เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 อุซป

บทที่ 10 อุซป

บทที่ 10 อุซป


บทที่ 10 อุซป

“เป็นอะไรไปยะ ตัวโตซะเปล่า ดันมานั่งคิดถึงบ้านซะงั้น?” นามิเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มขำขัน หลังจากที่พวกเขาก้าวเท้าลงจากเรือมาเหยียบเกาะเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อาเธอร์ที่เดินอยู่ข้าง ๆ เธอก็มีทีท่าซึมกะทือผิดปกติ

“หา? ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ใครบอกว่าชั้นคิดถึงบ้านกันล่ะ!” อาเธอร์ยกมือขึ้นเกาหัวแกรก ๆ พลางหัวเราะกลบเกลื่อน

เอ๊ะ เผลอแป๊บเดียวผมของเขาแอบยาวขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย

แต่จะให้เขาไปเล่าเรื่องน่าอายแบบนี้ให้คนอื่นฟังได้ยังไงกันล่ะ?

เมื่อเห็นดังนั้น นามิกก็เอื้อมมือไปลูบหัวอาเธอร์ด้วยความเอ็นดู จู่ ๆ เธอก็เกิดความสงสัยขึ้นมาตงิด ๆ ว่าไอ้หมอนี่มันเป็นผู้ชายจริง ๆ หรือเปล่าเนี่ย? ส่วนสูงก็สูงกว่าเธอแค่นิดเดียวเอง

แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็พอจะเข้าใจความรู้สึกของอาเธอร์อยู่บ้างนะ เพราะตอนที่เธอออกทะเลมาใหม่ ๆ เธอก็เคยมีความรู้สึกแบบนี้เหมือนกัน

และในวินาทีนั้นเอง จู่ ๆ นามิกก็สัมผัสได้ถึงรังสีแห่งความเป็นแม่ที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเธอ เธอจึงรวบตัวอาเธอร์เข้ามากอดปลอบโยนโดยสัญชาตญาณ

ตอนแรกอาเธอร์ก็พยายามจะขัดขืนดิ้นรนให้หลุดจากอ้อมกอด แต่พอดิ้นไปดิ้นมา หน้าของเขาก็ดันไปซุกไซ้เข้ากับภูเขาไฟแฝดอันอ่อนนุ่มสองลูกนั้นเข้าอย่างจัง

“ติ๊ง! ตรวจพบความผันผวนทางอารมณ์ของโฮสต์ แต้มอารมณ์ +66”

“หอมชื่นใจจังวุ้ย!”

“นี่นามิ บนเกาะนี้มันมีหมู่บ้านอยู่จริง ๆ ใช่ไหมเนี่ย? แล้วมันจะมีเนื้อให้กินหรือเปล่าอ่ะ?” ลูฟี่แหกปากตะโกนถามเสียงดังลั่น

“หา?” นามิรีบผละออกจากอาเธอร์ที่กำลังหน้าแดงแปร๊ดเป็นลูกตำลึงสุก เธอหยิบแผนที่ออกมาดู แล้วตอบว่า “มีสิ มีหมู่บ้านอยู่จริง ๆ แต่นี่นายช่วยเลิกหมกมุ่นเรื่องกินเนื้อสักทีจะได้ไหมยะ?”

นามิหันไปมองหน้าอาเธอร์ที่ยังคงหน้าแดงก่ำอยู่ แล้วพูดหยอกล้อ “เป็นไงล่ะจ๊ะ? สัมผัสได้ถึงไออุ่นแห่งความรักจากแม่บ้างไหม?”

อาเธอร์รีบหันหน้าหนี ใบหน้าของเขาแดงซ่านยิ่งกว่าเดิม เขาตอบตะกุกตะกัก “จะ... จะบ้าเหรอ ใครเขาคิดถึงบ้านกันล่ะ ไม่ได้คิดถึงเลยสักนิด”

นามิยกมือขึ้นป้องปากกลั้นขำ ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าแขนอาเธอร์ แล้วออกแรงดึงให้เดินตามมา “ไปกันเถอะ”

ลูฟี่ที่ยืนรออยู่ใกล้ ๆ พอได้ยินคำว่าหมู่บ้าน เขาก็กระโดดโลดเต้นด้วยความตื่นเต้นดีใจ “ไชโย! จะได้กินเนื้อแล้วโว้ย!”

จากนั้น ทั้งกลุ่มก็ตกลงปลงใจที่จะมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านเป็นอันดับแรก

แต่เพิ่งจะเดินไปได้ไม่กี่ก้าว โซโรก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง เขาค่อย ๆ เลื่อนมือไปจับด้ามดาบเตรียมพร้อมรับมือ ก่อนจะกระซิบบอกทุกคน “ระวังตัวด้วยนะ มีคนซุ่มซ่อนตัวอยู่แถวนี้”

อาเธอร์แหงนหน้าขึ้นไปมองพุ่มไม้บนเนินเขา

“ตอนนี้อุซปน่าจะซุ่มซ่อนตัวอยู่บนนั้นสินะ จมูกของคนเรามันจะยาวได้ขนาดนั้นจริง ๆ หรอกเรอะ?” อาเธอร์แอบสงสัยอยู่ในใจ อุซปเองก็เป็นหนึ่งในสมาชิกของกลุ่มโจรสลัดหมวกฟาง และยังมีคำกล่าวขานในหมู่แฟน ๆ ว่า ‘ยามคับขันให้เรียกหาอุซป’ อีกต่างหาก ตอนนี้อาเธอร์รู้สึกตื่นเต้นและคาดหวังเป็นอย่างมากที่จะได้พบปะกับสมาชิกของกลุ่มโจรสลัดหมวกฟางคนต่อไป

“นายบ่นพึมพำอะไรของนายเนี่ย?” นามิที่เดินอยู่ใกล้ ๆ ได้ยินเสียงบ่นอุบอิบของอาเธอร์ จึงเอ่ยถามขึ้น

“ปะ... เปล่า ไม่มีอะไรหรอก ชั้นก็แค่รู้สึกว่าน่าจะมีคนซุ่มซ่อนตัวอยู่บนนั้นน่ะ น่าจะมีสักสี่คนได้ล่ะมั้ง แต่กลิ่นอายรังสีอำมหิตของพวกมันไม่ได้รุนแรงอะไรมากมาย ก็คงจะไม่ใช่พวกยอดฝีมืออะไรหรอก” อาเธอร์ตอบกลบเกลื่อน พลางชี้มือไปที่พุ่มไม้บนเนินเขา

โซโรไม่ได้พูดอะไรออกมา เขาแค่ปรายตามองอาเธอร์ด้วยความประหลาดใจ

“ไหนล่ะคน? อยู่ตรงไหนกันเนี่ย?” ลูฟี่แหงนหน้าขึ้นไปมอง หันซ้ายหันขวาพยายามมองหาผู้บุกรุก

แต่ลูฟี่พูดยังไม่ทันจะขาดคำ จู่ ๆ ก็มีก้อนกรวดเล็ก ๆ ร่วงหล่นลงมาปาใส่เท้าของเขาดังแปะ

“อ้าว มีคนอยู่บนนั้นจริง ๆ ด้วยแฮะ?” ลูฟี่กระโดดเหยง ๆ หลบก้อนกรวดที่ถูกปาลงมาเพื่อเป็นการตักเตือน

วินาทีต่อมา ธงโจรสลัดนับสิบผืนก็โผล่พรวดขึ้นมาโบกสะบัดอยู่เหนือพุ่มไม้บนเนินเขา ถ้าเป็นคนขวัญอ่อนมาเห็นเข้า ก็คงจะหลงเชื่อไปแล้วว่ามีกองทัพโจรสลัดกลุ่มใหญ่ซุ่มซ่อนตัวอยู่บนนั้นจริง ๆ

แต่นามิกับโซโรกลับเชื่อมั่นในสัญชาตญาณของอาเธอร์อย่างเต็มเปี่ยม พวกเขาแหงนหน้ามองขึ้นไปบนเนินเขาด้วยรอยยิ้มขำขัน มีเพียงลูฟี่คนเดียวเท่านั้นที่เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง สีหน้าของเขาบ่งบอกชัดเจนเลยว่า ‘ไม่อยากจะเชื่อเลย!’

“สุดยอดไปเลย!”

และในจังหวะนั้นเอง ชายจมูกยาวคนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นมาใต้ต้นไม้บนเนินเขา เขาก้มหน้ามองลงมาที่พวกของลูฟี่ ก่อนจะแหกปากตะโกนข่มขวัญด้วยน้ำเสียงที่เขาคิดว่าน่าเกรงขามที่สุดแล้ว

“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ข้าคือมหาโจรสลัดผู้ยิ่งใหญ่แห่งหมู่บ้านนี้ นามของข้าคืออุซป! ทุกคนในหมู่บ้านต่างก็รักใคร่และเคารพเทิดทูนข้า พวกเขาเรียกข้าว่า กัปตันอุซป!”

“เจ๋งโคตร ๆ!”

เมื่อได้ยินคำอุทานของลูฟี่ นามิกับโซโรต่างก็พากันยกมือกุมขมับ ถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความระอาใจ สีหน้าของพวกเขาบ่งบอกชัดเจนเลยว่า ‘พวกเราไม่รู้จักไอ้บื้อนี่นะ’

เมื่ออุซปเห็นปฏิกิริยาตอบรับที่น่าประทับใจของลูฟี่ เขาก็ยิ่งได้ใจ ฮึกเหิมขึ้นมาทันที

“ถ้าพวกแกคิดจะมาบุกรุกหมู่บ้านนี้ล่ะก็ ข้าขอเตือนให้พวกแกล้มเลิกความคิดนั้นซะเถอะ ไม่อย่างนั้น ลูกสมุนทั้งแปดสิบล้านคนของข้า ไม่มีทางปล่อยพวกแกเอาไว้แน่!”

พูดจบ ธงโจรสลัดที่ซ่อนอยู่ตามพุ่มไม้ก็ยิ่งโบกสะบัดพริ้วไหวอย่างรุนแรงขึ้นไปอีก

“โอ้โห สุดยอดดด!”

อาเธอร์แหงนหน้ามองอุซปที่กำลังยืนแอ็คท่าอยู่บนเนินเขา ก่อนจะพึมพำกับตัวเองเบา ๆ “ท่านก็อดอุซป เขาว่ากันว่าคำโกหกพกลมของหมอนี่ ในอนาคตมันจะกลายเป็นเรื่องจริงขึ้นมาทั้งหมดเลยนี่นา”

“ที่แท้คนจมูกยาวตัวเป็น ๆ มันก็หน้าตาเป็นแบบนี้นี่เอง ว่าง ๆ ชั้นคงต้องขอศึกษาสรีระจมูกของหมอนี่ซะหน่อยแล้วล่ะ ว่ามันงอกยาวเฟื้อยออกมาขนาดนั้นได้ยังไงกัน”

อาเธอร์จ้องมองจมูกอันโดดเด่นเป็นสง่าของอุซปด้วยความสนใจใคร่รู้เป็นอย่างมาก

ในตอนนี้ ดวงตาของลูฟี่เป็นประกายวิบวับราวกับมีดวงดาวนับล้านดวงเปล่งประกายอยู่ข้างใน เขาเอาแต่จ้องมองอุซปตาไม่กะพริบ ในขณะที่นามิที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กลับพูดขัดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “นายโกหกหน้าตายเลยนะยะ!”

เมื่อได้ยินคำพูดแทงใจดำของนามิ อุซปก็สติแตก หลุดมาดมหาโจรสลัดผู้ยิ่งใหญ่ไปในทันที

“ความแตกซะแล้ว!”

อาเธอร์มองดูปฏิกิริยาของชายจมูกยาวด้วยความเหนื่อยหน่ายใจ ฝีมือการโกหกตื้นเขินระดับอนุบาลแบบนี้ ยังกล้าจะมาหลอกคนอื่นเขาอีกเรอะ?

ถึงแม้ว่าลึก ๆ แล้วเขาจะรู้สึกตื่นเต้นดีใจที่ได้มาพบเจอกับสมาชิกกลุ่มโจรสลัดหมวกฟางคนใหม่ แต่ระดับความผันผวนทางอารมณ์ของเขาก็ไม่ได้พุ่งปรี๊ดรุนแรงเหมือนอย่างตอนแรก ๆ อีกแล้ว

“เห็นไหมล่ะ หมอนั่นสารภาพออกมาเองเลยว่าความแตกแล้ว!” อาเธอร์หันไปพยักพเยิดหน้ากับคนอื่น ๆ ด้วยรอยยิ้มขบขัน

“ปัดโธ่เว้ย ทำไมความถึงแตะง่ายดายขนาดนี้ฟะเนี่ย!” อุซปบิดตัวไปมาด้วยความหงุดหงิดงุ่นง่าน สีหน้าท่าทางของเขาดูเวอร์วังอลังการดาวล้านดวงมากเสียจนคนที่ยืนดูอยู่ข้างล่างแทบจะกลั้นขำเอาไว้ไม่อยู่

แต่หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็พยายามดึงสติกลับมาปั้นหน้าเคร่งขรึมตามเดิม

“ถึงแม้ว่าจำนวนลูกสมุนแปดสิบล้านคนมันจะดูเวอร์เกินจริงไปสักหน่อย แต่ข้าก็ยังมีลูกน้องฝีมือฉกาจคอยรับใช้อยู่นะเว้ย” อุซปพูดแก้ตัวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย

พออุซปพูดจบ ธงโจรสลัดที่โบกสะบัดอยู่บนเนินเขาก็ยิ่งกวัดแกว่งรุนแรงหนักขึ้นไปอีก

“มีกันอยู่แค่สามคนเองไม่ใช่เรอะยะ?” นามิถามสวนกลับไปหน้าตาเฉย

“เหวอออ ความแตกหมดแล้วพวกเรา เผ่นเร้ววว!” เด็กน้อยสามคนที่รับบทเป็นกองทัพลูกสมุนแปดสิบล้านคน เมื่อโดนนามิจับไต๋ได้ พวกเขาก็สะดุ้งโหยงตกใจกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อ ก่อนจะทิ้งธงโจรสลัดแล้ววิ่งแจ้นหนีกลับเข้าไปในหมู่บ้านอย่างไม่คิดชีวิต

“เฮ้ย! พวกแกอย่าเพิ่งหนีไปสิฟะ!” อุซปมองดูลูกน้องฝีมือฉกาจวิ่งหนีหางจุกตูดไปต่อหน้าต่อตา เขาก็ได้แต่แหกปากร้องตะโกนเรียกตามหลังไปอย่างสิ้นหวัง

ในจังหวะนั้นเอง นามิก็ก้มลงไปหยิบลูกแก้วที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาดู ก่อนจะเปรยขึ้นมาลอย ๆ “เกิดมาเพิ่งจะเคยได้ยินนี่แหละ ว่ามีโจรสลัดที่ใช้หนังสติ๊กเป็นอาวุธด้วย”

อาเธอร์กับโซโรต่างก็อมยิ้มขำขัน มีเพียงลูฟี่คนเดียวเท่านั้นที่มีสีหน้าผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด เขาหันไปตะโกนถามอุซป “อ้า~ ที่แท้นายก็โกหกพวกเรางั้นเรอะ!”

แต่หลังจากนั้นเพียงเสี้ยววินาที ลูฟี่ก็กลับมาร่าเริงสดใสเหมือนเดิม ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น

“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า นายเนี่ยเป็นคนที่น่าสนใจดีจริง ๆ เลยแฮะ!”

“หนอยแน่ ไอ้เด็กเมื่อวานซืน อย่ามาทำเป็นปากดีไปหน่อยเลย ข้าน่ะเป็นคนที่มีความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของตัวเองสูงปรี๊ดเลยนะเว้ย เพราะงั้นผู้คนถึงได้ขนานนามข้าว่า อุซป จอมหยิ่งทะนง ไงล่ะ” อุซปงัดหนังสติ๊กคู่ใจออกมาง้างเตรียมยิง เล็งเป้าไปที่ลูฟี่

“เมื่อกี้นี้แกก็เห็นแล้วนี่ ฝีมือการยิงหนังสติ๊กของข้าน่ะ แม่นยำราวกับจับวาง เก่งกาจกว่าพวกนักแม่นปืนดาด ๆ ทั่วไปตั้งเยอะ!” อุซปพูดโอ้อวดด้วยความภาคภูมิใจ

และในวินาทีนั้นเอง สีหน้าท่าทางของลูฟี่ก็แปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมจริงจังขึ้นมาทันที เขาจ้องหน้าอุซปเขม็ง แล้วพูดเสียงเย็นเยียบ “ถ้าคิดจะชักปืนออกมาขู่ล่ะก็ แกก็ต้องเตรียมใจเอาชีวิตของแกเข้าแลกด้วยนะเว้ย!”

มาแล้วเว้ยเฮ้ย ฉากเด็ดเริ่มขึ้นแล้ว!

อาเธอร์ยืนดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าอย่างใจจดใจจ่อ นี่คือฉากที่ลูฟี่หยิบยกเอาคำพูดของแชงคูส ผมแดง มหาโจรสลัดที่เขาเคารพรักและเทิดทูน มาใช้ข่มขวัญศัตรูนั่นเอง

“หา?” เมื่อได้ยินคำขู่ของลูฟี่ ร่างกายของอุซปก็แข็งทื่อเป็นหินไปโดยอัตโนมัติ

“ที่ชั้นจะบอกก็คือ ไอ้ของพรรค์นี้น่ะ มันไม่ใช่ของเล่นเด็กหรอกนะ” ลูฟี่จ้องหน้าอุซปไม่กะพริบ พลางอธิบายความหมายของคำพูดเมื่อครู่นี้ให้ฟัง

เมื่อเห็นท่าทีจริงจังของลูฟี่ โซโรเองก็เริ่มจะรู้สึกสนุกขึ้นมาบ้างแล้ว แววตาของเขาแหลมคมดุจใบมีดโกน ขณะที่จ้องมองขึ้นไปหาอุซปบนเนินเขา ก่อนจะพูดเสริมขึ้นมาว่า “คนที่แกกำลังเผชิญหน้าอยู่น่ะ คือโจรสลัดของจริงนะเว้ย”

ถึงแม้อาเธอร์จะไม่ได้สัมผัสถึงรังสีอำมหิตใด ๆ จากชายทั้งสองคนเลยแม้แต่น้อย แต่อุซปที่ยืนอยู่บนเนินเขากลับรู้สึกกดดันจนแทบจะหายใจไม่ออก

ทั้งสองฝ่ายยืนจ้องหน้าหยั่งเชิงกันอยู่ครู่หนึ่ง และในที่สุด อุซปก็ทนรับแรงกดดันไม่ไหว เข่าทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นอย่างหมดสภาพ

“ข้าว่าแล้วเชียว ว่าข้ามันไม่มีราศีของโจรสลัดที่แท้จริงเลยสักนิด น่ากลัวชะมัดเลย สุดยอดไปเลยแฮะ” อุซปบ่นพึมพำด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย ราวกับยอมรับในชะตากรรมของตัวเองแล้ว

เมื่อลูฟี่กับโซโรเห็นปฏิกิริยาของอุซป พวกเขาก็หลุดขำพรวดออกมาพร้อมกันดังลั่น

“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ชั้นก็แค่จำขี้ปากเขามาพูดเท่ ๆ ไปงั้นแหละ นั่นมันเป็นคำพูดของแชงคูส ผมแดง โจรสลัดที่ชั้นเคารพรักน่ะ” ลูฟี่หันไปเฉลยความจริงให้อุซปฟัง

“แชงคูส! นี่นายกำลังพูดถึงมหาโจรสลัด แชงคูส ผมแดง คนนั้นอยู่งั้นเรอะ?” เมื่อได้ยินชื่อของแชงคูส อุซปก็หูผึ่ง ตื่นเต้นขึ้นมาทันที

ลูฟี่พยักหน้ารับ ก่อนจะพูดต่อ “ใช่แล้วล่ะ พ่อของนายชื่อ ยาซป ใช่ไหมล่ะ?”

เมื่อได้ยินชื่อพ่อของตัวเองหลุดออกมาจากปากของคนแปลกหน้า อุซปก็ตกใจจนเสียหลัก กลิ้งหลุน ๆ ตกลงมาจากเนินเขาอย่างไม่เป็นท่า

ตุ้บ!

อาเธอร์มองดูอุซปที่ตกลงมาหน้าทิ่มดินอย่างแรง สลับกับแหงนหน้าขึ้นไปมองความสูงของเนินเขาที่หน้าผาชันดิก

“สภาพร่างกายของคนในโลกนี้มันอึดถึกทนผิดมนุษย์มนาจริง ๆ แฮะ ตกลงมาจากที่สูงขนาดนั้น ถ้าเป็นชั้นล่ะก็ ต่อให้รอดตายก็คงต้องพิการไปตลอดชีวิตแหง ๆ”

อาเธอร์รู้สึกตอกย้ำถึงความอ่อนแอของตัวเองขึ้นมาอีกครั้ง

“ยาซปคือชื่อพ่อของข้าจริง ๆ นั่นแหละ แต่นายไปรู้มาจากไหนล่ะเนี่ย?”

ลูฟี่พยักหน้ารับ พลางอธิบายว่า “ชั้นเคยเจอเขาตอนที่ชั้นยังเด็ก ๆ น่ะสิ พวกนายสองคนหน้าตาถอดแบบกันมาเป๊ะขนาดนี้ มีหรือที่ชั้นจะจำไม่ได้”

เมื่อได้ยินลูฟี่พูดแบบนั้น อาเธอร์ก็แทบจะหลุดขำออกมา เขาอดสงสัยไม่ได้จริง ๆ ว่าลูฟี่มันใช้ตาตุ่มข้างไหนมอง ถึงได้เห็นว่าไอ้สองพ่อลูกคู่นี้มันหน้าตาเหมือนกันเป๊ะขนาดนั้น แต่สุดท้ายเขาก็กลั้นขำเอาไว้ได้ทัน ก่อนจะหันไปเสนอความเห็นกับทุกคน “เอาเป็นว่า พวกเราเข้าไปหาอะไรกินในหมู่บ้าน แล้วค่อยคุยกันต่อดีกว่าไหม?”

พอได้ยินคำว่า ‘กิน’ ดวงตาของลูฟี่ก็ลุกวาวเป็นประกายขึ้นมาทันที

“ดี ๆ ๆ ชั้นอยากกินเนื้อจะแย่อยู่แล้วเนี่ย”

“แล้วก็ต้องมีเหล้าด้วยล่ะ”

โซโรเองก็ไม่พลาดที่จะเรียกร้องของโปรดของตัวเองเช่นกัน

เมื่อเห็นว่าพวกลูฟี่ไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไรต่อหมู่บ้าน อุซปก็ผ่อนคลายความระแวงลง ก่อนจะหันไปบอกทุกคน “ตามข้ามาสิ”

การมีเจ้าถิ่นที่รู้ทางดีมาเป็นไกด์นำทางให้นั้น ถือเป็นเรื่องที่วิเศษที่สุดแล้ว อาเธอร์และคนอื่น ๆ จึงเดินตามหลังอุซปมุ่งหน้าเข้าสู่หมู่บ้าน

“นี่อุซป จมูกยาว ๆ ของนายนี่มันเป็นของจริงหรือของปลอมเนี่ย?”

อาเธอร์ที่เดินนำหน้าอุซปอยู่ก้าวหนึ่ง จู่ ๆ ก็หันขวับกลับมา แล้วยื่นมือออกไปบีบจมูกของอุซปเข้าอย่างจัง

“เฮ้ย ยัยหนู จะทำอะไรของแกเนี่ย! ถ้าไม่ใช่ของจริง แล้วมันจะเป็นของอะไรได้ล่ะฟะ?”

เมื่อได้ยินคำว่า ‘ยัยหนู’ นามิก็หลุดขำพรวดออกมาทันที

อาเธอร์ส่ายหน้าด้วยความระอาใจ ขี้เกียจจะมานั่งอธิบายเรื่องเพศสภาพของตัวเองในตอนนี้ จากนั้นเขาก็ออกแรงบีบจมูกของอุซปให้แรงขึ้นไปอีก

“โอ๊ย ๆ ๆ เจ็บเว้ยยย!!!”

“หืม ของจริงด้วยแฮะ จมูกคนเรามันจะยาวยืดงอกออกมาเป็นบ้องไม้ไผ่แบบนี้ได้ยังไงกันล่ะเนี่ย?”

โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล

จบตอน

By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล

═❀═❀═❀═❀═❀═❀═

จบบทที่ บทที่ 10 อุซป

คัดลอกลิงก์แล้ว