- หน้าแรก
- โต้วหลัว วิถีตัวร้ายปล้นบุตรแห่งสวรรค์
- ตอนที่ 12: เสี่ยวจู เจ้าเป็นสตรีงั้นหรือ?!
ตอนที่ 12: เสี่ยวจู เจ้าเป็นสตรีงั้นหรือ?!
ตอนที่ 12: เสี่ยวจู เจ้าเป็นสตรีงั้นหรือ?!
"ข้าชื่อโม่เหิน เรียกข้าว่าอาจารย์โม่ก็ได้ นี่คือเครื่องนอนที่ท่านอาจารย์ใหญ่ให้ข้านำมามอบแก่เจ้า"
ชายหนุ่มกล่าวพลางยื่นเครื่องนอนให้ เมื่อถังซานรับไป เขาก็เริ่มอธิบายถึงหน้าที่ทำความสะอาดประจำวันของนักเรียนทุนและกำหนดการปฐมนิเทศในวันพรุ่งนี้ ก่อนจะหมุนตัวจากไป
ถังซานหันกลับมา ปรายตามองจูอู่เล็กน้อย พวกเขาเดินทางมาด้วยกัน ทว่าท่านอาจารย์กลับไม่ได้เตรียมเครื่องนอนเผื่อจูอู่เลย ดูเหมือนจะลำเอียงไปบ้าง แต่พอเขากวาดสายตามองอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้าก็พลันกระจ่างแจ้ง ผิวพรรณของจูอู่ไม่เพียงแต่ขาวผ่อง ทว่ายังเปล่งปลั่งมีเลือดฝาด รูปร่างหน้าตาก็หมดจดงดงาม หากพินิจดูให้ดี... ความงามนั้นแทบไม่ด้อยไปกว่าเสี่ยวอู่เลยแม้แต่น้อย ดูอย่างไรก็ไม่ใช่เด็กที่มาจากครอบครัวยากจนจนไม่มีปัญญาซื้อเครื่องนอนเป็นแน่
คิดว่าท่านอาจารย์คงมองจุดนี้ออก จึงไม่ได้เตรียมมาเผื่อสินะ...
ความเลื่อมใสในทักษะการสังเกตของท่านอาจารย์เพิ่มพูนขึ้นในใจของถังซาน มิน่าเล่า เพียงแค่มองใบรับรองวิญญาณยุทธ์ของจูอู่แวบเดียวถึงสามารถคาดเดาข้อมูลได้มากมายถึงเพียงนั้น
ในเมื่อพรุ่งนี้จึงจะเริ่มการศึกษา มิสู้ใช้เพลานี้ไปคารวะท่านอาจารย์เสียเลยดีหรือไม่? ความคิดนี้ผุดขึ้นในหัว
"เครื่องนอนงั้นหรือ? นี่ดูจะเป็นปัญหาเสียแล้วสิ!"
จู่ๆ เสียงของเสี่ยวอู่ก็ดังแทรกขึ้นมา
"นั่นสิ!" จูอู่รับคำ
"ข้าเองก็ไม่มีเหมือนกัน พี่เสี่ยวอู่ประเดี๋ยวพวกเราออกไปซื้อเครื่องนอนด้วยกันดีหรือไม่?"
"ไม่เอาหรอก!" เสี่ยวอู่ปฏิเสธทันควัน
"เดินมาทั้งวัน ข้าเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว ไม่อยากขยับตัวไปไหนทั้งนั้นแหละ"
ว่าพลางหันไปมองเครื่องนอนของถังซาน
"ถังซาน พวกเรามาตกลงกันหน่อยดีไหม?"
จูอู่ปรายตามองใบหน้าจิ้มลิ้มที่ไร้ซึ่งหยาดเหงื่อ ซ้ำยังไม่มีแม้แต่ความมันบนใบหน้าของเสี่ยวอู่ เขาล้มเลิกความคิดที่จะหยั่งเชิงด้วยการเสนอให้ยืมเงินไปซื้อของ
พูดตามตรง ในชาติก่อนเขาเคยสงสัยมาตลอดว่า เสี่ยวอู่จงใจทำแบบนี้เพราะรู้ว่าถังซานมีพลังวิญญาณสมบูรณ์แต่กำเนิด หรือไม่ก็สัมผัสได้ว่าในตัวถังซานมีกลิ่นอายของสัตว์วิญญาณไหลเวียนอยู่ มิเช่นนั้น ทั้งที่ตอนบ่ายก็มีเวลาออกไปซื้อแท้ๆ เหตุใดจึงต้องดึงดันจะมาขอแชร์เตียงกับถังซานให้ได้? เครื่องนอนชุดหนึ่งมันจะสักกี่เหรียญทองแดงเชียว ต่อให้ไม่มีเงินติดตัวแล้วไม่อยากออกไปข้างนอก ยืมเงินรูมเมทคนอื่นแล้วฝากซื้อเอาก็ไม่ได้หรือ?
ถังซานเองก็ใช่ย่อย อายุรวมกันสองชาติภพก็ปาเข้าไปสามสิบกว่าปีแล้ว กลับยอมตกลงหน้าตาเฉย ไหนล่ะที่บอกว่า ถือพรหมจรรย์บริสุทธิ์ผุดผ่อง? หากมีน้ำใจจริงๆ ก็ยกให้นางไปเลยสิ แล้วตอนบ่ายค่อยออกไปซื้อใหม่ หรือถ้าขัดสนจริงๆ ก็ไปขอเบียดนอนกับรูมเมทชายสักคนก่อน รอมีเงินค่อยไปซื้อไม่ได้หรือไง? ยังไงมันก็ดูไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย
วิชาเคลื่อนไหวดุจเงาพรายหลบหลีกได้สารพัดศัสตรา แต่กลับหลบสตรีที่พุ่งเข้าหาไม่พ้นสินะ...
จูอู่อดไม่ได้ที่จะค่อนขอดในใจ เดิมทีเขาตั้งใจจะหยั่งเชิงดูว่าเสี่ยวอู่จงใจทำหรือไม่ แต่มาคิดดูตอนนี้ มันก็ไม่มีประโยชน์อันใดเลย ถังเฮ่าหมายตาเสี่ยวอู่ไว้แล้ว ตัวเขาในตอนนี้ไม่มีกำลังพอจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้ และไม่สามารถทำอะไรแผลงๆ อย่างการฆ่ากระต่ายชิงกระดูกวิญญาณ หรือ แทะหัวกระต่ายหม่าล่าได้ด้วย
ต้องรีบยกระดับพลังให้เร็วที่สุด... เขาถอนใจเงียบๆ ตอนนี้เขาอ่อนแอเกินไปจริงๆ
"ตกลงเรื่องอะไรหรือ?"
แม้จะพอเดาทางออก แต่ถังซานก็อดถามไม่ได้
"ก็แบ่งเครื่องนอนกันใช้สิ!" เสี่ยวอู่โพล่งประโยคชวนตะลึงออกมา
"ข้าเห็นว่าเครื่องนอนของเจ้าผืนใหญ่ไม่เบา ห่มสองคนได้สบายๆ เอาอย่างนี้ พวกเราเอาเตียงมาต่อกัน แค่นี้ตอนกลางคืนพวกเราก็มีผ้าห่มกันทั้งคู่แล้วไม่ใช่หรือ?"
"หา?" ถังซานสะดุ้งตกใจ
"ชายหญิงไม่ควรใกล้ชิดกัน แบบนี้มันจะดีหรือ?"
"ไม่ดีตรงไหน!"
เสี่ยวอู่แค่นเสียงฮึดฮัด ประกาศกร้าวอย่างอาจหาญ
"ข้าเป็นสตรีข้ายังไม่เห็นจะใส่ใจ แล้วเจ้าจะกลัวอะไร? ทำไม... หรือกลัวว่าตกดึกข้าจะหน้ามืดตามัวจับเจ้ากดทำสามีหรืออย่างไร?"
"......"
ได้มาเห็นฉากนี้ด้วยตาตัวเอง จูอู่ถึงกับใบ้รับประทาน
"เอ่อ..."
รูมเมทคนอื่นๆ รวมทั้งถังซานต่างอ้าปากค้าง ตะลึงงันไปตามๆ กัน ไม่มีใครคาดคิดว่าเด็กหญิงตัวเล็กๆ จะกล้าพูดจาห้าวหาญต่อหน้าเด็กผู้ชายมากมายขนาดนี้
"เอ่ออะไรนักหนา! รีบๆ มาดันเตียงเข้าสิ ตอนสู้กับข้าเมื่อครู่ยังเห็นมีเรี่ยวมีแรงอยู่เลยนี่" เสี่ยวอู่เร่งเร้าด้วยความรำคาญ
"เป็นลูกผู้ชายก็รีบๆ หน่อยสิ มัวแต่อิดออดเป็นอิสตรีไปได้ ข้าล่ะอับอายแทนเจ้าจริงๆ"
(มันจะเป็นลูกผู้ชายเต็มตัวหรือไม่ ข้ามิอาจหยั่งรู้ แต่ที่ข้ารู้ๆ คือไข่มันหายไปใบหนึ่งแล้ว...)
จูอู่แอบแซะในใจอย่างเมามัน
แต่ต้องยอมรับว่า วิชายั่วโมโหของเสี่ยวอู่นั้นได้ผลชะงัด ถังซานหน้าแดงก่ำขึ้นมาทันที รีบพุ่งเข้าไปช่วยดันเตียงอย่างไว
เมื่อเห็นดังนั้น จูอู่ก็หันไปหารูมเมทคนอื่นๆ ยกมือเกาหัวแกรกๆ
"เช่นนั้น... ข้าออกไปซื้อเครื่องนอนเองก็แล้วกัน"
"นี่ก็เที่ยงแล้ว ไปกินข้าวกลางวันที่โรงอาหารด้วยกันก่อนสิ"
หวังเซิ่งเอ่ยชวนตามสัญชาตญาณ
"ไม่เป็นไร" จูอู่ส่ายหน้า
"เดี๋ยวข้าออกไปหาอะไรกินข้างนอกง่ายๆ ก็พอ"
"เอาอย่างนั้นก็ได้"
เมื่อจูอู่ยืนกราน หวังเซิ่งก็ไม่เซ้าซี้
จูอู่พยักหน้า เลิกสนใจถังซานและเสี่ยวอู่ที่กำลังถกเถียงเรื่องล้ำเส้นแบ่งเขตเตียง เขาเดินตรงไปยังเตียงว่างที่อยู่มุมห้อง อากาศถ่ายเทสะดวก วางห่อสัมภาระลง คว้าชุดนักเรียนแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำไป
ครั้นเปลี่ยนชุดเสร็จแล้วเดินออกมา เหล่ารูมเมทถึงกับชะงักค้าง!
ตอนใส่ชุดชาวบ้านเก่าๆ ก็ยังไม่เท่าไหร่ แต่พอเปลี่ยนมาสวมชุดนักเรียนที่สะอาดสะอ้านเรียบร้อยแล้ว...มันโคตรจะดูดีเลยโว้ย!
ชุดนักเรียนของโรงเรียนนั่วติงเป็นแบบยูนิเซ็กส์ที่ใส่ได้ทั้งชายและหญิง หากไม่รู้มาก่อนว่าจูอู่เป็นบุรุษ คงต้องแยกไม่ออกแน่ๆ รูปหน้าเรียวรูปไข่ ผิวพรรณขาวผุดผ่องราวกับหยกสลัก หน้าผากโหนกนูน ขนตางอนยาว นัยน์ตากลมโตสีน้ำตาลทอประกายระยิบระยับประดุจอัญมณี แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายแห่งความมีชีวิตชีวา เรือนผมสีเดียวกันยาวระต้นคอถูกมัดรวบไว้ด้านหลัง พวงแก้มที่อาบไล้แสงแดดก่อนหน้านี้เจือสีระเรื่อ ทรวดทรงองค์เอวยิ่งไม่ต้องพูดถึง... มองแวบเดียวก็รู้เลยว่านี่แหละพิมพ์นิยมอ่อนหวานน่าทะนุถนอม
"เสี่ยวจู นี่เจ้าเป็นสตรีงั้นหรือ?!"
เสี่ยวอู่เบิกตากว้าง โพล่งถามเป็นคนแรก
(มาสิ ตามข้าเข้าห้องน้ำมาเลย ประเดี๋ยวข้าจะควักออกมาให้ดูเป็นขวัญตา...)
จูอู่หน้าดำทะมึน ส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน
"ไม่ใช่"
เสี่ยวอู่อ้าปากค้าง แววตาฉายแววผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด เหล่ารูมเมทชายคนอื่นๆ ก็เช่นกัน
(พวกเจ้าใช้สายตาอะไรมองข้าเนี่ย...)
จูอู่ขนลุกซู่ไปทั้งแขน
"ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอตัวก่อนนะ"
ว่าแล้วเขาก็รีบสาวเท้ากลับไปที่เตียง เปิดห่อผ้าหยิบเสื้อผ้าชุดเก่าออกมาวางไว้ด้านข้าง จงใจเหลือสมุนไพรที่เตรียมไว้บังหน้าให้ถังซานเห็น จัดแจงวางให้เข้าที่ มัดห่อผ้าสะพายขึ้นหลัง แล้วก้าวฉับๆ ออกจากหอพัก ทิ้งให้เหล่ารูมเมทยืนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
"จะว่าไป... เสี่ยวจูก็หน้าตาดีไม่เบานะ ดูเหมือนผู้หญิงจริงๆ ด้วย"
เมื่อเห็นเสี่ยวอู่เรียกเสี่ยวจู หวังเซิ่งก็เรียกตามบ้าง ว่าพลางเงยหน้ามองเสี่ยวอู่กับถังซาน
"พี่เสี่ยวอู่ ถังซาน ได้เวลาอาหารเที่ยงแล้ว พวกเราไปกินด้วยกันเถอะ?"
"เอาสิๆ!"
เสี่ยวอู่กระโดดลงจากเตียง ตอบรับอย่างกระตือรือร้น "......"
---
อีกด้านหนึ่ง จูอู่เดินออกจากหอพัก วิ่งเหยาะๆ ออกจากประตูโรงเรียน มุ่งหน้ากลับไปตามเส้นทางเดิมที่มุ่งสู่ย่านการค้าใจกลางเมือง แม้เขาจะไม่ค่อยคุ้นชินกับสภาพแวดล้อมรอบโรงเรียนนั่วติงนัก แต่สถานที่อื่นๆ ในเมืองเขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะเมื่อก่อนเคยตามชาวบ้านเข้ามาขายสมุนไพรอยู่บ่อยๆ
ด้วยอานิสงส์ของชุดนักเรียนโรงเรียนนั่วติง ตลอดทางจึงไม่มีใครกล้าเข้ามาหาเรื่อง การเดินทางจึงราบรื่นไร้อุปสรรค
เพียงไม่นาน จูอู่ก็ลัดเลาะตามตรอกคุ้นเคยมาถึงมุมมืดแห่งหนึ่ง เขาเรียกเสี่ยวไป๋ออกมา ให้นำสมุนไพรสดใหม่ที่เก็บไว้ในตะกร้าไผ่ในห้วงมิติวิญญาณออกมาจัดเตรียมไว้ จากนั้นจึงก้าวอาดๆ มุ่งหน้าสู่ร้านขายยา
ถังซานเพิ่งเข้าเรียนแถมยังได้เจอกับเสี่ยวอู่แล้ว เขาไม่เชื่อหรอกว่าระดับถังเฮ่าจะยอมปลีกตัวตามเขามา ตอนนี้ปลอดภัยไร้กังวลแน่นอน! ไม่รั้งรอให้เสียเวลา จูอู่สะพายตะกร้าไผ่ รีบวิ่งตรงไปยังร้านขายยาทันที
"เถ้าแก่! ข้าเอาสมุนไพรมาขายอีกแล้วขอรับ!"
เมื่อก้าวเข้ามาในร้าน จูอู่ก็เอ่ยทักทายอย่างเป็นกันเอง
"เจ้าคือ...? เสี่ยวอู่จากหมู่บ้านเซิ่งหุนงั้นรึ?"
ลูกจ้างในร้านกวาดตามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า เบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจสุดขีด
"นี่เจ้า... ปลุกพลังวิญญาณได้งั้นรึ?!"
เถ้าแก่ที่ยืนอยู่ด้านข้างอุทานก้องด้วยความตกตะลึงระคนแทบไม่เชื่อสายตาตนเอง