เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 538 การเอาคืน

บทที่ 538 การเอาคืน

บทที่ 538 การเอาคืน


บทที่ 538 การเอาคืน

เมื่อเห็นท่าทีของเผยเอ๋อร์ที่พยายามเข้ามาตีสนิทประจบประแจง หลี่เฮ่อจีจึงแย้มยิ้มอย่างเป็นมิตร "เรื่องอื่นใดล้วนพูดคุยกันได้ง่ายดายนัก นายหญิงของเราทรงมีพระทัยเมตตาเป็นที่สุด พระนางทรงปฏิบัติต่อผู้น้อยด้วยความผ่อนปรนและกว้างขวาง ทรงเป็นเจ้านายที่รับใช้ได้ง่ายดายยิ่งนัก ส่วนเจ้า ในเมื่อเพิ่งก้าวเข้ามาอยู่ในตำหนักหย่งโส่วของเรา ขอเพียงแค่เจ้าปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด ขยันขันแข็ง สงบปากสงบคำให้มาก คอยดู คอยฟัง และเรียนรู้ให้จงหนัก อีกไม่นานเจ้าก็จะสามารถลงหลักปักฐานในตำหนักหย่งโส่วแห่งนี้ได้เอง"

"ทว่า มีสิ่งสำคัญที่สุดประการหนึ่งที่ข้าจำต้องเตือนเจ้าไว้ก่อน" หลี่เฮ่อจีหุบรอยยิ้มลง

เผยเอ๋อร์มองเขาด้วยความสงสัยใคร่รู้ "กงกงโปรดชี้แนะด้วยเจ้าค่ะ"

หลี่เฮ่อจีจ้องมองเผยเอ๋อร์เขม็ง สีหน้าของเขาเรียบเฉยจนยากจะคาดเดาอารมณ์ขณะเอ่ยว่า "นายหญิงของเราทรงชิงชังการทรยศหักหลังของคนใกล้ตัวเป็นที่สุด โดยเฉพาะพวกที่คิดจะเหยียบย่ำนายหญิงเพื่อปีนป่ายขึ้นไปเป็นหงส์ นายหญิงย่อมไม่มีวันทนดูได้แน่ ข้าเดาว่าเจ้าคงไม่อยากรู้กระมัง ว่าจุดจบของพวกที่กล้าทรยศนายหญิงนั้นมีสภาพเช่นไร?"

ประกายตาของเผยเอ๋อร์ไหววูบ นางชะงักไปชั่วครู่ก่อนจะคลี่ยิ้มหวานหยดย้อยออกมาอีกครั้ง "กงกงล้อข้าเล่นแล้ว ข้าไม่มีความคิดมักใหญ่ใฝ่สูงเช่นนั้นเลยแม้แต่น้อย ข้าไม่มีทางทำเรื่องทรยศเจ้านายเด็ดขาด แน่นอนว่าย่อมไม่อยากรู้จุดจบของคนพวกนั้นหรอกเจ้าค่ะ"

หลี่เฮ่อจีดูจะพึงพอใจกับท่าทีโอนอ่อนของนาง เขางผงกศีรษะรับและกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงว่า "เช่นนั้นก็ดีที่สุดแล้ว ปรนนิบัตินายหญิงให้ดี ทำหน้าที่ของตนเองให้ไม่บกพร่อง สิ่งใดไม่ควรพูดก็จงปิดปากให้สนิท สิ่งใดไม่ควรล่วงเกินก็อย่าได้ยื่นมือเข้าไปสอด หากเจ้าทำได้ตามนี้ วันข้างหน้าย่อมมีรางวัลตกถึงมือเจ้าไม่ขาดสายเป็นแน่"

เผยเอ๋อร์มีสีหน้าจริงจังขึ้น "ขอบคุณกงกงที่ช่วยชี้แนะ ข้าจดจำไว้หมดแล้วเจ้าค่ะ ที่ห้องเครื่องเล็กยังมีงานต้องจัดการ ข้าขอตัวไปก่อนนะเจ้าคะ"

"อืม"

หลี่เฮ่อจีตอบรับอย่างเย็นชา เขาทอดสายตามองแผ่นหลังของนางที่เดินจากไป ก่อนจะหันไปส่งสายตาให้ขันทีน้อยผู้หนึ่ง

ขันทีน้อยรับรู้ได้ในทันทีและลอบสะกดรอยตามนางไปเงียบๆ

เผยเอ๋อร์ก้าวเข้าไปในห้องเครื่องเล็ก เมื่อหลบมุมไปอยู่ในที่ที่ไม่มีใครสังเกตเห็น สีหน้าของนางก็แปรเปลี่ยนไป ประกายแห่งความเย้ยหยันพาดผ่านดวงตาคู่นั้น

ก่อนที่จะก้าวเข้ามาในตำหนักหย่งโส่ว เผยเอ๋อร์ได้สืบรู้อุปนิสัยของหมิ่นผินมาบ้างแล้ว นางรู้ดีว่าพระสนมผู้นี้ไม่อาจทนให้มีเม็ดทรายระคายเคืองในดวงตาได้แม้แต่เม็ดเดียว

หากไม่มีความมั่นใจเต็มร้อย เผยเอ๋อร์ย่อมไม่กล้าทำเรื่องเสี่ยงภัยเพื่อต่อกรกับหมิ่นผิน นายหญิงของนางต้องใช้ความพยายามอย่างยากลำบากกว่าจะส่งนางเข้ามาในวังแห่งนี้ได้ นางจะทำอะไรบุ่มบ่ามจนแผนการของนายหญิงพังทลายไม่ได้เด็ดขาด

เมื่อสัมผัสได้ว่ามีคนกำลังจับตามองตนอยู่ เผยเอ๋อร์ก็รีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติและลงมือทำงานอย่างเงียบๆ โดยไม่ปล่อยความคิดให้ล่องลอยอีกต่อไป

เมื่อซูเหยาเดินทางมาถึงหน้าประตูตำหนักฉือหนิงพร้อมกับองค์หญิงแปดและองค์หญิงสิบ นางก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

นอกเหนือจากฮุ่ยเฟยและผิงเฟยแล้ว ดูเหมือนว่าทุกคนจะมาถึงกันหมดแล้วจริงๆ

เกี้ยวถูกวางลงอย่างนุ่มนวล ซูเหยาอุ้มองค์หญิงสิบลงมา ส่งต่อให้กับแม่นม แล้วก้าวเข้าไปใกล้ๆ เพื่อถวายพระพรอี้เฟย เต๋อเฟย และหรงเฟย

หลังจากนั้น นางก็แลกเปลี่ยนการทักทายอย่างเป็นทางการกับอันผินในฐานะผู้ที่มีตำแหน่งเท่าเทียมกัน

ทันทีที่นางหยัดกายขึ้น ก็ได้ยินเสียงหัวเราะอย่างมีจริตของอี้เฟยดังขึ้น "น้องหญิง วันนี้สีหน้าของเจ้าดูดีทีเดียวนะ"

ในเมื่ออี้เฟยเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนาก่อน ซูเหยาจึงฉวยโอกาสนี้ก้าวเข้าไปใกล้ๆ จับมือของอี้เฟยมากุมไว้แล้วแย้มยิ้มอย่างอ่อนโยน "ต้องขอบพระทัยอี้เฟยที่ทรงเมตตา ยอมสละนางกำนัลที่เฉลียวฉลาดและเก่งกาจอย่างเผยเอ๋อร์มาประทานให้แก่หม่อมฉัน นางงดงามราวกับดอกไม้ หม่อมฉันมองนางแล้วก็รู้สึกสบายใจ เมื่ออารมณ์ดี สีหน้าก็ย่อมดูดีเป็นพิเศษเพคะ"

ขณะที่พูด นางก็ถอยหลังไปเล็กน้อยเพื่อพิจารณาสีหน้าของอี้เฟย แววตาของนางเปี่ยมไปด้วยความจริงใจ "อี้เฟย วันนี้พระองค์ก็ทรงงดงามชวนมองเป็นพิเศษเช่นกัน หม่อมฉันอดไม่ได้ที่จะอิจฉาพระองค์จริงๆ เพคะ"

รอยยิ้มของอี้เฟยแข็งค้างไปในตอนที่ซูเหยาเข้ามากุมมือ ความสัมพันธ์ระหว่างนางกับหมิ่นผินสนิทสนมกันถึงเพียงนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน?

นางต้องการชักมือกลับ ทว่าซูเหยากลับจับเอาไว้แน่นจนไม่อาจขยับเขยื้อนได้ เมื่อได้ยินซูเหยาเอ่ยถึงเผยเอ๋อร์ที่น่าขัดหูขัดตานั้นอีกครั้ง นางก็รู้สึกหงุดหงิดพลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก นางแทบไม่ได้ฟังด้วยซ้ำว่าซูเหยากำลังพูดอะไร หัวใจของนางเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง อี้เฟยอยากจะดึงมือกลับมาทาบที่หน้าอก ทว่านางก็ยังคงขยับไม่ได้อยู่ดี

เมื่อเห็นหยาดเหงื่อเม็ดโป้งผุดพรายและหยดลงมาจากหน้าผากของอี้เฟย ซูเหยากก็ยังไม่ยอมปล่อยมือ นางเพียงใช้มืออีกข้างหยิบผ้าเช็ดหน้าปักลายออกมาซับเหงื่อให้อี้เฟยพลางเอ่ยถามด้วยความห่วงใย "อี้เฟย พระองค์ประชวรหรือเพคะ? เหตุใดถึงมีเหงื่อออกที่หน้าผากมากถึงเพียงนี้?"

เมื่อได้กลิ่นหอมจางๆ จากผ้าเช็ดหน้าปักลาย อี้เฟยก็ยิ่งรู้สึกกระสับกระส่ายและไม่สบายใจ นางสะบัดมือออกอย่างแรง "ข้าเช็ดเองได้"

"โอ๊ย..." ซูเหยาเสียหลักล้มลงกับพื้น นางร้องอุทานออกมาด้วยความเจ็บปวดพลางกุมมือขวาของตนเอาไว้

"พระสนม เป็นอะไรไปเพคะ? ทรงเจ็บตรงไหนหรือเปล่าเพคะ?"

ชิวอวี่และเซี่ยเวยรีบพุ่งตัวเข้าไปช่วยพยุงนางขึ้นมาด้วยสีหน้าร้อนรน ขันทีน้อยที่หัวไวคนหนึ่งก็รีบวิ่งออกไปตามหมอหลวงในทันที

"มือข้าเจ็บเหลือเกิน!" ซูเหยาที่มีสีหน้าเจ็บปวดรวดร้าวกุมแขนขวาของตนเอาไว้ เลือดสีแดงสดซึมทะลุแขนเสื้อออกมาและหยดลงบนพื้น

จบบทที่ บทที่ 538 การเอาคืน

คัดลอกลิงก์แล้ว