เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 การดูแลจวนเริ่มจากเรื่องกิน

บทที่ 3 การดูแลจวนเริ่มจากเรื่องกิน

บทที่ 3 การดูแลจวนเริ่มจากเรื่องกิน


เรื่องที่กระทบถึงคนมากเกินไปย่อมสั่นคลอนรากฐาน ต้องค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป ยิ่งไปกว่านั้น นางยังไม่รู้ขอบเขตของการปล่อยอำนาจจากเหล่าฟูเหริน อีกทั้งยังไม่เข้าใจนิสัยของเสิ่นจี้ผู้เป็นเจ้าบ้าน อาหารมื้อนั้นในตอนเช้าทิ้งเงาในใจไว้ให้จูหมิงหลี ไม่ว่าเสิ่นหลิงอี๋จะรั้งไว้อย่างไร นางก็ไม่อยู่ต่อ ครั้นเดินกลับถึงเรือนของตน อาหารจากครัวใหญ่ก็ถูกส่งมาพอดี

เมื่อเปิดฝาไม้ขึ้น อาหารยังมีไอร้อนลอยอยู่ บางทีเพราะนายหญิงคนใหม่มาถึง ภายในจวนจึงมีบรรยากาศคล้ายการเฉลิมฉลองอยู่บ้าง อาหารจึงจัดมาอย่างอุดมสมบูรณ์ ทั้งแผ่นแป้งทอดไส้เนื้อแกะ ขนมทอดน้ำมัน ผักชึ้นฉ่ายดองน้ำส้ม ฟักนึ่ง และเผือกตุ๋น

หากเทียบกับตระกูลใหญ่เก่าแก่ที่สั่งสมฐานะมาหลายราชวงศ์ จวนเสิ่นอาจไม่ถือว่าเลิศล้ำด้านอาหารการกิน แต่ในนครฉางอันอย่างไรก็นับว่าอยู่ระดับกลางค่อนบน ฝีมือแม่ครัวถือว่าใช้ได้ เพียงแต่สุดท้ายก็ยังไม่ถูกปาก เนื้อแกะเช่นนี้ ควรทำเป็นเนื้อย่างเสียบไม้หรือหม้อซุปเนื้อแกะจะดีกว่า ส่วนอาหารหลัก ข้าวสวยกับบะหมี่ย่อมถูกปากกว่าพวกแผ่นแป้งทอด ยิ่งไม่ต้องพูดถึงอาหารนึ่งเลย ดังนั้นในรายการสิ่งที่ต้องทำของนาง จึงมีหัวข้อ “ปรับปรุงอาหารการกิน” แทรกเข้ามาก่อน “กำจัดพวกปลวกในจวน” และ “เพิ่มค่าความชื่นชอบ”

จูหมิงหลีไม่มีความรู้สึกเร่งด่วนในการรับช่วงดูแลกิจการในจวนแม้แต่น้อย กินข้าวเสร็จก็นั่งเขียนโน่นจดนี่ลงบนกระดาษ พอย่อยอาหารได้เกือบหมด ก็เอนตัวลงบนเตียง ถึงเวลาพักกลางวันพอดี

เสิ่นซานหลางไม่อยู่บ้าน ภายในเรือนจึงเป็นอาณาจักรของนาง ไม่มีผู้ใดมาคอยเร่งให้นางตื่น นางนอนจนพอใจแล้วจึงค่อย ๆ ลุกขึ้น เช็ดหน้า บ้วนปาก แล้วเริ่มงานในช่วงบ่าย จัดการสมุดบัญชี! นี่เป็นงานใช้สมองอย่างแท้จริง

จูหมิงหลีนั่งลงหน้าโต๊ะ เจียวเหวยก็รู้หน้าที่เป็นอย่างดี รีบเข้ามารินชาและฝนหมึกให้นาง

จูหมิงหลีคำนวณบัญชีไปพลาง ยกถ้วยชาขึ้นมาพลาง

เห็นน้ำชามีสีใสเป็นประกาย ดูน่าดื่มอย่างมาก นางจึงยกดื่มโดยไม่ทันระวังแม้แต่น้อย รสเผ็ดร้อนแทบเปิดกะโหลกศีรษะนางออก เจียวเหวยเป็นสาวใช้ที่เพิ่งถูกเปลี่ยนเข้ามาใหม่ ยังไม่เข้าใจจูหมิงหลีนัก จึงถามอย่างระมัดระวังว่า

“ฮูหยินไม่ชอบเครื่องดื่มนี้หรือเจ้าคะ?” พวกสาวใช้ใหญ่จะไม่ชงชาด้วยตนเอง มีหน้าที่เพียงปรนนิบัติใกล้ชิดเท่านั้น ยุคนี้การดื่มชายังให้ความสำคัญกับสรรพคุณทางยา รสชาติกลับเป็นรอง เวลาชงชามักใส่ฮวาเจียว สะระแหน่ ต้นหอม ขิง และสิ่งอื่น ๆ ลงไป เพื่อช่วยให้สดชื่นปลอดโปร่ง  ยังดีที่ไม่ได้ใส่ชีสนมหรือมันสัตว์ลงไป ไม่เช่นนั้นชาคำนี้ของจูหมิงหลีคงถูกพ่นออกมาแล้ว ดูเหมือนว่าวัฒนธรรมชาของยุคนี้ยังไม่พัฒนาเต็มที่

หากอาศัย “การต้มชาชิมรส” มาหาเงินจากตระกูลใหญ่พวกนั้น จะพอทำได้หรือไม่? ความคิดของจูหมิงหลีล่องลอยไปไกล พอเห็นว่านางไม่ชอบ เจียวเหวยก็รีบเข้ามายกชาออกไปทันที

ลวี่ฉี่เห็นดังนั้น ก็รีบสั่งสาวใช้ที่คอยอยู่ด้านนอกด้วยเสียงเบาอย่างฉับไว ไม่นาน ก็มีการยกกาชาใหม่เข้ามา เพียงแต่ครั้งนี้ด้านในเป็นเพียงน้ำเปล่าธรรมดา เพราะยังไม่แน่ใจว่าจูหมิงหลีชอบสิ่งใด ผลิตภัณฑ์จากนมอย่างโยเกิร์ตหรือชีสนมจึงไม่ได้ถูกยกมาเช่นกัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาดอีก

เจียวเหวยเห็นดังนั้น ก็คิดว่าไม่อาจ “ปล่อยให้” จูหมิงหลีลำบากได้ จึงให้ลวี่ฉี่คอยรับใช้อย่างระมัดระวัง ส่วนตนหันกายออกจากเรือนไป เตรียมไปดูที่ห้องน้ำชา

ทันทีที่ออกมา นางก็รู้สึกได้ว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง สภาพแวดล้อมที่สาวใช้ทั้งหลายเติบโตมานั้นไม่เป็นมิตร สิ่งที่พวกนางเชี่ยวชาญที่สุดก็คือการสังเกตบรรยากาศและชั่งน้ำหนักสถานการณ์ โดยเฉพาะคนที่ค่อย ๆ ดิ้นรนจากเบื้องล่างขึ้นมาจนเป็นสาวใช้ใกล้ชิด

เมื่อคืนหลางจวินออกจากเมืองหลวงกลางดึก แม้แต่ห้องหอก็ยังไม่ได้เข้าด้วยกัน เช้าวันนี้นางจึงสัมผัสได้ถึงความดูแคลนจาก “คนดั้งเดิม” ของจวนเสิ่น แต่ตอนนี้กลับไม่เหมือนเดิมแล้ว

ทุกคนดูเหมือนเริ่มมีความกังวล แม้แต่อากาศยังแฝงความหยั่งเชิงและชั่งใจไว้ พอมาถึงห้องน้ำชา คนพวกนี้ก็ยิ่งสุภาพอย่างมาก

ทั้งหมดเป็นเพราะตลอดทั้งปีพวกเขาแทบไม่ได้พบเจ้านายเลย วันนี้ผู้ดูแลกลับไปคารวะนายหญิงคนใหม่อย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หากจูหมิงหลีมองใครนานขึ้นอีกเพียงชั่วลมหายใจ พวกเขาก็จะคิดว่า นางกำลังคิดใช้บ่าวเล็ก ๆ อย่างตนเป็นตัวอย่างเพื่อสร้างอำนาจ ฆ่าไก่ให้ลิงดูหรือไม่

หลังจากพูดจาหยั่งเชิงกันไม่กี่คำ แลกเปลี่ยนสายตากันไม่กี่ครั้ง เจียวเหวยก็เดินออกจากห้องน้ำชาด้วยฝีเท้าที่เบาขึ้นหลายส่วน เมื่อเป็นสาวใช้ก็ไม่ต่างจากการออกเรือน หากติดตามคนผิด ชีวิตทั้งชีวิตก็พังพินาศ ตอนนี้ดูเหมือนเริ่มมีความหวังอยู่บ้าง ข้อมูลที่สาวใช้ใหญ่เจียวเหวยอ่านได้จากบรรยากาศ จูหมิงหลีก็รับรู้เช่นกัน เพียงแต่รับรู้ผ่านระบบ

ขอแสดงความยินดีกับผู้เล่น ปลดล็อกค่าชื่อเสียง และเปิดความสำเร็จ “ชื่อเสียงระดับต้น” ได้รับรางวัลมือใหม่หนึ่งชิ้น

จูหมิงหลีเหลือบมองลวี่ฉี่ที่กำลังเหม่ออยู่ด้านข้าง แล้วรีบกดเปิดดูทันที

โปรดเลือกหนึ่งในสามรางวัลต่อไปนี้ 1 โอสถบำรุงโฉมระดับต่ำ 2 ไข่มุกเปล่งประกาย 3 เครื่องคิดเลขใช้งานวันละหนึ่งชั่วยาม

มองดูแล้ว ตัวเลือกที่สามคงเป็นสิ่งที่ “ระบบพิชิตใจ” นี้พยายามเปลี่ยนสายอย่างสุดกำลังแล้ว

ง่วงแล้วมีคนส่งหมอนมาให้ จูหมิงหลีเลือกข้อสามโดยไม่ลังเล

ดังนั้นข้างสายตาของนางจึงมีเงาเครื่องคิดเลขปรากฏขึ้น เพียงขยับความคิด ก็สามารถกดปุ่มได้

คราวนี้ดีเลย การตรวจบัญชีกลายเป็นเรื่องสะดวกมากขึ้น นางเตรียมจะเปลี่ยนรูปแบบบัญชีก่อน แล้วจัดตารางตามแนวคิดสมัยใหม่ ตารางสถิติที่คนยุคปัจจุบันคุ้นเคย หากอยู่ในยุคนี้ นับว่าเป็นสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจอย่างยิ่ง ยังไม่ต้องพูดถึงความรู้ด้านการเงินที่ต่อยอดพัฒนาขึ้นมาอีก

เพิ่งจัดทำต้นแบบตารางแรกเสร็จ เจียวเหวยก็กลับมาแล้ว

นางเดินเข้ามาอย่างเบามือ ถือถ้วยซุปอวิ๋นหมู่ที่ยังร้อนอยู่ วางลงข้างโต๊ะอย่างระมัดระวัง แล้วลังเลว่าควรถามจูหมิงหลีก่อน หรือรินชาให้นางเลยดี จูหมิงหลีไม่ได้จดจ่ออย่างที่นางคิด หางตาเห็นคนเดินมา ก็เงยหน้าขึ้นโดยสัญชาตญาณ

สายตาทั้งสี่ประสานกัน จูหมิงหลีกลับพบเรื่องน่าประหลาดอย่างหนึ่ง ค่าความภักดีของเจียวเหวยเพิ่มขึ้นอีกสองแต้ม กลายเป็นแปดสิบสี่! นางทำอะไรลงไป เหตุใดจึงเพิ่มขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย? เจียวเหวยเห็นนางจ้องตน มือก็เริ่มสั่นเล็กน้อย พลางถามอย่างกระวนกระวายว่า “ฮูหยิน?”  การแต่งเข้าตระกูลผู้อื่น สำหรับเจ้าสาวใหม่แล้วคือการเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เต็มไปด้วยความหวั่นใจ ส่วนสำหรับสาวใช้ที่ติดตามนายหญิงมา ยิ่งเป็นการเริ่มต้นพเนจรที่เต็มไปด้วยความกังวล การเพิ่มขึ้นของค่าความภักดี เป็นสัญลักษณ์ว่านางสูดลมหายใจเฮือกนี้ขึ้นมา และตัดสินใจจะหยั่งรากปักหลักแล้ว

“ไม่มีอะไร” จูหมิงหลีกล่าว “ไปนำรายการสินเดิมของข้ามา”

เจียวเหวยรีบทำตาม ไม่นานก็กลับมา จูหมิงหลียังไม่เข้าใจสถานะของตัวละครนี้ในบ้านเดิมนัก แต่สามารถคาดเดาได้บางส่วนจากรายการสินเดิม เครื่องประดับทองเงิน ผ้าเนื้อดี และของตกแต่งฐานะมีอยู่ไม่น้อย หนังสือกับเครื่องเขียนก็มีมาก แต่ทองแท่งเงินแท่งซึ่งเป็นทรัพย์สินหมุนเวียนกลับมีไม่มาก

ส่วนที่นาและร้านค้าก็น้อยไปหน่อย บางทีคนวงวรรณศิลป์อาจไม่เหมาะข้องเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ ร้านค้าที่มีอยู่ก็มีเพียงร้านหนังสือ ร้านยา และร้านผ้า เพียงดูก็รู้ว่ารายได้คงไม่ดีนัก

จูหมิงหลีแสร้งถามอย่างไม่ใส่ใจว่า “เงินส่วนตัวของข้าเล่า?”

เจียวเหวยรีบตอบทันทีว่า “เก็บไว้อยู่เจ้าค่ะ อยู่ในหีบ พวกบ่าวไม่กล้าแตะต้องมั่วซั่ว”

จูหมิงหลีลุกขึ้น เดินตามสายตาของเจียวเหวยไป แล้วพบหีบเล็กใบหนึ่งใต้โต๊ะเครื่องแป้งในห้องด้านใน พลันรู้สึกผิดหวังขึ้นมา นางหยิบกุญแจออกมาเปิดหีบ เห็นด้านบนมีเศษเงินวางกระจัดกระจายอยู่ชั้นหนึ่ง กับทองแท่งอีกไม่กี่ก้อน ชั้นที่สองเป็นเครื่องประดับชิ้นเล็กกระจัดกระจาย ส่วนชั้นลึกสุดที่สามกลับเต็มไปด้วยจดหมาย นางรู้สึกไม่ดีขึ้นมาทันที สุ่มหยิบออกมาสองสามฉบับกวาดตามอง ล้วนเป็นจดหมายติดต่อกับญาติผู้พี่คนนั้น ทั้งสองมีใจให้กัน บทสนทนาก็เหมาะสมดี เพียงแต่เมื่ออ่านในฐานะคนนอก กลับรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ

นางหยิบออกมาอีกสองสามฉบับ ในที่สุดจูหมิงหลีก็รู้ว่าผิดปกติตรงใด

ญาติผู้พี่ผู้นี้พร่ำบอกความน่าสงสารของตนเองอยู่ตลอด ระบายความอัดอั้นว่าตนมีความสามารถมากมายแต่ไร้ที่ใช้ ในจดหมายยังมักแทรกประโยคอย่าง “หรือว่าญาติผู้น้องกำลังช่วยเหลือข้าอยู่?” “หากไม่ได้แรงช่วยจากญาติผู้น้อง รวมบทกวีของข้าคงไม่อาจส่งถึงมือท่านตู้ได้แน่” “ญาติผู้น้องช่วยเหลือข้าไว้มาก ข้าควรตอบแทนเจ้าเช่นไรดี...” เป็นครั้งคราว

มิน่าเล่าเงินจึงเหลือน้อย ที่แท้ล้วนเอาไปให้ผู้อื่นหมดแล้ว! เจียวเหวยได้ยินเสียงกระดาษเสียดสีกัน จึงแอบยื่นหน้าเข้ามาดู ก็เห็นเพียงแผ่นหลังของจูหมิงหลีที่กำลังอ่านจดหมายอย่างเศร้าสร้อย หัวใจจึงเย็นวาบไปครึ่งหนึ่ง จบกัน ฮูหยินยังคิดถึงคุณชายตระกูลฝ่ายมารดาอยู่

แต่พอนึกถึงว่าฮูหยินวันนี้เต็มไปด้วยพลัง ทั้งพบผู้ดูแล ทั้งตรวจบัญชี ดูเหมือนกำลังเตรียมจะเป็น “ฮูหยินสามแห่งตระกูลเสิ่น” อย่างจริงจัง ก็ไม่คล้ายคนที่คิดเดินซ้ำรอยเดิม  คิดไปคิดมา สุดท้ายก็ตัดสินใจปิดเรื่องนี้ไว้ไม่รายงาน

พอเห็นลวี่ฉี่เดินเข้ามาจากห้องด้านนอก นางก็รีบเดินเข้าไปเบี่ยงตัวอีกฝ่ายออก  จูหมิงหลีเก็บจดหมายเรียบร้อย แล้วสรุปสถานการณ์ของตนเองในตอนนี้ ภายนอกดูเหมือนไม่ขาดเงิน แต่ทรัพย์สินหมุนเวียนมีน้อย ทรัพย์สินของบ้านเดิมก็ธรรมดา อีกทั้งความสัมพันธ์กับบ้านเดิมก็ดูห่างเหินอยู่บ้าง ส่วนกิจการในจวนที่เพิ่งรับมานั้นยุ่งเหยิงไปหมด แต่โชคดีที่เหล่าฟูเหรินไม่ยุ่งเรื่องภายในจวน

นางไม่กลัวความลำบาก กลัวเพียงความลำบากที่ไม่ชัดเจน ด้วยความรู้สึกกังวลเล็กน้อย วันที่สองหลังแต่งงาน จูหมิงหลียังคงตรวจบัญชีและพูดคุยกับผู้ดูแลต่อไป ระหว่างงานยังหาเวลาว่าง ใช้เวลาตลอดช่วงบ่ายปรับรายการอาหารของครัวเล็กใหม่ จากนั้นในตอนเย็นระหว่างกินข้าว นางก็ได้พบอูชี ลูกน้องของเสิ่นจี้

จูหมิงหลีประหลาดใจมาก คาดไม่ถึงว่าลูกน้องของเสิ่นจี้จะมาหานาง อูชีก็ประหลาดใจเช่นกัน เขารู้สึกราวกับตนเดินมาผิดเรือน เมื่อก่อนตอนเสิ่นจี้อยู่ที่นี่ มีสาวใช้ไม่กี่คน เด็กรับใช้ชายยิ่งไม่มีงานให้ทำ เรือนเงียบเหงาเย็นชามาก ไม่เหมือนตอนนี้ที่บรรยากาศมีความคึกคักประหลาดสายหนึ่ง เรือนหลังคือสถานที่ทำงานขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง

คืนแรกที่จูหมิงหลีเข้ามา สาวใช้น้อยทั้งหลายก็เริ่มเฝ้าสังเกตแล้ว ทำงานไปพลาง สอบถามข่าวไปพลาง กลัวพลาดความเคลื่อนไหวของนายหญิงคนใหม่แม้แต่น้อย มาจากตระกูลขุนนางบุ๋น สมองต้องดีแน่ เพิ่งเข้ามาก็พบผู้ดูแลและตรวจบัญชี แสดงว่าความทะเยอทะยานต้องมากพอ

สาวใช้ใหญ่ข้างกายพูดจาอ่อนโยน อีกทั้งในเรือนก็ไม่ได้ตึงเครียดเพราะซานหลางออกจากเมืองหลวง แสดงว่าเจ้านายไม่ระบายอารมณ์ใส่บ่าว

ขณะที่คนส่วนใหญ่ยังไม่ทันตัดสินใจ สาวใช้น้อยที่ไม่พอใจสถานะของตนเองก็เริ่มใช้เงินเดือนเปิดทางสัมพันธ์แล้ว อย่างไรเสียอยู่ต่อไปก็ไร้ทางก้าวหน้า ไม่สู้เสี่ยงสักครั้ง ไปกวาดลานในเรือนนายหญิงยังดีกว่าตอนนี้! ดังนั้นอูชีจึงรู้สึกว่าบรรยากาศในเรือนเปลี่ยนไปมากก็ถือเป็นเรื่องปกติ

เขาเป็นบ่าวที่เกิดในจวน แต่ไม่ได้อยู่จวนเสิ่นนานนัก หน้าที่หลักคือองครักษ์ใกล้ชิด ยามปกติเวลาเจ้านายออกจากเมืองหลวงไปทำงาน เขาก็มีหน้าที่เฝ้าห้องหนังสือ ไม่ให้คนนอกเข้าออก

เวลานี้ในที่สุดจูหมิงหลีก็ได้กินอาหารร้อนที่ถูกปากมื้อแรก ในเมื่อมีเนื้อแกะ เช่นนั้นก็ทำหม้อซุปกระดูกแกะกินเสียเลย  แม้เครื่องปรุงจะน้อย แต่ข้อดีคือวัตถุดิบสดใหม่ตามธรรมชาติ

เมื่อตุ๋นใส น้ำซุปก็ใสกระจ่าง ทั้งเรือนอบอวลด้วยกลิ่นหอมนมจางๆ ฉีกแผ่นแป้งลงไป โรยต้นหอมสักหน่อย ทั้งดีต่อสุขภาพและกินอิ่ม ทางนี้กำลังกินหม้อซุปกระดูกแกะ ส่วนอีกทางซาลาเปาสำหรับเช้าวันรุ่งขึ้นก็เริ่มเตรียมแล้ว

เดิมทีครัวเล็กของเรือนสามไม่ได้เปิดใช้ ตอนนี้มีนายหญิงคนใหม่เข้ามา จึงทำได้เพียงแบ่งคนจากครัวใหญ่มาชั่วคราว คนที่ทำงานมานานแล้วต่างไม่อยากย้ายมา จึงได้เพียงเลือกแม่ครัวสาวอายุน้อยคนหนึ่งมา ทุกคนต่างกลัวว่าจูหมิงหลีจะไม่พอใจ แต่กลับกลายเป็นว่านางพอใจแม่ครัวผู้นี้มาก อายุน้อย ฝีมืออาจยังไม่ชำนาญนัก แต่หัวไว ไม่ดื้อรั้น และกล้ารับสิ่งใหม่ ชี้ตรงไหนก็ทำตรงนั้น

คนกลุ่มใหญ่ล้อมตามนางเข้าไปในครัวเล็ก เดิมทีคิดว่านางจะใช้โอกาสนี้ระบายความเรื่องมากใส่แม่ครัว ใครจะคิดว่าพอเข้าไปแล้ว นางกลับถามและจัดการทุกอย่างอย่างเป็นระบบ

ทั้งความสะอาด การเตรียมอาหาร การปรุงอาหาร และการเก็บของ ล้วนกำหนดคนรับผิดชอบไว้ชัดเจน จากนั้นยังจัดผังการเดินงาน ให้ทุกคนทำงานอยู่ในพื้นที่ของตนเอง ไม่ให้วุ่นวายปะปนกัน ทุกคนแม้จะรับคำอย่างเคารพ แต่ในใจกลับคิดว่า คุณหนูผู้สูงศักดิ์จะเข้าใจเรื่องพวกนี้ได้อย่างไร แต่พอลงมือจริง กลับพบว่าทุกอย่างลื่นไหลขึ้นมาก

ไม่ต้องเบียดเสียดกัน ไม่ต้องลนลาน ทั้งกระบวนการประสานงานราบรื่น ไม่มีผู้ใดเก็บความอัดอั้นไว้ในใจเลยสักคน ซึ่งในครัวที่เต็มไปด้วยอารมณ์ร้อนเช่นนี้ นับเป็นเรื่องหาได้ยากมาก

ช่วงบ่ายจูหมิงหลีนั่งชี้แนะวิธีทำซาลาเปาไส้หมูซอสให้แม่ครัวอย่างสบายอารมณ์ ไม่นานอีกฝ่ายก็เริ่มทำเป็นแล้ว  ตอนนี้น้ำแกงเส้นกินไปได้ครึ่งหนึ่ง ซาลาเปาทดลองนึ่งเข่งแรกก็ออกจากเตาแล้ว ทั้งเรือนอบอวลไปด้วยกลิ่นหอม จนแทบอยากมีจมูกเพิ่มอีกสักอัน

มีสาวใช้น้อยตะกละบางคนเดินวนอยู่หน้าประตูเรือน พอเห็นอูชียืนมองด้วยความสงสัย ก็คิดว่าเขาเองก็ตามกลิ่นหอมมาเช่นกัน อูชีถูกสายตาดูแคลนของพวกนางมองจนสีหน้าคล้ำลงเล็กน้อย

เขาเป็นบ่าวชาย จึงไม่สะดวกเข้าไปด้านในตรง ๆ ได้แต่ให้สาวใช้น้อยเข้าไปแจ้งข่าว

สาวใช้น้อยคนนั้นขยันไม่น้อย วิ่งหายวับไปทันที นางไปหาสาวใช้ที่คุ้นเคยเพื่อแจ้งข่าว คนหนึ่งส่งต่ออีกคนหนึ่ง ในที่สุดข่าวก็ถูกส่งมาถึงจูหมิงหลี

อูชีเดินเข้าลานเรือนโดยไม่เหลือบมองสิ่งใด ทำความเคารพอย่างเรียบร้อย แล้วส่งจดหมายให้

จูหมิงหลีแกะจดหมายออกด้วยความสงสัยเล็กน้อย จดหมายสั้นมาก

“งานยุ่งยาก ยากจะแบ่งตัวได้ เรื่องภายในบ้าน คงต้องรบกวนเจ้าช่วยดูแลมากหน่อย หากมีเรื่องต้องหารือ สามารถส่งจดหมายมาหาข้าได้” ประโยคสุดท้ายเห็นได้ชัดว่าเติมเข้าทีหลัง สีหมึกจึงไม่เหมือนกัน

จบบทที่ บทที่ 3 การดูแลจวนเริ่มจากเรื่องกิน

คัดลอกลิงก์แล้ว