- หน้าแรก
- ป่วนยุคชิงฉบับโฮสต์ระบบ ขอเกษียณอย่างสงบไม่ได้หรือไง
- บทที่ 525 คำอธิบายที่เนิ่นนาน
บทที่ 525 คำอธิบายที่เนิ่นนาน
บทที่ 525 คำอธิบายที่เนิ่นนาน
บทที่ 525 คำอธิบายที่เนิ่นนาน
"หม่อมฉันมิได้ปรารถนาแก้วแหวนเงินทอง สิ่งเดียวที่หม่อมฉันหวังคือขอให้ฝ่าบาททรงจดจำหม่อมฉันและลูกทั้งสามไปตราบนานเท่านาน เพียงเท่านี้ก็เกินพอแล้วเพคะ" ซูเหยานั่งอยู่เคียงข้างคังซี นางพลิกมือที่วางอยู่บนฝ่าพระหัตถ์ของพระองค์ ก่อนจะกระชับฝ่าพระหัตถ์ใหญ่ที่เต็มไปด้วยข้อปูดโปนนั้นไว้แน่น
นางเอื้อนเอ่ยด้วยสีหน้าเปี่ยมรัก แววตาเอ่อล้นไปด้วยความเสน่หาที่มีต่อเขา และจ้องมองคังซีอย่างไม่วางตา
คังซีสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อสัมผัสได้ถึงห้วงอารมณ์อันท่วมท้นที่ซูเหยาส่งมอบมาให้ พระองค์ทรงรู้สึกเบิกบานพระทัยทว่าก็ยังเคลือบแคลงสงสัย ชั่วขณะหนึ่งถึงกับแยกแยะไม่ออกว่ากำลังทรงพระสุบินหรือตื่นอยู่กันแน่
พระองค์ทอดพระเนตรซูเหยาอย่างแน่วแน่อยู่เนิ่นนาน และเมื่อเห็นว่าความรู้สึกในแววตาของนางมิได้แปรเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย คังซีก็ตรัสกับพระองค์เองในพระทัยว่า พระสนมหมิ่นตกหลุมรักพระองค์เข้าแล้วจริงๆ
แล้วตัวพระองค์เล่า?
"ในใจของเจ้ายังคงคะนึงหาชายคนรักวัยเยาว์ผู้นั้นอยู่หรือไม่?"
ไม่รู้ว่าเหตุใด จู่ๆ คำพูดเหล่านี้ก็หลุดออกจากพระโอษฐ์ของคังซี
ทว่าทันทีที่ตรัสออกไป คังซีก็ทรงนึกเสียพระทัย ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แล้วจะทรงรื้อฟื้นถึงคนผู้นั้นขึ้นมาอีกทำไมกัน เรื่องมันก็ผ่านมาเนิ่นนานหลายปีแล้ว
"ฝ่าบาททรงเชื่อในสิ่งที่หม่อมฉันพูดหรือไม่เพคะ?" ความรู้สึกในแววตาของซูเหยามิได้ลดทอนลงเลยแม้แต่น้อย นางหุบยิ้มและเอ่ยถามอย่างจริงจัง
ซูเหยาพอจะจับนิสัยของคังซีได้ดี จากความเข้าใจที่นางมีต่อเขา สำหรับคำถามนี้ คังซีย่อมเลี่ยงที่จะตอบตรงๆ หรือไม่ก็เพียงแค่ตรัสว่าเชื่อใจนาง
ไม่มีทางเลือกที่สามอย่างแน่นอน
"เจิ้นเชื่อเจ้าสิ ย่อมต้องเชื่อเจ้าอยู่แล้ว"
เป็นไปตามคาด ซูเหยาหัวเราะเบาๆ ในใจ คำตอบของคังซีเป็นไปตามที่นางคิดไว้ไม่มีผิด
ซูเหยาแย้มยิ้มขึ้นมาอีกครั้งและเอ่ยเสียงนุ่ม "ในเมื่อเป็นเช่นนั้น หม่อมฉันก็จะขอยืนยันกับฝ่าบาทเป็นครั้งสุดท้ายเพคะว่า ในชีวิตนี้ บุรุษเพียงคนเดียวที่หม่อมฉันรักก็คือพระองค์"
"ส่วนเรื่องชายคนรักวัยเยาว์ที่ฝ่าบาทตรัสถึงนั้น ไม่เป็นความจริงเลยแม้แต่น้อยเพคะ ท่านพ่อของหม่อมฉันเข้มงวดมาก หม่อมฉันซุกซนและวิ่งเล่นได้แค่ในบ้าน ทว่าท่านไม่ค่อยอนุญาตให้ออกไปข้างนอก ทั้งยังไม่ยอมให้ใกล้ชิดกับเด็กวัยเดียวกันในละแวกนั้นด้วย ท่านพ่อบอกว่าท่านแม่ร่างกายอ่อนแอ และเนื่องจากท่านต้องออกไปทำงาน ไม่อาจอยู่ปกป้องพวกเราที่บ้านได้ตลอดเวลา ท่านจึงหวังให้พวกเราออกไปข้างนอกให้น้อยลง เพื่อจะได้ไม่มีเรื่องบาดหมางกับผู้อื่น และท่านจะได้ทำงานอย่างสบายใจเพคะ"
หลังจากอธิบายยืดยาว ซูเหยาก็เอ่ยต่อ "ดังนั้น ตั้งแต่เล็กจนโตหม่อมฉันจึงไม่เคยมีสหายสนิทเลยสักคน นับประสาอะไรกับชายคนรักวัยเยาว์กันเล่าเพคะ"
"แล้วเมื่อสองปีก่อน ตอนที่เวินกุ้ยเฟยพูดเรื่องพวกนั้น ทำไมเจ้าถึงไม่โต้แย้งเล่า?"
"ตอนนั้นฝ่าบาทเปิดโอกาสให้หม่อมฉันโต้แย้งเสียที่ไหนกันเล่าเพคะ!"
เมื่อสองปีก่อน เจ้าของร่างเดิมได้รับราชโองการสถาปนาเป็นพระสนม ทว่าพิธีแต่งตั้งกลับถูกเลื่อนออกไปเพียงเพราะคังซีไปหลงเชื่อคำพูดของเวินกุ้ยเฟยจนกริ้วจัด พระองค์บันดาลโทสะในทันทีที่ได้ฟัง และไม่เปิดโอกาสให้เจ้าของร่างเดิมได้อธิบายเลยแม้แต่น้อย
ครั้งนั้น เจ้าของร่างเดิมถูกหมางเมินอยู่นานถึงครึ่งปีเต็ม นับตั้งแต่ที่เจ้าของร่างเดิมได้รับความโปรดปรานและก้าวเข้าสู่วังหลัง นอกเหนือจากช่วงที่ตั้งครรภ์หรืออยู่เดือนแล้ว นั่นนับเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานที่สุดที่นางไม่มีโอกาสได้เข้าเฝ้าคังซีเลย
เมื่อซูเหยาเตือนความจำ คังซีก็ทรงนึกถึงเรื่องราวในตอนนั้นขึ้นมาได้ พระองค์ทรงรู้สึกผิด จึงลูบพระนาสิกแล้วกระแอมไออย่างเก้อเขิน "ตอนนั้นเจิ้นโกรธมากไปหน่อยจึงไม่ได้ฟังคำอธิบายของเจ้า วันนี้เจิ้นมีความอดทนพอที่จะรับฟังทั้งหมดแล้ว อ้ายเฟย เจ้าอยากพูดสิ่งใดก็พูดมาเถิด"
ที่ซูเหยาพูดเรื่องเหล่านี้ออกมา ก็เพื่อทวงความยุติธรรมให้กับเจ้าของร่างเดิม
เจ้าของร่างเดิมเป็นเพียงดรุณีที่เรียบง่ายและจิตใจดี ตั้งแต่เล็กจนโตนางไม่ค่อยได้พบเจอชายหนุ่มมากนัก และหลังจากมาถึงเมืองหลวงได้ไม่นาน นางก็ถูกคัดเลือกให้เข้าวังมาเป็นนางกำนัล
ไม่กี่ปีต่อมา นางก็ถูกคังซีรับเข้าสู่วังหลังและได้รับความโปรดปรานอย่างล้นเหลือ จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่นางจะมอบหัวใจทั้งดวงให้กับคังซี
ทว่าคังซีกลับไปหลงเชื่อคำพูดของเวินกุ้ยเฟย ทรงรังเกียจและหมางเมินนาง หลังจากนั้น เจ้าของร่างเดิมจึงถอดใจและหันไปทุ่มเทความรักทั้งหมดให้กับลูกๆ แทน
เมื่อต้นปีที่แล้ว ตอนที่เหออันล้มป่วยหนัก เวินกุ้ยเฟยได้ขัดขวางเอาไว้ ทำให้ไม่มีหมอหลวงคนใดยอมมาตรวจรักษาองค์หญิงแปดที่ตำหนักหย่งโซ่วเลย เจ้าของร่างเดิมยอมเสี่ยงทุกอย่างเพื่อบุกฝ่าไปเข้าเฝ้าคังซี และคุกเข่าอ้อนวอนขอให้พระองค์ส่งหมอหลวงมารักษาเหออัน