- หน้าแรก
- ฟุตบอล ผมมีระบบผู้จัดการทีมเอฟเอ็ม
- บทที่ 22 ผลจับสลากและคำเชิญร่วมรายการ
บทที่ 22 ผลจับสลากและคำเชิญร่วมรายการ
บทที่ 22 ผลจับสลากและคำเชิญร่วมรายการ
บทที่ 22 ผลจับสลากและคำเชิญร่วมรายการ
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น แสงแดดสาดส่องผ่านกระจกหน้าต่างข้างสนามฝึกซ้อมเข้ามาในห้องทำงาน เหยียนหยวนกำลังก้มหน้าก้มตาหมกมุ่นอยู่กับการดูวิดีโอรีเพลย์แมตช์ที่เจอกับไคเซอร์สเลาเทิร์นเมื่อวานนี้ เพื่อวิเคราะห์ฟอร์มการเล่นของนักเตะแต่ละคนอย่างละเอียดยิบ
ทันใดนั้น ประตูก็ถูกผลักออกอย่างแรง โยเคน ไมเออร์ ผู้อำนวยการกีฬาเดินเข้ามาด้วยความตื่นเต้น ในมือถือผลการจับสลากที่เขาเพิ่งนำกลับมาจากแฟรงก์เฟิร์ต
“เหยียน!”
น้ำเสียงของไมเออร์เปี่ยมไปด้วยความปีติยินดี
“ข่าวดี ข่าวดีสุด ๆ ชนิดที่คุณคาดไม่ถึงเลยล่ะ! ผลจับสลากคู่แข่งในรอบต่อไปของศึกเดเอ็ฟเบ-โพคาลออกมาแล้ว...เราเจอชปอร์ทฟรอยนเดอ ล็อตเตอ! ทีมจากลีกา 3 เชียวนะ!”
เขาพูดพลางโบกกระดาษรายชื่อในมือ รอยยิ้มผ่อนคลายแผ่กว้างบนใบหน้า
เหยียนหยวนเงยหน้าขึ้น เลิกคิ้วเล็กน้อย เขาวางปากกาในมือลง เอนหลังพิงเก้าอี้ และมองไมเออร์ด้วยรอยยิ้มกึ่งบึ้ง
“ล็อตเตอเหรอ? ลีกา 3?”
เขาทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบ แต่แววตาพาดผ่านด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน
“ใช่แล้ว!”
ไมเออร์พูดต่อ
“นี่คือทีมที่เราไม่ต้องไปกังวลอะไรให้มากความเลย คุณก็รู้ อันดับของพวกเขาก็ลุ่ม ๆ ดอน ๆ อยู่ในลีกา 3 ความแข็งแกร่งโดยรวมก็ห่างชั้นจากเราลิบลับ รอบนี้เรากินหมูการันตีเข้ารอบชัวร์ป้าบ!”
ไมเออร์ดูมั่นอกมั่นใจเกินร้อย และเริ่มวางแผนเตรียมตัวสำหรับรอบต่อไปแล้ว
เหยียนหยวนเงียบไปครู่หนึ่ง ประสานมือวางไว้บนโต๊ะ แววตานิ่งสงบ
ความทรงจำของเขาย้อนกลับไปช่วงก่อนที่จะเกิดใหม่ ในศึกเดเอ็ฟเบ-โพคาลชาติที่แล้ว 1860 มิวนิก ก็จับสลากมาเจอล็อตเตอเหมือนกัน ทว่าโชคร้าย ด้วยความที่ประมาทคู่แข่งจนเกินงาม ทีมก็เลยเล่นพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่าในแมตช์นั้น และสุดท้ายก็ถูกเขี่ยตกรอบไปแบบช็อกโลกพลิกล็อกถล่มทลาย
ความพ่ายแพ้ครั้งนั้นไม่เพียงแต่จะทำลายโอกาสเข้ารอบของทีมเท่านั้น แต่มันยังบดขยี้ขวัญกำลังใจของทีมจนป่นปี้อีกด้วย
และก็หลังจากความพ่ายแพ้ครั้งนั้นแหละ ที่ทำให้ 1860 มิวนิก ฟอร์มรูดมหาราชแพ้รวดติด ๆ กัน จนต้องกระเด็นตกชั้นไปกองอยู่ลีกา 3 ในที่สุด
“ไมเออร์”
น้ำเสียงของเหยียนหยวนอ่อนลงเล็กน้อย แต่ก็แฝงความจริงจังเอาไว้
“คุณรู้ไหมว่า ทีมจากลีกล่าง ๆ จะกลายร่างเป็นทีมที่แข็งแกร่งโคตร ๆ ในแมตช์บอลถ้วยตอนไหน?”
“ตอนไหนล่ะ?”
ไมเออร์ชะงักไปนิดนึง ตามไม่ค่อยทัน
“ก็ตอนที่เราประมาทพวกเขาน่ะสิ”
เหยียนหยวนลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปที่หน้าต่าง ทอดสายตามองนักเตะที่กำลังวิ่งเหยาะ ๆ วอร์มอัปอยู่บนสนามฝึกซ้อม
แววตาของเขาเริ่มเด็ดเดี่ยวขึ้นเรื่อย ๆ
“ล็อตเตอเป็นทีมลีกา 3 ก็จริง แต่คุณต้องเข้าใจนะว่า ในแมตช์บอลถ้วยแบบนี้ พวกเขาไม่มีอะไรต้องเสียเลยแม้แต่นิดเดียว ประเทศจีนของผมมีสุภาษิตโบราณอยู่คำหนึ่งที่บอกว่า ‘คนเดินเท้าเปล่าไม่กลัวคนใส่รองเท้า’ เวลาที่ต้องเผชิญหน้ากับเรา ล็อตเตอคือคนเดินเท้าเปล่า นักเตะของพวกเขาจะไม่มีความกดดันอะไรค้ำคอ ไม่สนเรื่องแพ้ชนะ พวกเขาจะสู้ถวายหัวแบบเทหมดหน้าตักเท่านั้น ถ้าเราผ่อนคันเร่งแม้แต่นิดเดียวล่ะก็ ผลลัพธ์อาจจะออกมาตรงกันข้ามกับที่คุณจินตนาการไว้แบบหนังคนละม้วนเลยก็ได้”
ไมเออร์ถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ เห็นได้ชัดว่าเขาไม่คาดคิดว่าเหยียนหยวนจะจริงจังขนาดนี้ เขากระแอมเบา ๆ พยายามคลี่คลายบรรยากาศ
“เอาล่ะ เหยียน ผมรู้ว่าคุณเป็นคนละเอียดรอบคอบ คุณพูดถูก แมตช์แบบนี้เราก็ยังต้องรับมืออย่างจริงจังแหละนะ”
“ไม่ใช่แค่จริงจัง”
เหยียนหยวนหันกลับมา น้ำเสียงของเขาหนักแน่นเฉียบขาด
“เราต้องทุ่มสุดตัว ผมไม่อยากเห็นใครมองว่าแมตช์นี้คือ ‘งานหมู’ เด็ดขาด สำหรับแมตช์หน้า และทุก ๆ แมตช์ต่อจากนี้ เราต้องเตรียมตัวให้พร้อมเหมือนกับว่าเรากำลังจะลงสนามฟาดแข้งกับทีมระดับท็อปของบุนเดสลีกา”
ไมเออร์พยักหน้ารับ เมื่อมองดูสีหน้าของเหยียนหยวน เขาก็ลอบชื่นชมอยู่ในใจ
เขายิ่งประทับใจในตัวเฮดโค้ชหนุ่มคนนี้มากขึ้นทุกที
ไมเออร์ยิ้มและพูดว่า
“โอเค ในเมื่อคุณว่าอย่างนั้น ผมก็จะรอดูว่าคุณจะ ‘สั่งสอน’ ล็อตเตอยังไงก็แล้วกัน”
เหยียนหยวนพยักหน้ารับและกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงาน หลังจากมองส่งไมเออร์เดินออกจากห้องไป
สีหน้าของเขาเคร่งขรึมขึ้น ปลายปากกาเริ่มตวัดลงบนแผ่นกระดาษอีกครั้ง เขียนบรรทัดแรกสำหรับแมตช์ต่อไป
“ห้ามประมาทคู่แข่งเด็ดขาด”
...
เหยียนหยวนกำลังนั่งรีวิววิดีโอการแข่งขันย้อนหลังนัดล่าสุด พยายามมองหาไอเดียเพื่อนำไปต่อยอดและปรับจูนแทคติกให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น จู่ ๆ โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น เสียงกริ่งดังก้องชัดเจนในห้องทำงานที่เงียบสงัด
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและกรอกเสียงราบเรียบลงไป:
“สวัสดีครับ เหยียนหยวนพูดครับ”
เสียงหวานใสของผู้หญิงดังมาจากปลายสาย
“สวัสดีค่ะ คุณเหยียน ฉันอันนา ฮอฟฟ์มันน์ โปรดิวเซอร์รายการ ‘สปอร์ต โฟกัส’ นะคะ ทีมงานของเราคอยติดตามผลงานในช่วงที่ผ่านมาของคุณและ 1860 มิวนิก อย่างใกล้ชิดเลยค่ะ ทุกคนประทับใจสไตล์การคุมทีมและผลงานที่คุณสร้างขึ้นมามาก ๆ ดังนั้น เราเลยอยากจะเชิญคุณมาร่วมสัมภาษณ์ในรายการ เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับแผนการทำทีมของคุณ, มุมมองที่คุณมีต่อฟุตบอล, และประเด็นอื่น ๆ ที่น่าสนใจในวงการฟุตบอลค่ะ ไม่ทราบว่าคุณพอจะสะดวกไหมคะ?”
เหยียนหยวนยิ้ม สายตายังคงจับจ้องไปที่คลิปการประสานงานเกมรุกสุดสวยบนหน้าจอ เขาคุยโทรศัพท์ไปพร้อมกับดูวิดีโอไปด้วย
“‘สปอร์ต โฟกัส’ รายการนี้ดังกระฉ่อนไปทั่วมิวนิกเลยนี่ครับ! ผมดูรายการของคุณบ่อย ๆ ขอบคุณที่ให้ความสนใจและให้เกียรติเชิญผมนะครับ ผมยินดีไปร่วมรายการแน่นอนครับ ไม่ทราบว่าบันทึกเทปวันไหนครับ มาดาม?”
น้ำเสียงของอันนาเจือไปด้วยความตื่นเต้น
“ยอดเยี่ยมไปเลยค่ะ! รายการมีกำหนดบันทึกเทปมะรืนนี้ค่ะ เดี๋ยวเราจะส่งรายละเอียดเรื่องเวลาและสถานที่ให้คุณอีกทีนะคะ เนื้อหาการสัมภาษณ์ก็จะวนเวียนอยู่กับฟอร์มการเล่นของทีมในช่วงที่ผ่านมา, ผลจับสลากศึกเดเอ็ฟเบ-โพคาล, แล้วก็มุมมองอันเป็นเอกลักษณ์ของคุณที่มีต่อฟุตบอลค่ะ เราจะให้เวลาคุณเตรียมตัวอย่างเต็มที่เลยนะคะ”
“ไม่มีปัญหาครับ มะรืนนี้ผมจะไปให้ตรงเวลาแน่นอนครับ”
เหยียนหยวนตอบตกลงอย่างง่ายดายและเด็ดขาด พร้อมกับทิ้งท้ายไว้ประโยคหนึ่ง
“ฟุตบอลเป็นอะไรที่น่าหลงใหลมากครับ ผมตั้งตารอที่จะได้แชร์มุมมองของผมให้ทุกคนฟังเลยครับ”
อันนาดูจะพอใจกับท่าทีที่ให้ความร่วมมือของเหยียนหยวนเป็นอย่างมาก
“ขอบคุณอีกครั้งนะคะที่รับคำเชิญ โค้ชเหยียน เดี๋ยวทีมงานของเราจะติดต่อกลับไปแจ้งรายละเอียดให้ทราบเร็ว ๆ นี้นะคะ ตั้งตารอที่จะได้พบคุณอีกครั้งค่ะ!”
หลังจากวางสาย เหยียนหยวนวางโทรศัพท์ลง เอนหลังพิงเก้าอี้ เคาะนิ้วลงบนโต๊ะเบา ๆ จมดิ่งลงสู่ห้วงความคิด
‘สปอร์ต โฟกัส’ ไม่ได้เป็นแค่รายการกีฬาที่ฮอตฮิตติดลมบนที่สุดรายการหนึ่งในมิวนิกเท่านั้น แต่มันยังเป็นช่องทางหลักที่แฟนบอลจำนวนมากใช้ติดตามข่าวสารฟุตบอลอีกด้วย
การสัมภาษณ์ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสทองในการโปรโมตตัวเอง เขาต้องใช้โอกาสนี้ผลักดันชื่อเสียงของสโมสรให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างยิ่งขึ้น
...
ช่วงบ่าย ทีมแพทย์ของสโมสรก็ติดต่อกลับมาหาเหยียนหยวน:
“โค้ชเหยียนครับ ผลตรวจของสตอยคอวิชออกมาแล้วครับ ข้อเท้าของเขามีอาการเอ็นเคล็ดเล็กน้อยจริง ๆ ครับ แต่ไม่ได้มีกระดูกหักหรือปัญหาอะไรที่ร้ายแรงไปกว่านั้นครับ”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เหยียนหยวนก็ถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก หัวคิ้วที่ขมวดมุ่นคลายลงเล็กน้อย:
“เขาต้องใช้เวลาพักฟื้นนานแค่ไหนครับ? จะหายทันกลับมาช่วยทีมในเฟสถัดไปไหม?”
ทีมแพทย์ตอบกลับ
“เขาค่อนข้างโชคดีเลยล่ะครับ ถ้าดูแลอาการบาดเจ็บแบบนี้อย่างถูกวิธี สักสองสัปดาห์ก็น่าจะหายเป็นปกติแล้วครับ แต่ยังไงก็ควรให้เขางดลงน้ำหนักและเลี่ยงการซ้อมปะทะไปก่อน จะได้พักฟื้นเต็มที่ ทางเราจะจัดเตรียมแผนกายภาพบำบัดที่จำเป็นให้ครับ”
เหยียนหยวนพยักหน้า น้ำเสียงกลับมาเยือกเย็นหลังจากความกังวลมลายหายไป:
“สองสัปดาห์ก็ไม่เลวครับ เดี๋ยวผมจะจัดโปรแกรมนวดและฟื้นฟูร่างกายให้เขาเป็นการส่วนตัวด้วย ขอบคุณที่เหนื่อยนะครับ”
หลังจากวางสาย เหยียนหยวนหยิบสมุดบันทึกขึ้นมาเปิดดูแฟ้มประวัติสุขภาพของนักเตะ เขารู้ดีว่าแม้สตอยคอวิชจะยังอายุน้อย แต่สภาพความฟิตของร่างกายเขากลับเป็นรองนักเตะคนอื่นอยู่บ้าง จึงต้องได้รับการดูแลและปรับสภาพร่างกายอย่างพิถีพิถันเป็นพิเศษ
วิชานวดแผนจีนที่ระบบเอฟเอ็มมอบให้นั้น คือหนึ่งในวิธีฟื้นฟูร่างกายที่เขาหยิบมาใช้บ่อยที่สุดนับตั้งแต่เกิดใหม่
ที่อาการบาดเจ็บของสตอยคอวิชครั้งนี้ไม่หนักหนาสาหัส ก็ต้องยกความดีความชอบส่วนใหญ่ให้กับวิชานวดของระบบนี่แหละ
การนวดชุดนี้สามารถกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตได้อย่างชะงัด ช่วยเร่งกระบวนการซ่อมแซมกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น และช่วยให้นักเตะฟื้นตัวได้ไวขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ
จากนั้น เหยียนหยวนก็เดินไปที่ห้องพยาบาล สตอยคอวิชนั่งอยู่บนเตียงรักษา สีหน้าดูหงอยเหงาไร้ที่พึ่งเล็กน้อย พอเห็นเหยียนหยวนเดินเข้ามา เขาก็ฝืนยิ้มแห้ง ๆ ให้
“โค้ชครับ ผมขอโทษจริง ๆ นะครับ ที่สร้างเรื่องปวดหัวให้ทีมอีกแล้ว”
เหยียนหยวนตบไหล่เขา น้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น
“อย่าพูดอะไรโง่ ๆ แบบนั้นสิ คุณคือขุมกำลังสำคัญของทีมเวลาอยู่บนสนามมาตลอดนะ อาการบาดเจ็บแค่นี้จิ๊บจ้อยน่า โฟกัสไปที่การรักษาตัวให้หายดีก่อนเถอะ พวกเราทุกคนรอการกลับมาของคุณอยู่นะ”
จากนั้น เหยียนหยวนก็เริ่มนวดให้สตอยคอวิชอย่างชำนาญ ท่วงท่าของเขาเป็นจังหวะจะโคน ทุกการลงน้ำหนักกดลงไปบนจุดที่ใกล้กับบริเวณบาดเจ็บอย่างแม่นยำ พร้อมกับช่วยคลายความตึงเครียดของเนื้อเยื่อบริเวณรอบ ๆ ไปด้วย
บริเวณที่บาดเจ็บของสตอยคอวิชตอนแรกยังแข็งเกร็งอยู่ แต่ไม่นานก็เริ่มผ่อนคลายลง จนเขาถึงกับอุทานออกมา
“โค้ชครับ การนวดของคุณนี่มันได้ผลชะงัดกว่าเครื่องไม้เครื่องมือของทีมแพทย์ซะอีกนะครับเนี่ย”
เหยียนหยวนหัวเราะเบา ๆ:
“ผมบอกคุณแล้วไง นี่มันวิชาลับก้นหีบของผมเลยนะ เครื่องจักรกลหน้าไหนจะมาสู้ได้ แต่ก็อย่าเพิ่งชะล่าใจไปล่ะ สองสัปดาห์นี้คุณต้องเชื่อฟังคำสั่งทีมแพทย์อย่างเคร่งครัด แล้วก็อย่าริอ่านคิดจะกลับมาลงสนามก่อนกำหนดเด็ดขาด”
ผ่านไปแค่ครึ่งชั่วโมงสั้น ๆ ข้อเท้าของสตอยคอวิชก็ยุบบวมลงไปถนัดตา และอาการปวดก็ทุเลาลงอย่างเห็นได้ชัด
เขามองเหยียนหยวนด้วยสายตาซาบซึ้ง น้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยความเคารพ:
“โค้ชครับ ขอบคุณมากครับ ผมจะรีบรักษาตัวให้หายไวที่สุด และจะไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอนครับ”
ขณะที่เดินออกจากห้องพยาบาล อารมณ์ของเหยียนหยวนก็เบิกบานขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขาหันกลับไปมองที่สนามฝึกซ้อม ที่ซึ่งบรรดานักเตะกำลังเตรียมตัวสำหรับแมตช์ที่กำลังจะมาถึง
เหยียนหยวนรู้ดีว่าทีมนี้กำลังค่อย ๆ เข้ารูปเข้ารอย และอาการบาดเจ็บของสตอยคอวิชก็จะไม่กลายมาเป็นอุปสรรคขวางกั้น เขารู้สึกมั่นใจกับการแข่งขันที่กำลังจะเปิดฉากขึ้นยิ่งกว่าเดิม
...
เวลาบันทึกเทปมาถึง บ่ายสามโมงตรง เหยียนหยวนเดินทางมาถึงสตูดิโอของรายการ ‘สปอร์ต โฟกัส’ ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองมิวนิกอย่างตรงเวลาเป๊ะ
รถรับรองมารอรับเขาที่หน้าประตูสโมสรเพื่อพามุ่งตรงมาที่นี่เรียบร้อยแล้ว
เขาสวมชุดสูทสีน้ำเงินเข้ม ปลดกระดุมคอเสื้อออกเล็กน้อย...ดูเนี้ยบแต่ไม่แข็งทื่อ นำเสนอภาพลักษณ์ที่ผสมผสานความเป็นโค้ชและไอดอลได้อย่างลงตัว ที่หน้าประตูสตูดิโอ มาร์คุส พิธีกรของรายการ ยืนรอต้อนรับเขาอยู่
“โค้ชเหยียน ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้พบคุณครับ!”
มาร์คุสยื่นมือออกไป รอยยิ้มของเขาอบอุ่นและเป็นธรรมชาติ
“คุณมาร์คุส ผมได้ยินชื่อเสียงของคุณมานานแล้วครับ ขอบคุณที่เชิญผมมาร่วมรายการนะครับ”
เหยียนหยวนจับมืออีกฝ่าย น้ำเสียงถ่อมตัวแต่ก็ยังคงความเยือกเย็นอันเป็นเอกลักษณ์เอาไว้
หลังจากทักทายกันพอหอมปากหอมคอ มาร์คุสก็พูดติดตลกขึ้นมา:
“ผมกล้าพูดเลยนะ เรตติ้งรายการวันนี้ต้องพุ่งทะลุเพดานแน่...ผลงานของ 1860 มิวนิก ช่วงนี้ทำเอาแฟนบอลทั้งเมืองคลั่งกันไปหมดแล้ว และคุณก็กลายเป็นโค้ชที่พวกเราอยากสัมภาษณ์มากที่สุดเลยล่ะครับ”
เหยียนหยวนยิ้มและตอบกลับ:
“คุณก็ชมผมเกินไปครับ ผลงานที่ดีพวกนั้นมันเป็นเพราะความทุ่มเทของนักเตะทั้งนั้นแหละครับ ผมก็แค่คอยวางแผนและปรับแก้แทคติกอยู่เบื้องหลังเท่านั้นเอง”
แม้เหยียนหยวนจะยังอายุน้อย แต่เขากลับมีความถ่อมตัวและความสุขุมที่เกินวัย ซึ่งยิ่งทำให้มาร์คุสประทับใจในตัวเขามากขึ้นไปอีก
ทีมงานพาเหยียนหยวนเดินไปที่ห้องแต่งตัวหลังเวที ช่างแต่งหน้าปราดเข้ามาจัดทรงผมและเติมเครื่องสำอางให้เขาอย่างรวดเร็ว
เหยียนหยวนนั่งอยู่หน้ากระจก ท่าทางดูเกร็ง ๆ เล็กน้อย แต่พอช่างแต่งหน้าชวนคุย เขาก็ค่อย ๆ ผ่อนคลายลง
“คุณคะ คุณขึ้นกล้องมากเลยนะคะ แทบไม่ต้องแต่งเติมอะไรเยอะเลยค่ะ!”
ช่างแต่งหน้าเอ่ยชมขณะบรรจงเขียนคิ้วให้เขา
เหยียนหยวนหัวเราะเบา ๆ:
“ถ้าอย่างนั้น ผมคงต้องขอบคุณฝีมือขั้นเทพของคุณแล้วล่ะครับ ที่ช่วยแต่งหน้ากลบเกลื่อนความประหม่าให้ผมได้”
หลังจากแต่งหน้าเสร็จ เขาก็ลุกขึ้นยืน เงาสะท้อนในกระจกดูหล่อเหลากว่าปกติ โครงหน้าคมคายชัดเจน ออร่าจับทะลุเลนส์กล้องสุด ๆ เหยียนหยวนจัดระเบียบปกเสื้อให้เข้าที่ แล้วเดินตามทีมงานเข้าไปในสตูดิโอ
สถานที่จัดรายการภายใต้แสงไฟสปอตไลต์ถูกเนรมิตไว้อย่างหรูหราและเป็นมืออาชีพ มีเก้าอี้สองตัวตั้งหันหน้าเข้าหากัน และมีโต๊ะกลมตัวเล็ก ๆ คั่นกลาง พร้อมกับแก้วน้ำสองใบวางเตรียมไว้
มาร์คุสยืนรอเขาอยู่บนเวทีแล้ว ทั้งสองคนส่งยิ้มให้กันอย่างรู้ใจ ทันทีที่ผู้กำกับนับถอยหลัง “เตรียมตัว! สาม สอง หนึ่ง แอ็กชัน!” ไฟสีแดงบนกล้องก็สว่างวาบขึ้น สัญญาณว่าการบันทึกเทปรายการได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
“ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่รายการ ‘สปอร์ต โฟกัส’ ประจำวันนี้นะครับ สำหรับเทปนี้ เราได้รับเกียรติอย่างสูงที่ได้เชิญเฮดโค้ชของ 1860 มิวนิก...คุณเหยียนหยวน มาร่วมรายการครับ!”
ประโยคเปิดรายการของมาร์คุสเรียกเสียงปรบมือเกรียวกราวจากผู้ชม
เหยียนหยวนพยักหน้าเบา ๆ ส่งยิ้มทักทายกล้องและผู้ชมอย่างสุภาพ
“ยินดีที่ได้มาที่นี่ครับ ขอบคุณ ‘สปอร์ต โฟกัส’ สำหรับคำเชิญนะครับ”
เมื่อรายการเริ่มเดินหน้าอย่างเป็นทางการ มาร์คุส พิธีกรหนุ่มก็ยิงคำถามเข้าประเด็นทันทีพร้อมกับรอยยิ้มพิมพ์ใจ
“โค้ชเหยียนครับ แฟนบอลส่วนใหญ่รู้จักคุณแค่ในบทบาทของผู้จัดการทีมข้างสนามเท่านั้น พวกเขารู้แค่ว่าคุณเป็นโค้ชที่อายุน้อยมาก ๆ แต่แทบจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวของคุณเลย วันนี้ คุณอยากจะแนะนำตัวเองให้ทุกคนรู้จักอีกครั้งไหมครับ?”
เหยียนหยวนพยักหน้า เผยรอยยิ้มถ่อมตัว และกล่าวว่า
“แน่นอนครับ ผมอายุ 19 ปี ซึ่งถือว่าเป็น ‘น้องใหม่’ ในวงการโค้ชฟุตบอลอาชีพเลยล่ะครับ ปัจจุบัน ผมกำลังเรียนปริญญาตรีสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ที่มหาวิทยาลัยเทคนิคแห่งมิวนิกครับ ถึงแม้ว่าฟุตบอลจะเป็นงานของผม แต่เรื่องเรียนก็สำคัญไม่แพ้กันสำหรับผมครับ”
สิ้นเสียงของเขา บรรยากาศในสตูดิโอก็คึกคักขึ้นมาทันตาเห็น มาร์คุสเบิกตากว้าง สีหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
“19 ปี? แถมยังเป็นนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยเทคนิคแห่งมิวนิกอีก? คุณนี่เก็บเนื้อเก็บตัวเก่งจริง ๆ! โค้ชเหยียนครับ ผมต้องขอเป็นตัวแทนผู้ชมถามหน่อยเถอะ คุณแบ่งเวลาเรื่องเรียนกับงานคุมทีมยังไงให้ลงตัวครับเนี่ย?”
เหยียนหยวนยิ้ม หยุดคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบว่า:
“อันที่จริง การเรียนกับฟุตบอลมันไม่ได้ขัดแย้งกันเลยนะครับ เผลอ ๆ มันยังส่งเสริมซึ่งกันและกันด้วยซ้ำ การเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยให้ผมเข้าใจเรื่องการวิเคราะห์ข้อมูลและการพัฒนาแทคติกได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ในขณะที่การคุมทีมก็เป็นสนามประลองชั้นยอดที่ให้ผมได้นำความรู้เหล่านั้นมาใช้จริง
แน่นอนว่า การบริหารเวลาคือหัวใจสำคัญครับ ตารางเรียนและตารางฝึกซ้อมของทีมต้องถูกจัดสรรให้เป๊ะปังแบบวันต่อวัน แต่ตราบใดที่เราพร้อมจะทุ่มเท ทั้งสองอย่างก็ไปรอดได้สบาย ๆ ครับ”
มาร์คุสส่ายหน้าด้วยความทึ่ง:
“พูดตรง ๆ นะครับ การได้เป็นเฮดโค้ชของทีมระดับอาชีพในวัย 19 ปี ควบคู่ไปกับการเรียนวิชาสายโหดอย่างวิทยาการคอมพิวเตอร์ไปด้วยเนี่ย นี่มันผลงานระดับอัจฉริยะชัด ๆ โค้ชเหยียนครับ ผมขอถามแทนผู้ชมอีกสักคำถามเถอะ เวลาว่างคุณคงไม่ได้เอาอัลกอริทึมมาประยุกต์ใช้ออกแบบแผนการฝึกซ้อมให้ทีมใช่ไหมครับ?”
เสียงหัวเราะด้วยความเอ็นดูดังมาจากฝั่งผู้ชม ซึ่งทำเอาเหยียนหยวนอดขำตามไม่ได้ เขาหัวเราะและตอบกลับ
“อันที่จริง มันก็ให้อารมณ์ประมาณนั้นแหละครับ การเอาแทคติกฟุตบอลมาผนวกกับการวิเคราะห์ข้อมูลเป็นเรื่องที่เห็นได้ทั่วไปในฟุตบอลยุคใหม่ เราใช้ข้อมูลเพื่อเจาะหาจุดอ่อนของคู่แข่ง และใช้หลักวิทยาศาสตร์เพื่อยกระดับฟอร์มการเล่นของนักเตะ เพียงแต่ว่า ถ้าเทียบกับอัลกอริทึมที่ซับซ้อนยุ่งเหยิงแล้ว ผมจะโฟกัสไปที่การย่อยความรู้พวกนั้น ให้กลายมาเป็นรูปแบบการฝึกซ้อมที่เรียบง่าย เข้าใจง่าย และจับต้องได้ เพื่อให้นักเตะนำไปใช้ได้ง่ายขึ้นมากกว่าครับ”
มาร์คุสพยักหน้าหงึกหงักเมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของเขาเปลี่ยนจากประหลาดใจเป็นเลื่อมใส:
“พระเจ้าช่วย โค้ชเหยียน คุณไม่ได้เป็นแค่อัจฉริยะลูกหนังเท่านั้น แต่ยังเป็นอัจฉริยะด้านวิชาการอีกด้วย! แล้วแบบนี้โค้ชคนอื่นเขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนล่ะเนี่ย? พวกเขาคงรู้สึกเหมือนโดนยุคสมัยทอดทิ้งไว้ข้างหลังเลยล่ะมั้ง!”
เหยียนหยวนโบกมือปฏิเสธพร้อมกับยิ้มอย่างถ่อมตัว:
“ไม่หรอกครับ ไม่หรอก ผมก็แค่พยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเท่านั้นเอง การเรียนคือหน้าที่ ส่วนฟุตบอลคือแพสชัน ผมอยากจะทำทั้งสองอย่างนี้ให้สุดความสามารถของผมครับ”
มาร์คุสมองไปที่เหยียนหยวน นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปหากล้อง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรู้สึกทึ่ง:
“ท่านผู้ชมครับ ไอ้หนุ่มคนนี้ อายุแค่ 19 ปี แต่กลับได้ก้าวขึ้นมายืนบนเวทีฟุตบอลระดับอาชีพ ในขณะเดียวกันก็ยังเรียนมหาวิทยาลัยระดับท็อปของโลกไปด้วย ผมต้องบอกเลยว่า เหยียนคือโค้ชที่เจ๋งที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมาเลย เขาครบเครื่องจริง ๆ ครับ”
คำพูดนี้เรียกเสียงปรบมือดังกึกก้องจากผู้ชม เหยียนหยวนในหน้าจอโทรทัศน์พยักหน้าเบา ๆ สีหน้าเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจแต่ไม่เย่อหยิ่ง
การเปิดตัวบทสัมภาษณ์ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ทำให้ผู้ชมได้ทำความรู้จักกับประวัติส่วนตัวของเหยียนหยวนอีกครั้ง แต่ยังทำให้ทุกคนได้สัมผัสถึงเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของเขา ในการก้าวเดินไปบนเส้นทางสายลูกหนังและวิชาการพร้อม ๆ กัน
เหยียนหยวนคิดในใจ
“แค่นี้เรียกว่าเจ๋งแล้วเหรอ? ฉันยังไม่ได้ลงไปโชว์ฝีเท้าแบบเต็มสตรีมเลยด้วยซ้ำ รอให้ฉันได้โอกาสลงสนามในแมตช์จริงก่อนเถอะ เดี๋ยวจะโชว์ให้ดูว่าคำว่าเจ๋งโคตร ๆ มันเป็นยังไง”
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล
จบตอน
By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล
═❀═❀═❀═❀═❀═❀═