- หน้าแรก
- วิถีผู้ฝึกยุทธ์
- บทที่ 2 ออกหาปลา
บทที่ 2 ออกหาปลา
บทที่ 2 ออกหาปลา
บทที่ 2 ออกหาปลา
ด้านนอกเป็นตรอกที่เต็มไปด้วยขยะมูลฝอย กำแพงมีตะไคร่น้ำเกาะกัง กระเบื้องปูพื้นสีเขียวในอดีตบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท เมื่อเหยียบย่ำลงไปจะสัมผัสได้ถึงความมันลื่น
'เอี๊ยด...'
บานประตูทางซ้ายมือของเสิ่นหยวนซึ่งอยู่ไม่ไกลนักถูกเปิดออก
ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งสะพายตะกร้าไว้บนหลังเอ่ยทักทาย "เสี่ยวหยวน ตื่นแล้วงั้นรึ?"
"อรุณสวัสดิ์ครับท่านลุงลู่" เสิ่นหยวนตอบกลับ
"ข้านึกว่าเจ้าจะลุกไม่ไหวเสียอีก กำลังคิดจะไปเรียกอยู่พอดี"
"ขอบคุณครับท่านลุงลู่" เสิ่นหยวนเผยรอยยิ้ม อีกฝ่ายคงเป็นห่วงว่าการจากไปของผู้เฒ่าเสิ่นจะกระทบกระเทือนจิตใจเขา
ชายวัยกลางคนผู้นี้มีนามว่า ลู่จิงฟู่ เป็นเพื่อนบ้านของผู้เฒ่าเสิ่น เมื่อวานนี้บิดาของลู่จิงฟู่ก็มาช่วยขุดหลุมฝังศพด้วย
ในยุคข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ ชาวบ้านร้านตลาดต่างต้องทุ่มเทเวลาส่วนใหญ่ไปกับการทำมาหากิน แม้แต่เรื่องสำคัญอย่างงานศพ พวกเขาก็ปลีกตัวส่งคนมาช่วยได้มากที่สุดเพียงครอบครัวละหนึ่งคนเท่านั้น
"เสี่ยวหยวน ช่วงนี้หากหลีกเลี่ยงได้ก็อย่าไปที่ 'ตรอกรำข้าว' เล่า ได้ยินมาว่าเมื่อสองสามวันก่อนมีคนตายที่นั่นอีกแล้ว" ลู่จิงฟู่กระซิบเตือน
หัวใจของเสิ่นหยวนกระตุกวูบ เขารับคำด้วยน้ำเสียงจริงจัง "เข้าใจแล้วครับ"
ตรอกรำข้าวตั้งอยู่ในเขตตะวันออกของเมืองชั้นนอกชิงหู ส่วนที่ที่เสิ่นหยวนพักอาศัยคือเขตใต้ ตรอกรำข้าวอยู่ห่างจากบ้านของเขาไปเพียงไม่กี่ช่วงตึก
"ท่านพ่อ หลีกทางหน่อย" ชายหนุ่มรูปร่างกำยำล่ำสันซึ่งมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเสิ่นหยวนเดินออกมาจากด้านข้างของลู่จิงฟู่ เมื่อเห็นเสิ่นหยวน เขาก็โบกมือทักทายพร้อมกับเผยรอยยิ้มซื่อๆ
"พี่หยวน อรุณสวัสดิ์"
"อรุณสวัสดิ์เสี่ยวหู่" เสิ่นหยวนตอบรับ
"ในเมื่อมากันครบแล้วก็ไปกันเถอะ" ลู่จิงฟู่เอ่ย
คนทั้งกลุ่มเดินลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอยมุ่งหน้าออกนอกเมือง
ลู่จิงฟู่เดินนำหน้า โดยมีเสิ่นหยวนและลู่เสี่ยวหู่เดินตามหลัง ระหว่างทางมีชาวประมงคนอื่นๆ เดินสวนไปมาเป็นระยะ
ด้วยสภาพแวดล้อม ชาวประมงจึงต้องรอให้พ้นยามเหม่าและรอให้อากาศอุ่นขึ้นเสียก่อนจึงจะมุ่งหน้าไปยังจุดจับปลาได้
"พี่หยวน ท่านอยู่คนเดียวไหวหรือเปล่า?" ลู่เสี่ยวหู่กระซิบถาม
"ไม่ต้องห่วง พรรคชิงเสอน่าจะจัดการให้แล้ว" เสิ่นหยวนส่ายหน้า
ในเมืองชิงหู กิจการประมงแทบทั้งหมดถูกแบ่งสรรปันส่วนโดยพรรคพวกและตระกูลใหญ่ หากไม่ได้รับอนุญาตจากพวกเขา ก็ไม่มีผู้ใดสามารถลงจับปลาในแม่น้ำได้
แม่น้ำที่เสิ่นหยวนกำลังจะไปนั้นอยู่ภายใต้การควบคุมของ 'พรรคชิงเสอ' และสำหรับปลาทุกตัวที่จับได้ พรรคชิงเสอจะหักเอาไปก่อนห้าในสิบส่วน โดยใช้คำพูดสวยหรูว่า 'ค่าคุ้มครอง'
หลังจากนั้นจึงจะเป็นส่วนของแต่ละบุคคล พวกเขาจะเลือกขายห้าส่วนที่เหลือให้กับพรรคชิงเสอ หรือจะนำไปขายที่ตลาดเองก็ย่อมได้ ขึ้นอยู่กับปริมาณปลาที่จับได้
ห่างจากเมืองชิงหูออกไปราวๆ ยี่สิบลี้ มีทะเลสาบเทียนชิงตั้งอยู่ ขนาดของมันใหญ่กว่า 'ทะเลสาบผัวหยาง' ในชีวิตก่อนของเสิ่นหยวนถึงสามเท่า ทะเลสาบแห่งนี้เป็นแหล่งอาศัยของปลาชิงอวี๋ชนิดหนึ่งซึ่งมีรสชาติโอชะ และเป็นหนึ่งในของขึ้นชื่อของเมืองชิงหู
ทั้งสามรีบเร่งเดินทางออกจากเมือง เดินตามถนนสายหลักเป็นเวลาหนึ่งก้านธูป ก็มาถึงบริเวณแม่น้ำที่พรรคชิงเสอควบคุมอยู่
"เสี่ยวหยวน พวกข้าล่วงหน้าไปก่อนนะ" ลู่จิงฟู่โบกมือ
"ครับท่านลุงลู่" หลังจากมองดูทั้งสองจากไป เสิ่นหยวนก็เดินตรงไปยังจุดประจำของกลุ่มตนเอง
ขณะมองดูชาวประมงเดินผ่านไปมาไม่ขาดสาย เสิ่นหยวนก็คิดในใจ 'หวังว่าพวกเขาจะจัดแจงเพื่อนร่วมทีมที่พึ่งพาได้มาให้นะ'
การจับปลาในยุคนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้คนอย่างน้อยสามคนจึงจะสามารถต้อนจับปลาได้
เดิมทีเขาอยู่กลุ่มเดียวกับผู้เฒ่าเสิ่นและชายอีกคนหนึ่ง ตอนนี้เมื่อผู้เฒ่าเสิ่นจากไปแล้ว พรรคชิงเสอก็จะส่งคนมาเติมเต็มตำแหน่งที่ว่างลง
หลังจากเสิ่นหยวนเดินผ่านถนนสายหลักที่เต็มไปด้วยดินโคลน เพิงไม้หลังหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
ชายฉกรรจ์รูปร่างกำยำสามคนนั่งอยู่ในเพิง กำลังชี้นิ้วดุด่าชาวประมงหลายคน
เสิ่นหยวนเดินเข้าไปใกล้และเอ่ยทักทาย "พี่เฉิน"
"โอ้ เสี่ยวหยวนนี่เอง" หนึ่งในชายฉกรรจ์เห็นเสิ่นหยวนก็ฝืนยิ้มออกมา "งานศพของผู้เฒ่าเสิ่นเรียบร้อยดีแล้วใช่ไหม?"
"เรียบร้อยแล้วครับ" เสิ่นหยวนพยักหน้า
"ตามข้ามาสิ" ชายฉกรรจ์กวักมือเรียกแล้วเดินนำไปหลังเพิงเล็กๆ
เสิ่นหยวนไม่ลังเล เขาเดินตามอีกฝ่ายไปทันที
เมื่อมาถึงหลังเพิง ชายฉกรรจ์ก็ล้วงเอาห่อผ้าออกจากอกเสื้อ ค่อยๆ แกะออกอย่างระมัดระวัง เผยให้เห็นม้วนกระดาษที่อยู่ด้านใน
"นี่คือสิ่งที่คุณชายหวังต้องการ จำไว้ว่าต้องรีบเขียน พรุ่งนี้เขาต้องใช้แล้ว"
เสิ่นหยวนรับกระดาษข้อสอบมาพิจารณาดูครู่หนึ่ง ก่อนจะแสดงสีหน้าลำบากใจ "พี่เฉิน แบบนี้ออกจะยากไปสักหน่อยนะ"
"เจ้าเด็กนี่ ไม่เห็นกระต่ายไม่ปล่อยเหยี่ยวจริงๆ"
ชายฉกรรจ์หัวเราะปนด่า ก่อนจะล้วงเอาเศษเงินก้อนครึ่งตำลึงออกมาจากกางเกง "นี่ส่วนของเจ้า"
นี่คืองานเสริมของเสิ่นหยวน
ภาษาของโลกนี้แตกต่างจากชีวิตก่อนของเขาอย่างสิ้นเชิง หากไม่ได้ดูดซับความทรงจำบางส่วนของ 'เจ้าของร่างเดิม' มา เสิ่นหยวนคงไม่อาจแม้แต่จะสื่อสารได้
แน่นอนว่านั่นจำกัดอยู่แค่ความทรงจำด้านภาษาเท่านั้น ส่วนความทรงจำอื่นๆ ของเจ้าของร่างเดิมนั้นเลือนรางจนแทบไม่เหลือสิ่งใด
หลังจากติดตามผู้เฒ่าเสิ่นมาได้หนึ่งเดือน เสิ่นหยวนก็เริ่มพยายามเรียนรู้ตัวอักษรของโลกใบนี้ ภายใต้ความกดดันของการดิ้นรนเอาชีวิตรอด ความสามารถในการเรียนรู้ของเขาก็ก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด เขาใช้เวลาเพียงสองเดือนครึ่งในการเรียนรู้ตัวอักษรของที่นี่จนแตกฉาน
ด้วยความบังเอิญครั้งหนึ่ง เขาได้พบกับบุตรชายของหัวหน้าถังแห่งพรรคชิงเสอที่กำลังวิ่งเล่นอยู่ และเสิ่นหยวนก็บังเอิญได้ยินเสียงพร่ำบ่นถึงความไม่พอใจในเรื่องการบ้านของอีกฝ่าย
เสิ่นหยวนจึงเสนอตัวและทำข้อตกลงรับจ้างทำการบ้านแทนให้
เฉินต้าหนิวที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาผู้นี้ก็คือคนกลาง ทุกครั้งที่มีงานรับจ้างทำการบ้าน อีกฝ่ายจะเป็นคนนำมาส่งมอบให้
แน่นอนว่าย่อมต้องมีการแบ่งผลกำไร แต่นั่นก็เป็นประโยชน์ต่อเสิ่นหยวนเช่นกัน หลังจากไปมาหาสู่กันอยู่หลายครั้ง ความสัมพันธ์ของทั้งสองก็จัดว่าไม่เลวทีเดียว
"พี่เฉิน แล้วกลุ่มของข้าล่ะ..." เสิ่นหยวนเก็บเศษเงินก้อนลงไปแล้วเอ่ยถาม
"เสี่ยวหยวน เจ้าไม่เชื่อฝีมือพี่ชายคนนี้หรือไง? ครั้งนี้ข้าหาคนเก่าคนแก่ที่มีฝีมือมาให้เจ้า ชื่อว่า เฉินจวิ้นจือ" เฉินต้าหนิวตบหน้าอกล่ำสันของตนเองอย่างมั่นใจ
"เช่นนั้นก็ดี" เสิ่นหยวนถอนหายใจด้วยความโล่งอก แม้โดยปกติแล้วคนยากจนมักจะไม่เกียจคร้าน แต่ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีข้อยกเว้นโผล่มาสักคนสองคน
"พี่เฉิน ถ้าอย่างนั้นข้าขอตัวไปก่อน"
"ตกลง ขากลับอย่าลืมแวะเอาการบ้านมาส่งด้วยล่ะ"
"อืม"
เสิ่นหยวนออกจากเพิงไม้และเดินไปยังตำแหน่งที่กำหนดไว้
"เสิ่นหยวน เจ้ามาแล้ว" ใต้ต้นไม้ใหญ่มีชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่ เมื่อเห็นเสิ่นหยวนเดินเข้ามาเขาก็รีบเอ่ยทักทาย
ด้วยความสัมพันธ์ระหว่างเสิ่นหยวนกับเฉินต้าหนิว ปลาที่กลุ่มของพวกเขาจับได้จึงมักจะถูกนำไปส่งมอบโดยเขาเสมอ
สิ่งนี้ช่วยยกระดับสถานะของเสิ่นหยวนภายในกลุ่มขึ้นไม่น้อย
"อืม เหล่าคัง อีกคนยังไม่มางั้นรึ?"
"ดูเหมือนจะยังนะ มีแค่ข้าที่มาถึง เจ้าได้ถามลูกพี่เฉินไหมว่าใครจะมาร่วมกับพวกเรา?" ซุนเล่อคังกระซิบถาม
"ข้าถามแล้ว เขาบอกว่าเป็นคนเก่าคนแก่ที่มีฝีมือ คงจะติดธุระอะไรสักอย่าง พวกเรารออีกหน่อยเถอะ" เสิ่นหยวนขมวดคิ้วเล็กน้อย
"อืม" ร่องรอยแห่งความกังวลพาดผ่านใบหน้าของซุนเล่อคัง
เสิ่นหยวนเดินมาที่ริมตลิ่ง แม่น้ำสายนี้กว้างประมาณสี่จั้ง ผืนน้ำเป็นสีฟ้าอมเขียวใสสะอาด ไหลเอื่อยๆ ราวกับริบบิ้นสีเขียวพาดผ่านผืนแผ่นดิน
ภายในแม่น้ำอุดมสมบูรณ์ไปด้วยฝูงปลา สามารถมองเห็นปลาชิงอวี๋กระโดดขึ้นเหนือน้ำได้เป็นระยะ
แม่น้ำที่ดูเหมือนจะกว้างใหญ่สายนี้เป็นเพียงสาขาย่อยของ 'ทะเลสาบเทียนชิง' เท่านั้น ยังมีแม่น้ำสาขาเช่นนี้อีกอย่างน้อยสิบกว่าสาย ซึ่งถูกแบ่งสรรให้แก่อำนาจขั้วต่างๆ ใน 'เมืองชิงหู'
สายลมเอื่อยพัดมาจากริมฝั่ง ปะทะเข้ากับเส้นผมยาวประบ่าของเสิ่นหยวนอย่างแผ่วเบา เมื่อก้มหน้าลง เขาก็สามารถมองเห็นรูปลักษณ์ในปัจจุบันของตนเองผ่านเงาสะท้อนบนผิวน้ำได้
ใบหน้าซูบผอม ผิวพรรณซีดเซียวเล็กน้อย ริมฝีปากบางเม้มแน่น ดูราวกับคนขาดสารอาหาร มีเพียงดวงตาเท่านั้นที่ทอประกายความคิดอันลึกซึ้ง
เขาจ้องมองเงาสะท้อนของตนในทะเลสาบ พลางเหม่อลอยไปชั่วขณะ
เวลาผ่านไปราวครึ่งถ้วยชา ชายร่างอ้วนท้วนคนหนึ่งก็วิ่งกระหืดกระหอบตรงมาทางเสิ่นหยวนและซุนเล่อคัง
"ขออภัย ที่นี่คือกลุ่มสิบสามใช่หรือไม่?" ชายร่างอ้วนเอ่ยถามด้วยความหอบเหนื่อย
"ท่านคือเฉินจวิ้นจือใช่ไหม?" เสิ่นหยวนถามกลับ
"ใช่ ข้าหาทางมาไม่เจอ ต้องขออภัยด้วย" เฉินจวิ้นจือพยักหน้ารับและรีบกล่าวขอโทษ
"ในเมื่อมาถึงแล้ว ก็เริ่มกันเถอะ" เสิ่นหยวนเอ่ย
ทั้งสามช่วยกันโปรยเหยื่อล่อลงไปก่อน จากนั้นก็รอคอยอยู่อย่างเงียบๆ ริมตลิ่ง
ผ่านไปครู่หนึ่ง
ฝูงปลาชิงอวี๋ก็ถูกดึงดูดเข้ามาด้วยเหยื่อล่อ เมื่อเห็นจังหวะเหมาะเจาะ ทั้งสามก็หยิบแหจับปลาขึ้นมา
เสิ่นหยวนก้าวลงไปในแม่น้ำอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้ฝูงปลาตื่นตระหนก เขาจึงว่ายน้ำไปอย่างเชื่องช้า
เมื่อเห็นเสิ่นหยวนว่ายไปถึงกลางแม่น้ำแล้ว ซุนเล่อคังกับเฉินจวิ้นจือก็กระโดดตามลงไป
แม้ว่าเสิ่นหยวนจะเป็นคนแรกลงไปในน้ำ แต่เขากลับมีหน้าที่ที่ง่ายที่สุด เพียงแค่ลอยคออยู่บนผิวน้ำ จับแหเอาไว้ และคอยระวังไม่ให้ตัวเองถูกกระแสน้ำพัดไปก็พอ
อีกสองคนจะว่ายขนาบไปตามแม่น้ำ แล้วค่อยๆ ต้อนเข้ามาใกล้เสิ่นหยวน
ทั้งสามทำงานร่วมกันจนกระทั่งถึงเวลาอาหาร พวกเขานั่งกินเสบียงแห้งใต้ต้นไม้ พักผ่อนครู่หนึ่ง แล้วจึงเริ่มทำงานต่อ
จากการสังเกตของเสิ่นหยวนและซุนเล่อคัง แม้เฉินจวิ้นจือจะอ้วนไปสักหน่อย แต่เขาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งสองจึงค่อยๆ เบาใจลง
...
เสิ่นหยวนและสหายทั้งสองเก็บเครื่องมือ และเริ่มนับผลประกอบการของวันนี้
"ผลงานวันนี้ค่อนข้างดีเลยล่ะ มีปลาชิงอวี๋เกือบสามสิบตัว แล้วก็มีกุ้งกับปูแม่น้ำอีกนิดหน่อย" เมื่อมองดูปลาชิงอวี๋ที่ดิ้นกระแด่วๆ อยู่ในตะกร้าหาปลา ทั้งสามก็เผยรอยยิ้มออกมาบนใบหน้า