหรือไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งจะส่งผลให้เปอร์เซ็นต์ของเสียพุ่งปรี๊ดทันที
"โครงสร้างยังใช้ได้อยู่เหรอครับ?" เสิ่นเฟิงรีบถามกลับ
"ใช้ได้สิครับ! โคตรจะใช้ได้เลยล่ะ!" วิศวกรหวังกางแบบแปลนออกด้วยความตื่นเต้น
"ผนังบุฉนวนใช้เหล็กแผ่นเคลือบสีกันความร้อนเกรดเอ ถึงข้างนอกจะฝุ่นเขรอะไปหน่อย แต่ซีลกันฝุ่นนี่แน่นเปรี๊ยะเลยล่ะครับ แล้วพื้นห้องนะ... ก็เทพื้นปูนแบบปรับระดับอัตโนมัติ (Self-Leveling) ตามมาตรฐานกันสะเทือนขั้นสูงสุดในยุคนั้นเลย ถ้าให้พวกเราสร้างห้องคลีนรูมขนาดเท่ากันขึ้นมาใหม่ แค่ทำระบบซีลผนังกับเทพื้นกันสะเทือนนี่ ก็ล่อไปเป็นเดือนแล้วครับ!"
"ประธานเสิ่น คุณทำโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ ก็น่าจะรู้เรื่องพวกนี้ดี ในเมื่อโครงสร้างเดิมมันมีอยู่แล้ว เราก็แค่ควักเงินซื้ออุปกรณ์คลีนรูมกับวัสดุกรองอากาศมาอัปเกรดใหม่... แค่นี้ก็สามารถเปิดสายการผลิตใหม่ได้ในเวลาอันรวดเร็วแล้วล่ะครับ!"
เสิ่นเฟิงพยักหน้า ก่อนจะเข้าประเด็นทันที
"ถ้าผมจะเปลี่ยนโรงงานหมายเลขสองทั้งหมด ให้กลายเป็นห้องคลีนรูมระดับคลาส 100,000 ที่ได้มาตรฐานสำหรับไลน์ผลิต SMT ล่ะก็... ต้องใช้งบประมาณสักเท่าไหร่ครับ? แล้วใช้เวลาทำนานแค่ไหน?"
พอพูดถึงเรื่องราคาประเมิน สีหน้าของวิศวกรหวังก็เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันที แกล้วงเครื่องคิดเลขออกมาจากกระเป๋าเสื้อ พลางกดจิ้มตัวเลขไปพลาง ประเมินราคาไปพลาง
"ประธานเสิ่นครับ ถ้าจะต้องสร้างห้องคลีนรูมระดับคลาสแสนขึ้นมาใหม่ตั้งแต่ตอกเสาเข็มล่ะก็ ยังไงก็ไม่พ้นหลักล้านหรือสองล้านหรอกครับ แต่เรามีโครงสร้างดีๆ พร้อมใช้อยู่แล้ว มันก็ประหยัดเงินก้อนใหญ่ไปได้เยอะเลยล่ะ"
"ส่วนที่ต้องควักกระเป๋าจ่ายตอนนี้ อย่างแรกเลยคือพื้นครับ ต้องขัดใหม่หมด แล้วก็เทพื้นอีพ็อกซีป้องกันไฟฟ้าสถิตเกรดสูงสุด... ตรงนี้งกไม่ได้เด็ดขาด เพราะโรงงานอิเล็กทรอนิกส์กลัวเรื่องไฟฟ้าสถิตจะไปช็อตชิปพังที่สุดแล้ว อย่างที่สองคือระบบกรองอากาศหัวใจหลัก ต้องติดชุดพัดลมกรองอากาศ FFU กำลังสูง กับระบบปรับอากาศแบบควบคุมอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ (HVAC) แล้วก็ต้องรื้อท่อแอร์เก่าทิ้งให้หมด เปลี่ยนเป็นท่อลมเหล็กชุบสังกะสีใหม่เอี่ยม ส่วนอย่างที่สาม... ก็คือพวกห้องเป่าลมดักฝุ่น (Air Shower) สำหรับคนและของ แล้วก็ช่องส่งของ (Pass Box) ครับ"
วิศวกรหวังกดปุ่ม '=' บนเครื่องคิดเลขแรงๆ ก่อนจะยื่นหน้าจอให้เสิ่นเฟิงดู
"ค่าอุปกรณ์รวมกับค่าแรงในการรีโนเวทเป็นห้องคลีนรูมมาตรฐาน ผมตีราคาเน็ตๆ ให้เลยนะ... สี่แสนห้า! บวกรวมกับค่าซ่อมหลังคารั่ว ทาสีทั้งข้างนอกข้างในโรงงานหมายเลขหนึ่งกับสามใหม่ ถางหญ้า แล้วก็ติดไฟส่องสว่างรอบโรงงาน... เหมาจบทั้งโปรเจกต์นี้ แสนห้าหมื่น! ให้เวลาผมแค่ครึ่งเดือน ผมรับประกันเลยว่า เสียบปลั๊กปุ๊บก็เดินเครื่องผลิตได้ปั๊บเลยครับ!"