บทที่ 29 - ก่อกวน
บทที่ 29 - ก่อกวน
บทที่ 29 - ก่อกวน
"ท้าประลองงั้นรึ?"
ฉินอี้เฉินชะงักไปเล็กน้อย เขารู้สึกไม่เข้าใจนัก ใครกันที่กล้ามาหาเรื่องตระกูลหลี่ถึงถิ่น?
หรือว่า...
เขานึกถึงเรื่องสูตรโอสถใหม่ขึ้นมาได้
คาดว่าบรรดาตระกูลอื่นๆ คงจะทนดูต่อไปไม่ไหวแล้วเป็นแน่
ผลกระทบต่อตลาดที่เกิดจากสูตรโอสถใหม่นั้นรุนแรงมากเกินไป นี่เป็นเพียงแค่สูตรน้ำยาฟื้นปราณเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หากตระกูลหลี่ปล่อยสูตรยาใหม่อีกสองชนิดออกมาเมื่อใด ก็จะสามารถผูกขาดตลาดโอสถของเมืองเซวียนอวิ๋นได้โดยสมบูรณ์
ทว่าเมื่อประเมินจากขุมกำลังโดยรวมของตระกูลหลี่ในปัจจุบันแล้ว พวกเขายังไม่มีคุณสมบัติมากพอที่จะครอบครองตลาดไว้แต่เพียงผู้เดียวได้
และคนที่มาหาเรื่องตระกูลหลี่ถึงที่ในเวลานี้ คาดว่าคงแค่อยากจะมาขอแบ่งปันผลประโยชน์ด้วยก็เท่านั้น
"เป็นเพราะร้านค้าของตระกูลหลี่เราวางจำหน่ายน้ำยาฟื้นปราณสูตรปรับปรุงใหม่ ทำให้หลายขุมกำลังในเมืองพากันอิจฉาตาร้อนขอรับ"
"ดังนั้นจึงมีนักปรุงโอสถรุ่นเยาว์ที่หลงตัวเองบางคนจงใจใช้ข้ออ้างเรื่องการประลองวิชา เข้ามาก่อกวนในร้านค้าตระกูลหลี่ของเรา"
เมื่อพูดถึงตรงนี้ ศิษย์ฝึกหัดหลอมโอสถผู้นั้นก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ
"หากพวกมันชนะ พวกมันก็จะใช้เรื่องนี้มาทำเป็นเรื่องใหญ่โต เพื่อทำลายชื่อเสียงของตระกูลหลี่เราขอรับ"
"อ้อ"
ฉินอี้เฉินไม่ได้รู้สึกแปลกใจแต่อย่างใด เขาเดินตรงไปยังชั้นวางสมุนไพรที่อยู่ไม่ไกลนัก
"ช่วงหลายวันที่ผ่านมามีการมาท้าประลองถึงห้าหกครั้งแล้ว แต่ก็ถูกพี่เซียวลี่เฉิงขัดขวางเอาไว้ได้ทั้งหมด ในบรรดาคนรุ่นเยาว์ของเมืองเซวียนอวิ๋น มีน้อยคนนักที่จะสามารถเทียบเคียงพี่เซียวได้ขอรับ"
ทว่าหลังจากศิษย์ผู้นี้เอ่ยถึงชื่อของเซียวลี่เฉิง เขาก็สังเกตเห็นว่าสีหน้าของฉินอี้เฉินเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาจึงรีบหุบปากลงอย่างรู้ตัว
ในมุมมองของพวกเขานั้น บางทีฉินอี้เฉินอาจจะกำลังแข่งขันกับเซียวลี่เฉิงเพื่อตามจีบคุณหนูใหญ่หลี่หลิงเยี่ยนอยู่ก็เป็นได้
หลังจากนั้นขณะที่ฉินอี้เฉินหยิบสมุนไพรมาจำนวนหนึ่งและกำลังเตรียมจะเริ่มสกัดน้ำยา คิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากันพลางมองไปยังทิศทางของบันได
เวลาผ่านไปไม่นาน เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบก็ดังขึ้น เพียงครู่เดียวคนผู้นั้นก็วิ่งขึ้นมาถึงชั้นสอง
ฉินอี้เฉินรู้สึกคุ้นหน้าคนผู้นี้นัก เมื่อหลายวันก่อนเขาเคยเจอคนผู้นี้ในหอหลอมโอสถแห่งนี้ ดูเหมือนว่าจะเป็นศิษย์ที่คอยเดินตามหลังเซียวลี่เฉิง ทว่าในเวลานี้สีหน้าของอีกฝ่ายกลับดูตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด
"หวังฉวิน เกิดอะไรขึ้น?"
เมื่อเห็นท่าทางลุกลี้ลุกลนของเขา บรรดาศิษย์ฝึกหัดหลอมโอสถหลายคนก็รีบเดินเข้าไปถามไถ่
"ท่านปรมาจารย์ ท่านอยู่ที่นี่จริงๆ ด้วย"
ศิษย์ที่ชื่อหวังฉวินยังไม่ทันได้ตอบคำถามของพวกเขา ทันทีที่เขาเห็นฉินอี้เฉิน แววตาของเขาก็ฉายแววปีติยินดีขึ้นมาทันที เห็นได้ชัดว่าเขารู้สึกโล่งอกอย่างมาก
"หืม?"
ฉินอี้เฉินเลิกคิ้วขึ้น
"ท่านปรมาจารย์คงทราบเรื่องที่มีคนไปก่อกวนที่ร้านค้าตระกูลหลี่ของเราแล้วใช่ไหมขอรับ?"
หวังฉวินหอบหายใจอย่างหนักอยู่หลายครั้งก่อนจะเอ่ยปากพูด
"ในบรรดาคนรุ่นเยาว์ของเมืองเซวียนอวิ๋น ไม่น่าจะมีใครเอาชนะเซียวลี่เฉิงได้นี่นา?"
ฉินอี้เฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย จากความทรงจำของเขา ในบรรดาคนรุ่นเยาว์ของเมืองเซวียนอวิ๋นนอกเหนือจากหลิวฉยงเอ๋อร์และอัจฉริยะระดับแนวหน้าอีกเพียงไม่กี่คนแล้ว ก็ไม่น่าจะมีใครเทียบเคียงกับเซียวลี่เฉิงได้อีก
แม้ว่าเซียวลี่เฉิงผู้นี้จะเป็นพวกเนรคุณที่เลี้ยงไม่เชื่อง ทว่าฝีมือของเขากลับเป็นของจริงอย่างไม่ต้องสงสัย มิเช่นนั้นเขาคงไม่มีทางปีนป่ายไปเกาะกิ่งไม้ที่สูงกว่าได้อย่างแน่นอน
"ท่านปรมาจารย์ ท่านยังไม่ทราบ ตระกูลหลินได้เชิญนักปรุงโอสถรุ่นเยาว์ที่ชื่อม่ออวิ๋นมาท้าประลองกับพวกเรา และบังเอิญว่าวันนี้พี่เซียวลี่เฉิงมีธุระออกไปข้างนอกพอดี เขาจึงไม่ได้อยู่ที่ร้านค้าขอรับ"
หวังฉวินกล่าวด้วยน้ำเสียงจนปัญญา ในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ เซียวลี่เฉิงกลับมีธุระกะทันหันจนต้องออกไปข้างนอก ทำให้พวกเขารู้สึกไม่เข้าใจยิ่งนัก
"คนของตระกูลเยี่ยเองก็ฉวยโอกาสนี้เข้ามาด้วย พวกมันเอาชนะนักปรุงโอสถของตระกูลหลี่เราไปได้หลายคนแล้ว ตอนนี้คนจากหลายขุมกำลังกำลังมุงดูเรื่องสนุกของเราอยู่ขอรับ..."
เมื่อพูดถึงตรงนี้ สีหน้าของเขาก็ดูย่ำแย่ลงมาก แม้พวกพ้องจะเต็มไปด้วยความโกรธแค้นสุมอก ทว่าก็ไม่อาจระบายออกมาได้
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ แววตาของฉินอี้เฉินก็หดแคบลงเล็กน้อย
เรื่องนี้มันจะประจวบเหมาะเกินไปหน่อยแล้วกระมัง พอเซียวลี่เฉิงไม่อยู่ อีกฝ่ายก็บุกมาก่อกวนทันที หากบอกว่าเรื่องนี้ไม่มีเบื้องลึกเบื้องหลังซ่อนอยู่ ต่อให้ตีให้ตายเขาก็ไม่มีวันเชื่อ
คาดว่าเซียวลี่เฉิงผู้นี้คงไม่เพียงแค่รับผลประโยชน์จากตระกูลหลินไปแล้วเท่านั้น แต่เขายังต้องการจะส่งสัญญาณบอกตระกูลหลี่ว่า หากไม่มีเซียวลี่เฉิงผู้นี้ ตระกูลหลี่ก็ไม่มีใครที่สามารถพึ่งพาได้เลย เพื่อเป็นการยกระดับสถานะของตนเองให้สูงขึ้น!
"เนื่องจากคนที่มาท้าประลองเป็นคนรุ่นเยาว์ ท่านปรมาจารย์หรั่นรุ่ยจึงไม่สะดวกที่จะออกหน้า คุณหนูใหญ่เลยให้ข้ามาตามท่าน อยากให้ท่านไปช่วยควบคุมสถานการณ์ที่นั่นหน่อย หากยังไม่มีใครหยุดยั้งม่ออวิ๋นได้ล่ะก็ มันจะต้องเป็นความเสียหายครั้งใหญ่ต่อชื่อเสียงของตระกูลหลี่เราอย่างแน่นอนขอรับ"
หวังฉวินมองฉินอี้เฉินด้วยสายตาคาดหวังอย่างเปี่ยมล้น
เขาได้ยินมาแล้วว่าฉินอี้เฉินสอบผ่านการเป็นนักปรุงโอสถเรียบร้อยแล้ว
แม้จะมีข่าวลือออกมาหลายรูปแบบ ทว่าเขากลับเชื่อมั่นว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าที่สามารถสกัดน้ำยาความบริสุทธิ์ระดับหกได้ผู้นี้ ย่อมไม่มีทางใช้วิธีทุจริตอย่างแน่นอน
"ดูเหมือนว่าข้าคงต้องไปดูสักหน่อยแล้วล่ะ"
ฉินอี้เฉินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถอนใจออกมาเบาๆ อย่างจนใจ
หากตระกูลหลี่ต้องเผชิญกับการรุมกินโต๊ะจากขุมกำลังต่างๆ ในเมือง ซ้ำยังถูกตระกูลหลินกดดันซ้ำเติมอีก มันก็ไม่ใช่เรื่องดีทั้งต่อตัวเขาและต่อตระกูลหลี่เลย
ยิ่งไปกว่านั้น เกรงว่าตระกูลหลินคงจะรู้ตัวแล้วว่าหลินเอ้าเทียนหลบซ่อนตัวอยู่ในตระกูลหลี่!
"ท่านปรมาจารย์จะยอมออกโรงแล้วใช่ไหมขอรับ?"
เมื่อเห็นเขาลุกขึ้น บรรดาศิษย์ฝึกหัดหลอมโอสถเหล่านี้ต่างก็เผยสีหน้าตื่นเต้นดีใจออกมา
ทุกคนภายนอกต่างก็รู้เพียงแค่ว่าตระกูลหลี่มีเซียวลี่เฉิง ทว่าหารู้ไม่ว่าเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้านี้ต่างหากคือยอดอัจฉริยะตัวจริง!
ฉินอี้เฉินไม่รอช้า เขาเดินตรงไปยังประตูใหญ่ของตระกูลหลี่ทันที ที่นั่นมีรถม้าจอดรอเตรียมพร้อมไว้อยู่แล้ว
ณ ย่านการค้าเมืองเซวียนอวิ๋น
ร้านค้าของตระกูลหลี่ตั้งอยู่ในทำเลทองที่ยอดเยี่ยมที่สุด ประกอบกับน้ำยาฟื้นปราณสูตรปรับปรุงใหม่ที่เพิ่งวางจำหน่าย ทำให้ร้านของตระกูลหลี่กลายเป็นจุดสนใจของเมืองเซวียนอวิ๋น สินค้าอยู่ในภาวะขาดแคลนและไม่เพียงพอต่อความต้องการมาโดยตลอด
และการท้าประลองที่เกิดขึ้นในช่วงหลายวันที่ผ่านมานี้ ก็ดึงดูดผู้คนที่สอดรู้สอดเห็นให้แห่กันมาดูเรื่องสนุกมากมาย
ในเวลานี้ ภายในร้านค้าตระกูลหลี่ พื้นที่บริเวณชั้นหนึ่งเนืองแน่นไปด้วยผู้คนจนแทบไม่มีทางเดิน เหลือเพียงพื้นที่ว่างตรงกลางเท่านั้น
ณ ลานกว้างตรงนั้น สามารถแบ่งออกได้เป็นสามฝักสามฝ่ายอย่างชัดเจน
ฝั่งหนึ่งคือเยี่ยเหลียงเฉิน เจ้าอ้วนตระกูลเยี่ยที่กำลังนั่งไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์อยู่บนเก้าอี้ตัวใหญ่ หรี่ตาเล็กลงพลางสอดส่ายสายตามองหาสาวงามรอบๆ กิริยาท่าทางเช่นนี้บ่งบอกชัดเจนว่าเขามาเพื่อดูเรื่องสนุกโดยเฉพาะ
ส่วนอีกฝั่งหนึ่งคือกลุ่มคนของตระกูลหลินซึ่งมีหลินสืออวิ่นเป็นผู้นำ ในเวลานี้เขากำลังแสดงท่าทางหยิ่งยโสโอหัง กำลังส่งเสียงเยาะเย้ยถากถางอะไรบางอย่างเสียงดังลั่น
ข้างกายของเขามีร่างสูงโปร่งของผู้หนึ่งยืนอยู่ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งจองหอง เบื้องหน้าของเขามีเตาหลอมโอสถตั้งอยู่หนึ่งใบ และบนโต๊ะข้างเตาหลอมก็มีขวดน้ำยาที่ค่อนข้างใสสะอาดวางอยู่หนึ่งขวด นี่คือผลงานที่เขาเพิ่งจะใช้เอาชนะนักปรุงโอสถและศิษย์ฝึกหัดของตระกูลหลี่มาได้อย่างง่ายดายเมื่อครู่นี้... น้ำยาความบริสุทธิ์ระดับสี่!
เรียกได้ว่านี่คือขีดจำกัดสูงสุดของนักปรุงโอสถทั่วไปแล้ว หากต้องการจะก้าวไปให้ไกลกว่านี้ จำเป็นต้องมีความเข้าใจในการควบคุมพลังจิตวิญญาณให้ถึงระดับแรกเริ่มเสียก่อน
ต่อให้เซียวลี่เฉิงอยู่ที่นี่ อัตราความสำเร็จในการสกัดน้ำยาระดับสี่ของเขาก็ยังถือว่าต่ำมาก การที่คนผู้นี้สามารถสกัดน้ำยาระดับสี่ออกมาได้ ย่อมแสดงให้เห็นว่าเขามีความมั่นใจเต็มเปี่ยม จึงไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดเขาจึงกล้าทำตัวกำเริบเสิบสานถึงเพียงนี้
"หึหึ หลี่หลิงเยี่ยน ตระกูลหลี่ของพวกเจ้านี่ไม่มีนักปรุงโอสถที่พอจะเอาหน้าไปโชว์ใครได้แล้วหรือไง?"
หลินสืออวิ่นทำหน้าตายียวนพลางเอ่ยจาหยอกล้อหลี่หลิงเยี่ยนที่มีสีหน้าย่ำแย่
"เอาอย่างนี้ไหม เจ้ามาแต่งเป็นอนุภรรยาให้ข้าสิ บางทีข้าอาจจะใจดีปล่อยตระกูลหลี่ของเจ้าไปสักครั้งก็ได้นะ"
"ฝันไปเถอะ!"
หลี่หลิงเยี่ยนโกรธจัดจนร่างบางสั่นเทา ทว่าสายตาของนางกลับจ้องมองไปยังประตูอยู่บ่อยครั้ง ราวกับกำลังรอคอยอะไรบางอย่าง
[จบแล้ว]