เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30 เงินก้อนโต

บทที่ 30 เงินก้อนโต

บทที่ 30 เงินก้อนโต


บทที่ 30 เงินก้อนโต

ตู้ม!

ลูกไฟปะทะเข้ากับร่างของป๋ายเจิ้งหยวนและระเบิดออกทันที

ป๋ายเจิ้งหยวนปลิวละลิ่วกระเด็นไปไกลกว่าสิบเมตร

เวลานี้ เลือดซึมทะลักออกจากปาก หน้าอกของเขายุบลงไปทั้งแถบ

หากก่อนหน้านี้เขาไม่ได้กลืนกินผู้คนไปกว่าสองร้อยชีวิต ป่านนี้คงสิ้นใจไปแล้ว

ป๋ายเจิ้งหยวนที่ล้มกองอยู่บนพื้น พยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นมา สายตายังคงจับจ้องไปที่หลินฮ่าว

"ยังไม่ตายอีก"

หลินฮ่าวขมวดคิ้วเล็กน้อย ป๋ายเจิ้งหยวนผู้นี้อยู่เพียงระดับรวบรวมลมปราณขั้นหนึ่ง ทว่ากลับสามารถต้านทานลูกไฟของเขาได้

แน่นอนว่าหลินฮ่าวไม่ลังเลแม้แต่น้อย

พลังวิญญาณไหลเวียนอีกครั้ง ลูกไฟพุ่งผ่านระยะทางหลายสิบเมตรไปในชั่วพริบตา นำพาความร้อนแผดเผาเข้าใส่

ตู้ม!

เสียงระเบิดดังสนั่นขึ้นอีกครั้ง

หลุมลึกขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นบนท้องถนนในทันที

ป๋ายเจิ้งหยวนนอนจมอยู่ในหลุมลึกนั้น

เลือดทะลักออกจากปากอย่างต่อเนื่อง ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลเหวอะหวะ โดยเฉพาะบริเวณหน้าอกที่เห็นซี่โครงหักทิ่มแทงออกมา

"เจิ้งหยวน ลูกแม่!"

เวลานี้ ป้าหลานวิ่งออกมาจากร้าน เมื่อเห็นบุตรชายร่างโชกเลือดนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น นางรู้สึกราวกับโลกทั้งใบพังทลายลงมา

สมองของนางขาวโพลน รีบวิ่งตรงไปหาบุตรชายทันที

ทว่าวิ่งไปได้เพียงสองก้าว นางก็ล้มฟุบลงกับพื้น

นางพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้น แต่ไม่ทันไรก็ล้มลงไปอีก

ในระยะทางเพียงไม่กี่สิบเมตร นางล้มลุกคลุกคลานไปถึงสี่ครั้ง

"ท่านแม่! อั้ก...."

ป๋ายเจิ้งหยวนร้องเรียกเสียงแผ่ว แต่แล้วเลือดก็พุ่งออกจากปากอีกครั้ง

วินาทีที่ได้เห็นมารดา สติของป๋ายเจิ้งหยวนก็พลันแจ่มชัดขึ้นมาก

เขาตระหนักแล้วว่า ช่องว่างระหว่างเขากับหลินฮ่าวนั้นกว้างใหญ่เพียงใด

แต่มันก็สายเกินไปเสียแล้ว

เขาสัมผัสได้ว่าพลังชีวิตของตนกำลังเหือดหายไปอย่างรวดเร็ว

ภาพเบื้องหน้าเริ่มพร่าเลือน

สติสัมปชัญญะเริ่มแตกซ่าน

"ท่านแม่ ลูกอกตัญญู ไม่อาจทดแทนบุญคุณที่ท่านเลี้ยงดูมาได้"

นั่นคือห้วงความคิดสุดท้ายของป๋ายเจิ้งหยวน

หลินฮ่าวที่ยืนอยู่ไม่ไกล ไม่ได้ลงมือโจมตีซ้ำแต่อย่างใด

เขารู้ดีว่าป๋ายเจิ้งหยวนไม่มีทางรอดชีวิตแน่

ทว่าสิ่งที่เขาไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น

จังหวะที่ป้าหลานกำลังจะวิ่งไปถึงตัวบุตรชาย

จู่ๆ ก็มีหมอกสีดำปะทุออกมาจากร่างของป๋ายเจิ้งหยวน และเข้าห่อหุ้มร่างของเขาอย่างรวดเร็ว

วินาทีต่อมา ร่างของเขาก็หายวับไปกับตา

"วิชาหลบหนี!"

หลินฮ่าวแผ่สัมผัสเทวะออกไป ทว่าก็ไม่พบร่องรอยของป๋ายเจิ้งหยวนแม้แต่น้อย

"หมอกดำนั่นไม่น่าจะถูกปล่อยออกมาจากป๋ายเจิ้งหยวน ป๋ายเจิ้งหยวนตายไปแล้วจริงๆ แสดงว่ามีคนอื่นซ่อนอยู่ในร่างของเขา!"

สีหน้าของหลินฮ่าวเคร่งเครียดขึ้นมา ไม่คิดเลยว่าเขาจะยังประมาทพลาดพลั้งไปได้

ป้าหลานมองดูบุตรชายที่จู่ๆ ก็หายตัวไป นางยืนตะลึงงัน ทำอะไรไม่ถูก ได้แต่พร่ำร้องเรียกหาไม่หยุดหย่อน

ขณะนั้นเอง ผู้คุ้มกันจากจวนเจ้าเมืองที่อยู่ไม่ไกล ก็กรูเข้ามาจับกุมตัวป้าหลานไว้ทันที

ป๋ายเจิ้งหยวนกลายเป็นมารไปแล้ว แน่นอนว่าพวกเขาต้องจับกุมมารดาของป๋ายเจิ้งหยวนไปสอบสวน

หลินฮ่าวไม่ได้เข้าไปห้ามปรามแต่อย่างใด

"ท่านเซียนหลิน มารตนนั้นหนีไปแล้วหรือขอรับ?"

ผู้คุ้มกันคนหนึ่งรีบก้าวเข้ามาโค้งคำนับหลินฮ่าว

ผู้คุ้มกันผู้นี้รู้สึกหวาดกลัวว่าป๋ายเจิ้งหยวนจะหวนกลับมาอีก ภาพกองกระดูกขาวโพลนกว่าสองร้อยร่างยังคงตราตรึงอยู่ในหัวของเขา

ชาวบ้านทั่วไปอาจไม่รู้ว่าหลินฮ่าวคือเซียนในตำนาน

แต่จวนเจ้าเมืองและตระกูลชาวยุทธ์เหล่านั้นย่อมรู้ดี

"อืม"

หลินฮ่าวพยักหน้า ก่อนจะกล่าวว่า "พวกเจ้าไม่ต้องกังวลเรื่องนี้แล้ว หากมารตนนั้นกลับมา ย่อมมีคนมาจัดการเอง"

"ขอรับ"

ผู้คุ้มกันรีบรับคำ จากนั้นก็นำตัวป้าหลานจากไป

ผู้คุ้มกันบางส่วนคอยดูแลความเรียบร้อยและเก็บกวาดสถานที่เกิดเหตุ

"ท่านพี่ เกิดอะไรขึ้นกับป๋ายเจิ้งหยวนผู้นั้นหรือเจ้าคะ?"

สีหน้าของหลี่มู่หว่านยังคงมีความตื่นตระหนกอยู่บ้าง แม้นางจะเห็นว่าป๋ายเจิ้งหยวนถูกสามีของนางซัดจนบาดเจ็บสาหัส แต่สภาพของป๋ายเจิ้งหยวนก่อนหน้านี้ช่างน่าหวาดกลัวเหลือเกิน

ตอนนี้นางเห็นป๋ายเจิ้งหยวนหายตัวไปอย่างกะทันหัน นางย่อมกังวลว่าป๋ายเจิ้งหยวนจะกลับมาอีก

"เขาคงฝึกวิชามารจนตกลงสู่เส้นทางมารแล้วล่ะ"

หลินฮ่าวกล่าวอย่างครุ่นคิด

"ผู้ฝึกตนสายมาร หากเขากลับมาอีกจะทำเช่นไรเจ้าคะ?" หลี่มู่หว่านกล่าวด้วยความกังวล

ป๋ายเจิ้งหยวนถูกหลินฮ่าวทำร้าย หลี่มู่หว่านจึงกังวลอย่างยิ่งว่าป๋ายเจิ้งหยวนจะกลับมาแก้แค้นสามีของนาง

"อย่ากังวลไปเลย ตั้งแต่โบราณกาลมา เซียนและมารอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้ ผู้ฝึกตนฝ่ายธรรมะย่อมต้องมาจัดการเรื่องนี้อยู่แล้ว อีกอย่าง เมื่อครู่เจ้าก็เห็นแล้วนี่ ป๋ายเจิ้งหยวนผู้นั้นไม่ใช่คู่มือของข้าเลยสักนิด"

หลินฮ่าวเอ่ยปลอบใจนาง

เมื่อเห็นว่าหลี่มู่หว่านยังคงมีสีหน้ากังวลอยู่บ้าง หลินฮ่าวจึงกวักมือเรียกผู้คุ้มกันที่อยู่ข้างๆ แล้วบอกให้พวกเขากลับกันก่อน

ขณะที่หลินฮ่าวกำลังจะก้าวขึ้นรถม้า จู่ๆ เขาก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

"เมื่อเดือนก่อน ป๋ายเจิ้งหยวนผู้นั้นยังเป็นเพียงคนธรรมดาอยู่เลย เหตุใดจู่ๆ ถึงกลายเป็นผู้ฝึกตนสายมารไปได้? มีคนถ่ายทอดวิชามารให้เขา หรือว่าเขาบังเอิญไปพบเคล็ดวิชาของเผ่ามารเข้า?"

ก่อนหน้านี้ หลินฮ่าวไม่พบตำราวิชาหรือถุงมิติใดๆ บนตัวป๋ายเจิ้งหยวนเลย

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง หลินฮ่าวก็แผ่สัมผัสเทวะออกไปตรวจสอบที่บ้านของป๋ายเจิ้งหยวนทันที

"มีจริงๆ ด้วย!"

ใบหน้าของหลินฮ่าวปรากฏรอยยิ้มยินดี เมื่อครู่นี้ เขาพบถุงมิติใบหนึ่งซ่อนอยู่ใต้เตียงในห้องของป๋ายเจิ้งหยวน

"หว่านเอ๋อร์ รอข้าในรถม้าสักครู่นะ"

หลินฮ่าวกล่าวกับหลี่มู่หว่าน ก่อนจะเดินไปทางเรือนหลังร้าน

เขาเข้าไปในห้องและหยิบถุงมิติออกมา

ถุงมิติใบนั้นไม่ได้ถูกผูกมัดด้วยสัมผัสเทวะ

หลินฮ่าวจึงเทของทั้งหมดที่อยู่ข้างในออกมาทันที

"ซี๊ด......"

หลินฮ่าวเผลอสูดปากด้วยความตกตะลึง

เขาเห็นกองหินวิญญาณกองโตราวกับภูเขาย่อมๆ กองอยู่บนพื้น

หลินฮ่าวประเมินด้วยสายตาคร่าวๆ น่าจะมีหินวิญญาณไม่ต่ำกว่าห้าพันก้อน

นอกจากนี้ยังมีอาวุธวิญญาณ อาวุธเวท ตำราวิชา ยันต์วิญญาณ และโอสถอีกมากมาย

ที่สะดุดตาที่สุดคือธงค่ายกลหน้าเขียวทั้งสิบสองผืน

"รวยแล้ว ข้ารวยเละแล้ว!"

หลินฮ่าวที่กำลังถังแตก รู้สึกราวกับยาจกที่ได้เห็นทองคำกองเต็มห้อง

เขาแสดงอาการตื่นเต้นและดีใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด

นี่มันลาภลอยชัดๆ

เขาพยายามข่มความปรีดาในใจอย่างสุดความสามารถ

เขายื่นมือออกไปสัมผัส และเก็บของทั้งหมดเข้าไปในพื้นที่มิติของระบบ

จากนั้นเขาก็รีบกลับไปที่รถม้า สั่งการผู้คุ้มกัน แล้วเดินทางกลับจวน

หนึ่งชั่วยามต่อมา

ณ ลานเรือนหลักของจวนตระกูลหลิน

เวลานี้ จางรั่วหนานได้พอบิดาของนางไปพักที่ห้องหนึ่งในเรือนฝั่งเหนือแล้ว

นางยืนรออยู่ที่หน้าประตูเรือนหลัก ชะเง้อคอมองอย่างจดจ่อ

เมื่อเห็นหลินฮ่าว นางก็รีบก้าวเข้าไปหาทันที

แต่เวลานี้ หลินฮ่าวไม่มีอารมณ์จะสนใจนาง ในหัวของหลินฮ่าวเต็มไปด้วยเรื่องอาวุธวิญญาณและอาวุธเวทในพื้นที่มิติ

"ไม่ต้องรีบร้อน ตอนนี้ข้ายังมีธุระอื่นต้องจัดการ"

หลินฮ่าวกล่าวจบก็ไม่สนใจนางอีก

เขาพาหลี่มู่หว่านกลับไปที่เรือนฝั่งตะวันออก ส่วนหลินฮ่าวก็ไปที่เรือนฝั่งใต้

ที่นี่ไม่มีใครพักอาศัยอยู่เป็นการชั่วคราว

ภายในเรือน

หลินฮ่าวเอาของทั้งหมดออกมากองไว้อีกครั้ง

อาวุธวิญญาณสิบชิ้น อาวุธเวทห้าชิ้น อาวุธเวทนั้นเป็นของที่ผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานใช้ ซึ่งหลินฮ่าวยังใช้ไม่ได้ในตอนนี้ เขาจึงเก็บอาวุธเวทเหล่านั้นเข้าพื้นที่มิติไป

ในบรรดาอาวุธวิญญาณสิบชิ้น มีกระบี่เหินฟ้าอยู่สามเล่ม ล้วนเป็นระดับสูงทั้งสิ้น

มีเชือกสีทอง น่าจะเป็นอาวุธวิญญาณประเภทควบคุมรัดตรึง

พัดเหล็ก ทวนยาว โล่ กริช ร่มผ้าสีดำ และรองเท้าบูทอีกหนึ่งคู่

"นี่มันถุงมิติของใครกันแน่ ทำไมถึงมีอุปกรณ์ครบครันขนาดนี้"

หลินฮ่าวถึงกับอึ้งไปเล็กน้อย

รอยประทับสัมผัสเทวะบนอาวุธวิญญาณเหล่านี้เลือนหายไปนานแล้ว บ่งบอกว่าเจ้าของของพวกมันคงตายไปแล้วอย่างแน่นอน

หลินฮ่าวเลิกคิดฟุ้งซ่าน และลงมือหลอมรวมอาวุธวิญญาณเหล่านี้ทั้งหมด

กว่าหลินฮ่าวจะหลอมรวมอาวุธวิญญาณทั้งหมดสำเร็จก็ล่วงเข้าสู่ยามดึกสงัดแล้ว

เวลานี้ เขาสวมรองเท้าบูทยาวสีเขียวไว้ที่เท้า และในมือถือกรีชไว้เล่มหนึ่ง

ร่างของเขาพลันกะพริบวูบ และต้นไม้เล็กๆ ตรงมุมเรือนก็ขาดสะบั้นลงในชั่วพริบตา

จบบทที่ บทที่ 30 เงินก้อนโต

คัดลอกลิงก์แล้ว