- หน้าแรก
- เกมสยองขวัญ นี่ฉันทะลุมิติมาอยู่ในโลกเทพนิยายงั้นเหรอ
- บทที่ 29 การเผชิญหน้า
บทที่ 29 การเผชิญหน้า
บทที่ 29 การเผชิญหน้า
ในขณะนี้ นางฟ้าแม่ทูนหัวกำลังเดินทอดน่องอยู่ที่สวนหลังบ้าน
ความวุ่นวายในห้องโถงกินเวลายาวนานเกินไปแล้ว เธออยากจะเข้าไปดูสถานการณ์ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ยังลังเลใจ
ถ้าเกิดเจ้าชายจับได้ขึ้นมาจะทำยังไง?
ซินเดอเรลล่ายังไม่ได้เอาชนะใจเจ้าชาย และยังไม่ได้ให้เขากินอาหารเวทมนตร์ขาวมากพอ การออกไปตอนนี้ค่อนข้างจะเสี่ยงเกินไป
แต่ในขณะที่เธอกำลังลังเลอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีคนปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า
นางฟ้าแม่ทูนหัวคิดว่าตัวเองตาฝาดไปจึงขยี้ตาดูอีกครั้ง
เจ้าชายเองก็เห็นคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเช่นกัน ร่างสีขาวโพลนแผ่กลิ่นอายที่ไม่น่าอภิรมย์ออกมาจนไม่อาจเมินเฉยได้
เขาโบกไม้กายสิทธิ์ตามสัญชาตญาณ ปลดปล่อยมนตร์ดำที่เตรียมไว้ล่วงหน้าออกมา ลำแสงสีดำที่พกพาคำสาปแช่งอันหนักหน่วงและเจตนาร้ายพุ่งเข้าใส่นางฟ้าแม่ทูนหัว
นางฟ้าแม่ทูนหัวหลบไม่ทันและถูกโจมตีเข้าอย่างจัง ทำให้ปีกขวาของเธอแหว่งหายไปชิ้นใหญ่
ด้วยความโกรธเกรี้ยว เธอจึงกวัดแกว่งไม้กายสิทธิ์และโจมตีเจ้าชายกลับไปเช่นกัน
สองจอมเวทผู้ทรงพลังขั้นสุดยอดจึงเข้าห้ำหั่นกันอย่างดุเดือด
เมื่อศัตรูคู่อาฆาตมาพบกัน พวกเขาต่างเต็มไปด้วยความเกลียดชังและเริ่มต่อสู้กันโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าชายยังเป็นฝ่ายลงมือเปิดฉากก่อนเสียด้วยซ้ำ
ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีอะไรต้องพูดกันอีกต่อไป
การต่อสู้ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ทั้งสองฝ่ายที่สูสีกันต่างก็เริ่มมีบาดแผลเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ
ท่ามกลางความชุลมุน เสียงทุ้มของชายหนุ่มก็ตวาดขึ้นอย่างเกรี้ยวกราด "ไหนแกบอกว่านางบาดเจ็บอยู่แล้วไง?"
"ฉันไม่ได้พูดแบบนั้นสักหน่อย" นกพิราบดำเอ่ยอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ ที่มันบอกคือซินเดอเรลล่าแกล้งทำเป็นบาดเจ็บต่างหาก แล้วนางฟ้าแม่ทูนหัวไปบาดเจ็บตอนไหนกัน? มันเองก็งงไปหมดแล้วเหมือนกัน
โชคร้ายที่ก่อนจะได้อธิบายอะไร เวทมนตร์สีดำก็เข้าปกคลุมร่างของมัน นกพิราบดำกรีดร้องก่อนจะหายวับไปจากตรงนั้น เหลือเพียงขนนกไหม้เกรียมที่ค่อยๆ ร่วงหล่นลงสู่พื้น
ในขณะที่การต่อสู้กำลังดำเนินไปอย่างดุเดือดในสวนหลังบ้าน ในที่สุดสืออวี่ก็มาถึงหลุมศพของแม่สมความปรารถนา
คราวนี้ไม่มีใครมาคอยห้ามไม่ให้เธอขุดหลุมศพอีกแล้ว
เมื่อเศษดินหลุดร่วงออกไปทีละชั้น ความเป็นจริงของสิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องล่างก็ถูกเปิดเผย
...
อีกด้านหนึ่ง สองจอมเวทที่กำลังต่อสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตายดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงบางสิ่งและหันไปมองในทิศทางเดียวกัน
ทั้งสองสบตากัน แววตาของพวกเขาเปล่งประกายด้วยความประหลาดใจและไม่แน่ใจ
วินาทีต่อมา ราวกับทั้งคู่บรรลุข้อตกลงบางอย่างกันได้ พวกเขาจึงหยุดพักการต่อสู้ชั่วคราวและเดินตรงไปยังทิศทางนั้น
สืออวี่กำลังถือกล่องที่เปิดอยู่ ยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยวหน้าหลุมศพ
ตอนนี้เธอสวมชุดลูกไม้สไตล์กอธิค บนหน้าอกประดับด้วยอัญมณีสีดำแวววาว ชายกระโปรงสั้นหน้ายาวหลัง เผยให้เห็นเรียวขายาวสวยที่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาและทรงพลัง
แววตาของเจ้าชายเผยให้เห็นถึงความตื่นตะลึงอย่างเลี่ยงไม่ได้
ด้วยเหตุผลบางอย่าง ชุดนี้ไม่ได้สวยงามเท่ากับชุดราตรีที่สืออวี่ใส่ไปงานเต้นรำ แต่มันกลับเข้ากับเธอได้ดีกว่าและทำให้เธอดูมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น
"ซินเดอเรลล่า ข้าตัดสินใจที่จะให้อภัยในการหลอกลวงของเจ้า ตราบใดที่เจ้าร่วมมือกับข้าเพื่อสังหารแม่ทูนหัวคนนี้ ข้าก็ยังยินดีที่จะแต่งงานกับเจ้าและครอบครองประเทศนี้ไปด้วยกัน"
สืออวี่มองเขาเหมือนคนโง่ ดวงตาที่เบิกกว้างเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ ราวกับกำลังถามว่า "นี่คุณกำลังเล่นตลกอะไรอยู่เนี่ย?"
นางฟ้าแม่ทูนหัวเอ่ยอย่างโกรธจัด "ซินเดอเรลล่า ที่แท้เธอก็แอบเรียนมนตร์ดำและคบค้าสมาคมกับเจ้าชายมาตลอดเลยสินะ"
"ที่ทำแบบนี้ เธอไม่คิดว่ามันเป็นการทรยศต่อศรัทธาและทำให้ความคาดหวังของแม่เธอต้องสูญเปล่างั้นเหรอ?" เธอถามด้วยความโศกเศร้าอย่างยิ่ง
"แม่คาดหวังอะไรเหรอคะ?" สืออวี่มองไปที่เธอ "แม่หวังให้ฉันเป็นเหมือนเธอ ที่ต้องเดินไปสู่ทางตันเพื่อสิ่งที่เรียกว่าความรักน่ะเหรอ?"
สืออวี่ได้รับรู้ความจริงที่เกิดขึ้นในอดีตจากจดหมายลาตายที่แม่ทิ้งไว้ให้เธอ
อย่างที่เจ้าชายบอก แม่ของเธอคือแม่มดแห่งความมืดจริงๆ แถมยังเป็นแม่มดที่ทรงพลังมากเสียด้วย
โชคร้ายที่ทุกอย่างเปลี่ยนไปหลังจากเกิดเรื่องหนึ่งขึ้น
เธอแต่งงานกับผู้ชายคนที่คิดว่าเขารักเธอมาก
ในช่วงสองสามปีแรก พวกเขาใช้ชีวิตร่วมกันอย่างค่อนข้างมีความสุข พวกเขารักกันและมีลูกที่น่ารักด้วยกันหนึ่งคน
ต่อมา ฝ่ายชายก็เริ่มบ่นว่าแม่ของซินเดอเรลล่านั้นเจ้ากี้เจ้าการและชอบบงการเกินไป ทำให้เขาสูญเสีย "อิสรภาพ"
จากนั้น เขาก็นอกใจเธอ
แม่ของซินเดอเรลล่ามีพลังมหาศาล พ่อมดแม่มดธรรมดาไม่สามารถเข้าใกล้เธอได้ด้วยซ้ำ มีเพียงสามีคหบดีของเธอเท่านั้นที่มีโอกาสทำร้ายเธอได้
เขาเกรงกลัวว่าภรรยาจะจับได้เรื่องที่เขานอกใจ จึงตัดสินใจลงมือจัดการเธอก่อน เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพวกนักเวทเลย แต่มันเกิดจากความชั่วร้ายที่ฝังรากลึกอยู่ในสันดานมนุษย์ต่างหาก
เหมือนกับตอนที่เจ้าชายส่งสืออวี่ไปลอบสังหารนางฟ้าแม่ทูนหัว แม่ของซินเดอเรลล่าเองก็มีโอกาสที่จะลงมือฆ่าสามีของเธอก่อนที่เธอจะตายเช่นกัน แต่โชคร้ายที่ในท้ายที่สุดเธอก็ยอมแพ้ไป
เธอทำใจทำร้ายคนที่เธอรักที่สุดไม่ลง และไม่อยากให้ซินเดอเรลล่าต้องสูญเสียคนที่รักไปถึงสองคนในชั่วข้ามคืน ดังนั้น เธอจึงนำความลับทั้งหมดของเธอฝังกลบลงหลุมศพไปพร้อมกับร่างของตัวเอง
เหตุการณ์นี้นี่แหละที่ทำให้นนางฟ้าแม่ทูนหัวรู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างมาก
อะไรนะ? เธอยังไม่ทันได้ลงมือทำอะไรเลย คนก็ตายไปซะแล้ว? แล้วตายได้ยังไงกัน?
ไม่ได้ตายเพราะเวทมนตร์ แต่ตายเพราะความรักงั้นเหรอ?
ในวินาทีนั้น นางฟ้าแม่ทูนหัวก็ได้ตระหนักว่าบนโลกนี้ยังมีบางสิ่งที่ทรงพลังยิ่งกว่าเวทมนตร์ และสิ่งนั้นก็คือสิ่งที่เรียกว่าความรัก
ในเมื่อมันสามารถคร่าชีวิตจอมเวทแห่งความมืดไปได้แล้วหนึ่งคน เธอก็ย่อมใช้มันเพื่อสังหารจอมเวทแห่งความมืดอีกคนได้เช่นกัน
แผนการจึงก่อตัวขึ้น นางฟ้าแม่ทูนหัวทุ่มเทความพยายามอย่างมากในการสร้างรองเท้าแก้วคู่หนึ่งที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจซ่อนอยู่
จากนั้น เธอก็เริ่มตามหาเจ้าของให้กับรองเท้าแก้วคู่นั้น
ตั้งแต่เริ่มต้น ค่านิยมของซินเดอเรลล่าถูกนำมาทดสอบ เมื่อได้รับรู้ถึงจิตใจที่บริสุทธิ์และดีงามของเธอ ซินเดอเรลล่าจึงกลายเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย
นางฟ้าแม่ทูนหัวมีแผนการที่ชาญฉลาดมาก ประเทศนี้กำลังถูกรุกรานด้วยมนตร์ดำอย่างหนักหน่วงยิ่งขึ้น และการหาทางกำจัดจอมเวทแห่งความมืดอีกคนเท่านั้นที่จะทำให้เธอมีโอกาสแย่งชิงอำนาจควบคุมกลับคืนมาได้
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าเธอจะคำนวณพลาดไปเรื่องหนึ่ง
สำหรับแม่ของซินเดอเรลล่า ความรักคือสิ่งที่คุ้มค่าที่จะทุ่มเทแรงกายแรงใจให้ แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตก็ตามที
แต่สำหรับคนบางคน ความรักกลับไม่มีความหมายอะไรเลย มันอาจจะพอเอาไว้ใช้ฆ่าเวลาแก้เบื่อได้ แต่มันไม่คุ้มค่าที่จะต้องยอมจ่ายราคาใดๆ เพื่อมันเลยสักนิด
ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเจ้าชายเป็นคนประเภทหลัง
นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นในวันนี้
ไม่ใช่ว่ารองเท้าแก้วที่นางฟ้าแม่ทูนหัวเตรียมไว้ให้จะไร้ประโยชน์ แต่มันเป็นเพราะเจ้าชายไม่ได้ให้ค่ากับความรู้สึกเลยแม้แต่น้อยต่างหาก
นางฟ้าแม่ทูนหัวใช้ความรักมาเป็นเครื่องมือจัดการกับคนที่ไม่เคยมองเห็นค่าของความรักตั้งแต่แรก อย่างที่คุณจินตนาการได้ ต่อให้เธอทำสำเร็จ ผลลัพธ์ที่ได้ก็คงไม่ออกมาดีนัก
ความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดของเธอ คือการประเมินอิทธิพลของความรักที่มีต่อผู้คนแต่ละคนผิดไป
เจ้าชายกล่าวอย่างอวดดี "ในเมื่อเจ้าเป็นแม่มดแห่งความมืด ก็มาร่วมมือกับข้าเพื่อสังหารนางสิ แล้วเจ้าก็จะได้เป็นราชินีของข้า และเราจะปกครองประเทศนี้ร่วมกัน เหมือนตอนที่แม่ของเจ้ายังมีชีวิตอยู่"
สืออวี่ตอบกลับอย่างใจเย็น "ฉันไม่ใช่แม่มดแห่งความมืด"
ดวงตาของนางฟ้าแม่ทูนหัวเป็นประกายขึ้นมาทันที
สืออวี่รีบเสริมต่ออย่างรวดเร็ว "และฉันก็ไม่ใช่แม่มดแห่งแสงสว่างด้วย"
ในโลกใบนี้ ทั้งจอมเวทมนตร์ดำและจอมเวทมนตร์ขาวต่างก็มีอำนาจในการควบคุมจิตใจผู้คนได้ในระดับหนึ่ง
จอมเวทมนตร์ดำนั้นร้ายกาจและอำมหิต ในขณะที่จอมเวทมนตร์ขาวนั้นเห็นแก่ตัวและจอมปลอม
มนตร์ดำทำให้ทั่วทั้งประเทศส่งกลิ่นเหม็นเน่า ผู้คนบิดเบี้ยว หงุดหงิดง่าย และมีแนวโน้มที่จะกระทำการรุนแรงแบบสุดโต่ง
อย่างไรก็ตาม แม้แต่วิถีของมนตร์ขาวที่ดูเหมือนจะเปี่ยมไปด้วยความเมตตานี้ก็ใช่ว่าจะดีไปเสียทั้งหมด มันเรียกร้องให้ทุกคนต้องใจดีและไม่เห็นแก่ตัว ทว่าจะมีใครบนโลกนี้ที่ไม่เห็นแก่ตัวอย่างแท้จริงและไม่เคยนึกถึงผลประโยชน์ของตัวเองเลยได้ล่ะ?
ด้วยเหตุนี้ บรรดาผู้ที่ศึกษาเวทมนตร์ขาวอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน จึงค่อยๆ เรียนรู้ที่จะใช้เหตุผลจอมปลอมสารพัดรูปแบบมาเป็นข้ออ้างให้กับความเห็นแก่ตัวของตนเอง
"ฉันก็คือตัวฉันเอง"