- หน้าแรก
- ชีวิตเกิดใหม่ของมหาปราชญ์โอสถหมื่นปี ขอใช้สกิลปรุงยาสุดโกงตบเกรียนคนทั้งใต้หล้า
- บทที่ 3 - น้ำยาราคาสูงลิ่ว
บทที่ 3 - น้ำยาราคาสูงลิ่ว
บทที่ 3 - น้ำยาราคาสูงลิ่ว
บทที่ 3 - น้ำยาราคาสูงลิ่ว
"นี่หลินเมี่ยวหาน มิสู้เจ้ากลับไปตระกูลจวงกับข้า ไปเป็นอนุภรรยาคนที่สี่ของข้าดีหรือไม่ ถึงเวลานั้นคุณชายอย่างข้าจะปล่อยให้คนงามอย่างเจ้าต้องลำบากได้อย่างไร"
สายตาของจวงมู่อวิ๋นกวาดมองไปตามเรือนร่างอันโค้งเว้าได้สัดส่วนของหลินเมี่ยวหานพลางหัวเราะในลำคออย่างชั่วร้าย
คำพูดของเขาทำให้ใบหน้าของหลินเมี่ยวหานแดงก่ำด้วยความโกรธ นางจ้องมองใบหน้าอันไร้ยางอายของเขาอย่างดุเดือด
"ก็แค่สุนัขบ้าตัวหนึ่งเท่านั้น พี่หญิงเมี่ยวหานอย่าไปสนใจเขาเลย พวกเราไปกันเถอะ"
สำหรับตัวตลกพรรค์นี้ ฉินอี้เฉินคร้านจะใส่ใจนัก สำหรับเขาในยามนี้ การจะบดขยี้ตระกูลจวงให้จมดินนั้นง่ายดายยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือเสียอีก
ทว่าตอนนี้เขายังไม่อยากทำตัวโดดเด่นจนเกินไปนัก ในเมื่อเขายังไม่เติบโตแข็งแกร่งพอ หากถูกผู้ไม่ประสงค์ดีเพ่งเล็งเข้าก็อาจจะนำความวุ่นวายที่ไม่จำเป็นมาสู่ตนได้
"หยุดเดี๋ยวนี้นะ!"
จวงมู่อวิ๋นพุ่งเข้ามาขวางหน้าเขาเอาไว้พร้อมกับจ้องมองเขาด้วยสายตาเย็นเยียบ
"เจ้าว่าผู้ใดเป็นสุนัขบ้า"
"คุณชายท่านนี้ โปรดอย่ารบกวนลูกค้าของหอเจินเป่าเราเลยเจ้าค่ะ"
หญิงรับใช้เอ่ยปากเตือน
แม้เพียงปรายตามอง ทว่าด้วยสายตาของนาง ย่อมดูออกว่าน้ำยาในมือของฉินอี้เฉินนั้นอย่างน้อยๆ ก็ต้องเป็นน้ำยาระดับห้าขึ้นไป
ทั่วทั้งเมืองอวี้ซีมีผู้ที่สามารถสกัดน้ำยาระดับห้าได้เพียงไม่กี่คนเท่านั้น แม้แต่ในหอเจินเป่าก็ยังมีเพียงท่านปรมาจารย์ผู้พิทักษ์อันสูงส่งเพียงผู้เดียวที่สามารถทำได้
แม้นางจะไม่รู้ว่าฉินอี้เฉินได้น้ำยาขวดนี้มาได้อย่างไร ทว่าผู้ที่ครอบครองน้ำยาคุณภาพระดับนี้ได้ ย่อมต้องมีฐานะที่ไม่ธรรมดาเป็นแน่
"ลูกค้าหรือ"
จวงมู่อวิ๋นชะงักไปเล็กน้อย ก่อนที่สายตาของเขาจะหยุดลงที่ขวดแก้วในมือของฉินอี้เฉิน เขาอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะแค่นเสียงเยาะเย้ย
"ของห่วยๆ จากตระกูลหลินของพวกเจ้า ก็ยังกล้าเอามาขายที่หอเจินเป่าอีกงั้นหรือ"
เขารู้ตื้นลึกหนาบางของตระกูลหลินเป็นอย่างดี ต่อให้บิดาของหลินเมี่ยวหานเป็นคนสกัดยาด้วยตนเอง โอกาสที่จะได้น้ำยาระดับสามยังถือว่าน้อยนิดเลย
หากไม่ใช่น้ำยาที่มีคุณภาพตั้งแต่ระดับสามขึ้นไป หอเจินเป่าย่อมไม่มีทางรับซื้ออย่างแน่นอน
"นั่นไม่ใช่เรื่องที่เจ้าจะต้องมาใส่ใจ"
ฉินอี้เฉินปรายตามองเขาแวบหนึ่งแล้วเลิกสนใจ ชายหนุ่มจูงมือหลินเมี่ยวหานเดินตรงไปยังจุดรับซื้อสินค้าทันที
"หึ ข้าจะคอยดูว่าพวกเจ้าจะจบเห่อย่างไร!"
จวงมู่อวิ๋นแค่นเสียงเย็นชาแล้วเดินตามไป เขาหวังจะได้เห็นภาพตอนที่ทั้งสองคนถูกไล่ตะเพิดออกจากหอเจินเป่าเพื่อจะได้ซ้ำเติมให้หนำใจ
เมื่อเทียบกับบรรยากาศอันคึกคักด้านนอกแล้ว บริเวณจุดรับซื้อสินค้ากลับดูเงียบเหงาอยู่บ้าง มีเพียงชายวัยกลางคนผู้หนึ่งนั่งหาวหวอดๆ อยู่ตรงนั้น
ท้ายที่สุดแล้ว หอเจินเป่าก็ใช่ว่าจะรับซื้อของสุ่มสี่สุ่มห้า
"พวกเจ้าจะเอาอะไรมาขาย"
ชายวัยกลางคนมีท่าทีรำคาญเล็กน้อยที่ถูกรบกวนเวลานอน
ฉินอี้เฉินไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงหยิบขวดน้ำยาฟื้นปราณขึ้นมาวางลงบนโต๊ะตรงหน้าชายผู้นั้น
"ฮ่าๆๆ ตระกูลหลินของเจ้าคงไม่ได้เอาน้ำเปล่ามาหลอกขายที่นี่หรอกนะ"
เมื่อจวงมู่อวิ๋นที่เดินตามมาเห็นน้ำยาฟื้นปราณที่ใสจนแทบจะมองทะลุขวดได้ เขาก็ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง ทำให้หลินเมี่ยวหานรู้สึกประหม่าจนเหงื่อซึมเต็มฝ่ามือ
แม้ฉินอี้เฉินจะแสดงท่าทีว่ามั่นใจเต็มเปี่ยม แต่นางก็รู้ดีว่าน้ำยาฟื้นปราณขวดนี้สกัดมาจากเศษกากสมุนไพร มันจะเป็นน้ำยาระดับห้าขึ้นไปจริงๆ งั้นหรือ
"เจ้าหนู เจ้าไม่ได้มากวนประสาทข้าเล่นหรอกใช่ไหม"
เมื่อมองดูน้ำยาที่ใสแจ๋วในขวด ใบหน้าของชายวัยกลางคนที่เดิมทีก็บึ้งตึงอยู่แล้วพลันดำทะมึนลงไปอีก
หากดูจากความใสของน้ำยาขวดนี้ มันควรจะเป็นน้ำยาที่อยู่ในระดับห้าเป็นอย่างต่ำ!
ทว่าเขารู้ดีว่า แม้จะเป็นท่านปรมาจารย์ผู้พิทักษ์อันสูงส่งของพวกเขา การจะสกัดน้ำยาระดับห้าขึ้นมาสักขวดก็ยังต้องออกแรงอย่างยากลำบาก
อีกทั้งหากเทียบกับการหลอมน้ำยาแล้ว เหตุใดผู้ปรุงโอสถจึงต้องยอมสิ้นเปลืองพลังจิตวิญญาณมาสกัดเพียงน้ำยาธรรมดาด้วยเล่า
แล้วนอกจากผู้ปรุงโอสถที่แท้จริงแล้ว ยังจะมีผู้ใดสามารถสกัดน้ำยาระดับห้าขึ้นไปได้อีก
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงคิดไปเองว่าฉินอี้เฉินตั้งใจมาก่อกวน
"เสี่ยวชิง เจ้าทำงานอยู่ข้างกายข้ามาตั้งนาน เหตุใดถึงไม่มีสายตาในการมองคนเอาเสียเลย"
เขาหันไปตำหนิหญิงรับใช้ผู้นั้น
เมื่อเห็นเหตุการณ์เช่นนี้ จวงมู่อวิ๋นก็ยิ่งยิ้มเยาะด้วยความสะใจ ส่วนหลินเมี่ยวหานนั้นใบหน้าซีดเผือดลงไปถนัดตา
"ท่านแน่ใจนะว่าจะไม่รับซื้อ"
ฉินอี้เฉินยังคงสีหน้าเรียบเฉย ทว่ามุมปากกลับปรากฏรอยยิ้มขบขัน
"เจ้านี่มันน่ารำคาญ..."
"เสี่ยวจาง วันนี้รับซื้อของอะไรมาได้บ้างหรือไม่"
ในขณะที่ชายวัยกลางคนกำลังจะเรียกยามรักษาการณ์มาไล่ฉินอี้เฉินออกไป ชายชราหลังค่อมเล็กน้อยผู้หนึ่งก็เดินออกมาจากประตูด้านหลังจุดรับซื้อ
เมื่อดูจากคิ้วที่ขมวดมุ่นของชายชราผู้นี้ ย่อมดูออกได้ไม่ยากว่าเขากำลังกลัดกลุ้มกับปัญหาบางอย่างอยู่
เขาผู้นี้ก็คือผู้จัดการหอเจินเป่าประจำเมืองอวี้ซีนั่นเอง ช่วงนี้หอเจินเป่ากำลังเตรียมจัดงานประมูลครั้งใหญ่ โดยหวังว่าจะใช้โอกาสนี้ในการก้าวขึ้นเป็นที่หนึ่งเหนือศูนย์การค้าอีกสองแห่ง
ทว่าตามที่ฉินอี้เฉินจำได้ งานประมูลของหอเจินเป่าในครั้งนั้น ไม่เพียงแต่จะไม่มีของล้ำค่าที่ดึงดูดสายตาผู้คนได้เท่านั้น แต่ยังถูกศูนย์การค้าอีกสองแห่งรวมหัวกันป่วนงาน จนทำให้สินค้าส่วนใหญ่ไม่มีผู้ใดประมูล ส่งผลให้หอเจินเป่าขาดทุนอย่างหนัก และต้องใช้เวลาหลายปีทีเดียวกว่าที่จะฟื้นตัวกลับมาได้
"ยังไม่มีเลยขอรับ..."
เมื่อชายวัยกลางคนเห็นชายชราผู้นี้ ท่าทางเกียจคร้านของเขาก็มลายหายไปสิ้น ขณะที่เขากำลังจะส่ายหน้าปฏิเสธ เขาก็สังเกตเห็นว่าสายตาของชายชรากำลังจับจ้องอยู่ที่ขวดน้ำยาบนโต๊ะ
"นี่มัน..."
ชายชราเดินตรงเข้ามาหยิบขวดน้ำยาฟื้นปราณขึ้นมาเปิดจุกก๊อกออก ทันใดนั้นกลิ่นหอมของสมุนไพรก็ลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ
"น้ำยาฟื้นปราณระดับห้า ไม่สิ น่าจะเป็นน้ำยาฟื้นปราณระดับหกเสียมากกว่า"
หลังจากที่สูดดมกลิ่นเข้าไป ชายชราก็อุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ
เพียงแค่ดมและมองก็สามารถประเมินระดับได้ทันที เห็นได้ชัดว่าชายชราผู้นี้ก็มีความเชี่ยวชาญด้านโอสถอยู่ไม่น้อย
"อะไรนะ!"
ชายวัยกลางคนมีสีหน้าตกตะลึงไปชั่วขณะ จวงมู่อวิ๋นเองก็มีสภาพไม่ต่างกัน
น้ำยาระดับหก แม้แต่ปรมาจารย์แห่งการหลอมโอสถที่เก่งกาจที่สุดในเมืองอวี้ซีก็ยังสกัดออกมาไม่ได้เลย
ส่วนหลินเมี่ยวหานที่เดิมทีรู้สึกผิดหวัง ก็เบิกตากว้างมองฉินอี้เฉินด้วยความตกตะลึงสุดขีด
น้ำยาระดับหกงั้นหรือ
นางไม่เหมือนกับคนพวกนี้ ไม่เว้นแม้แต่ชายชราผู้จัดการผู้นี้ที่อย่างมากก็คงแค่สงสัยว่าพวกเขาสองคนไปเอาน้ำยาฟื้นปราณขวดนี้มาจากไหน แต่นางต่างหากเล่า... ที่ได้เห็นกระบวนการกำเนิดของน้ำยาเหล่านี้ด้วยตาของตนเอง!
เพียงแค่ใช้เศษกากสมุนไพร เติมสมุนไพรลงไปอีกไม่กี่ต้น ก็กลายเป็นน้ำยาระดับหกได้แล้วหรือ
หากไม่ได้เห็นกระบวนการทั้งหมดด้วยตาตนเอง หลินเมี่ยวหานคงไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด
"เป็นไปได้อย่างไรกัน"
ริมฝีปากบางของนางอ้าค้างจนไม่อาจหุบลงได้
"ในเมื่อหอเจินเป่าของท่านไม่รับซื้อ เช่นนั้นข้าคงต้องไปลองถามที่อื่นดูแล้วล่ะ..."
ฉินอี้เฉินแสร้งถอนหายใจและเตรียมจะคว้าขวดน้ำยาฟื้นปราณกลับมา
คำพูดเพียงประโยคเดียวกลับทำให้สีหน้าของชายวัยกลางคนเปลี่ยนไปทันที
เขารู้ดีว่าน้ำยาระดับหกนั้นมีความหมายเช่นไร
แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะไม่มีปัญญาซื้อน้ำยาคุณภาพสูงที่มีราคาเทียบเท่ากับเม็ดยาเช่นนี้ได้ แต่เพียงแค่ชื่อเสียงของน้ำยาระดับหก ก็เพียงพอที่จะดึงดูดความสนใจของผู้คนมากมายได้แล้ว
สิ่งที่หอเจินเป่ากำลังขาดแคลนในการเตรียมงานประมูลครั้งนี้ ก็คือสินค้าที่สามารถดึงดูดสายตาผู้คนได้นั่นเอง
ทว่าเขากลับกำลังจะผลักไสของสิ่งนี้ออกไป...
"คุณชายท่านนี้ น้ำยาขวดนี้เจ้าลองเสนอราคามาเถิด หอเจินเป่าของเรารับซื้อเอง"
หลังจากถลึงตาใส่ชายวัยกลางคนอย่างดุเดือด ชายชราก็หันกลับมาปั้นหน้ายิ้มแย้มและกล่าวกับฉินอี้เฉินอย่างจริงใจ
"หึๆ หนึ่งร้อยเหรียญเงิน!"
ฉินอี้เฉินยิ้มบางๆ พลางชูนิ้วชี้ขึ้นมาแกว่งไปมา
"เจ้านี่มันปล้นกันชัดๆ!"
ชายวัยกลางคนหน้าดำหน้าแดง เขาแผดเสียงร้องออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว
หนึ่งร้อยเหรียญเงินนั้นสามารถซื้อเม็ดยาธรรมดาได้หนึ่งเม็ดแล้ว ใครจะยอมจ่ายเงินก้อนโตไปซื้อเพียงน้ำยากันเล่า
"หุบปากเดี๋ยวนี้นะ"
ชายชราอยากจะตบปากเจ้างั่งนี่ให้ตายไปซะจริงๆ
หากเป็นเวลาปกติ เขาคงไม่ยอมรับซื้อในราคานี้อย่างแน่นอน ทว่าในสถานการณ์เช่นนี้ ต่อให้ฉินอี้เฉินเรียกราคาสองถึงสามร้อยเหรียญเงิน เขาก็ยินดีที่จะซื้อเก็บไว้อยู่ดี
"คุณชาย น้ำยาขวดนี้ข้ารับซื้อเอาไว้เอง"
"ข้าเปลี่ยนใจแล้ว"
ในขณะที่ชายชรากำลังจะล้วงกระเป๋าหยิบเงินออกมา ฉินอี้เฉินก็ล้วงเอาน้ำยาออกมาอีกสองขวดพร้อมกับกล่าวด้วยรอยยิ้มพริ้มพราย
"ขายรวมกันสามขวด ไม่แยกขาย!"
น้ำยาสามขวด ขายสามร้อยเหรียญเงิน!
แม้แต่จวงมู่อวิ๋นก็ยังอยากจะสบถด่ามารดาเขาออกมาเลย
นี่มันไม่ใช่การปล้นแล้ว นี่มันคือการขูดรีดกันชัดๆ!
"ข้าตกลงรับซื้อ!"
ชายชรากัดฟันกรอดก่อนจะตอบตกลงอย่างเด็ดขาด
"พี่หญิงเมี่ยวหาน เก็บเงินนี่ไว้ให้ดีล่ะ"
ในตอนที่ฉินอี้เฉินยื่นถุงเงินที่ตุงจนแน่นให้กับหลินเมี่ยวหาน นางก็ยังคงมึนงงทำอะไรไม่ถูก
กากสมุนไพรเพียงไม่กี่หยิบมือ กลับกลายเป็นเงินถึงสามร้อยเหรียญเงินได้ นี่มันคือรายได้ของตระกูลหลินครึ่งปีเต็มๆ เลยนะ แถมยังต้องเป็นช่วงที่กิจการรุ่งเรืองที่สุดด้วย!
[จบแล้ว]