- หน้าแรก
- วันพีซ เงาของชั้นมีระบบปล่อยบอท
- บทที่ 13 รับสมัคร นิโค โรบิน
บทที่ 13 รับสมัคร นิโค โรบิน
บทที่ 13 รับสมัคร นิโค โรบิน
บทที่ 13 รับสมัคร นิโค โรบิน
แน่นอนว่าไม่ใช่แค่ นิโค โรบิน คนเดียว... แต่คนทั้งร้านก็ไม่ทันได้สังเกตเห็นอะไรเลย
ชายคนนี้เป็นใครกันแน่? ถึงสามารถจัดการ นักล่าค่าหัว ชื่อดังแห่ง เวสต์บลู ได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว?
ที่ผ่านมา โจนาห์ เคยไล่ล่าโจรสลัดค่าหัวหลักสิบล้านมานับไม่ถ้วน ไม่เคยมีใครรอดมือ
ทุกสายตาจ้องมองไปที่ต้นเสียง แล้วพวกเขาก็เห็นชายร่างยักษ์นั่งไขว่ห้างอยู่หน้าบาร์ ในมือถือขวดไวน์ราคาแพงลิบลิ่ว
ซีเวิร์ต รู้สึกคุ้นตาขวดไวน์นั้นแปลก ๆ ... นั่นมันไวน์หายากที่เขาเก็บไว้โชว์ในตู้กระจกไม่ใช่เรอะ?
ไปอยู่มือนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่?
“คุณ... คุณคือ...” ซีเวิร์ตเพ่งมองใบหน้าชายคนนั้นชัด ๆ ก่อนจะตาโต “โมเรีย! ท่านคือ เก็คโค โมเรีย ใช่ไหมครับ! โอ้ว... ผมจำได้แล้ว...”
ยิ่งพูดยิ่งตื่นเต้น น้ำเสียงของซีเวิร์ตสั่นเครือเหมือนติ่งเจอไอดอล “ผมโตมากับตำนานของท่านเลยนะ... ท่านคือความภาคภูมิใจของพวกเรา ชาวเวสต์บลู!”
ชื่อเสียงของ เก็คโค โมเรีย ในเวสต์บลูนั้นโด่งดังพอ ๆ กับที่ ตระกูลดอนกิโฆเต้ (โดฟลามิงโก้) มีอิทธิพลใน นอร์ธบลู
โดนอวยซึ่งหน้าแบบนี้ โมเรียก็อดเขินไม่ได้ เขาหันไปยิ้มให้ชายวัยกลางคนที่หน้าแก่กว่าเขาตั้งเยอะ “เป็นเกียรติที่พวกนายยังจำกันได้... กิฮิฮิฮิฮิ!”
เก็คโค โมเรีย สร้างชื่อตั้งแต่ยังหนุ่ม ก่อตั้ง กลุ่มโจรสลัดเก็คโค และเขย่าเวสต์บลูจนสะเทือนตั้งแต่วัยรุ่น พออายุยี่สิบต้น ๆ ก็กวาดล้างโจรสลัดน้อยใหญ่จนไร้คู่ต่อกรในน่านน้ำแถบนี้
ชีวิตโจรสลัดของเขาโรยด้วยกลีบกุหลาบมาตลอด แม้กระทั่งตอนเข้า แกรนด์ไลน์... จนเขาหลงคิดไปว่าตัวเองมี ‘สกิลพระเอก’ ติดตัว
แต่อนิจจา... ดันไปแจ็คพ็อตแตกเจอ กลุ่มโจรสลัดร้อยอสูร ที่ วาโนคุนิ เข้าให้... ทุกอย่างเลยรีเซ็ตกลับมาที่ศูนย์ใหม่
“ขอบคุณค่ะ”
โรบินจ้องหน้าโมเรียด้วยแววตาประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยขอบคุณเบา ๆ
รสนิยมความงามของโรบินนั้นค่อนข้าง... พิเศษ อะไรที่คนอื่นมองว่าแปลกประหลาด (เช่น ภาพวาดไก่เขี่ยของคันจูโร่) เธอกลับมองว่า “น่ารักจัง”
“คุณผู้หญิง... ดูเหมือนคุณจะมีเรื่องกลุ้มใจนะ ระบายให้ผมฟังหน่อยไหม?” โมเรียไม่สนใจคำขอบคุณ แต่ยิงคำถามต่อทันที
“ลูกพี่โจนาห์!!”
อีกด้านหนึ่ง พรรคพวกนักล่าค่าหัวของโจนาห์เพิ่งจะได้สติ รีบตะโกนเรียกหัวหน้า
หลังจากดราม่าบีบน้ำตากันพอเป็นพิธี...
“เอ้อ! นึกขึ้นได้ว่ามีธุระด่วนที่บ้าน ขอตัวก่อนนะ!” “จริงด้วย! เมียสั่งให้ซื้อนมผงกลับไปให้ลูกนี่หว่า!” “ใช่ ๆ ... ไปละนะ!” “แยกย้าย! แยกย้าย!”
กลุ่มนักล่าค่าหัวแสดงให้เห็นถึงความหมายของคำว่า “เอาตัวรอดเป็นยอดดี” อย่างชัดเจน
ก่อนจะชิ่งหนี พวกเขาวิ่งกลับไปดึงขาโจนาห์ที่ชี้โด่เด่คาผนังออกมาอย่างทุลักทุเล ดูทรงแล้วคงไม่ถึงตาย พักสักครึ่งเดือนก็น่าจะกลับมาซ่าได้เหมือนเดิม
โมเรียถอนหายใจปลง ๆ กับโลกใบนี้... คนพวกนี้ต่างก็รักตัวกลัวตาย เขาไม่คิดจะขัดขวางการหนี เพราะคนพวกนี้อาจเป็นเสาหลักของครอบครัว เป็นพ่อ เป็นสามีของใครสักคน... ถ้าฆ่าทิ้งไปครอบครัวข้างหลังคงลำบาก
ในเมื่อไม่มีความแค้นส่วนตัว ก็ไม่จำเป็นต้องฆ่าแกงกัน
เมื่อความวุ่นวายสงบลง โรบินก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “คนระดับคุณไม่น่าจะมาเสียเวลากับชั้นหรอกมั้งคะ? ในตัวชั้นมีอะไรให้คุณสนใจเหรอ?”
สิบกว่าปีที่ต้องเร่ร่อนหนีตาย หล่อหลอมให้โรบินมีความเป็นผู้ใหญ่และความสุขุมเกินวัย เธอไม่ใช่เด็กสาวไร้เดียงสาที่จะเชื่อคนง่าย
และเธอก็ไม่ใช่คนที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกก็เล่าความลับให้ฟังหมดเปลือก... ไม่งั้นคงไม่ใช่ นิโค โรบิน
“ระดับชั้น? ชั้นก็แค่คลื่นลูกใหญ่หน่อยในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่เท่านั้นแหละ... เราทุกคนต่างก็ถูกกระแสน้ำพัดพาไป ถ้าไม่ตะเกียกตะกายว่ายไปข้างหน้า ก็จะโดนคลื่นลูกหลังซัดจมหายไป...”
โมเรียยิ้มบาง ๆ ก่อนจะจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของโรบิน
“นอกเรื่องไปซะไกล... เอาเป็นว่าชั้นไม่ได้มาล้อเล่น... ชั้นแค่เห็นว่าชีวิตที่ต้องคอยหลบ ๆ ซ่อน ๆ ของเธอมันน่าอึดอัด... สนใจจะไปท่อง แกรนด์ไลน์ กับชั้นไหม?”
ซีเวิร์ตที่กำลังเช็ดจานอยู่หูผึ่ง ตาโตเท่าไข่ห่านเมื่อได้ยินโมเรียเอ่ยปากชวนโรบินเข้ากลุ่ม
นี่มันข่าวใหญ่ระดับพาดหัวหน้าหนึ่ง!
โรบินมองตาโมเรีย... เธอสัมผัสได้ถึงความจริงใจ (ในแบบของโจรสลัด)
“ทำไมคะ?” แม้จะพอเดาได้ แต่เธอก็อยากได้ยินจากปาก
ทันใดนั้น...
คำตอบของโมเรียทำเอาทุกคนอึ้ง “เพราะความสวยของเธอไง!”
โรบินชะงักไปนิดนึง เธอจ้องมองสีหน้าและแววตาของโมเรีย... ไม่มีแววตัณหาหรือความโลภเจือปนอยู่เลย
ปากบอกว่าเพราะสวย... แต่สายตามันบอกว่า ‘ชั้นมีแผนอื่น’
“ถ้าอย่างนั้น... ท่านโมเรีย... เพื่อตอบแทนคำชมเรื่องความสวย ชั้นยินดีจะทำทุกอย่างเพื่อกลุ่มของคุณค่ะ” โรบินยิ้มมุมปาก ตอบรับคำเชิญอย่างชาญฉลาด
คนฉลาดคุยกัน ไม่ต้องพูดเยอะก็รู้เรื่อง
โมเรียบอกว่าชวนเพราะสวย... โรบินไม่เชื่อ โรบินบอกว่าตกลงเพราะคำชม... โมเรียก็ไม่เชื่อ
ต่างฝ่ายต่างรู้ทันกัน... โมเรียต้องการ ความสามารถ ของเธอ ส่วนโรบินต้องการ ร่มเงาคุ้มกันภัย ของเขา
Win-Win ทั้งคู่!
“ท่านโมเรีย?” โมเรียเลิกคิ้วสูง
โรบินหัวเราะคิกคักแล้วแก้คำเรียก “กัปตัน โมเรียค่ะ”
“กิฮิฮิฮิฮิ! แบบนี้สิถึงจะถูก!” โมเรียหัวเราะร่า กัดพายแอปเปิ้ลคำโต... สงสัยวันนี้พายจะอร่อยเป็นพิเศษเพราะอารมณ์ดี
จากนั้นโมเรียก็โยนถุงใส่เหรียญทองลงบนเคาน์เตอร์ ตุบ!
“ชั้นเชื่อใจฝีมือทำอาหารของนายนะเถ้าแก่! ไปจ่ายตลาดมา! เลือกเอาแต่วัตถุดิบที่ดีที่สุด แพงที่สุด!”
“คืนนี้ชั้นเหมาทั้งร้าน! การได้เพื่อนใหม่มันเป็นเรื่องมงคล ต้องฉลองกันหน่อย! เงินที่เหลือยกให้เป็นค่าเหนื่อย แต่อย่าได้คิดลดเกรดของกินเด็ดขาด!”
“ครับผม! รับทราบครับ! รับรองท่านจะประทับใจมิรู้ลืม!”
ซีเวิร์ตแค่กะด้วยสายตาก็รู้ว่าเหรียญทองในถุงนั้น ต่อให้เหมาของดีทั้งเกาะมาทำกิน ก็ยังมีเงินเหลือพอจะปิดร้านนอนกินไปได้อีกเป็นสิบปี
โรบินยิ้มอีกครั้ง แม้โมเรียจะรู้ว่ารอยยิ้มนั้นเป็นเพียงหน้ากากที่เธอสวมไว้เพื่อเข้าสังคม
ผ่านไปครู่หนึ่ง เหมือนโรบินจะนึกอะไรขึ้นได้ “เอ่อ... กัปตันคะ ชั้นอาจจะยังไปกับเรือตอนนี้ไม่ได้ ขอเวลาชั้นหน่อยได้ไหมคะ? ชั้นยังมีธุระค้างคาอยู่นิดหน่อย... แต่รับรองว่าจะจัดการให้เสร็จภายในพรุ่งนี้เช้า...”
โมเรียไม่ถามว่าเป็นธุระอะไร “ไหวไหม? ต้องการให้ช่วยหรือเปล่า?”
“ไม่เป็นไรค่ะ เรื่องเล็กน้อย” โรบินส่ายหน้าเบา ๆ
ในฐานะแฟนพันธุ์แท้วันพีซ โมเรียรู้ดีว่าโรบินเป็นคนรอบคอบและพึ่งพาได้ที่สุดในกลุ่ม ถ้าเธอบอกว่าเรื่องเล็ก ก็คือเรื่องเล็กจริง ๆ
โมเรียไม่เซ้าซี้ เขาบอกพิกัดที่จอดเรือให้เธอทราบ
“เกาะนี้ไม่มีท่าเรือไหนใหญ่พอจะรองรับเรือของพวกเราได้หรอก... ถึงเวลาเธอไปที่ชายฝั่งทิศตะวันออกนะ แค่เงยหน้ามองขึ้นไปก็จะเห็นเอง... พวกเราจะรออยู่ที่นั่นจนกว่าเธอจะมา...”
แม้จะงง ๆ กับคำว่า ‘เงยหน้ามอง’ แต่โรบินก็พยักหน้ารับคำ