- หน้าแรก
- คู่มือเด็กสองขวบปราบคุณพ่อสุดอันธพาล
- ตอนที่ 344 เลียนแบบป๊ะป๋าตอนละเมอ
ตอนที่ 344 เลียนแบบป๊ะป๋าตอนละเมอ
ตอนที่ 344 เลียนแบบป๊ะป๋าตอนละเมอ
ตอนที่ 344 เลียนแบบป๊ะป๋าตอนละเมอ
กงหลิงเซียวถือหูโทรศัพท์บ้านไว้ในมือข้างหนึ่ง "ใครสอนให้ลูกเที่ยวเอาตัวเองไปเสนอตัวแต่งงานกับคนอื่นสุ่มสี่สุ่มห้าหะ?"
เมื่อเห็นว่าพ่อบังเกิดเกล้ากำลังขัดขวางแผนการล่อลวงหม่ามี้ของตัวเอง ต้ากัวก็ตีมือใหญ่ของกงหลิงเซียวดังเพียะ "ป๊ะป๋า... ปล่อยนะ"
กงหลิงเซียววางสายโทรศัพท์ อุ้มเจ้าก้อนแป้งขึ้นมา แล้วเอ่ยเตือน "ลูกไม่ควรพูดเรื่องเสนอตัวแต่งงานสุ่มสี่สุ่มห้านะ"
ต้ากัวชูมือข้างที่สวมนาฬิกาโทรศัพท์แกว่งไปมากลางอากาศ พร้อมตะโกนอย่างตื่นเต้น "ป๊ะป๋านั่นแหละที่อยากเสนอตัวแต่งงานไม่ใช่เหรอ? ป๊ะป๋าละเมอร้องเสียงหลงเลยว่า 'เย่ฮุย ฉันรู้ว่าฉันผิดไปแล้ว! เย่ฮุย แต่งงานกับฉันเถอะ! เย่ฮุย ฉันยินดีพลีกายให้เธอเลยนะ!'"
ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชาของกงหลิงเซียวแดงก่ำขึ้นมาทันที "ฉันพูดแบบนั้นตอนฝันเหรอ?"
ต้ากัวพยักหน้า "ป๊ะป๋าพูดแบบนั้นแหละ จำไม่ได้เหรอ?"
กงหลิงเซียวรู้สึกสับสนในตัวเอง เขาหิ้วขวดน้ำเกลือเดินกลับไปที่เตียงผู้ป่วย
ต้ากัวเดินตามเขาไปติดๆ
เพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองไม่ได้พูดจาเหลวไหล ต้ากัวปีนขึ้นไปบนเตียงผู้ป่วยแล้วกอดกงหลิงเซียวที่เพิ่งเอนตัวลงนอน
"ป๊ะป๋าทำแบบนี้ กอดหัวหนูไว้ หยีตา แล้วก็จุ๊บแก้มหนูดังจ๊วบ" ต้ากัวใช้นิ้วจิ้มแก้มยุ้ยๆ ของตัวเองด้วยท่าทีรังเกียจ "น้ำลายเหม็นๆ เต็มไปหมดเลย! แล้วป๊ะป๋าก็ทำปากจู๋ด้วย!"
เจ้าตัวน้อยทำปากจู๋สีชมพูระเรื่อ ยื่นหน้าเข้าไปใกล้หน้าผากของกงหลิงเซียว จุ๊บดังจ๊วบ แล้วขมวดคิ้วแน่น "ทำหน้าเหมือนคนท้องผูก แล้วก็พึมพำว่า 'เย่ฮุย ฉันรู้ว่าฉันผิดไปแล้ว! ฉันยอมพลีกายให้เลย อย่าทิ้งฉันไปนะ!'"
พูดจบ เธอก็จุ๊บกงหลิงเซียวไปอีกหลายฟอด
ขาสั้นๆ ป้อมๆ ของเธอพาดอยู่บนตัวกงหลิงเซียว ถึงแม้จะเอาเท้าพาดทับเขาเหมือนที่กงหลิงเซียวทำกับเธอไม่ได้ แต่มันก็เป็นท่าทางที่คล้ายๆ กัน
พอเจ้าก้อนแป้งพูดถึงเรื่องนี้ เธอก็ยิ่งรู้สึกขัดใจ ใช้มือเล็กๆ ทำไม้ทำมือประกอบ
"หนูตัวแค่นี้เอง ขาป๊ะป๋าก็หนักมาก แถมปากก็เหม็นด้วย~ จุ๊ๆๆ~" ต้ากัวส่ายหน้าอย่างรังเกียจ "แล้วไอ้การพลีกายให้เนี่ยมันคืออะไรเหรอ? หนูขอปฏิเสธได้ไหม?"
กงหลิงเซียวคลึงขมับตัวเอง "แน่ใจนะว่านี่คือสิ่งที่ฉันทำ ไม่ใช่สิ่งที่ลูกทำน่ะ?"
ต้ากัวถอนหายใจ "พี่หมอเก๋อเก๋อก็เห็นนะ! ให้หนูเรียกพี่หมอเก๋อเก๋อมายืนยันไหมล่ะ?"
"ช่างเถอะๆ!"
กงหลิงเซียวย่อมรู้ดีกว่าใครว่าหลายวันมานี้เขาฝันถึงเย่ฮุยจริงๆ
และทุกความฝันล้วนเป็นฉากที่เขาถูกเย่ฮุยทอดทิ้ง ทว่า ตอนนี้เขาถูกเย่ฮุยบล็อกเบอร์ไปเรียบร้อยแล้ว แทบไม่เหลือความหวังอะไรอีกต่อไป
"กริ๊ง~"
ในตอนนั้นเอง โทรศัพท์บ้านในห้องพักผู้ป่วยก็ดังกังวานขึ้น
ดวงตาของต้ากัวและกงหลิงเซียวเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจระคนดีใจ
"หม่ามี้แน่เลย~"
ต้ากัวรีบปีนลงจากเตียงผู้ป่วยอย่างรวดเร็ว
กงหลิงเซียวเองก็ลุกขึ้น หิ้วขวดน้ำเกลือเดินตามไปเช่นกัน
"ฮัลโหลค่า~" เจ้าตัวน้อยกรอกเสียงใสแจ๋วลงไปในโทรศัพท์อย่างร่าเริง
"สวัสดีจ้ะ สาวน้อย!"
น้ำเสียงอ่อนโยนนี้เป็นของพี่สาวเมดคนเมื่อครู่นั่นเอง
"พี่ไปถามคุณพ่อบ้านมาแล้ว บ้านเราไม่ต้องการให้คนนอกเข้ามาซ่อมของให้น่ะจ้ะ ต้องขอโทษด้วยนะ!"
ประโยคนั้นเปรียบเสมือนน้ำเย็นจัดถังใหญ่สาดโครมลงมาใส่สองพ่อลูก
ดวงตาของต้ากัวแดงก่ำขึ้นมาทันที เธอเม้มปากเล็กๆ "ทำไมล่ะคะ?"
น้ำตาหยดแหมะร่วงหล่นราวกับก๊อกน้ำที่ถูกเปิดทิ้งไว้
เมื่อพี่สาวเมดได้ยินเสียงเจ้าตัวน้อยร้องไห้ ก็เอ่ยอย่างลำบากใจ "ขอโทษด้วยนะจ๊ะ พอดีทางเรามีช่างเฉพาะทางสำหรับตรวจสอบและซ่อมบำรุงอยู่แล้ว ขอบใจสาวน้อยมากนะ"
ต้ากัวก้มหน้างุด ดูน้อยอกน้อยใจ "ก็ได้ค่ะ"
เมื่อได้ยินน้ำเสียงผิดหวังของสาวน้อย สัญชาตญาณความเป็นแม่ของพี่สาวเมดก็พลุ่งพล่าน ทว่าเธอก็ไม่อาจช่วยอะไรได้ จึงทำได้เพียงปลอบใจ "พี่ขอโทษจริงๆ นะจ๊ะ บางทีหนูอาจจะลองไปติดต่อบริษัทอื่นดูนะ เดี๋ยวก็หาได้จ้ะ"
"พี่สาวคะ~" ต้ากัวเรียกด้วยเสียงสะอื้น
น้ำเสียงเล็กๆ อู้อี้ปนสะอื้นทำเอาพี่สาวเมดตัดใจวางสายไม่ลง "มีอะไรหรือจ๊ะ?"
"หนูไม่มีเพื่อนเลย หนูขอโทรหาพี่สาวได้ไหมคะ? เอาไว้แค่คุยเล่นกันบางครั้งบางคราว เพราะหนูมีความกดดันเรื่องการหางานทำเยอะมาก แถมยังไม่มีเพื่อนคุยด้วย หนูอาจจะเป็นโรคซึมเศร้าได้นะคะ"
กงหลิงเซียวยืนมองเจ้าก้อนแป้งเริ่มเล่นละครฉากใหญ่อีกครั้ง โดยอาศัยความน่ารักน่าเอ็นดูของตัวเองเป็นเครื่องมือ
"ได้สิจ๊ะ เด็กดี! ว่าแต่หนูชื่ออะไรเอ่ย?"
"หนูชื่อต้ากัวค่ะ"
ในเสี้ยววินาที ความอ่อนโยนของพี่สาวเมดก็มลายหายไปจนหมดสิ้น เธอวางสายใส่เสียงดังฉับ และทำการบล็อกเบอร์ทิ้งในทันที