- หน้าแรก
- เกมสยองขวัญ นี่ฉันทะลุมิติมาอยู่ในโลกเทพนิยายงั้นเหรอ
- บทที่ 28 การคาดเดา
บทที่ 28 การคาดเดา
บทที่ 28 การคาดเดา
เช้าวันรุ่งขึ้น สืออวี่ตื่นขึ้นมาบนกองฟางในห้องครัว เธอขยี้ตาและได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากข้างนอก เมื่อชะโงกหน้าออกไปดูก็เห็นว่าเป็นแม่เลี้ยงกับคนอื่นๆ กำลังยืนคุยกันอยู่
หลังจากตั้งใจฟังว่าเกิดอะไรขึ้น ก็จับใจความได้ว่าพวกเธอโชคร้ายนิดหน่อยตอนขากลับ รถม้าไปสะดุดเข้ากับอะไรบางอย่างจนพลิกคว่ำ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมพวกเธอเพิ่งจะกลับมาถึงเอาป่านนี้
"เจ้านกพิราบบ้าเอ๊ย! ถ้ามันไม่ไปซ่อนอยู่หลังก้อนหินแล้วส่งเสียงร้องล่ะก็ ม้าของเราก็คงไม่ตกใจจนเตลิดไปชนหรอก"
พี่สาวคนรองเงยหน้าขึ้นมาเห็นสืออวี่ยืนอยู่ตรงประตูห้องครัวพอดี เธอเดินกระแทกเท้าเข้ามาด้วยความหงุดหงิด แล้วยื่นนกพิราบที่สภาพสะบักสะบอมให้กับสืออวี่:
"เอาไป ฉันตื่นมาเมื่อไหร่จะต้องได้กินซุปนกพิราบนี่"
"ทางที่ดีควรต้มมันทั้งเป็น อาหารจะได้สดใหม่ที่สุด"
"ได้ค่ะ ได้..."
หลังจากสั่งงานเสร็จ แม่เลี้ยงและคนอื่นๆ ก็พากันขึ้นชั้นบน พวกเธอไม่ได้นอนมาทั้งคืนและต้องการพักผ่อนเอาแรง จึงไม่มีแก่ใจจะมาหาเรื่องสืออวี่อีก
ตอนนี้ในห้องจึงเหลือเพียงหนึ่งคนกับอีกหนึ่งตัวจ้องหน้ากันนิ่งๆ
เจ้านกพิราบดำนอนรวยรินอยู่ในฝ่ามือของสืออวี่ ทันทีที่เห็นหน้าเธอ มันก็ถลึงตาใส่และพองขนขึ้นทันที "ฉันจะไปหานางฟ้าแม่ทูนหัวแล้วฟ้องเรื่องของแก นังสารเลว แกเป็นคนทำบ้าๆ แบบนี้กับฉัน แกทรยศแม่ทูนหัว แล้วยังทรยศฉันด้วย"
"พลั่ก!"
ร่างของนกพิราบดำลอยละลิ่วไปกระแทกเข้ากับกำแพงอย่างจัง หยดเลือดไหลรินออกจากร่างของมัน หยดลงมาเป็นสายเส้นสีแดงบางๆ
มันตะเกียกตะกายลุกขึ้นและบินโซซัดโซเซตรงไปยังหน้าต่าง แต่ในจังหวะที่เกือบจะหนีรอดไปได้นั้นเอง มันก็รู้สึกถึงแรงบีบรัดจนแทบขาดใจที่ลำคอ
สืออวี่คว้าคอมันไว้แล้วเดินตรงไปที่หม้อเหล็กซึ่งมีน้ำเดือดปุดๆ ไอน้ำพวยพุ่งขึ้นมาจนร่างของเจ้านกพิราบดำเปลี่ยนสีไปในพริบตา ดูเหมือนมันกำลังจะกลายเป็นนกไร้ขนในอีกไม่ช้า
มันกรีดร้องเสียงหลง "แกจะทำอะไรน่ะ?"
สืออวี่เอ่ยถาม "จะยอมจำนนหรือไม่ยอม?"
"นังสารเลว นังคนทรยศ! ฉันอุตส่าห์ไว้ใจและนึกถึงแกมาตลอด แกมันโหดเหี้ยมอำมหิต แกไม่ใช่คนแล้ว..."
สืออวี่ลดมือลงจนเท้าข้างหนึ่งของนกพิราบสัมผัสกับน้ำร้อนจัด ทำเอามันแหกปากร้องลั่น "ฉันยอมแล้ว ฉันยอมแพ้! ตั้งแต่นี้ไปแกคือท่านทวดของฉันเลย!"
"ได้โปรดเถอะท่านย่า รีบวางฉันลงเร็วเข้า!"
สืออวี่ยิ้มอย่างพึงพอใจ "คิดได้แบบนี้ตั้งแต่แรกก็สิ้นเรื่อง"
เมื่อคืนนี้เธอวางแผนหลบหนีเอาไว้แล้ว แต่หลังจากเห็นเจ้านกพิราบนี่ เธอก็เปลี่ยนใจกะทันหัน บางทีอาจจะมีวิธีที่ดีกว่านั้น
สืออวี่หยิบกริชออกมา "เอาสิ่งนี้ไปให้เจ้าชายแล้วบอกเขาว่าฉันทำสำเร็จแล้ว แต่ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสเหมือนกัน บอกให้เขามาหาฉันที่ห้องครัว"
นกพิราบดำกลอกตาไปมา "แต่แกดูไม่เป็นอะไรเลยนี่"
สืออวี่ตอกกลับ "แหงสิ! แกคิดว่าฉันจะยอมให้เขาไปหานางฟ้าแม่ทูนหัวที่สวนหลังบ้านหรือไง? เกิดเขาจับได้ขึ้นมาว่าตัวจริงของฉันเป็นใครจะทำยังไง?"
"ถึงเวลานั้น ฉันก็แค่แกล้งทำเป็นบาดเจ็บ เจ้าชายจะต้องสงสารแล้วพาฉันกลับไปที่วังเร็วขึ้นแน่ๆ"
...
เวลาล่วงเลยไปอย่างรวดเร็ว ผ่านไปราวๆ หนึ่งถึงสองชั่วโมง เสียงอึกทึกครึกโครมก็ดังมาจากถนนด้านนอก
แม่เลี้ยงและคนในบ้านถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาทีละคน พวกเธอพาลูกสาวทั้งสองคนลงมาชั้นล่าง และพบว่าเป็นเหล่าทหารยามที่ถูกส่งมาจากพระราชวัง เพื่อตามหาพระคู่หมั้นของเจ้าชายที่หายตัวไปเมื่อคืนนี้
พวกเธอตาสว่างขึ้นมาทันทีและเริ่มกระบวนการลองรองเท้าแก้ว
เท้าของหญิงสาวผู้สูงศักดิ์นั้นถือเป็นของล้ำค่า ดังนั้นพวกเธอจึงหลบเลี่ยงสายตาของเหล่าทหารยามในขณะที่ลองรองเท้า
เริ่มจากลูกสาวคนโต เท้าของเธอใหญ่เกินกว่าจะสวมเข้าไปในรองเท้าแก้วได้
แม่เลี้ยงที่ยืนอยู่ข้างๆ จึงเสนอแนะว่า "ตัดนิ้วโป้งเท้าของลูกทิ้งซะสิ"
ลูกสาวตื่นตระหนก "ไม่เอาค่ะแม่ หนูไม่อยากทำแบบนี้ มันเจ็บเกินไป..."
แม่เลี้ยงโกรธจัด "ลูกเอ๋ย ลองคิดถึงความพยายามทั้งหมดที่ลูกทุ่มเทมาตลอดหลายปีนี้ดูสิ ว่าทำไปเพื่ออะไร?"
ลูกสาวคนโตนึกขึ้นมาได้ทันที ว่าเพื่อรักษาความงามของตัวเอง เธอต้องอดอาหารอย่างหนัก กินอาหารเพียงน้อยนิดในแต่ละวัน จนแทบจะหน้ามืดเป็นลมอยู่หลายครั้ง
ใบหน้าของเธอมักจะถูกฉาบไว้ด้วยเครื่องสำอางชั้นดีเสมอ นานแค่ไหนแล้วนะที่เธอไม่ได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของตัวเอง?
แถมยังต้องคอยข่มเหงรังแกซินเดอเรลล่าที่สวยกว่าตัวเองอย่างไม่ลดละ โดยหวังว่าจะทำให้เสียโฉม
หลังจากทุ่มเทหยาดเหงื่อแรงกายไปทั้งหมด ตอนนี้เราก็อยู่ห่างจากความฝันเพียงแค่ก้าวเดียว...
เธอตัดใจ หยิบมีดปอกผลไม้ที่อยู่ข้างๆ ขึ้นมา แล้วสับนิ้วเท้าของตัวเองทิ้งจนถึงโคน เลือดสดๆ ทะลักออกมาจากรอยแผลเหวอะหวะ
"ต้องอย่างนี้สิ" แม่เลี้ยงเอ่ยอย่างพึงพอใจ "เมื่อลูกได้เป็นราชินี ลูกก็จะไม่ต้องเดินอีกต่อไป"
ลูกสาวคนโตพยักหน้า รอยยิ้มแห่งความสุขปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่ซีดเผือด เต็มเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังถึงอนาคตอันสวยหรู...
ในขณะที่แม่เลี้ยงและคนอื่นๆ กำลังหลงระเริงอยู่กับความฝันหวานกลางวันเรื่องการลองรองเท้า สืออวี่ก็ผลักประตูคฤหาสน์และเดินออกไปอย่างเปิดเผย
ทหารยามหลายคนรีบก้าวเข้ามาขวางและซักไซ้ "เฮ้ย เจ้ามาทำอะไรที่นี่?"
สืออวี่ตอบด้วยท่าทีหวาดกลัว "ฉันจะไปผ่าฟืนค่ะ"
เธอยืนนิ่ง แววตาเต็มไปด้วยความคาดหวัง "เอ่อ ฉันขอลองรองเท้าแก้วบ้างได้ไหมคะ? เผื่อว่ามันจะใส่ได้พอดี..."
"ไปให้พ้นๆ เลยไป กำลังฝันกลางวันอยู่หรือไง นังคนรับใช้? กลับไปทำงานของเจ้าซะ"
ทหารยามโบกมือไล่อย่างรำคาญใจ และสืออวี่ก็เดินผละออกมาได้อย่างราบรื่น
แตกต่างจากความคืบหน้าในเกมของผู้เล่นคนอื่นๆ เนื่องจากสืออวี่ได้ "สมรู้ร่วมคิด" กับเจ้าชายผ่านทางนกพิราบดำแล้ว เหล่าทหารยามที่รู้ความจริงจึงไม่ได้รีบร้อนที่จะตามหาคนเหมือนในไลฟ์สตรีมของคนอื่น
เป้าหมายของพวกเขาคือการถ่วงเวลา และคุ้มกันให้เจ้าชายลอบเข้าไปในสวนหลังบ้านเพื่อสังหารนางฟ้าแม่ทูนหัว
ยิ่งไปกว่านั้น ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง สภาพมอมแมมซอมซ่อของสืออวี่ในตอนนี้ ช่างแตกต่างจากภาพลักษณ์ของเธอตอนอยู่ในพระราชวังราวฟ้ากับเหว
ในสถานการณ์ที่ไม่ได้เร่งด่วน คงไม่มีใครจู่ๆ ก็นึกจับคู่เธอกับเจ้าหญิงที่ปรากฏตัวในงานเต้นรำเมื่อคืนได้หรอก
ไม่ใช่ว่าคิดไม่ออก แต่เป็นเพราะลึกๆ แล้วไม่เต็มใจจะคิดต่างหาก
ทาสรับใช้ชั้นต่ำที่ใช้ชีวิตอย่างต่ำต้อยอยู่ทุกวี่ทุกวัน จู่ๆ จะกลายมาเป็นคนที่สูงส่งกว่าและกลับมากดหัวพวกเขาได้อย่างไร?
เพราะไม่มีใครอยากให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้น จิตใต้สำนึกจึงพยายามหลีกเลี่ยงที่จะคิดถึงมัน
ในขณะเดียวกัน ที่สวนหลังบ้านของคฤหาสน์
เจ้านกน้อยสีดำกระพือปีกและบินนำทางไปอย่างกระตือรือร้น
เบื้องหลังของมันคือเจ้าชายที่สวมชุดเวทมนตร์แห่งความมืด ในมือถือไม้กายสิทธิ์
"เร็วเข้า พวกเขาอยู่ที่สวนหลังบ้าน"
หึๆ นังซินเดอเรลล่าหน้าโง่ นึกเหรอว่าแค่ทรมานฉันสารพัดวิธี แล้วจะมาปั่นหัวหลอกใช้ให้ฉันทำงานให้ได้ง่ายๆ น่ะ
มันไม่ได้โง่พอที่จะยอมทำตามความต้องการของนังนั่น แล้วพาเจ้าชายไปหาที่ห้องโถงด้านหน้าหรอกนะ
ซินเดอเรลล่าบอกว่าเธอจะแกล้งทำเป็นบาดเจ็บเพื่อเรียกร้องความสงสารจากเจ้าชายไม่ใช่เหรอ? งั้นมันก็จะพาเขาไปที่สวนหลังบ้าน แล้วแฉคำโกหกของซินเดอเรลล่าต่อหน้านางฟ้าแม่ทูนหัวซะเลย
มันอยากจะแสดงให้นังซินเดอเรลล่าเห็นว่า ผลของการมารังแกมันคืออะไร และนางจะต้องชดใช้อย่างสาสม!
ในวินาทีนี้ เจ้านกพิราบดำไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าสืออวี่ได้คาดเดาความคิดของมันไว้ล่วงหน้านานแล้ว และไม่เคยหวังให้เจ้าชายมาหาเธอที่คฤหาสน์เลยจริงๆ
เจ้าชายเดินมุ่งหน้าไปยังสวนหลังบ้าน
ตอนที่นกพิราบดำบอกตำแหน่งของสืออวี่ เขาไม่ได้มีท่าทีสงสัยเลยแม้แต่น้อย
ในมุมมองของเขา พลังเวทมนตร์ของซินเดอเรลล่านั้นมีขีดจำกัด หลังจากใช้มีดแทงนางฟ้าแม่ทูนหัว เธอคงไม่มีเวลาหนีไปที่อื่นแน่ๆ ถึงแม้เธอจะไม่ตาย แต่เธอก็ควรจะได้รับบาดเจ็บสาหัส
นี่คือเหตุผลว่าทำไมเจ้านกพิราบดำถึงได้ปฏิเสธเสียงแข็งตอนที่ถูกถามว่าเธอบาดเจ็บหรือไม่
อีกฝ่ายไม่กล้าเปิดเผยความจริง เพราะกลัวว่าถ้าสืออวี่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจริงๆ แล้วเขาจะทิ้งเธอหลังจากหลอกใช้ประโยชน์เสร็จ จึงปฏิเสธที่จะไปช่วยเธอ
แต่น่าเสียดาย เขาไม่ใช่คนที่ใครจะมาหลอกได้ง่ายๆ
ยิ่งนกพิราบดำพยายามปกปิดมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งมองทะลุปรุโปร่งถึงความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังมากเท่านั้น!
ถ้าเจ้านกพิราบดำยืนยันกับเขาหนักแน่นว่าสืออวี่อยู่ที่ห้องโถงด้านหน้าและกำลังบาดเจ็บ เขาคงสงสัยไปแล้วว่ามันเป็นกับดัก แต่ไม่ใช่กับตอนนี้
อย่างไรก็ตาม ความเป็นความตายของซินเดอเรลล่าก็ไม่ได้สลักสำคัญอะไรกับเขานัก หากเธอไม่ตาย เขาก็คงจะฝืนใจยื่นมือเข้าไปช่วยสักหน่อย
ประเทศนี้ต้องการผู้ใช้เวทมนตร์ที่ทรงพลังอย่างเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น ส่วนคู่แข่งคนอื่นๆ ก็สมควรตายไปให้หมด
วันนี้เขาถึงกับแต่งตัวมาเป็นพิเศษ เพื่อเตรียมเฉลิมฉลองให้กับชัยชนะที่กำลังจะมาถึง
เขาสวมใส่ชุดคลุมจอมเวทที่หรูหราที่สุด ซึ่งตัดเย็บจากผ้าสีดำและปักลวดลายสัญลักษณ์เวทมนตร์อันวิจิตรบรรจง ดูลึกลับและชั่วร้าย แถมยังช่วยเสริมพลังเวทมนตร์ของเขาให้กล้าแข็งยิ่งขึ้นอีกด้วย
เขาต้องอยู่ในสภาพที่พร้อมรบที่สุด เพื่อเผชิญหน้ากับจอมเวทขาวผู้โสมม