- หน้าแรก
- ฮูหยินน้อยยอดหมอเทวดา พลิกชะตาคนทั้งจวนกั๋วกง
- บทที่ 23 ขั้นตอนสุดท้ายในการถอนพิษ
บทที่ 23 ขั้นตอนสุดท้ายในการถอนพิษ
บทที่ 23 ขั้นตอนสุดท้ายในการถอนพิษ
บทที่ 23 ขั้นตอนสุดท้ายในการถอนพิษ
เฮ่อจือหรานเช็ดทำความสะอาดไปพร้อมกับบีบรีดเลือดที่มีพิษออกมา เมื่อเลือดพิษถูกขับออกจนเกือบหมด เธอก็ทำความสะอาดบาดแผลอย่างหมดจด
หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น เฮ่อจือหรานก็หันไปมองหลี่โหรวเอ๋อร์
"เอาสมุนไพรที่เพิ่งเคี้ยวไปพอกที่แผลสิ"
หลี่โหรวเอ๋อร์ยังคงยืนเหม่อลอยราวกับคนเสียสติ เหมือนจะไม่ได้ยินคำพูดของเฮ่อจือหราน
สิ่งนี้ทำให้ผู้คุมจางชิงโมโหขึ้นมาอีกครั้ง
"จะยืนบื้ออยู่ทำไม? เขาบอกให้ทายาก็ทาสิ!"
หลี่โหรวเอ๋อร์ได้สติกลับมาเพราะเสียงตวาดนั้น เธอมองเฮ่อจือหราน สลับกับบาดแผลของผู้คุมเผิงหวัง
"ใต้เท้า... ใต้เท้า ข้าไม่กล้าเจ้าค่ะ"
ผู้คุมจางชิงหงุดหงิดจนแทบทนไม่ไหว หากไม่ใช่เพราะสภาพของสิ่งที่อยู่ในมือหลี่โหรวเอ๋อร์ดูน่าสะอิดสะเอียนเกินไป เขาคงเป็นคนลงมือเองไปแล้ว
ด้วยความจนใจ เขาจึงทำได้เพียงเร่งเร้าต่อไป
"อย่าลืมสถานะของตัวเอง สั่งให้ทำอะไรก็ทำ"
สตรีที่เพิ่งวิ่งเข้ามาปกป้องหลี่โหรวเอ๋อร์ก้าวออกมาข้างหน้าด้วยความสั่นเทา
"ใต้เท้า คุณหนูของข้าขี้ขลาดนัก ให้ผู้น้อยทำแทนเถิดเจ้าค่ะ!"
ขณะพูด ป้าจูก็รับสมุนไพรที่เคี้ยวแล้วมาจากมือหลี่โหรวเอ๋อร์ และค่อยๆ นำไปพอกบนบาดแผลของผู้คุมเผิงหวังทีละน้อย
"ท่านป้า"
เดิมทีหลี่โหรวเอ๋อร์ตั้งใจว่า หากบอกว่ากลัว ผู้คุมก็จะบังคับให้เฮ่อจือหรานเป็นคนทำ
นางไม่คาดคิดว่าท่านป้าของตนจะออกตัวรับแทนเช่นนี้ เมื่อคิดว่าไม่อาจทำให้เฮ่อจือหรานต้องกลืนไม่เข้าคายไม่ออกได้ นางก็ยิ่งรู้สึกโกรธเคือง
อย่างไรก็ตาม เมื่อมีผู้คุมอยู่มากมาย นางจึงไม่กล้าทำอะไรวู่วาม ทำได้เพียงสะกดกลั้นความโกรธไว้ในใจ และรอคอยโอกาสที่จะหาเรื่องเฮ่อจือหรานต่อไป
ผู้คุมโจวเหล่าปากำลังกระวนกระวายใจด้วยความเป็นห่วงอาการของผู้คุมเผิงหวังอยู่แล้ว เมื่อหันขวับไป เขาก็บังเอิญสบเข้ากับสายตาที่เย็นชาและมืดมนของหลี่โหรวเอ๋อร์พอดี
สายตาเช่นนั้น ใครเห็นก็ต้องรู้สึกรังเกียจ
"พวกเจ้าสองคน เลิกยืนเกะกะอยู่ตรงนี้ได้แล้ว กลับไปที่ของพวกเจ้าซะ"
ป้าจูเป็นคนขี้ขลาด เมื่อเห็นสายตาดุดันและเกรี้ยวกราดของผู้คุม ขาของนางก็อ่อนแรงด้วยความหวาดกลัวในทันที
นางไม่กล้าชักช้าแม้แต่น้อย รีบดึงตัวหลี่โหรวเอ๋อร์วิ่งกลับไปอย่างรวดเร็ว
การที่เฮ่อจือหรานช่วยทำแผลให้ผู้คุมเผิงหวังนั้นเป็นเพียงการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเท่านั้น
กุญแจสำคัญในการถอนพิษงูในร่างของเขาอยู่ที่เซรุ่มแก้พิษงูจากมิติของเธอต่างหาก
เพียงแต่ การที่มีผู้คุมเหล่านี้เดินวนเวียนไปมาอยู่ตรงหน้า ทำให้เธอยังหาโอกาสที่เหมาะสมในการนำเซรุ่มออกมาจากมิติไม่ได้
ขณะที่เฮ่อจือหรานกำลังครุ่นคิดหาวิธี ผู้คุมจางชิงก็เริ่มหมดความอดทนอีกครั้ง
"ตกลงว่าเจ้าถอนพิษงูเป็นหรือไม่? พอกยาไปตั้งนานแล้ว ทำไมลูกพี่ถึงยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้นเลยล่ะ?"
เมื่อได้ยินคำพูดของผู้คุมจางชิง ผู้คุมคนอื่นๆ ก็อดไม่ได้ที่จะเริ่มคลางแคลงใจในตัวเฮ่อจือหรานเช่นกัน
หรือว่าสิ่งที่หลี่โหรวเอ๋อร์พูดจะเป็นความจริง ฮูหยินเฮ่อผู้นี้ไม่มีความรู้เรื่องวิชาแพทย์เลยแม้แต่น้อย?
เมื่อคิดได้ดังนั้น ทุกคนก็เริ่มรู้สึกกระวนกระวายใจ
"ฮูหยินเฮ่อ ลูกพี่ใช้ยาไปแล้วแต่กลับไม่มีปฏิกิริยาใดๆ เลย เจ้าจะอธิบายเรื่องนี้อย่างไร?"
"หากเจ้ากล้ามาหลอกลวงต้มตุ๋นที่นี่ล่ะก็ ระวังจะโดนเฆี่ยน"
เฮ่อจือหรานเองก็ร้อนใจเช่นกัน ตอนนี้ลมหายใจของผู้คุมเผิงหวังเริ่มติดขัดมากขึ้นเรื่อยๆ หากชักช้าไปกว่านี้ ต่อให้เป็นเทพเซียนก็คงไม่อาจยื้อชีวิตเขาไว้ได้
หลังจากคิดทบทวนอยู่พักใหญ่ เฮ่อจือหรานก็ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องใช้วิธีที่ซื่อบื้อที่สุด
"การถอนพิษยังเหลือขั้นตอนสุดท้ายอีกหนึ่งขั้นตอน ทว่า..."
"ทว่าอะไร?" ก่อนที่เฮ่อจือหรานจะพูดจบ ผู้คุมจางชิงก็เค้นถามอย่างร้อนรน
"ข้าจำเป็นต้องใช้วิชาแพทย์ลับเฉพาะของอาจารย์ข้า"
"แล้วจะรออะไรอยู่อีก? รีบรักษาเขาสิ" ผู้คุมจางชิงเร่งเร้าอีกครั้ง
"ใต้เท้า ข้าบอกไปแล้วว่ามันเป็นวิชาแพทย์ลับเฉพาะ" เฮ่อจือหรานลอบด่าผู้คุมจางชิงในใจว่าเป็นเจ้าโง่ที่ฟังความนัยไม่ออกเสียเลย
เป็นผู้คุมหนุ่มอีกคนหนึ่งที่มีไหวพริบ เขาตุกแขนเสื้อผู้คุมจางชิงเบาๆ
"พี่จาง นางหมายความว่าห้ามให้คนนอกดูตอนที่นางกำลังรักษาลูกพี่น่ะ"
เมื่อผู้คุมจางชิงตระหนักขึ้นมาได้ เขาก็เกิดความลังเลใจเช่นกัน
เขามองไปยังผู้คุมอีกหลายคนที่เหลือ ชั่วขณะนั้นก็ไม่อาจตัดสินใจได้
เพราะพวกเขาต่างก็รู้สึกไม่สบายใจที่จะปล่อยให้ลูกพี่ที่หมดสติคลาดสายตาไป หากฮูหยินเฮ่อคิดมิดีมิร้ายขึ้นมา ความรับผิดชอบของพวกเขาคงจะใหญ่หลวงนัก
เฮ่อจือหรานเห็นกลุ่มชายฉกรรจ์มัวแต่อ้ำอึ้งลังเล ก็เริ่มรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาบ้าง
"ข้าจะให้เวลาพวกท่านปรึกษากันหนึ่งก้านธูป หากเลยเวลานี้ไป ข้าเองก็คงหมดปัญญาจะช่วยเขาแล้วเช่นกัน"
พูดจบ เธอก็หันหลังเดินหนีไป
เมื่อเห็นเฮ่อจือหรานกำลังจะจากไป ผู้คุมโจวเหล่าปาก็ร้องเรียกนางไว้
"เจ้ากลับมารักษาลูกพี่เถอะ หากเกิดเรื่องอันใดขึ้น ข้าจะรับผิดชอบเอง"
ผู้คุมคนอื่นๆ ต่างมองไปที่ผู้คุมโจวเหล่าปาเป็นตาเดียว สีหน้าของพวกเขาดูโล่งใจขึ้นเล็กน้อย
พวกเขาต่างรู้ดีอยู่แก่ใจว่าอาการของผู้คุมเผิงหวังนั้นย่ำแย่มาก หากไม่ยอมให้เฮ่อจือหรานลงมือรักษา ก็คงได้แต่นอนรอความตายเท่านั้น
เพียงแต่ไม่มีใครอยากเป็นคนออกหน้าก็เท่านั้น
ในเมื่อมีคนยอมออกหน้าตัดสินใจแทนแล้ว พวกเขาจึงต่างนิ่งเงียบไม่คัดค้าน
เฮ่อจือหรานกวาดสายตามองสภาพแวดล้อมโดยรอบ นอกจากต้นไม้ใหญ่ไม่กี่ต้นแล้ว ก็แทบจะไม่มีอะไรบดบังสายตาได้เลย
โชคดีที่ตอนนี้ฟ้าเริ่มมืดแล้ว ตราบใดที่เธอระมัดระวังระหว่างลงมือ ก็คงไม่มีใครจับได้
"พาเขาไปหลังต้นไม้ใหญ่ต้นนั้นสิ"
เหล่าผู้คุมที่ร้อนรนอยากช่วยชีวิตคน ไม่ได้พูดอะไรให้มากความ พวกเขาช่วยกันหามผู้คุมเผิงหวังไปยังตำแหน่งที่เฮ่อจือหรานระบุ
"เอาล่ะ พวกท่านหันหลังไป แล้วเดินออกไปให้ไกลกว่า 30 ก้าว"
เฮ่อจือหรานไม่ได้หันมองด้วยซ้ำ เธอเอ่ยสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
เธอตั้งใจฟังเสียงฝีเท้าที่ค่อยๆ ไกลออกไปจนกระทั่งหยุดนิ่ง จากนั้นจึงเริ่มมองไปรอบๆ
เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครมองเห็น เธอจึงรีบนำเซรุ่มแก้พิษงู กระบอกฉีดยา และอุปกรณ์อื่นๆ ออกมาจากมิติอย่างรวดเร็ว
เฮ่อจือหรานมองเซรุ่มในมือด้วยความรู้สึกปวดใจเล็กน้อย
นี่คือเซรุ่มชนิดความเข้มข้นสูงรุ่นใหม่ล่าสุดที่มีจำนวนจำกัด เนื่องจากสารสกัดนั้นล้ำค่าและหายากยิ่ง จึงทำให้มันกลายเป็นของที่มีเงินก็ใช่ว่าจะหาซื้อได้
เฮ่อจือหรานเองก็ได้เซรุ่มความเข้มข้นสูงไม่กี่ขวดนี้มาด้วยความบังเอิญ เธอเก็บรักษามันไว้ในตู้เย็นของคลินิกมาตลอด และตัดใจขายไม่ลง
คงพูดได้เพียงว่าผู้คุมเผิงหวังผู้นี้โชคดีนัก หากไม่ได้พบเธอ ชีวิตของเขาคงจบสิ้นลงไปแล้ว
หากไม่ใช่เพราะมิติของเธอมีระบบฟื้นฟูของที่ถูกใช้ไป เฮ่อจือหรานก็คงไม่ยอมนำมันมาใช้กับผู้คุมเผิงหวังเป็นแน่
การฉีดเซรุ่มเข้าทางหลอดเลือดดำจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า แต่สถานการณ์ในตอนนี้ไม่เอื้ออำนวยให้เฮ่อจือหรานทำเช่นนั้นได้ เธอจึงทำได้เพียงเลือกวิธีฉีดเข้ากล้ามเนื้อแทน
เฮ่อจือหรานอาศัยร่มเงาของต้นไม้ใหญ่เป็นเกราะกำบัง เธอผสมเซรุ่มกับน้ำเกลือในสัดส่วนที่พอเหมาะ จากนั้นจึงถลกแขนเสื้อของผู้คุมเผิงหวังขึ้น เช็ดฆ่าเชื้อ แทงเข็ม ฉีดยา และดึงเข็มออก ท่วงท่าการลงมือของเธอรวดเร็วและต่อเนื่องไร้ที่ติ
เฮ่อจือหรานเก็บซองบรรจุภัณฑ์ที่เหลือและกระบอกฉีดยากลับเข้าไปในมิติ ก่อนจะสังเกตลมหายใจของผู้คุมเผิงหวังอย่างละเอียด
ผ่านไปประมาณ 5 นาที อาการของผู้คุมเผิงหวังก็ทุเลาลงอย่างเห็นได้ชัด
ใบหน้าที่เคยเขียวคล้ำเพราะหายใจติดขัดค่อยๆ คลายลง ลมหายใจของเขาก็กลับมาเป็นปกติและราบรื่นขึ้นมาก
เธอคาดการณ์ว่าเขาคงจะฟื้นขึ้นมาในอีกประมาณ 1 หรือ 2 ชั่วโมง
หลังจากจัดการฉีดเซรุ่มให้ผู้คุมเผิงหวังเรียบร้อยแล้ว เฮ่อจือหรานก็ไม่ได้รีบร้อนจากไป เธอตั้งใจจะเฝ้าดูอาการต่อไปอีกสักพัก เพื่อรอจนกว่าสถานการณ์จะทรงตัวอย่างสมบูรณ์
ทางนี้ไม่ได้ร้อนรนอะไรนัก ทว่าเหล่าผู้คุมที่รอคอยอยู่กลับกระวนกระวายจนแทบนั่งไม่ติด
ในที่สุดผู้คุมจางชิงก็ทนไม่ไหวและร้องถามเสียงดัง "ฮูหยินเฮ่อ ตกลงว่าอาการของลูกพี่พวกเราเป็นอย่างไรบ้าง?"
ในชาติก่อนที่เป็นหมอ เฮ่อจือหรานรังเกียจญาติผู้ป่วยอยู่สองประเภทมากที่สุด
ประเภทแรกคือคนที่คลางแคลงใจในตัวเธอ และอีกประเภทคือคนที่คอยเร่งเร้าอย่างร้อนรน
ผู้คุมจางชิงเหมาครบทั้งสองข้อพอดิบพอดี
"จะโวยวายอะไรนักหนา? หากไม่เชื่อใจข้า ก็ไปหาหมอคนอื่นมาสิ"
และนี่ก็คือนิสัยของเฮ่อจือหราน ต่อให้คนพวกนั้นจะเป็นผู้คุม มันก็ไม่ทำให้เธอเกรงกลัวแต่อย่างใด