เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 โกอิ้งแมรี่

บทที่ 18 โกอิ้งแมรี่

บทที่ 18 โกอิ้งแมรี่


บทที่ 18 โกอิ้งแมรี่

“กัปตันอุซป กัปตันตัดสินใจเด็ดขาดแล้วจริง ๆ เหรอครับ?”

อุซปและเด็กน้อยทั้งสามคนยืนล้อมวงกันอยู่ภายในสถานที่ที่พวกเขาตั้งชื่อให้มันอย่างเท่ ๆ ว่า ฐานทัพลับ สีหน้าของอุซปดูเศร้าหมองเหมือนคนจะร้องไห้รอมร่อ ในขณะที่เด็กทั้งสามคนต่างก็ปล่อยโฮน้ำตาไหลพรากอาบสองแก้ม

มันคือน้ำตาแห่งความอาลัยอาวรณ์

“อืมม ชั้นตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว ชั้นจะเป็นโจรสลัดจริง ๆ ซะที ชั้นจะออกเดินทางไปผจญภัยในโลกกว้าง และเหตุผลก็มีเพียงข้อเดียวนั่นก็คือ ธงโจรสลัดมันกำลังกวักมือเรียกหาชั้นอยู่น่ะสิ! ชั้นจะเป็นนักรบผู้กล้าหาญแห่งท้องทะเลให้จงได้!” อุซปประกาศความตั้งใจอันแน่วแน่ด้วยน้ำเสียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความฮึกเหิม

และในที่สุด ท่ามกลางเสียงสะอื้นไห้ อุซปและเด็กน้อยทั้งสามคนก็กล่าวคำอำลากันเป็นครั้งสุดท้าย

ตัดภาพมาที่อีกฝั่งหนึ่ง อาเธอร์ ลูฟี่ และคนอื่น ๆ กำลังนั่งรวมตัวกันอยู่ในร้านอาหาร

อาหารบนโต๊ะถูกลูฟี่สวาปามกวาดเรียบลงท้องไปจนหมดเกลี้ยง เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรเหลือให้กินแล้ว โซโรก็เป็นฝ่ายเริ่มพูดขึ้นมา “กินอิ่มแล้ว พวกเราก็สมควรแก่เวลาที่จะไปกันสักทีแล้วล่ะมั้ง”

นามิและลูฟี่ต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย พวกเขาวางแผนที่จะออกเรือกันอยู่แล้ว

ในจังหวะนั้นเอง อาเธอร์ที่นั่งเอามือเท้าคางอยู่ ก็ลอบคิดในใจว่า ถึงเวลาที่คายะจะปรากฏตัวแล้วสินะ

และก็เป็นไปตามคาด ในขณะที่พวกเขากำลังเตรียมตัวจะลุกออกจากร้าน คายะในชุดกระโปรงสวยงามเป็นทางการ ก็ผลักประตูร้านอาหารเข้ามาพอดี

“ทุกคนอยู่ที่นี่กันจริง ๆ ด้วย” คายะเอ่ยทักทาย พลางเดินตรงเข้ามาหาพวกลูฟี่

“อ้าว คุณหนู!” ลูฟี่ร้องทักทาย

“อาการป่วยของเธอหายดีแล้วงั้นเหรอ? ลุกขึ้นมาเดินเหินแบบนี้จะดีเหรอ?” นามิเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ เมื่อเห็นการแต่งกายที่ดูผิดหูผิดตาของคายะ

คายะเดินเข้ามาใกล้โต๊ะของพวกเขา อาเธอร์จ้องมองหญิงสาวผู้อ่อนโยนและงดงามตรงหน้าด้วยความชื่นชมจากใจจริง

“ผู้หญิงที่แสนดีและเพียบพร้อมขนาดนี้ ไม่น่ามาตกม้าตายคู่กับไอ้จมูกยาวอุซปเลยจริง ๆ ให้ตายเถอะ” อาเธอร์ลอบถอนหายใจด้วยความเสียดาย

แต่ก็นั่นแหละ โลกของวันพีซมันไม่ค่อยจะเน้นเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ สักเท่าไหร่นักหรอก (อย่างน้อยก็ในตอนนี้ล่ะนะ)

เขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าบทสรุปความรักของทั้งสองคนจะลงเอยยังไง แต่ก็น่าจะจบลงด้วยความสุขสมหวังนั่นแหละ

คายะคลี่ยิ้มบาง ๆ อย่างอ่อนโยน ก่อนจะพูดกับทุกคนว่า “อาการป่วยของชั้น มันเกิดจากความเศร้าโศกเสียใจที่ต้องสูญเสียคุณพ่อคุณแม่ไปน่ะค่ะ แต่ตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา คำพูดให้กำลังใจของอุซป ช่วยเยียวยาจิตใจของชั้นได้มากเลยทีเดียว ชั้นจะมัวแต่นอนจมปลักอยู่บนเตียง ทำตัวเป็นเด็กไม่รู้จักโตต่อไปไม่ได้อีกแล้วล่ะค่ะ ต้องขอขอบคุณทุกคนมากเลยนะคะ ที่ยอมเหน็ดเหนื่อยช่วยเหลือพวกเราในครั้งนี้”

ทุกคนต่างก็พากันส่ายหน้าปฏิเสธ อาเธอร์จึงพูดขึ้นว่า “ไม่เป็นไรเลยครับ เรื่องเล็กน้อยแค่นี้เอง”

คายะพูดต่อ “ชั้นมีของขวัญเตรียมเอาไว้ให้ทุกคนเพื่อเป็นการตอบแทน และถือเป็นการแสดงความขอบคุณจากใจจริงของชั้นด้วยนะคะ หวังว่าทุกคนจะยอมรับมันไว้นะคะ”

มาแล้วสินะ เรือโกอิ้งแมรี่ อาเธอร์รู้สึกตื่นเต้นจนเนื้อเต้นอยู่ภายในใจ

“ของขวัญงั้นเหรอ?” ลูฟี่เอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น และแน่นอนว่าไม่มีใครหน้าไหนคิดจะปฏิเสธของฟรีอยู่แล้ว

คายะพยักหน้ารับ ก่อนจะผายมือเชื้อเชิญ “เชิญตามชั้นมาทางนี้เลยค่ะ”

ทุกคนผุดลุกขึ้นยืน แล้วเดินตามหลังคายะออกไปนอกร้าน และมื้อนี้ก็ไม่ต้องชักดาบกินฟรีแต่อย่างใด เพราะคายะได้จัดการเหมาจ่ายค่าอาหารทั้งหมดของพวกเขาตลอดหลายวันที่ผ่านมานี้ให้เรียบร้อยแล้ว

ณ ริมชายฝั่งทะเล

ลูฟี่และพรรคพวกต่างก็ยืนเบิกตากว้าง จ้องมองสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่โตมโหฬารที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าด้วยความตื่นตะลึง

“เรือใบเสากระโดงคู่!” นามิร้องอุทานออกมา

อาเธอร์จ้องมองว่าที่เพื่อนพ้องร่วมเดินทาง ที่จะคอยเคียงบ่าเคียงไหล่ไปกับกลุ่มโจรสลัดหมวกฟางตลอดช่วงครึ่งแรกของการผจญภัย ด้วยความรู้สึกตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก

ลูฟี่จ้องมองเรือใบตาไม่กะพริบ ดวงตาของเขาเปล่งประกายระยิบระยับราวกับมีดวงดาวนับล้านดวงซ่อนอยู่ข้างใน “จะให้พวกเราจริง ๆ เหรอเนี่ย?” ลูฟี่เอ่ยถามเพื่อความแน่ใจ

คายะพยักหน้ารับ พลางตอบว่า “ค่ะ กรุณารับมันไว้เถอะนะคะ”

ในตอนนั้นเอง แมรี่ พ่อบ้านของคายะ ก็ก้าวออกมาอธิบายรายละเอียดของเรือให้ทุกคนฟัง “ถึงแม้ว่ารูปลักษณ์ภายนอกของเรือลำนี้ มันอาจจะดูเก่าและล้าสมัยไปสักหน่อย แต่ผมเป็นคนออกแบบมันขึ้นมาด้วยตัวเองเลยนะครับ มันเป็นเรือใบเสากระโดงคู่ที่มีน้ำหนักเบาและทำความเร็วได้ดีเยี่ยม มีใบเรือแบบหูจับที่เสากระโดงหลัก และมีพวงมาลัยหางเสือติดตั้งอยู่ตรงกลางท้ายเรือ ชื่อของมันก็คือ โกอิ้งแมรี่ ครับ”

“สุดยอดไปเลย!” ลูฟี่แหกปากร้องตะโกนลั่นด้วยความดีใจ

อาเธอร์เป็นคนแรกที่เดินเข้าไปใกล้หัวเรือโกอิ้งแมรี่ เขายื่นมือออกไปลูบไล้พื้นผิวตัวเรืออย่างแผ่วเบา

“นี่แหละคือเรือโกอิ้งแมรี่ และนับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป มันก็คือเรือของชั้นด้วยเหมือนกัน” อาเธอร์คลี่ยิ้มออกมา ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาดแล้ว ในเมื่อเขาได้มีโอกาสข้ามมิติมาเยือนโลกใบนี้ทั้งที เขาก็จะขอออกไปเปิดหูเปิดตาผจญภัยให้ทั่วทุกซอกทุกมุมของโลกใบนี้ และจะขอฝากฝังรอยเท้าของตัวเองเอาไว้เป็นที่ระลึกด้วย

“ระบบ นายพอจะมีกล้องถ่ายรูปขายบ้างไหม?”

{“มีสิครับ ระบบของพวกเรามีทุกอย่างสากกะเบือยันเรือรบเลยล่ะครับ”}

ทันใดนั้น หน้าต่างร้านค้าระบบก็เด้งขึ้นมาปรากฏตรงหน้าอาเธอร์ ภายในนั้นมีกล้องถ่ายรูปหลากหลายรุ่น หลากหลายราคา วางเรียงรายให้เลือกสรรละลานตาไปหมด

“โห ราคากล้องถ่ายรูปนี่มันถูกแสนถูกจริง ๆ แฮะ” อาเธอร์พึมพำด้วยความประหลาดใจ

{“ไอเทมจิปาถะทั่วไปที่ไม่ได้ส่งผลกระทบหรือเปลี่ยนแปลงเนื้อเรื่องของโลกใบนี้ ย่อมมีราคาถูกแสนถูกเป็นธรรมดาครับ”}

กล้องถ่ายรูปรุ่นที่แพงหูฉี่ที่สุด ก็ยังมีราคาแค่สามร้อยแต้มอารมณ์เท่านั้นเอง อาเธอร์จึงกดปุ่มสั่งซื้อไปอย่างไม่ลังเล

แต่ทว่า พอเขาได้อ่านรายละเอียดคุณสมบัติของกล้องถ่ายรูปที่เขาเพิ่งจะซื้อมา เขาก็ถึงกับอึ้งกิมกี่ไปชั่วขณะ

{“สมาร์ทโฟนยี่ห้อ Daxia จากโลกสีน้ำเงินในศตวรรษที่ 22 มาพร้อมกับกล้องถ่ายรูปความละเอียดทะลุร้อยล้านพิกเซล”}

อะไรวะเนี่ย?

สมาร์ทโฟนเรอะ?

เมื่อกี้นี้เขาเห็นว่าราคามันถูก ก็เลยไม่ได้กดเข้าไปอ่านรายละเอียดสินค้าให้ดีซะก่อน แต่ไอ้สมาร์ทโฟนเครื่องนี้มันคืออะไรกันฟะ?

นี่มันจะมาเป็นอุปสรรคขัดขวางเส้นทางการผจญภัยของชั้นหรือเปล่าเนี่ย?

{“ในศตวรรษที่ 22 สมาร์ทโฟนและกล้องถ่ายรูปได้ถูกหลอมรวมเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบแล้วครับ และหลังจากศตวรรษที่ 22 เป็นต้นไป ก็จะไม่มีการผลิตสินค้าที่เรียกว่า ‘กล้องถ่ายรูป’ ออกมาวางจำหน่ายอีกต่อไป ดังนั้น สินค้าชิ้นนี้จึงถือเป็นเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุดแล้วครับ”}

“เออ ๆ ช่างมันเถอะ” จู่ ๆ อาเธอร์ก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงเอ่ยถามต่อ “นี่ระบบ ในเมื่อนายโฆษณาซะดิบดีว่ามีของขายทุกอย่างบนโลกใบนี้ งั้นนายช่วยเสกเรือบรรทุกเครื่องบินมาให้ชั้นสักลำได้ไหมล่ะ?”

{“ติ๊ง! กำลังค้นหาข้อมูลเรือบรรทุกเครื่องบิน”}

วินาทีต่อมา ภาพของเรือบรรทุกเครื่องบินลำยักษ์ก็ปรากฏขึ้นมาบนหน้าต่างระบบ แต่อย่างไรก็ตามไอคอน ของมันกลับถูกไฮไลต์เป็นสีเทาหม่น

“อ้าว ระบบ ทำไมมันถึงเป็นสีเทาล่ะ? ชั้นซื้อไม่ได้งั้นเรอะ?”

{“นั่นก็เป็นเพราะว่าระดับสิทธิ์การเข้าถึงของโฮสต์และของระบบยังต่ำเตี้ยเรี่ยดินอยู่น่ะสิครับ และเนื่องจากถูกเจตจำนงของโลกใบนี้เข้ามาแทรกแซงขัดขวาง ร้านค้าการ์ดจึงสามารถเปิดให้บริการได้อย่างเต็มรูปแบบ แต่สำหรับร้านค้าสารพัดนึกจากโลกอื่น โฮสต์จะสามารถสั่งซื้อได้เฉพาะไอเทมที่มีราคาไม่เกินสามร้อยแต้มอารมณ์เท่านั้นครับ”}

หึหึ ระบบกระจอกเอ๊ย ความสามารถของตัวเองต่ำต้อยแท้ ๆ ดันมาโยนขี้ปัดความรับผิดชอบให้โฮสต์ซะงั้น ดูอย่างระบบของนิยายเรื่องอื่นสิ แค่นอนกระดิกเท้าอยู่เฉย ๆ โฮสต์มันก็อัปเลเวลกันเป็นว่าเล่นแล้ว

จากนั้นอาเธอร์ก็เลื่อนสายตาไปมองราคาของการ์ดระดับสูง ๆ ในร้านค้าการ์ด แล้วก็ต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

“เอาเถอะ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ชั้นขอแต่งตั้งตัวเองเป็นตากล้องประจำกลุ่มโจรสลัดหมวกฟางก็แล้วกัน ชั้นจะเป็นคนคอยบันทึกภาพทุกเหตุการณ์ ทุกช่วงเวลาแห่งความทรงจำของการผจญภัย รวมไปถึงร่องรอยการเดินทางของชั้นบนโลกใบนี้ด้วยตัวของชั้นเอง”

อาเธอร์หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมา เปิดแอปพลิเคชันกล้องถ่ายรูป เล็งเลนส์ไปที่เรือโกอิ้งแมรี่ แล้วกดชัตเตอร์ลั่นภาพทันที

นี่คือภาพถ่ายใบแรกในชีวิตของเขาบนโลกใบนี้

เมื่อเห็นการกระทำแปลก ๆ ของอาเธอร์ นามิกก็เดินเข้ามาด้อม ๆ มอง ๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น

“นั่นนายถืออะไรอยู่น่ะ?” นามิเอ่ยถาม

อาเธอร์ยื่นหน้าจอสมาร์ทโฟนที่เพิ่งถ่ายรูปเสร็จหมาด ๆ ไปให้นามิดู ก่อนจะอธิบาย “นี่เขาเรียกว่ากล้องถ่ายรูปน่ะ เอาไว้ใช้บันทึกภาพนิ่ง ชั้นตั้งใจเอาไว้ว่าจะใช้เจ้านี่แหละ คอยเก็บภาพความทรงจำทุกรายละเอียดในการผจญภัยของพวกเรา แล้วก็ทุก ๆ สถานที่ที่ชั้นจะได้ไปเยือนในอนาคตด้วย ถ้ามีโอกาสล่ะก็ ชั้นก็อยากจะถ่ายรูปเก็บเอาไว้ให้ครบทุกซอกทุกมุมของโลกใบนี้เลยล่ะ”

พูดจบ อาเธอร์ก็หันเลนส์กล้องไปถ่ายรูปนามิ ลูฟี่ โซโร คายะ และก็เซลฟี่ตัวเองเก็บเอาไว้อีกหลายสิบรูป

“อาเธอร์ ถ่ายรูปชั้นอีกเยอะ ๆ เลยนะ! ทำไมภาพถ่ายพวกนี้มันถึงได้ออกมาดูดีสวยงามขนาดนี้เนี่ย?” นามิพูดด้วยความตื่นเต้นดีใจ

“จัดไปเลยครับคุณผู้หญิง”

อาเธอร์รัวชัตเตอร์ไม่ยั้ง ในขณะที่นามิก็โพสท่าเปลี่ยนท่าทางไปมาไม่ซ้ำแบบ

ว่าแล้วเชียว ไม่มีผู้หญิงคนไหนบนโลกใบนี้ที่จะต้านทานพลังอำนาจของแอปแต่งรูปบิวตี้ฟิลเตอร์ไปได้หรอก แม้แต่สาวสวยระดับนามิก็ยังต้องยอมสยบ

ในจังหวะนั้นเอง โซโรกับลูฟี่ก็เดินเข้ามามุงดูด้วย ดวงตาของลูฟี่เบิกกว้างเป็นประกายวิบวับราวกับมีดวงดาวซ่อนอยู่ข้างใน

“โคตรเท่เลย อาเธอร์ ถ่ายรูปชั้นด้วยสิ ถ่ายเยอะ ๆ เลยนะ”

และในขณะที่อาเธอร์กำลังจะยกกล้องขึ้นถ่ายรูปลูฟี่ จู่ ๆ อุซปที่แบกสัมภาระเป้ใบเบ้อเริ่มเทิ่ม ก็ดันก้าวพลาดสะดุดล้ม กลิ้งหลุน ๆ ตกบันไดลงมายังชายฝั่งอย่างไม่เป็นท่า

“ว๊ากก! ช่วยด้วยยย!”

เสียงร้องโหยหวนของอุซปเรียกความสนใจจากทุกคนให้หันไปมองเป็นตาเดียว

“อุซป” คายะร้องอุทานด้วยความตกใจ พลางยกมือขึ้นป้องปาก

ลูฟี่กับโซโรก้าวเท้าออกไปยืนขวางทาง โซโรพูดขึ้นว่า “พวกเราต้องหยุดหมอนั่นเอาไว้ ไม่อย่างนั้นมันได้กลิ้งไปชนเรือของพวกเราพังแน่ ๆ”

ลูฟี่พยักหน้าเห็นด้วย ก่อนที่ทั้งสองคนจะพร้อมใจกันยกเท้าขึ้นมาถีบสกัดร่างของอุซปที่กำลังกลิ้งหลุน ๆ เข้ามา และในวินาทีทองนั้น อาเธอร์ก็ไม่พลาดที่จะยกสมาร์ทโฟนขึ้นมากดชัตเตอร์บันทึกภาพเอาไว้

พลั่ก! แชะ!

ภาพเหตุการณ์สุดประทับใจ ที่อุซปโดนลูฟี่กับโซโรประทับรอยเท้าเข้าที่ยอดหน้าพร้อมกัน ถูกบันทึกเก็บเอาไว้ในสมาร์ทโฟนของอาเธอร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

และในที่สุด ร่างของอุซปก็หยุดกลิ้งเสียที

หลังจากตั้งสติได้ อุซปกหันซ้ายหันขวามองไปรอบ ๆ ก่อนจะมองเลยไปที่เรือโกอิ้งแมรี่ สัมภาระเป้ใบเบ้อเริ่มเทิ่มบนหลังของเขาช่างดูโดดเด่นสะดุดตาเสียเหลือเกิน

“อุซป นายตัดสินใจเด็ดขาดแล้วจริง ๆ ใช่ไหม ที่จะออกทะเลไปเป็นโจรสลัดน่ะ?” คายะเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจ

อุซปหันไปสบตาคายะ พยักหน้ารับอย่างหนักแน่น ก่อนจะตอบว่า “ใช่แล้วล่ะ ก่อนที่ความตั้งใจของชั้นมันจะสั่นคลอนไปมากกว่านี้ ชั้นก็ต้องรีบออกทะเลให้เร็วที่สุด เธอห้ามพูดจาเกลี้ยกล่อมรั้งตัวชั้นเอาไว้เด็ดขาดเลยนะ ไม่อย่างนั้นชั้นอาจจะใจอ่อนเปลี่ยนใจขึ้นมาก็ได้”

เมื่อได้ยินดังนั้น คายะก็ส่ายหน้าปฏิเสธ “ชั้นไม่ทำแบบนั้นหรอกจ้ะ”

ในขณะเดียวกัน นามิกก็จัดการเรียนรู้วิธีการบังคับเรือและการกางใบเรือเสร็จสรรพเรียบร้อยแล้ว สมาชิกกลุ่มโจรสลัดหมวกฟางที่เหลือต่างก็ขึ้นไปรอบนเรือกันหมดแล้ว

ในสายตาของลูฟี่และโซโร อุซปได้กลายเป็นหนึ่งในสมาชิกลูกเรือที่จะร่วมออกเดินทางผจญภัยไปกับพวกเขาเรียบร้อยแล้ว

“คายะ ไว้ชั้นกลับมาเมื่อไหร่ ชั้นจะเอาเรื่องราวการผจญภัยอันสุดแสนจะตื่นเต้นเร้าใจมาเล่าให้เธอฟังอย่างแน่นอน และคราวนี้ มันจะไม่ใช่แค่นิทานหลอกเด็กอีกต่อไป แต่มันจะเป็นประสบการณ์จริงที่ชั้นได้ไปสัมผัสมาด้วยตัวเอง ดูแลตัวเองดี ๆ ด้วยนะ” อุซปกล่าวคำอำลา

คายะที่ยืนส่งอยู่ริมฝั่ง คลี่ยิ้มบาง ๆ พลางพยักหน้ารับคำ

จากนั้น อุซปก็หันไปมองลูฟี่ อาเธอร์ และคนอื่น ๆ บนเรือ ก่อนจะกล่าวคำอำลา “พวกนายเองก็ดูแลตัวเองดี ๆ ด้วยล่ะ”

ลูฟี่เอียงคอมองด้วยความงุนงง “ทำไมต้องดูแลตัวเองด้วยล่ะ?”

อุซปถึงกับเหงื่อตกกีบ เขาปั้นหน้าขึงขังจริงจัง ก่อนจะตอบลูฟี่ “ก็เพราะว่าตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป ชั้นก็จะออกทะเลไปเป็นโจรสลัดเหมือนกันน่ะสิ เอาไว้พวกเราค่อยไปเจอกันใหม่ในทะเลกว้างก็แล้วกันนะ”

เอาเข้าจริง ในใจลึก ๆ ของเขา เขากำลังเฝ้ารอคอยให้ลูฟี่พูดประโยคบางประโยคออกมาต่างหาก แต่ด้วยความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของมหาโจรสลัดอุซป (ที่ตั้งขึ้นมาเอง) มันค้ำคออยู่ เขาจึงไม่อาจเอ่ยปากขอร้องออกไปตรง ๆ ได้

และแล้ว ลูฟี่ก็พูดประโยคนั้นออกมา “นายกำลังพูดบ้าอะไรของนายอยู่เนี่ย? พวกเราก็เป็นพรรคพวกกันเรียบร้อยแล้วไม่ใช่เรอะ?”

อุซปเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ภายในใจของเขาเต้นระรัวโลดเต้นด้วยความตื่นเต้นดีใจสุดขีด

ในจังหวะนั้นเอง อาเธอร์ก็ตะโกนเร่งอุซป “นี่อุซป นายจะมัวยืนบื้อรออะไรอยู่อีกล่ะ? รีบ ๆ ก้าวขาขึ้นเรือมาได้แล้ว พวกเรากำลังจะออกเรือกันแล้วนะเว้ย”

ทุกคนบนเรือต่างก็พากันส่งยิ้มกว้างมาให้อุซป และในวินาทีนั้น อุซปก็กระโดดตัวลอยขึ้นมาบนเรือ พร้อมกับรอยยิ้มที่เปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาแห่งความดีใจ เขาหันไปตะโกนบอกลูฟี่ “รับทราบครับ กัปตัน!”

แต่เพียงแค่ชั่วพริบตาเดียว วิญญาณความหยิ่งทะนง (จอมปลอม) ของเขาก็กลับมาเข้าสิงร่างอีกครั้ง

“เดี๋ยวก่อนสิ คนที่ควรจะได้เป็นกัปตันมันต้องเป็นชั้นต่างหากล่ะโว้ย!”

โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล

จบตอน

By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล

═❀═❀═❀═❀═❀═❀═

จบบทที่ บทที่ 18 โกอิ้งแมรี่

คัดลอกลิงก์แล้ว