บทที่ 23 - การทดสอบ
บทที่ 23 - การทดสอบ
บทที่ 23 - การทดสอบ
"ท่านปู่"
หลิวฉยงเอ๋อร์เดินเข้าไปกอดแขนข้างหนึ่งของหลิวเหวินเอาไว้ นางยืนอยู่เคียงข้างเขาอย่างว่าง่าย
"หึ!"
หลังจากส่งเสียงฮึดฮัดใส่หลี่หยวนป้าที่กำลังยืนยิ้มซื่อบื้อ หลิวเหวินก็หันไปถามหลานสาว
"เกิดเรื่องอะไรขึ้น?"
"เขาผู้นี้ต้องการเข้ารับการทดสอบเป็นนักปรุงโอสถเจ้าค่ะ"
หลิวฉยงเอ๋อร์แลบลิ้นเล็กน้อย ท่าทางที่แสนจะน่ารักน่าชังของนางทำเอาบุรุษหลายคนในที่นั้นถึงกับใจเต้นรัว
"ทดสอบเป็นนักปรุงโอสถงั้นรึ?"
หลิวเหวินเพียงแค่ปรายตามองฉินอี้เฉินแวบหนึ่ง คิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว ทว่าเมื่อเขาสังเกตเห็นตำแหน่งการยืนของหลี่หยวนป้ากับฉินอี้เฉิน ประกายแสงบางอย่างก็วาบผ่านก้นบึ้งดวงตาของเขา
"เขาอยากทดสอบก็ปล่อยเขาไปเถอะ"
"สมาคมนักปรุงโอสถของข้าไม่ได้กีดกันผู้ใดในการเข้าร่วมทดสอบอยู่แล้ว"
"ทว่าต้องจ่ายค่าวัตถุดิบที่ใช้ในการทดสอบล่วงหน้าเสียก่อน!"
เหตุการณ์นี้แทบจะผิดไปจากความคาดหมายของทุกคน หลิวเหวินไม่ได้ขับไล่ฉินอี้เฉินออกไป แต่กลับกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"คนหนุ่มสาวไม่เคยพบเจอความพ่ายแพ้ ให้เขาลองดูจนกว่าจะตัดใจไปเองก็แล้วกัน"
จนกระทั่งจบประโยคสุดท้ายนี้เอง ผู้คนหลายคนถึงค่อยรู้สึกเบาใจลงมาบ้าง
หากใครนึกอยากจะมาทดสอบก็มาได้ตามอำเภอใจ แล้วสมาคมนักปรุงโอสถจะกลายเป็นสถานที่แบบไหนกันไปเล่า?
แม้จะบอกว่าไม่มีข้อจำกัด แต่ทุกคนก็ยึดถือมาตรฐานขั้นต่ำประการหนึ่งไว้ในใจ นั่นก็คืออย่างน้อยที่สุดต้องควบแน่นไข่มุกวิญญาณให้ได้เสียก่อน!
ทว่าเด็กหนุ่มผู้นี้เดินทางมาพร้อมกับหลี่หยวนป้า ในมุมมองของพวกเขา ท่านประธานหลิวเหวินคงจะยอมตกลงเพราะเห็นแก่หน้าของหลี่หยวนป้าเป็นแน่
"ขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสข้า"
ฉินอี้เฉินชะงักไปเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นสายตาที่มีความหมายแอบแฝงของอีกฝ่าย เขาก็พอจะเข้าใจเรื่องราวขึ้นมาบ้างแล้ว
ความสัมพันธ์ระหว่างหลิวเหวินกับหรั่นรุ่ยนั้นถือว่าค่อนข้างดีทีเดียว บางทีอาจจะเป็นเพราะหรั่นรุ่ยเคยพูดถึงตัวเขาให้หลิวเหวินฟังมาก่อนกระมัง
"ท่านปู่?"
เมื่อได้ยินหลิวเหวินตอบตกลงอย่างง่ายดาย หลิวฉยงเอ๋อร์ก็ปรับตัวไม่ทันไปชั่วขณะ
หลิวเหวินนั้นขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวดเป็นอย่างมาก ต่อให้เป็นศิษย์ฝึกหัดที่สามารถควบแน่นไข่มุกวิญญาณได้สำเร็จ หากสอบตกเพียงครั้งเดียวก็ต้องกลับไปฝึกฝนอย่างหนักอีกเป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม จึงจะสามารถกลับมาเข้ารับการทดสอบครั้งต่อไปได้
ทว่าตอนนี้เขากลับอนุญาตให้เด็กหนุ่มที่ยังไม่ทันได้ควบแน่นไข่มุกวิญญาณเข้ารับการทดสอบ ความแตกต่างนี้มันไม่มากเกินไปหน่อยหรือ
"ไหนๆ ก็ว่างอยู่แล้วนี่นา"
หลิวเหวินหัวเราะหึๆ พลางส่งยิ้มให้นาง ก่อนจะพาฉินอี้เฉินเดินเข้าไปยังด้านในของสมาคมนักปรุงโอสถ
เมื่อหลิวฉยงเอ๋อร์เดินตามเข้าไป ผู้คนมากมายในห้องโถงก็เริ่มขยับตัวตาม
ด้านหลังห้องโถงใหญ่ของสมาคมนักปรุงโอสถมีโถงสำหรับทดสอบตั้งอยู่ การทดสอบทั้งสามด่านของนักปรุงโอสถจะจัดขึ้นภายในห้องสามห้องของโถงแห่งนี้ ทุกขั้นตอนเป็นไปอย่างโปร่งใสและเปิดเผย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตหรือเล่นพรรคเล่นพวกใดๆ ทั้งสิ้น
"ชื่อ อายุ"
ที่หน้าประตูของด่านทดสอบแรก มีชายชราผู้หนึ่งสวมชุดของนักปรุงโอสถนั่งประจำการอยู่ บนเสื้อคลุมบริเวณหน้าอกของเขามีสัญลักษณ์รูปเตาหลอมโอสถที่สลักลวดลายสีเงินอันโดดเด่นสะดุดตาเอาไว้หนึ่งเส้น
เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้เป็นเพียงผู้ควบคุมการทดสอบเท่านั้น แต่ยังเป็นถึงนักปรุงโอสถระดับหนึ่งอีกด้วย!
"ฉินอี้เฉิน สิบหก!"
ฉินอี้เฉินตอบไปตามความจริง
เมื่ออายุของเขาถูกประกาศออกมา สายตาแปลกๆ หลายคู่ก็พุ่งเป้ามาที่เขาอีกครั้ง
อายุสิบหกปี แถมยังเป็นคนที่ยังไม่ได้ควบแน่นไข่มุกวิญญาณ แต่กลับริอ่านอยากจะควบแน่นโอสถ ในสายตาของพวกเขา เรื่องนี้มันช่างเป็นเรื่องตลกขบขันที่ใหญ่โตเสียเหลือเกิน
"คอยดูเขาทำเรื่องขายหน้าเถอะ"
กลุ่มคนที่เดินตามเข้ามา รวมถึงหลินสืออวิ่น ล้วนแต่มีความคิดเช่นนี้อยู่ในหัว
หลังจากลงทะเบียนเสร็จสิ้น ฉินอี้เฉินก็เดินเข้าไปในห้องแรก
ภายในห้องมีคนรออยู่ก่อนแล้ว
สำหรับรายละเอียดในการทดสอบด่านแรกนั้น ฉินอี้เฉินรู้ดีอยู่แก่ใจ
ทางสมาคมจะนำสมุนไพรสิบชนิดที่แตกต่างกันมาผสมปนเปกันไว้ ผู้เข้ารับการทดสอบจะต้องแยกแยะสมุนไพรเหล่านี้ออกมาให้ได้ ทั้งยังต้องบอกชื่อและสรรพคุณของพวกมันให้ถูกต้อง ขอเพียงสามารถแยกแยะได้ถูกต้องหกชนิดก็ถือว่าผ่านการทดสอบด่านแรกแล้ว
สมุนไพรทั้งสิบชนิดนี้จะสับเปลี่ยนหมุนเวียนไปทุกครั้ง ดังนั้นการคิดจะทุจริตจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยโดยสิ้นเชิง
ทว่าเรื่องแค่นี้สำหรับฉินอี้เฉินแล้ว มันไม่มีความยากเลยแม้แต่นิดเดียว
ในขณะที่ผู้คนภายนอกกำลังรอคอยที่จะเห็นเขาทำเรื่องขายหน้า ผู้คุมสอบในด่านแรกกลับเบิกตาตากว้างด้วยความตกตะลึงไปแล้ว
ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที ฉินอี้เฉินก็สามารถจัดการกับกองสมุนไพรที่ยุ่งเหยิงพันกันเป็นก้อนที่เขาหยิบออกมาให้ แยกแยะส่วนราก เส้นใย และใบไม้ออกมาทีละชิ้น ทีละก้าน ทีละใบ จัดวางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ยิ่งไปกว่านั้นเขายังเขียนชื่อ สรรพคุณ และประโยชน์ของสมุนไพรแต่ละชนิดออกมาได้อย่างละเอียดถี่ถ้วนโดยไม่มีผิดเพี้ยนเลยแม้แต่น้อย
"หรือว่าข้าทำผิดตรงไหนหรือเปล่า?"
เมื่อเห็นผู้คุมสอบนิ่งเงียบไปนาน ฉินอี้เฉินก็กระแอมไอเบาๆ สองครั้งเพื่อเป็นการเตือนสติ
"หืม?"
ผู้คุมสอบสะดุ้งสุดตัว ก่อนจะรีบดึงสติกลับมาและตอบกลับอย่างลนลาน
"ไม่ผิดๆ ไม่มีอะไรผิดเลย"
"เพียงแต่เจ้าแยกแยะได้ละเอียดเกินไปหน่อย..."
เขารู้สึกทึ่งเป็นอย่างมาก เพราะฉินอี้เฉินถึงกับสามารถแยกแยะแม้กระทั่งรากฝอยเล็กๆ ออกมาได้อย่างเป็นระเบียบ จากจุดนี้ทำให้เขามองออกแทบจะในทันทีว่า เด็กหนุ่มที่ดูอายุน้อยผู้นี้เกรงว่าคงจะบรรลุถึงขั้นดมกลิ่นเพื่อแยกแยะสมุนไพรได้แล้วเป็นแน่
นั่นเป็นระดับที่แม้นักปรุงโอสถระดับสองหลายคนก็ยังไม่อาจทำได้เลยเชียวนะ
"นี่คือใบประเมินการทดสอบของเจ้า เจ้าไปรับการทดสอบในด่านที่สองต่อได้เลย"
ผู้คุมสอบแทบจะไม่มีความลังเลใดๆ เขาให้คะแนนเต็มไปในทันทีแล้วยื่นมันให้กับฉินอี้เฉิน
การทดสอบในด่านแรกใช้เวลาไปไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำ ฉินอี้เฉินก็เดินก้าวออกมาจากห้อง
ผู้คนที่รออยู่ด้านนอกชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่แต่ละคนจะเผยสีหน้าเยาะเย้ยถากถางราวกับกำลังรอสมน้ำหน้า
ในมุมมองของพวกเขา ฉินอี้เฉินต้องสอบตกและถูกคัดออกอย่างแน่นอน มิเช่นนั้นเมื่อต้องเผชิญกับกองสมุนไพรที่พันกันยุ่งเหยิงขนาดนั้น เขาจะสามารถแยกแยะพวกมันออกมาในเวลาอันสั้นเพียงเท่านี้ได้อย่างไร?
นี่มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อย่างเด็ดขาด
ทว่าในขณะที่พวกเขากำลังจะอ้าปากเอ่ยคำเยาะเย้ยอยู่นั้น พวกเขากลับพบว่าหลังจากที่ฉินอี้เฉินเดินออกมา เขาไม่ได้เดินตรงมาทางนี้ แต่กลับถือใบประเมินการทดสอบแล้วเดินมุ่งหน้าไปยังห้องทดสอบด่านที่สองแทน
"เอ๊ะ เขาสอบผ่านด่านแรกแล้วงั้นรึ?"
"ดะ... ดูเหมือนว่าจะเป็นอย่างนั้นนะ..."
"พระเจ้าช่วย! เจ้าหมอนี่โชคดีขนาดนี้เลยรึ หรือว่าเขาบังเอิญเจอแต่สมุนไพรที่เห็นได้ทั่วไปในชีวิตประจำวันพอดี?"
"จิ๊ๆ ช่างโชคดีราวกับเหยียบขี้หมาจริงๆ"
"แต่ว่าด่านแรกมันก็ไม่ได้วัดฝีมืออะไรมากมายหรอกนะ ขอแค่อาศัยความจำแบบนกแก้วนกขุนทอง บวกกับโชคช่วยอีกนิดหน่อยก็ผ่านได้สบายๆ"
"ทว่าในการทดสอบด่านต่อไป เขาคงไม่มีโชคช่วยมากขนาดนั้นอีกแล้วล่ะ ถ้าอยากจะผ่านด่านที่สองก็ต้องสกัดน้ำยาให้ได้ความบริสุทธิ์ตั้งแต่ระดับสามขึ้นไป งานนี้จะมาพึ่งพาแค่โชคอย่างเดียวไม่ได้หรอกนะ!"
เมื่อฉินอี้เฉินเดินเข้าไปในห้องที่สอง เสียงซุบซิบนินทาก็ดังขึ้นเบาๆ อีกครั้ง
แต่หลิวฉยงเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ข้างกายหลิวเหวินกลับไม่ได้คิดเช่นนั้น
ต่อให้เป็นการทดสอบด่านแรก การจะพึ่งพาแค่โชคเพียงอย่างเดียวนั้นเป็นไปไม่ได้อย่างเด็ดขาด ยิ่งไปกว่านั้นฉินอี้เฉินเพิ่งจะเข้าไปได้เพียงไม่กี่นาที หากอาศัยแค่โชค เขาจะสามารถแยกแยะสมุนไพรที่แตกต่างกันถึงหกชนิดออกมาได้อย่างไร?
นางปรายตามองท่านปู่ที่ยืนอยู่ข้างๆ ซึ่งกำลังมีรอยยิ้มบางๆ ประดับอยู่บนใบหน้า แววตาของนางก็ฉายแววครุ่นคิดบางอย่าง
เกรงว่าเด็กหนุ่มผู้นี้จะมีฝีมือที่แท้จริงซ่อนอยู่!
"แอ๊ด..."
ทว่าในขณะที่เสียงแห่งความคลางแคลงใจของฝูงชนยังไม่ทันจางหาย ประตูห้องทดสอบด่านที่สองก็ถูกเปิดออก ฉินอี้เฉินก้าวเดินออกมาจากในนั้นด้วยท่วงท่าที่ไม่ช้าไม่เร็วจนเกินไป
"ฮ่าๆ เห็นไหมล่ะ ข้าบอกแล้วว่าไอ้เด็กนี่มันแค่ดวงดีถึงได้ผ่านด่านแรกมาได้ พวกเจ้าก็ไม่ยอมเชื่อ!"
"ไอ้เด็กเมื่อวานซืนที่ยังไม่ได้แม้แต่จะควบแน่นไข่มุกวิญญาณด้วยซ้ำ กลับกล้ามาเข้ารับการทดสอบเป็นนักปรุงโอสถ ช่างเรียกร้องความสนใจเสียจริง!"
เมื่อเห็นเขาเข้าไปยังไม่ถึงสามนาทีก็เดินกลับออกมา หลายคนก็หลุดเสียงหัวเราะเยาะออกมาอย่างเปิดเผย
ในสายตาของพวกเขา ฉินอี้เฉินจะต้องล้มเหลวตั้งแต่เริ่มสกัดน้ำยา และถูกผู้คุมสอบไล่ตะเพิดออกมาอย่างแน่นอน
[จบแล้ว]