- หน้าแรก
- ฟุตบอล ผมมีระบบผู้จัดการทีมเอฟเอ็ม
- บทที่ 23 โศกนาฏกรรมชาเปโคเอนเซ
บทที่ 23 โศกนาฏกรรมชาเปโคเอนเซ
บทที่ 23 โศกนาฏกรรมชาเปโคเอนเซ
บทที่ 23 โศกนาฏกรรมชาเปโคเอนเซ
มาร์คุสฉวยโอกาสตอนที่ผู้ชมกำลังอิน ยิงคำถามต่อไปทันที:
“โค้ชเหยียนครับ นับตั้งแต่คุณเข้ามากุมบังเหียน 1860 มิวนิก ทีมก็เดินหน้ากวาดชัยชนะรวดอย่างเหลือเชื่อ ในฐานะเฮดโค้ชหน้าใหม่ นี่เป็นอะไรที่หาดูได้ยากมากเลยนะครับ
ช่วยบอกพวกเราหน่อยได้ไหมครับ ว่าชัยชนะนัดไหนที่มีความหมายกับคุณมากที่สุด? หรือแมตช์ไหนที่ตราตรึงอยู่ในความทรงจำของคุณมากที่สุดครับ?”
เหยียนหยวนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบอย่างจริงจัง:
“ถ้าให้เลือกแมตช์ที่มีความหมายมากที่สุด ผมคิดว่าน่าจะเป็นเกมเยือนชตุทการ์ทครับ”
มาร์คุสเลิกคิ้วขึ้น เห็นได้ชัดว่าเขาสนใจคำตอบนี้มาก:
“โอ้? ทำไมถึงเป็นนัดนั้นล่ะครับ? ทั้ง ๆ ที่มีอีกตั้งหลายนัดที่สกอร์ขาดลอยน่าประทับใจกว่า อย่างนัดที่เพิ่งถล่มไคเซอร์สเลาเทิร์นไป 5-0 นั่นไงครับ”
เหยียนหยวนยิ้มบาง ๆ แววตาเด็ดเดี่ยวขณะอธิบาย
“แมตช์ที่เจอกับชตุทการ์ทน่ะ มันเป็นมากกว่าแค่ชัยชนะสำหรับพวกเราครับ แต่มันคือบทพิสูจน์ความเชื่อมั่นของเรา ในตอนนั้น มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทีมเราจากภายนอกหนาหูมาก บางคนก็หาว่าเราแค่ฟอร์มกำลังเข้าฝัก แล้วก็เอาชนะได้แต่พวกทีมอ่อนคลาสเท่านั้น ในขณะที่บางคนก็สบประมาทว่า เฮดโค้ชอายุน้อยไม่มีทางงัดแผนไปสู้กับทีมแกร่ง ๆ ได้หรอก
ชตุทการ์ทคือหนึ่งในทีมที่แข็งแกร่งที่สุดในบุนเดสลีกา 2 มีรากฐานที่แน่นปึก แถมอัดแน่นไปด้วยขุมกำลังนักเตะมากประสบการณ์ แมตช์นั้นจึงเป็นเวทีให้พวกเราได้พิสูจน์ตัวเองครับ”
มาร์คุสพยักหน้าเห็นด้วย:
“จริงด้วยครับ แมตช์นั้นถูกขนานนามว่าเป็น ‘บททดสอบของจริง’ ตั้งแต่ก่อนเริ่มเตะซะอีก”
เหยียนหยวนพูดต่อ
“มันเป็นแมตช์ที่หืดจับเอาการเลยล่ะครับ บรรยากาศในสนามเหย้าของชตุทการ์ทมันกดดันสุด ๆ ตั้งแต่วินาทีแรกที่นักเตะของเราเหยียบลงบนผืนหญ้า พวกเขาก็ต้องเผชิญหน้ากับเสียงโห่ร้องและแรงกดดันจากแฟนบอลนับหมื่นคนแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น แทคติกของชตุทการ์ทก็เขี้ยวลากดินมาก สร้างความปั่นป่วนให้เราตั้งแต่เสียงนกหวีดเริ่มเกมดังขึ้น การจัดระเบียบแดนกลางของพวกเขายอดเยี่ยมมาก ถึงขนาดกดเปอร์เซ็นต์การครองบอลของเราจนมิดเลยทีเดียว
แต่ก็ภายใต้สถานการณ์แบบนี้แหละครับ ที่นักเตะของเราไม่ยอมถอดใจ พวกเขาค่อย ๆ ปรับจังหวะ สู้ยิบตา และพลิกสถานการณ์กลับมาได้ด้วยแทคติกและการลงมือทำที่เฉียบขาด”
เมื่อนึกย้อนไปถึงแมตช์นั้น มาร์คุสก็พูดเสริมขึ้นมา:
“ผมจำได้ว่าสกอร์จบลงที่ 2-1 แล้วคุณก็ได้ประตูชัยในช่วงท้ายเกมด้วย ประตูนั่นมันสุดยอดไปเลยครับ”
เหยียนหยวนพยักหน้ารับ รอยยิ้มเจือความภาคภูมิใจ
“ใช่ครับ ประตูชัยลูกนั้นเกิดจากการประสานงานของทั้งทีม แต่สิ่งที่ทำให้ผมปลื้มใจยิ่งกว่าก็คือ การที่ทั้งทีมแสดงให้เห็นถึงความทรหดและสมาธิอันแน่วแน่ นี่ไม่ใช่แค่ชัยชนะทางเทคนิค แต่มันคือชัยชนะทางจิตวิญญาณต่างหากล่ะครับ
มันสอนให้เรารู้ว่า ไม่ว่าคู่แข่งจะแข็งแกร่งแค่ไหน ขอแค่เรามีความเชื่อมั่นและลงมือทำอย่างถูกต้อง เราก็จะมีโอกาสคว้าชัยชนะมาครองได้อย่างแน่นอนครับ”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ มาร์คุสก็แสดงสีหน้าเลื่อมใส:
“โค้ชเหยียนครับ คำพูดของคุณนี่กลั่นออกมาจากใจจริง ๆ ดูเหมือนว่าแมตช์นั้นจะยิ่งตอกเสาเข็มความมั่นใจที่คุณมีต่อทีมและตัวคุณเองให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นไปอีกนะครับเนี่ย”
เหยียนหยวนพยักหน้าและกล่าวเสริม:
“ชัยชนะนัดนั้นไม่เพียงแต่จะช่วยบูสต์ขวัญกำลังใจของทีมเท่านั้น แต่มันยังทำให้พวกเราทุกคนตระหนักได้ว่า เราสามารถยืนหยัดต่อกรกับศัตรูที่แข็งแกร่ง และฝ่าทะลวงขีดจำกัดของตัวเองไปได้ สำหรับทีมที่กำลังเติบโต สิ่งนี้มีความหมายที่ประเมินค่าไม่ได้เลยล่ะครับ”
มาร์คุสมองเหยียนหยวนพร้อมรอยยิ้ม:
“ถ้าอย่างนั้น ในมุมมองของคุณ ใครคือนักเตะที่เก่งที่สุดในบุนเดสลีกา 2 ตอนนี้ครับ?”
ทันทีที่สิ้นประโยค ผู้ชมก็เงียบกริบลงทันที ทุกคนกลั้นหายใจ รอฟังคำตอบจากเฮดโค้ชหนุ่มคนนี้
เหยียนหยวนไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย และตอบอย่างฉะฉาน
“โฟลเรียนครับ แน่นอนว่าต้องเป็นโฟลเรียน”
เขาพูดอย่างเด็ดขาด น้ำเสียงไม่ได้ปิดบังความภาคภูมิใจเอาไว้เลย
มาร์คุสเลิกคิ้วและหัวเราะออกมาอย่างคาดไม่ถึง:
“ดูเหมือนคุณจะมั่นใจในตัวนักเตะของคุณมากเลยนะครับเนี่ย ช่วยแชร์ให้พวกเราฟังหน่อยได้ไหมครับว่าทำไมถึงเป็นเขา?”
เหยียนหยวนโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย วางมือทั้งสองข้างลงบนเข่า ท่าทางผ่อนคลาย:
“ผมว่านี่น่าจะเป็นสัญชาตญาณของคนเป็น ‘พ่อแม่’ ทุกคนแหละครับ มีใครบ้างล่ะที่จะไม่มองว่า ‘ลูก’ ของตัวเองเจ๋งที่สุด? ในสายตาผม โฟลเรียนก้าวขึ้นไปอยู่ระดับท็อปของบุนเดสลีกา 2 แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเทคนิค, ทัศนคติ หรือความคงเส้นคงวาในเกม เขาเป็นตัวความหวังที่มักจะโผล่มาเป็นฮีโร่ในจังหวะชี้เป็นชี้ตายเสมอ นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของความพยายามหรือความกล้าหาญหรอกนะ แต่มันเป็นเพราะเขามีพรสวรรค์อันยิ่งใหญ่ซ่อนอยู่ในตัวต่างหากล่ะครับ”
เขาหยุดพักตรงนี้ ราวกับต้องการให้คำพูดของเขามีน้ำหนักมากขึ้น ก่อนจะพูดต่อ
“แน่นอน ผมไม่ได้อวยเขาแบบไม่ลืมหูลืมตานะ ความสามารถและผลงานของโฟลเรียนมันเป็นเครื่องพิสูจน์ชั้นดีอยู่แล้ว ผมกล้าฟันธงเลยว่าอนาคตของเขาไร้ขีดจำกัด มันเป็นแค่เรื่องของเวลาเท่านั้นแหละที่เขาจะได้ไปวาดลวดลายในบุนเดสลีกา...เผลอ ๆ อาจจะปีหน้านี้เลยด้วยซ้ำ สรุปก็คือ ผมรู้สึกว่าเวทีบุนเดสลีกา 2 อาจจะเล็กเกินไปที่จะให้เขาได้ปลดปล่อยศักยภาพที่แท้จริงออกมาซะแล้วล่ะครับ”
เสียงหัวเราะและเสียงปรบมือดังเกรียวกราวมาจากผู้ชม พวกเขารู้สึกขบขันกับความ ‘ลำเอียง’ ของเหยียนหยวน แต่ในขณะเดียวกันก็เห็นด้วยกับคำวิจารณ์ของเขาอย่างยิ่ง
มาร์คุสอดไม่ได้ที่จะแซว:
“คุณพูดตรงไปตรงมาขนาดนี้ โฟลเรียนมาได้ยินเข้าคงยิ้มแก้มปริแน่ ๆ เลยครับ แต่แบบนี้เพื่อนร่วมทีมคนอื่นจะไม่พากันอิจฉาตาร้อนแย่เหรอครับ?”
เหยียนหยวนยิ้มและยักไหล่เบา ๆ:
“ไม่มีทางหรอกครับ ลูกทีมของผมทุกคนรู้ตัวดีว่า แต่ละคนมีคุณค่าที่แตกต่างกันไปในทีม ผมชื่นชมโฟลเรียนก็เพราะเขาคู่ควรกับคำชมเหล่านั้น แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็หวังว่าจะใช้เรื่องนี้กระตุ้นนักเตะคนอื่น ๆ ด้วยเหมือนกัน...ในทีมของผม ทั้งความมุ่งมั่นและพรสวรรค์ จะถูกมองเห็นและให้คุณค่าเสมอครับ”
มาร์คุสพยักหน้า สีหน้าเต็มไปด้วยความชื่นชม:
“ดูเหมือนคุณจะไม่ได้เป็นแค่โค้ชที่เก่งกาจเท่านั้น แต่ยังเป็นนักจิตวิทยาชั้นยอดอีกด้วยนะครับเนี่ย”
ถัดมาก็เข้าสู่ช่วงวิจารณ์ฟุตบอลสุดฮิต ที่ทั้งพิธีกรและผู้ชมต่างก็โปรดปราน ตามคำเรียกร้องของผู้ชม มาร์คุสขอให้เหยียนหยวนช่วยวิจารณ์ฟอร์มการเล่นช่วงหลัง ๆ ของบาเยิร์นหน่อย
มาร์คุสมองเหยียนหยวนด้วยน้ำเสียงหยอกล้อเล็กน้อย:
“เหยียน คุณคงรู้สินะว่า ฟอร์มการเล่นของบาเยิร์นช่วงนี้ไม่สู้ดีนัก สะกดคำว่าชนะไม่เป็นมาสามนัดติดแล้ว...เริ่มจากเสมอฮอฟเฟนไฮม์, ตามด้วยแพ้ดอร์ทมุนด์, และล่าสุดก็ไปสะดุดพ่ายรอสตอฟในแชมเปียนส์ลีกอีก คุณมองฟอร์มช่วงนี้ของพวกเขาว่ายังไงบ้างครับ?”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เหยียนหยวนก็เลิกคิ้วขึ้นเบา ๆ ท่าทางเหมือนเตรียมตัวมาดี เขาไม่ได้รีบตอบในทันที แต่ก้มหน้าลงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง สายตากวาดมองกล้องรอบ ๆ ราวกับกำลังเรียบเรียงความคิดให้เป็นระเบียบ
เขาเงยหน้าขึ้นและเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นมั่นใจ
“วิกฤตของบาเยิร์นในตอนนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของโชคร้ายอย่างเดียวหรอกครับ ผมเชื่อว่าปัญหามันฝังรากลึกอยู่ในหลาย ๆ จุด โดยเฉพาะทัศนคติโดยรวมของทีมระหว่างการแข่งขัน และฟอร์มการเล่นของนักเตะบางคน”
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งและพูดต่อ:
“อย่างแรกเลย จังหวะการเล่นโดยรวมของทีมมันไม่ไหลลื่นเหมือนแต่ก่อน โดยเฉพาะในเกมรุก ในแมตช์ที่เจอกับฮอฟเฟนไฮม์และดอร์ทมุนด์ ความอันตรายในเกมรุกของบาเยิร์นไม่ถูกดึงออกมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะนักเตะอย่างมึลเลอร์และเลวานดอฟสกี ที่ควรจะก้าวขึ้นมาแบกทีมในจังหวะสำคัญ กลับดูเชื่องช้าและเงียบหายไปดื้อ ๆ”
มาร์คุสพยักหน้า ดูเหมือนจะสนใจมุมมองของเหยียนหยวนมาก และรีบถามต่อทันที
“คุณช่วยอธิบายให้เจาะลึกกว่านี้หน่อยได้ไหมครับ?”
แววตาของเหยียนหยวนมุ่งมั่นขึ้น และน้ำเสียงก็ทวีความจริงจัง
“ความสร้างสรรค์ในเกมรุกของบาเยิร์นในจังหวะชี้เป็นชี้ตาย มันขาดหายไปอย่างเห็นได้ชัดเลยล่ะครับ ฟอร์มของมึลเลอร์น่าผิดหวังมาก โดยเฉพาะการตัดสินใจจ่ายบอลพลาดและการอ่านเกมที่ผิดพลาด ซึ่งทำลายจังหวะของทีมไปอย่างย่อยยับ
ผลงานในแดนหน้าของเลวานดอฟสกีก็ต่ำกว่ามาตรฐาน แม้จะมีโอกาสสับไกอยู่บ้าง แต่เขากลับดูลังเลและไม่เด็ดขาดเอาซะเลย ยิ่งไปกว่านั้น เกมรับของบาเยิร์นก็มีปัญหาโหว่ให้เห็น ในแมตช์แชมเปียนส์ลีกที่เจอกับรอสตอฟ การยืนตำแหน่งสอดซ้อนระหว่างอลาบากับโบอาเท็งมันหลุดลุ่ยไปหมด โดยเฉพาะในจังหวะเสียประตูที่สองให้รอสตอฟ การยืนตำแหน่งและการสื่อสารของแผงหลังทั้งแผงมีรอยรั่วเบ้อเร่อเลยล่ะครับ”
เหยียนหยวนมองกล้องและพูดเสริม
“ในฐานะเสาหลักของบาเยิร์น อลาบาและโบอาเท็งควรจะรับบทบาทสำคัญในเกมรับ แต่ความหละหลวมและการขาดสมาธิของพวกเขา กลับทำให้บาเยิร์นสูญเสียการควบคุมเกมไปซะงั้น โดยเฉพาะโบอาเท็ง การยืนตำแหน่งของเขามักจะหลุดจากจุดที่ควรจะเป็นไปเยอะเลย ทำให้คู่แข่งฉวยโอกาสโจมตีได้สบาย ๆ”
มาร์คุสพยักหน้าอย่างครุ่นคิด เห็นได้ชัดว่าเขาเห็นด้วยกับบทวิเคราะห์ของเหยียนหยวน:
“ที่คุณพูดมาก็มีเหตุผลมากเลยครับ ดูเหมือนบาเยิร์นจะมีปัญหาเรื่องฟอร์มตกของนักเตะตัวหลักบางคนจริง ๆ แล้วคุณคิดว่าพวกเขาจะก้าวข้ามช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ยังไงครับ?”
เหยียนหยวนยิ้มบาง ๆ
“สิ่งที่บาเยิร์นต้องทำก็คือ การหวนกลับไปสู่การเล่นฟุตบอลแบบเล่นเป็นทีมที่พวกเขาถนัด โฟลคัสไปที่การประสานงานของทั้งทีม ไม่ใช่หวังพึ่งแต่ความสามารถเฉพาะตัว
มึลเลอร์และเลวานดอฟสกีต้องจูนเคมีในเกมรุกให้เข้ากันมากกว่านี้ ส่วนอลาบากับโบอาเท็งก็ต้องเรียกความนิ่งในเกมรับกลับมาให้ได้ ถ้าบาเยิร์นสามารถแก้ไขปัญหาพวกนี้ได้ในแมตช์ต่อ ๆ ไป ผมเชื่อว่าพวกเขาจะกลับมาท็อปฟอร์มได้ในเร็ววันแน่นอนครับ”
เหยียนหยวนพูดตรงไปตรงมา วิจารณ์อย่างตรงไปตรงมา เขาไม่คิดจะอวยบาเยิร์นเพียงเพราะพวกเขามีชื่อว่าบาเยิร์นหรอกนะ
มาร์คุสเห็นด้วยอย่างยิ่งและพยักหน้ารับ:
“ดูเหมือนบาเยิร์นต้องกลับไปทบทวนตัวเองอย่างหนักแล้วล่ะครับ บทวิเคราะห์ของเหยียนนี่แทงใจดำสุด ๆ ไปเลย เอาล่ะครับ เรามาต่อกันที่หัวข้อถัดไปดีกว่า”
...
การสัมภาษณ์จบลงอย่างชื่นมื่น หลังจากการออกอากาศรายการนี้ บารมีของเหยียนหยวนในสายตาชาวเมืองมิวนิกก็พุ่งทะยานสู่จุดสูงสุดใหม่
ภาพลักษณ์ของเขาในตอนนี้คือ “นักศึกษาหัวกะทิ + เฮดโค้ชอัจฉริยะ”
สองวันต่อมา 1860 มิวนิก ต้องออกไปเยือนไอน์ทรัคท์เบราน์ชไวค แมตช์นี้ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม เบราน์ชไวคในฐานะทีมแกร่งของบุนเดสลีกา 2 มีสถิติเกมเหย้าที่โหดเหี้ยมเป็นพิเศษ ในขณะที่ 1860 มิวนิก ก็กระหายที่จะเดินหน้าสานต่อสถิติชนะรวด ทั้งสองทีมเปิดฉากฟาดฟันกันอย่างดุเดือดตั้งแต่เสียงนกหวีดเริ่มเกม
นาทีที่ 15 ของการแข่งขัน เบราน์ชไวคก็เบิกสกอร์แรกไปได้ก่อนจากจังหวะสวนกลับเร็ว
คุมเบลา รับลูกเปิดเลียดจากเพื่อนร่วมทีมในกรอบเขตโทษ ก่อนจะสับไกเต็มข้อส่งบอลผ่านมือผู้รักษาประตู 1860 มิวนิก ตุงตาข่าย 1-0! เสียงเฮของแฟนบอลเจ้าถิ่นจุดไฟให้อัฒจันทร์ลุกโชนในพริบตา
เมื่อตกเป็นรอง เหยียนหยวนไม่ได้ลนลาน เขารีบสั่งการให้นักเตะปรับตำแหน่งการยืน เพิ่มความเข้มข้นในการเพรสซิงแดนกลาง และมองหาโอกาสสวนกลับ
การปรับเปลี่ยนแทคติกส่งผลอย่างรวดเร็ว นาทีที่ 30 1860 มิวนิก ก็ฉกฉวยโอกาสสวนกลับเร็วสุดสวยได้สำเร็จ กองกลางวางบอลยาวข้ามฟากไปที่ริมเส้นอย่างแม่นยำ ปีกสับสปีดกระชากขึ้นไปและเปิดบอลครอสสุดอันตรายเข้ามา โฟลเรียนสอดเข้าชาร์จโขกเต็มหัว ส่งบอลตุงข่ายเบราน์ชไวคไปอย่างสวยงาม 1-1! ประตูนี้ไม่เพียงแต่จะตีเสมอได้เท่านั้น แต่มันยังช่วยให้ 1860 มิวนิก ค่อย ๆ ดึงจังหวะเกมกลับมาอยู่ในมือได้อีกด้วย
ครึ่งหลังยิ่งทวีความดุเดือด เบราน์ชไวคหวังจะทวงประตูขึ้นนำกลับมาให้ได้ พวกเขาโหมบุกสร้างความหวาดเสียวหลายระลอก แต่แนวรับของ 1860 มิวนิก ก็ยืนหยัดแข็งแกร่งดั่งหินผา แถมผู้รักษาประตูก็ยังโชว์ซูเปอร์เซฟจังหวะสำคัญ ๆ ช่วยทีมรอดพ้นจากการเสียประตูไว้ได้หลายครั้ง
นาทีที่ 70 เหยียนหยวนตัดสินใจเปลี่ยนตัวอย่างเด็ดขาด เขาส่งเลเวนท์ลงมาแทนอีวาน เพื่อเติมความสดใหม่และเพิ่มมิติในเกมรุก
นาทีที่ 77 1860 มิวนิก ก็พลิกแซงขึ้นนำได้สำเร็จจากลูกเตะมุม โฟลเรียนโหม่งเช็ดเปลี่ยนทางในกรอบเขตโทษ และชเตฟานที่สอดขึ้นมาที่เสาไกลก็สับไกวอลเลย์เด็ดขาด ส่งบอลตุงตาข่าย 2-1!
ประตูนี้ผลักให้เบราน์ชไวคตกอยู่ในสถานการณ์หลังพิงฝา แม้ทีมเจ้าบ้านจะพยายามดันสูงโหมบุกในช่วงท้ายเกม แต่ลูกทีมของเหยียนหยวนก็ยังคงรักษาสกอร์นำเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น
เมื่อเสียงนกหวีดหมดเวลาดังขึ้น 1860 มิวนิก บุกมาเอาชนะเบราน์ชไวคไปได้ 2-1 พิสูจน์ความแข็งแกร่งด้วยชัยชนะอีกครั้ง
ชัยชนะนัดนี้ไม่เพียงแต่จะยืดสถิติชนะรวดของทีมออกไปเท่านั้น แต่มันยังช่วยตอกย้ำบารมีของเหยียนหยวนในฐานะเฮดโค้ชหนุ่มไฟแรงให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปอีก การปรับหมากแก้เกมอันแม่นยำและการคุมจังหวะเกมของเขานั้น คือกุญแจสำคัญสู่ชัยชนะอย่างไม่ต้องสงสัย
บ่ายวันที่ 29 พฤศจิกายน การฝึกซ้อมภายใต้การดูแลของเหยียนหยวนก็ยังคงเข้มข้นและมีประสิทธิภาพเช่นเคย
เมื่อการฝึกซ้อมสิ้นสุดลง นักเตะก็ทยอยแยกย้ายกันไป เหยียนหยวนเดินเลี่ยงไปอีกทาง เตรียมตัวจะรีวิวข้อมูลการฝึกซ้อมและวิดีโอรีเพลย์ของวันนี้
ทันใดนั้น หน้าจอโทรศัพท์ของเขาก็สว่างวาบขึ้น เขาไม่ได้หยิบขึ้นมาดูทันที จนกระทั่งพาดหัวข่าวด่วนเด้งขึ้นมาบนหน้าจอ:
“สโมสรชาเปโคเอนเซจากบราซิล ประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตก; นักเตะและทีมสตาฟฟ์โค้ชเสียชีวิตเกือบยกลำ รอดชีวิตเพียง 9 คน”
วินาทีที่เหยียนหยวนเห็นข่าวนี้ หัวใจของเขาก็หล่นวูบ ราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นบีบรัดอย่างแรง
เขารู้ดีว่าเหตุการณ์นี้คือสิ่งที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ นานมาแล้วก่อนที่เขาจะทะลุมิติมา เหยียนหยวนก็รู้เรื่องโศกนาฏกรรมของชาเปโคเอนเซดีอยู่แล้ว ข่าวนั้นสร้างความตกตะลึงไปทั่วทั้งวงการลูกหนังในเวลานั้น
ตอนนั้น เขาเองก็รู้สึกช็อกและหดหู่กับอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ต่างกัน และตอนนี้ เมื่อมายืนอยู่ตรงนี้ เขาก็ยังคงไร้พลังที่จะหยุดยั้งไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอยู่ดี
แม้จะเข้าใจดีว่าเขาไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ แต่ความรู้สึกสิ้นหวังและความโศกเศร้าในใจก็ยังคงเกาะกิน ทำให้เขาไม่อาจสงบจิตสงบใจลงได้เป็นเวลานาน
มือของเหยียนหยวนสั่นเทาเล็กน้อย เขายืนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแตะหน้าจอโทรศัพท์ สูดหายใจเข้าลึก ๆ และตัดสินใจโพสต์ข้อความไว้อาลัยสั้น ๆ แต่แฝงไปด้วยความรู้สึกอย่างสุดซึ้งในนามส่วนตัว
ในมุมมองของเขา แม้เขาจะไม่สามารถให้ความช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรมอะไรแก่สโมสรได้ แต่ในฐานะโค้ชฟุตบอล อย่างน้อยเขาก็สามารถแสดงความเคารพและไว้อาลัยด้วยวิธีนี้ได้
บนติ๊กต็อกและอินสตาแกรม เขาโพสต์ข้อความสั้น ๆ แต่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกเป็นภาษาจีน, เยอรมัน, และโปรตุเกส:
“ผมรู้สึกโศกเศร้าอย่างสุดซึ้งเมื่อได้รับทราบข่าวอุบัติเหตุเครื่องบินตกของสโมสรชาเปโคเอนเซ นี่ไม่ใช่แค่ความสูญเสียของวงการฟุตบอลเท่านั้น แต่มันคือการสูญเสียทีมที่ยิ่งใหญ่และความฝันอันยิ่งใหญ่ไป ขอให้ผู้ล่วงลับจงไปสู่สุคติ และขอให้ผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่จงเข้มแข็ง โลกของฟุตบอลจะไม่มีวันลืมเลือนการต่อสู้และความทุ่มเทของพวกคุณ”
เมื่อเขากลับไปที่ห้องแต่งตัวและเห็นนักเตะรวมกลุ่มกัน คุยกันถึงแผนการพักผ่อนช่วงเย็น เหยียนหยวนก็เดินเข้าไปหา
เขาแจ้งข่าวร้ายนี้ให้พวกเขาทราบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ความเงียบงันเข้าปกคลุมใบหน้าของนักเตะทุกคนในพริบตา ราวกับว่าบรรยากาศทั่วทั้งศูนย์ฝึกซ้อมถูกแช่แข็งเอาไว้
แม้ชาเปโคเอนเซจะเป็นเพียงสโมสรเล็ก ๆ ในบราซิล แต่แรงสั่นสะเทือนจากเหตุการณ์นี้กลับพุ่งทะลุทะลวงเข้ากลางใจคนวงการฟุตบอลทุกคนราวกับสายฟ้าฟาด
นักเตะทุกคนสัมผัสได้ถึงความเปราะบางของชีวิต และความรับผิดชอบที่นักกีฬาต้องแบกรับ...ความรับผิดชอบที่มีต่อครอบครัว, ต่อทีม, และแม้กระทั่งต่อประเทศชาติ
“ผมรู้ว่าทุกคนอาจจะได้ยินข่าวนี้แล้ว”
น้ำเสียงของเหยียนหยวนนิ่งสงบแต่หนักอึ้ง
“เรากลับไปแก้ไขอดีตไม่ได้ แต่เราสามารถยืนสงบนิ่งเพื่อไว้อาลัยให้พวกเขาได้”
พูดจบ เขาก็ก้มศีรษะลงยืนสงบนิ่ง
บรรดานักเตะก็ลุกขึ้นยืน ก้มศีรษะลงอย่างเงียบ ๆ ทุกคนรักษาความเงียบงันอันศักดิ์สิทธิ์นี้เอาไว้ ในวินาทีนี้ เสียงอึกทึกและเสียงตะโกนโวยวายบนสนามมลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความเงียบสงัดและความอาลัยอาวรณ์ที่ลอยวนอยู่ในอากาศ
เหยียนหยวนขอให้ไฮโคช่วยอัดคลิปการยืนสงบนิ่งไว้อาลัยนี้ไว้ และนำไปแทรกเป็นส่วนหนึ่งของวิดีโอตัวใหม่ที่จะโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย นำพาทีมร่วมไว้อาลัยแด่สโมสรชาเปโคเอนเซ
หลังจากการไว้อาลัยสิ้นสุดลง เหยียนหยวนมองดูใบหน้าอันเศร้าหมองของลูกทีม และคิดว่า แม้เขาจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ได้ด้วยตัวคนเดียว แต่เขาสามารถใช้การไว้อาลัยจากใจจริงในครั้งนี้ เพื่อซื้อใจและดึงดูดความเห็นอกเห็นใจจากนักเตะบราซิลเหล่านั้น รวมถึงเพื่อนร่วมอาชีพในวงการฟุตบอลได้
แม้การกระทำทั้งหมดนี้จะดูเล็กน้อย แต่บางที มันอาจจะช่วยปูทางให้เขาเข้าไปอยู่ในใจของนักเตะบราซิลได้ในอนาคตอันใกล้ก็เป็นได้
โลกของฟุตบอลไม่เคยเป็นสถานที่ที่โดดเดี่ยว การหลอมรวมทางอารมณ์นี่แหละ ที่มักจะดึงผู้คนให้เข้ามาใกล้ชิดกันมากที่สุด
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา เหยียนหยวนเปิดโทรศัพท์ดูอีกครั้ง และพบว่าข้อความไว้อาลัยบนโซเชียลมีเดียที่เขาโพสต์ไปนั้น ได้รับความสนใจและการแชร์ต่อจากแฟนบอลและบุคลากรในวงการฟุตบอลเป็นจำนวนมาก
...
หลังจากเหตุการณ์เครื่องบินตกของชาเปโคเอนเซ เหยียนหยวนก็โพสต์ข้อความลงอินสตาแกรมทันที เพื่อแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้เสียชีวิต
เขาโพสต์รูปตราสโมสรชาเปโคเอนเซพร้อมแคปชันว่า: “ฟุตบอลคือกีฬาที่ว่าด้วยความฝัน, ความหวัง, และความสามัคคี โศกนาฏกรรมครั้งนี้พรากชีวิตอันมีค่าไปมากมายเหลือเกิน ขอให้ดวงวิญญาณของชาเปโคเอนเซไปสู่สุคติ และขอให้ครอบครัวของพวกเขามีพลังที่จะก้าวเดินต่อไป” เขายังจงใจเพิ่มประโยคภาษาโปรตุเกสเข้าไปด้วย: “Fora Chape! (สู้เขานะ ชาเปโคเอนเซ!)”
โพสต์ที่กลั่นออกมาจากใจนี้ถูกแชร์ว่อนโซเชียลมีเดียอย่างรวดเร็ว ดึงดูดความสนใจจากผู้คนในวงกว้าง
ในฐานะเฮดโค้ชคนแรกจากห้าลีกใหญ่ของยุโรปที่ออกมาแสดงความไว้อาลัยอย่างรวดเร็ว ความจริงใจและการตอบสนองที่ฉับไวของเหยียนหยวน ทำให้เขาได้รับความเคารพจากผู้คนมากมาย
ไม่นานนัก เนย์มาร์ ซูเปอร์สตาร์ชาวบราซิลก็เข้ามาคอมเมนต์ใต้โพสต์: “Obrigado, amigo. (ขอบคุณนะ เพื่อน) กำลังใจของคุณมีความหมายกับบราซิลมาก”
คอมเมนต์ตอบกลับสั้น ๆ แต่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกนี้ โดนใจแฟนบอลชาวบราซิลนับไม่ถ้วน
ยิ่งไปกว่านั้น โรนัลดินโญ ตำนานนักเตะชาวบราซิลก็ยังรีโพสต์ของเหยียนหยวน พร้อมแคปชันว่า: “วงการฟุตบอลต้องการความอบอุ่นแบบนี้แหละ ขอบคุณที่เป็นกระบอกเสียงให้ชาเปโคเอนเซนะ”
กาก้า สตาร์ชาวบราซิลอีกคน ก็ทิ้งอีโมจิพนมมือไว้ในช่องคอมเมนต์ เพื่อเป็นการขอบคุณเหยียนหยวน
ภายในเวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมง โพสต์นี้ก็กลายเป็นไวรัลถล่มทลายในโลกของฟุตบอล ไม่เพียงแต่จะกวาดยอดไลก์และคอมเมนต์จากแฟนบอลนับไม่ถ้วนเท่านั้น แต่มันยังดึงดูดสื่อกีฬาหลายสำนักให้นำไปทำข่าวอีกด้วย
ต้องขอกล่าวถึงเรื่องนี้สักนิด
การตอบสนองของเหยียนหยวนนั้นรวดเร็วที่สุดในบรรดาโค้ชทั้งหมดในยุโรป เขาคือเฮดโค้ชคนแรกในห้าลีกใหญ่ที่ริเริ่มการยืนสงบนิ่งเพื่อไว้อาลัยแก่นักเตะบราซิลผู้ล่วงลับ การขยับตัวของสโมสรและเฮดโค้ชคนอื่น ๆ ไม่ได้รวดเร็วเท่าเหยียนหยวนเลย
“เหยียน! คราวนี้คุณทำได้ยอดเยี่ยมมาก! การรับมือมันถูกที่ถูกเวลาสุด ๆ แฟนบอลเข้ามากระหน่ำกดไลก์โซเชียลมีเดียของเราเพียบเลย แล้วเราก็ได้รับคำชมจากสื่อเยอะแยะเลยล่ะ เราได้หน้าไปเต็ม ๆ เลยงานนี้”
ประธานชอลซ์ถึงกับต่อสายตรงมาชมเหยียนหยวนด้วยตัวเอง
“นี่คือสิ่งที่ผมควรทำอยู่แล้วครับ บอส ผมเดาว่าอีกไม่กี่วัน สมาคมฟุตบอลประเทศอื่น ๆ ก็คงจะเริ่มออกมาเคลื่อนไหวเหมือนกันแหละครับ”
เหยียนหยวนตอบกลับ
ในช่วงไม่กี่วันต่อมา พาดหัวข่าวอย่าง ‘เฮดโค้ช 1860 มิวนิก ยืนสงบนิ่งไว้อาลัย’, ‘ความอบอุ่นแห่งโลกลูกหนัง’, และ ‘อิทธิพลระดับนานาชาติของโค้ชชาวจีน’ ก็ปรากฏหราอยู่ตามแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียและเว็บไซต์ข่าวต่าง ๆ
หลังจากข่าวเริ่มแพร่สะพัด ข่าวเครื่องบินตกของชาเปโคเอนเซก็ฟาดเปรี้ยงลงกลางวงการฟุตบอลราวกับสายฟ้าฟาด สร้างแรงกระเพื่อมไปทั่วทุกหย่อมหญ้า
สโมสร, สมาคมฟุตบอล, และนักเตะจากทั่วทุกมุมโลกต่างก็ออกมาแสดงความเสียใจและห่วงใยผ่านช่องทางต่าง ๆ
รายการข่าวสดในจีนได้รายงานข่าวเหตุการณ์นี้ โดยเจียดเวลาห้านาทีเต็มเพื่อนำเสนอเรื่องราวของเหยียนหยวนและลูกทีม พร้อมทั้งชี้ให้เห็นว่าเหตุการณ์นี้ได้ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ในระดับนานาชาติของบุคลากรฟุตบอลชาวจีน
สมาคมฟุตบอลจีน ก็ได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิตเช่นกัน
ในขณะเดียวกัน สองยักษ์ใหญ่แห่งลาลิกา อีเอสปอร์ตส์ อย่างเรอัลมาดริดและบาร์ซา ก็ได้ยืนสงบนิ่งไว้อาลัยเป็นเวลาหนึ่งนาทีเต็มก่อนเริ่มการแข่งขันของพวกเขา
ไม่ว่าจะที่สนามซานเตียโก เบร์นาเบว หรือที่กัมนอว์ ทุกคนต่างก็ก้มศีรษะลงอย่างเงียบ ๆ บรรยากาศภายในสนามเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและการแสดงความเคารพ แฟนบอลเรอัลมาดริดนิ่งเงียบเป็นหนึ่งเดียว ในขณะที่แฟนบอลบาร์ซาก็สวดภาวนาอย่างเงียบ ๆ ท่ามกลางความเงียบงันนั้น
บรรดานักเตะยืนอยู่กลางสนาม แววตาเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและความเคารพ
เนย์มาร์เป็นกรณีพิเศษ เขาเอาเสื้อแข่งของชาเปโคเอนเซ...เสื้อแข่งที่แบกรับความเจ็บปวดและความรุ่งโรจน์เอาไว้...มาคลุมไหล่ระหว่างการยืนสงบนิ่ง
เนย์มาร์ในเสื้อแข่งตัวนั้น เดินลงสนามด้วยศีรษะที่ก้มต่ำ แสดงความเคารพและไว้อาลัยแด่สโมสรจากบราซิล ในวินาทีนั้น แทบจะไม่มีใครในสเตเดียมที่กลั้นน้ำตาเอาไว้ได้เลย
ไม่ใช่แค่สโมสรจากสเปนเท่านั้น สโมสรยักษ์ใหญ่จากยุโรปทีมอื่น ๆ ก็ร่วมแสดงความไว้อาลัยเช่นกัน
สโมสรชื่อดังอย่างอาร์เซนอล, เชลซี, แมนฯ ยูไนเต็ด, แมนฯ ซิตี, และบาเยิร์น ล้วนแต่จัดการยืนสงบนิ่งก่อนเริ่มการแข่งขันทั้งสิ้น
แม้แฟนบอลอาร์เซนอลในอังกฤษจะขึ้นชื่อเรื่องความบ้าคลั่ง แต่ในระหว่างหนึ่งนาทีแห่งการไว้อาลัยนั้น แทบทุกคนในเอมิเรตส์สเตเดียมจะได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน แฟนบอลและนักเตะร่วมใจกันไว้อาลัยแด่ผู้ล่วงลับของชาเปโคเอนเซ
นักเตะเชลซียืนสงบนิ่งไว้อาลัยที่สนามเวมบลีย์ กัปตันทีมก้มหน้าและหลับตาลง ราวกับกำลังส่งคำอธิษฐานสุดท้ายไปให้ผู้ที่สูญเสียบนสรวงสวรรค์
ไม่ใช่แค่สโมสรเท่านั้นที่แสดงความเสียใจ นักเตะแต่ละคนก็ออกมาแสดงความอาลัยด้วยตัวเองเช่นกัน
อิเกร์ กาซิยัส ตำนานผู้รักษาประตูชาวสเปน โพสต์ข้อความลงโซเชียลมีเดีย แสดงความไว้อาลัยต่อนักเตะชาเปโคเอนเซ และส่งความเสียใจอย่างสุดซึ้งไปยังครอบครัวของผู้เสียชีวิตทุกคน
ฆาบิ มาร์ติเนซ ของบาเยิร์นมิวนิก ก็ได้เขียนข้อความไว้อาลัยสั้น ๆ แต่กินใจว่า: “พวกเราทุกคนในวงการฟุตบอลต่างก็สัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดนี้ ขอให้ดวงวิญญาณของพวกคุณจงไปสู่สุคติ ฟุตบอลจะจดจำพวกคุณตลอดไป”
ในทำนองเดียวกัน ตีโบ กูร์ตัว ของเชลซีก็โพสต์ข้อความไว้อาลัยบนโซเชียลมีเดียส่วนตัว โดยกล่าวถึงนักเตะของสโมสรชาเปโคเอนเซที่เคยสู้รบเคียงบ่าเคียงไหล่บนผืนหญ้า พร้อมแสดงความเคารพต่อจิตวิญญาณนักสู้ที่ไม่ยอมแพ้ของพวกเขา
นอกเหนือจากมาตรการเหล่านี้แล้ว วงการฟุตบอลบราซิลเองก็มีการเคลื่อนไหวที่น่าประทับใจเช่นกัน
สมาคมฟุตบอลบราซิลประกาศว่า เพื่อช่วยเหลือชาเปโคเอนเซให้ก้าวผ่านช่วงเวลาอันยากลำบากนี้ไปได้ สโมสรในบราซิลจะปล่อยนักเตะให้ชาเปโคเอนเซยืมตัวแบบฟรี ๆ เพื่อช่วยให้ทีมฟื้นฟูความแข็งแกร่งและกลับมายืนหยัดได้อีกครั้ง
ในขณะเดียวกัน สมาพันธ์ฟุตบอลอเมริกาใต้ ก็ได้ตัดสินใจระงับการแข่งขันฟุตบอลทั้งหมดเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ เพื่อไว้อาลัยแก่เหตุการณ์เครื่องบินตกของชาเปโคเอนเซ ทั่วทั้งวงการฟุตบอลอเมริกาใต้จมดิ่งลงสู่ความเงียบงันและความโศกเศร้าในช่วงวันเหล่านั้น
ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความโศกเศร้านี้ การกระทำของบาร์ซากลับโดดเด่นและน่าประทับใจเป็นพิเศษ สโมสรบาร์ซาได้บรรลุข้อตกลงกับชาเปโคเอนเซ เพื่อเชิญอดีตคู่แข่งทีมนี้มาเตะแมตช์กระชับมิตรเพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ล่วงลับที่รังเหย้าของบาร์ซา
รายได้ครึ่งหนึ่งจากแมตช์นี้จะถูกนำไปบริจาคให้กับสโมสรชาเปโคเอนเซ เพื่อช่วยเหลือครอบครัวของนักเตะและทีมงานที่ได้รับผลกระทบ
มาตรการนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยประคองสถานะทางการเงินที่กำลังวิกฤตของชาเปโคเอนเซเท่านั้น แต่มันยังทำให้แฟนบอลทั่วโลกได้เห็นถึงพลังที่แท้จริงของฟุตบอล...ที่ไม่ใช่แค่การแข่งขันห้ำหั่นกัน แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือความสามัคคี, ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน, และการช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน
หลังจากได้เห็นข่าวเหล่านี้ เหยียนหยวนก็สัมผัสได้อย่างลึกซึ้งถึงความเหนียวแน่นของวงการฟุตบอล สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่การกระทำของสโมสรหรือนักเตะเพียงหยิบมือ แต่เป็นการรวมพลังตอบสนองของโลกฟุตบอลทั้งใบเมื่อต้องเผชิญกับโศกนาฏกรรม
ทุกการกระทำ ทุกข่าวสาร ล้วนเป็นการคารวะต่อชาเปโคเอนเซ เป็นการเคารพต่อชีวิต และเป็นการตีความสปิริตของฟุตบอลในรูปแบบที่งดงามที่สุด เหยียนหยวนรู้ดีว่าในโลกฟุตบอลอันกว้างใหญ่นี้ ทุกความห่วงใยที่ส่งออกไปและทุกนาทีที่ยืนสงบนิ่ง ล้วนเป็นการส่งต่อพลังอันยิ่งใหญ่ให้แก่กันและกัน
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล
จบตอน
By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล
═❀═❀═❀═❀═❀═❀═