- หน้าแรก
- คู่มือเด็กสองขวบปราบคุณพ่อสุดอันธพาล
- ตอนที่ 317 เสี่ยวหวง ลุงมีลูกไม่ได้ไม่ใช่เหรอ?
ตอนที่ 317 เสี่ยวหวง ลุงมีลูกไม่ได้ไม่ใช่เหรอ?
ตอนที่ 317 เสี่ยวหวง ลุงมีลูกไม่ได้ไม่ใช่เหรอ?
ตอนที่ 317 เสี่ยวหวง ลุงมีลูกไม่ได้ไม่ใช่เหรอ?
หวงเซียวถึงกับชะงัก
เขาไม่คาดคิดเลยว่าเจิงจวิ้นจะถามคำถามนี้ทันทีที่มาถึง
เขาคิดมาตลอดว่าเจิงจวิ้นที่อาศัยอยู่ต่างประเทศมานานหลายปี จะไม่ค่อยสนใจข่าวสารในประเทศเสียอีก
หวงเซียวยิ้มและกล่าวว่า "ผมจะลักพาตัวลูกสาวของเขาไปทำไมกัน? ผมทำธุรกิจถูกกฎหมายนะ อีกอย่าง ผลประกอบการของนิวลินก็ทิ้งห่างกรุ๊ปกงมาตลอด ผมจะทำเรื่องเลวร้ายขนาดนั้นไปเพื่ออะไร?"
เขาหยิบกาน้ำชาขึ้นมาอย่างรู้สึกผิดอยู่ลึกๆ เพื่อรินชาให้เจิงจวิ้น "ลองชิมชาทิกวนอิมของผมดูสิครับ ผมได้ยินมาว่าคุณชอบดื่มชามากที่สุด"
เจิงจวิ้นยังคงสงสัย "แล้วทำไมคุณถึงให้คนอื่นจัดงานแถลงข่าวแทนล่ะ?"
"ยิ่งไปกว่านั้น คนๆ นั้นยังสวมหน้ากากเทียมที่หน้าตาเหมือนคุณเป๊ะเลยด้วยซ้ำ"
เจิงจวิ้นได้ยินคนพูดถึงข่าวนี้มามากมายตั้งแต่ก้าวลงจากเครื่องบิน
สีหน้าของหวงเซียวแข็งค้างไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมา "ผมก็โพสต์ข้อความชี้แจงในบัญชีทางการไปแล้วไม่ใช่เหรอครับ? เป็นเพราะผมรู้สึกไม่ค่อยสบายน่ะ"
เขาชี้ไปยังเกาะรีสอร์ตที่ล้อมรอบด้วยทะเล "ผมเพิ่งผ่าตัดมาพอดี เลยไม่สะดวกที่จะไปร่วมงาน แต่กงหลิงเซียวรักลูกสาวมากจนขาดสติ เอาแต่สงสัยผมและผลักผมเข้าไปอยู่ท่ามกลางกระแสสังคม ผมเลยทำได้แค่ออกมาชี้แจงเพื่อแสดงจุดยืนของตัวเอง อีกอย่าง ผมไม่ได้ขาดแคลนผู้หญิงที่จะมาตั้งท้องลูกให้เสียหน่อย แล้วผมจะไปลักพาตัวลูกของกงหลิงเซียวทำไมล่ะครับ?"
เจิงจวิ้นพยักหน้ารับอย่างไม่ใส่ใจนัก
หวงเซียวเองก็ไม่รู้ว่าทำไม แต่เขารู้สึกราวกับว่าประธานเจิงคนนี้เตรียมตัวมาอย่างดี
อย่างไรก็ตาม เขาได้สืบประวัติของเจิงจวิ้นมาแล้ว อีกฝ่ายไม่มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือดกับตระกูลกง และเคยพบกับกงหลิงเซียวเพียงไม่กี่ครั้ง ตามหลักแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างกงหลิงเซียวกับเจิงจวิ้นไม่น่าจะลึกซึ้งอะไร
"ว่าแต่ ประธานเจิงมีคนรู้ใจหรือยังครับ? ในฐานะคนที่อาบน้ำร้อนมาก่อน พอหน้าที่การงานก้าวหน้าถึงจุดหนึ่งแล้ว รีบแต่งงานมีลูกแต่เนิ่นๆ จะดีกว่านะครับ" หวงเซียววางมาดเป็นผู้ใหญ่ที่ห่วงใยผู้น้อย "ผมมั่นใจว่าท่านผู้เฒ่าเองก็คงตั้งตารอให้คุณสร้างครอบครัวเหมือนกัน! ถ้าคุณสร้างครอบครัวตั้งแต่ยังหนุ่ม พอเด็กโตขึ้นก็ยังพอช่วยงานได้ ไม่อย่างนั้น ถ้าคุณรอจนอายุเท่าผมแล้วค่อยอยากมีลูก อีกยี่สิบปีข้างหน้าตอนที่ผมกลายเป็นแค่ตาแก่หนังหุ้มกระดูก ถ้าลูกชายคิดว่าผมแก่เกินกว่าจะช่วยงานได้แล้วจะทำยังไงล่ะครับ? เพราะอย่างนี้แหละ ตอนนี้ผมถึงได้เสียใจที่น่าจะมีลูกให้เร็วกว่านี้"
"เสี่ยวหวง ลุงมีลูกไม่ได้ไม่ใช่เหยอ?"
ทันใดนั้น เสียงเล็กๆ หวานใสเจือแววน้ำนมก็ดังแทรกขึ้นมา ทำเอาทั้งห้องจัดเลี้ยงตกอยู่ในความเงียบงัน
หวงเซียวถึงกับอึ้งค้างไป
สายตาของเขากวาดมองไปรอบบริเวณราวกับเรดาร์
"ทำไมถึงมีเสียงเด็กได้ล่ะ?" เจิงจวิ้นถามด้วยความประหลาดใจ
หวงเซียวหัวเราะแห้งๆ "เด็กของญาติผมน่ะครับ ช่วงนี้แกค่อนข้างติดผมหนึบเลย"
บ้าเอ๊ย!
ต้าเถียกัววิ่งออกมาอีกแล้วได้ยังไง?
เขาปรายตามองผู้ช่วยพิเศษ เป็นการส่งสัญญาณให้รีบพาเด็กน้อยไปขังไว้
แต่ทว่า!
ยัยเด็กนี่อยู่ที่ไหนกันล่ะ?
บอดี้การ์ดที่ยืนอยู่ด้านข้างมองหาจนตาแทบเหลือก แต่ก็ยังหาตัวต้าเถียกัวไม่พบ
"ลูกหลานญาติคุณกินข้าวหรือยังล่ะ? ทำไมไม่เรียกให้มากินด้วยกันเลย อาหารที่นี่มีตั้งเยอะแยะ ยังไงผมก็กินไม่หมดหรอก" เจิงจวิ้นกล่าว
หวงเซียวฝืนยิ้มแหยและตอบว่า "ไม่เป็นไรครับ แกกินแล้ว..."
ยังพูดไม่ทันจบ เสียงฝีเท้าวิ่งเตาะแตะก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน หัวใจของหวงเซียวหล่นวูบ เขาหันขวับไปมอง สบตากับบอดี้การ์ดที่อยู่ด้านหลังพอดี
บอดี้การ์ดส่ายหน้าตามสัญชาตญาณ เขาเองก็ไม่เห็นตัวเด็ก
หวงเซียวขมวดคิ้ว หรือว่าเขาจะหูแว่วไปเอง?
"ว่าแต่ ประธานเจิง ทำไมคุณถึงดูใส่ใจลูกสาวของกงหลิงเซียวจังเลยล่ะครับ?" หวงเซียวลองหยั่งเชิงถาม
เจิงจวิ้นจิบชา "กงหลิงเซียวเคยต้องการจะร่วมมือทางธุรกิจกับผมมาก่อน ผมก็เลยถามขึ้นมาลอยๆ น่ะ"
หวงเซียวคิดในใจว่า จากคำตอบนี้ เป็นไปไม่ได้เลยที่เจิงจวิ้นจะเคยเห็นหน้าต้าเถียกัว
เพราะเขาสืบมาแล้วว่ากงหลิงเซียวเคยพบกับเจิงจวิ้นแค่สองครั้ง และถ้าเขาจำไม่ผิด การพบกันแต่ละครั้งก็เพื่อเจรจาธุรกิจ
ไม่มีทางที่กงหลิงเซียวจะพาลูกไปคุยธุรกิจด้วยโดยไม่มีเหตุผล ดังนั้นหวงเซียวจึงมั่นใจว่าเจิงจวิ้นไม่เคยเห็นต้าเถียกัวมาก่อนแน่นอน
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เขาก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
"คุงยุงเป็นคนเรียกให้นู๋มากินข้าวเช้าด้วยกันใช่ม้า?"