- หน้าแรก
- ป่วนยุคชิงฉบับโฮสต์ระบบ ขอเกษียณอย่างสงบไม่ได้หรือไง
- บทที่ 528 ความสงสัยที่ก่อตัวขึ้น
บทที่ 528 ความสงสัยที่ก่อตัวขึ้น
บทที่ 528 ความสงสัยที่ก่อตัวขึ้น
บทที่ 528 ความสงสัยที่ก่อตัวขึ้น
หลังจากคังซีฮ่องเต้เสด็จออกว่าราชการ ซูเหยาก็นอนพักต่ออีกครู่หนึ่งก่อนจะเรียกเซี่ยเวยเข้ามาในห้องบรรทม
"เจ้ากลับไปตำหนักหย่งโส่วแล้วนำชุดมาให้ข้าสักชุด ไปแล้วรีบกลับมา ข้าจะพักผ่อนต่ออีกสักหน่อย พอเจ้าเอาชุดมาถึงแล้วค่อยปลุกข้า"
"เพคะ นู่ปี้รับทราบเพคะ" เซี่ยเวยไม่ได้ซักถามอันใดให้มากความ นางรับคำแล้วถอยออกไป มุ่งหน้ากลับไปยังตำหนักหย่งโส่วทันที
นางได้ยินความเคลื่อนไหวในห้องบรรทมเมื่อคืนนี้อย่างชัดเจนจากนอกประตู และนางก็พอจะเดาได้ว่าชุดบรรทมที่นายหญิงเปลี่ยนเมื่อคืนคงถูกฝ่าบาทฉีกขาดไปอีกแล้ว
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเรื่องเช่นนี้ จากที่เคยตกใจในตอนแรกจนกลายเป็นความสงบนิ่งในปัจจุบัน เซี่ยเวยรู้สึกว่าตนเองผ่านพายุฝนมานักต่อนักแล้ว ไม่ว่าเรื่องราวจะเหลือกำลังสักเพียงใด นางก็ยังคงความเยือกเย็นเอาไว้ได้
เหตุการณ์ในตำหนักเฉียนชิงมักจะเป็นที่จับตามองของคนทั้งวังหลวงอยู่เสมอ
ใครจะรู้เล่าว่ามีสายตากี่คู่ที่คอยจับจ้องตำหนักเฉียนชิงอยู่ในเงามืด
ทันทีที่เซี่ยเวยก้าวออกมาจากตำหนักเฉียนชิง นางก็ถูกคนจับสังเกต เงาดำหลายสายรีบจากไปเพื่อรายงานกลับไปยังเจ้านายของตน
ผู้ที่ได้รับข่าวเป็นคนแรกคือตำหนักอี้คุนซึ่งอยู่ใกล้กับตำหนักหย่งโส่วที่สุด ทันทีที่เซี่ยเวยเดินออกจากประตูหลงฝู เสี่ยวเต๋อจื่อที่หลบอยู่หลังประตูอี้คุนก็เห็นนางอย่างชัดเจน
ท้องฟ้าเพิ่งจะเริ่มสาง
เซี่ยเวยเดินถือโคมไฟไปตามถนนฉางเจียฝั่งตะวันตก ขณะที่นางกำลังจะถึงประตูหย่งโส่ว นางก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเร่งรีบตามหลังมา
นางรู้สึกสงสัยจึงหันกลับไปมอง ก็เห็นขันทีน้อยหน้าตาไม่คุ้นเคยผู้หนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหา เขายิ้มอย่างประหม่าพลางเอ่ยถามว่า "ท่านคือพี่เซี่ยเวยที่รับใช้หมิ่นเฟยใช่หรือไม่? นายหญิงของข้าเชิญให้ท่านไปหา บอกว่ามีของจะมอบให้หมิ่นเฟย และให้ท่านไปรับด้วยตนเอง"
"นายหญิงของเจ้าคือใคร?" เซี่ยเวยขมวดคิ้วถาม
"นายหญิงของข้าคืออี้เฟย"
อี้เฟยงั้นหรือ? เหตุใดนางจึงส่งของให้นายหญิงของข้าโดยไร้สาเหตุเล่า? มีสิ่งใดที่ไม่อาจมอบต่อหน้านายหญิงของข้า ถึงกับต้องมาดักรอข้ากลางทางแต่เช้าตรู่เช่นนี้? มีแผนการอันใดแอบแฝงอยู่หรือไม่?
นายหญิงยังรอให้ข้าเอาชุดไปเปลี่ยนให้ ทางฝั่งอี้เฟย ใครจะรู้ว่ามีอุบายอันใดรอข้าอยู่ ข้าจะไปดื้อๆ เช่นนี้ไม่ได้
เซี่ยเวยเริ่มระแวงและไม่ได้ตอบตกลงในทันที นางกล่าวอย่างสุภาพว่า "ข้ายังมีธุระสำคัญที่ต้องไปจัดการ หลังจากเสร็จธุระแล้ว ข้าจะไปขอเข้าเฝ้าอี้เฟยที่ตำหนักอี้คุน รบกวนกงกงช่วยนำความไปกราบทูลอี้เฟยด้วย"
"พี่เซี่ย ธุระของท่านเอาไว้บอกให้คนอื่นไปทำแทนก็ได้ นายหญิงของข้ายังรอท่านอยู่นะ อีกอย่างก็แค่ไปรับของเท่านั้น ท่านไปประเดี๋ยวเดียวก็กลับมาแล้ว ไม่ทำให้เสียงานของท่านหรอกพี่เซี่ย"
คำพูดของขันทีน้อยแปลกหน้าผู้นี้แม้จะฟังดูสุภาพ ทว่าน้ำเสียงกลับแฝงความหมายเชิงบังคับอย่างไม่อาจปฏิเสธได้
ยิ่งเซี่ยเวยฟังก็ยิ่งรู้สึกถึงความผิดปกติ ยิ่งคนผู้นี้กดดันให้นางไปมากเท่าใด นางก็ยิ่งไปไม่ได้เด็ดขาด
เมื่อคิดได้ดังนี้ เซี่ยเวยก็สงบสติอารมณ์ลงและกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา "เรื่องที่นายหญิงสั่งนั้นด่วนกว่านัก หลังจากข้าทำธุระของนายหญิงเสร็จแล้ว ข้าจะนำความปรารถนาดีของอี้เฟยไปทูลนายหญิงอย่างแน่นอน จากนั้นข้าจะตามเสด็จนายหญิงไปยังตำหนักอี้คุนเพื่อขอบพระทัยด้วยตนเอง"
"พี่เซี่ย ท่านไม่ยินยอมจะไปใช่หรือไม่?" รอยยิ้มของขันทีหุบลง สีหน้าเปลี่ยนเป็นเย็นชาในทันที
ความวุ่นวายที่หน้าประตูนั้นไม่เบาเลย เต๋อซานซึ่งเข้าเวรยามดึกในตำหนักหย่งโส่วแง้มประตูใหญ่เปิดออกเพื่อดูลาดเลา
เซี่ยเวยเหลือบไปเห็นพอดี นางจึงทิ้งท้ายไว้ประโยคหนึ่ง "ข้าบอกแล้วไงว่าตอนนี้ข้าไม่ว่าง เอาไว้ข้าจะไปรับของที่ตำหนักอี้คุนในภายหลัง กงกงเชิญกลับไปเถิด"
พูดจบ นางก็พุ่งตัวไปที่ประตู
"เร็วเข้า ปิดประตู"
ทันทีที่นางเข้าไปด้านใน นางก็รีบบอกให้เต๋อซานปิดประตูให้สนิท
เซี่ยเวยกังวลว่าการที่อี้เฟยเรียกตัวไปยังตำหนักอี้คุนอาจเป็นหลุมพราง เพราะเกรงว่าจะเป็นผลร้ายต่อนายหญิงของนาง นางจึงไม่อาจไปที่นั่นเพียงลำพังได้อย่างเด็ดขาด
ขันทีน้อยที่ถูกปิดประตูใส่หน้ายื่นมือออกไปคว้าไม่ทัน ไม่ได้แตะแม้แต่ชายเสื้อของนางด้วยซ้ำ เขาถลึงตาใส่ประตูหย่งโส่วอย่างดุร้าย ก่อนจะหันหลังกลับไปรายงานด้วยความไม่เต็มใจ
ในใจของเขาหนักอึ้ง เพราะไม่อาจทำงานที่เจ้านายมอบหมายให้สำเร็จ... ภายในตำหนักหย่งโส่ว หลี่เฮ่อจีได้ยินเสียงของเซี่ยเวยจึงเดินออกมาจากห้องน้ำชา "เจ้ากลับมาแล้ว พระสนมล่ะ?"
"นายหญิงยังอยู่ที่ตำหนักเฉียนชิง มานี่ ข้าจะเล่าอะไรให้ฟัง..."