- หน้าแรก
- โต้วหลัว วิถีตัวร้ายปล้นบุตรแห่งสวรรค์
- ตอนที่ 11: อวี้เสี่ยวกัง... เจ้านี่มันเซียนตกปลาตัวจริง
ตอนที่ 11: อวี้เสี่ยวกัง... เจ้านี่มันเซียนตกปลาตัวจริง
ตอนที่ 11: อวี้เสี่ยวกัง... เจ้านี่มันเซียนตกปลาตัวจริง
"เพราะสัตว์วิญญาณประเภทนี้หาได้ยากยิ่งนัก..." อวี้เสี่ยวกังกล่าวอธิบาย
"จึงเป็นการยากที่จะหาวงแหวนวิญญาณที่เหมาะสมได้ ยิ่งระดับสูงขึ้นก็ยิ่งลำบาก นอกจากนี้ วงแหวนวิญญาณจากสัตว์วิญญาณประเภทนี้ไม่ได้ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางกายภาพมากนัก ดังนั้น หากวิญญาณยุทธ์วิวัฒนาการไปในทิศทางนี้เพียงอย่างเดียว จะทำให้วิญญาจารย์ขาดความสามารถในการป้องกันตัว หากถูกวิญญาจารย์สายโจมตีหนักหรือสายความเร็วประชิดตัวได้ ย่อมต้องพ่ายแพ้อย่างอนาถเป็นแน่แท้"
"ท่านอาจารย์ เช่นนั้นควรทำอย่างไรดีหรือขอรับ?"
จูอู่เอ่ยถาม ท่าทางเปี่ยมไปด้วยความกระหายใคร่รู้เต็มประดา
"ตราบใดที่เป็นหนอนไหม ย่อมมีพรสวรรค์ในการพ่นใย" อวี้เสี่ยวกังพยักหน้าเล็กน้อย
"ดังนั้น คำแนะนำของข้าก็คือ ในช่วงแรกหากสามารถหาสัตว์วิญญาณที่เชี่ยวชาญด้านพลังจิตได้ ก็อาจพิจารณานำวงแหวนวิญญาณของมันมาใช้ ส่วนในอนาคต... ค่อยพิจารณาหาวงแหวนวิญญาณจากสัตว์วิญญาณประเภทแมงมุมพิษมาเสริมแต่ง"
"สัตว์วิญญาณประเภทนี้หาไม่ยากนัก ที่สำคัญคือ แมงมุมก็พ่นใยได้ ซ้ำยังมีคุณสมบัติธาตุพิษแฝงอยู่ วิญญาณยุทธ์หนอนไหมเป็นวิญญาณยุทธ์ที่อ่อนแอในช่วงต้น และวิญญาณยุทธ์ของเจ้าก็ไม่ได้มีคุณสมบัติธาตุอื่นใดแอบแฝง ดังนั้น ข้าจึงคิดว่ามันคงไม่ต่อต้านการถูกหลอมรวมเข้ากับธาตุพิษ"
"หากเป็นเช่นนี้ วิญญาณยุทธ์ของเจ้าก็จะครอบครองทั้งความสามารถด้านพลังจิตและกายภาพในการพ่นใยควบคู่กันไป หลังจากนั้น เพียงแค่เจ้าเพิ่มวงแหวนวิญญาณแมงมุมพิษเข้าไปอย่างต่อเนื่องเพื่อเสริมความเหนียวแน่นของเส้นใย ผนวกกับคุณสมบัติธาตุพิษ ไม่เพียงแต่ความสามารถในการควบคุมจะเพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาล แต่มันยังแฝงพลังโจมตีเอาไว้ด้วย ถือได้ว่ารุกรับครบเครื่อง ใช้งานได้จริงและทรงประสิทธิภาพยิ่งกว่า"
ควบคุมศัตรู แล้วค่อยปล่อยพิษ... เป็นแนวทางที่ไม่เลวเลยจริงๆ หากหญ้าเงินครามของข้าสามารถวิวัฒนาการไปในทิศทางนี้ได้ ย่อมต้องเป็นกำลังเสริมชั้นยอดในการใช้อาวุธลับต่อกรกับศัตรู หากข้าใช้หญ้าเงินครามพันธนาการศัตรูไว้ได้ เป้าหมายที่ข้าจะซัดอาวุธลับใส่ก็คือเป้านิ่งดีๆ นี่เอง... เมื่อคิดถึงจุดนี้ นัยน์ตาของถังซานก็เปล่งประกายเจิดจ้า
เมื่อนึกย้อนไปถึงคำกล่าวของอาจารย์ก่อนหน้านี้ ที่ว่าเคยศึกษากรณีของผู้ที่มีวิญญาณยุทธ์หนอนไหมถึง 586 คน แล้วหญ้าเงินครามเล่า?
เชื่อได้เลยว่า ท่านอาจารย์ย่อมต้องทำการศึกษาค้นคว้ามาอย่างหนักหน่วงเช่นกัน!
ไม่แน่ว่า ท่านอาจารย์อาจจะมีมุมมองและแนวทางอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สำหรับทิศทางการฝึกฝนวิญญาณยุทธ์หญ้าเงินครามก็เป็นได้
และสิ่งนี้... คือสิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดในยามนี้!
ปัดโธ่เว้ย! นี่แกกะจะวางยาพิษให้ข้าตายเลยใช่ไหม? การนำวงแหวนวิญญาณธาตุพิษมาผสานกับวิญญาณสัตว์ จะทำให้โฮสต์ติดพิษไปด้วย แกไม่รู้หรือไง!? แกเคยทดลองวิจัยจริงๆ หรือเปล่าว่าวิญญาณยุทธ์หนอนไหมมันรับพิษได้น่ะ? คิดเอาเองว่าทำได้... ได้กะผีสิ! ไอ้บัดซบ นี่มันกะจะเอาข้าเป็นหนูทดลองชัดๆ เอาแต่พ่นน้ำลายปาวๆ ข้าจะอยู่หรือตายก็ไม่เกี่ยวกับแกเลยใช่ไหม?
ถ้าข้าไม่ใช่คนทะลุมิติมา มีหวังโดนแกหลอกให้ไปตายแหงๆ!
ตาเฒ่า ฝากไว้ก่อนเถอะมึง...
แม้ระดับความโกรธในใจของจูอู่จะพุ่งปรี๊ดจนทะลุปรอท ทว่าใบหน้าของเขากลับแสร้งทำเป็นประหลาดใจและปีติยินดี
"ฟังดูยอดเยี่ยมไปเลยขอรับ! ท่านอาจารย์ ขอบพระคุณมากขอรับที่ชี้แนะข้า!"
"มิเป็นไรหรอก ก็แค่การสนทนาพาทีตามประสาเท่านั้น"
อวี้เสี่ยวกังแย้มยิ้ม กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบดุจสายน้ำ
"ท่านอาจารย์ แล้วหญ้าเงินครามของข้าเล่าขอรับ?"
ถังซานอดรนทนไม่ได้ที่จะเอ่ยปากแทรกขึ้นมา
ตาเฒ่าเอ๊ย เจ้านี่มันเซียนตกปลาตัวจริง! อายุปูนนี้แล้วยังมาใช้อุบายหลอกล่อเด็กน้อย หน้าไม่อายจริงๆ ที่สำคัญคือ... แกขุดหลุมฝังข้าซะมิดเลยนะ!
จูอู่ปรายตามองถังซานเงียบๆ ไม่ปริปากพูดสิ่งใด รอคอยดูว่าอวี้เสี่ยวกังจะรับลูกต่ออย่างไร
จากนั้นก็เห็นอวี้เสี่ยวกังเงยหน้ามองตรงไปเบื้องหน้า พลางเชิดคางขึ้นเล็กน้อย
"เรามาถึงจุดลงทะเบียนกันแล้วล่ะ"
"อันที่จริง ข้าเองก็เคยศึกษาวิจัยวิญญาณยุทธ์หญ้าเงินครามมาไม่น้อย โดยมีกรณีศึกษาของผู้ที่ตื่นรู้วิญญาณยุทธ์นี้ถึง 647 คน นับว่าพอมีประสบการณ์และข้อคิดเห็นอยู่บ้าง ทว่า... เรื่องมันยาวนัก และเวลาในยามนี้ก็คงกระชั้นชิดเกินไป เสี่ยวซาน หากเจ้ามีใจสนใจจริงๆ รอให้ลงทะเบียนเข้าเรียนเสร็จสิ้นแล้ว ค่อยหาเวลาว่างไปพบข้าที่พักก็แล้วกัน"
"ห้องพักของข้าอยู่บนชั้นดาดฟ้าของหอพักนักเรียนทุนที่พวกเจ้าต้องไปอยู่พอดี เป็นห้องสุดท้ายทางฝั่งซ้ายมือ เดินทางไปมาหาสู่ได้สะดวกนัก"
"เช่นนั้นคงต้องรบกวนท่านอาจารย์แล้วขอรับ"
น้ำเสียงของถังซานแฝงความเคารพนบนอบขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ส่วนเรื่องที่จะฝากตัวเป็นศิษย์ของอาจารย์ผู้นี้หรือไม่นั้น เขาตัดสินใจว่าจะรอให้ได้พบปะพูดคุยกันอย่างลึกซึ้งเสียก่อน ค่อยตัดสินใจก็ยังไม่สาย
ความจริงใจแต่โบราณกาลมักถูกเมิน มีเพียงเล่ห์เหลี่ยมชั้นเชิงเท่านั้นที่ครองใจคน...
สำหรับแผนการตกปลาแบบแยบยลซ้อนเล่ห์ของอวี้เสี่ยวกัง จูอู่ต้องขอยอมรับจากใจจริง
สมแล้วที่เป็นบุรุษผู้เคยปั่นหัวปี่ปี่ตง สตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักวิญญาณยุทธ์ และหลิ่วเอ้อร์หลง แม่มังกรสาวจอมโหด ให้หลงใหลหัวปักหัวปำมาแล้วในอดีต!
"มิเป็นไร"
อวี้เสี่ยวกังตอบรับด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะจูงมือถังซานเดินต่อไป
ไม่นานนัก ทั้งสามก็มาถึงจุดลงทะเบียนบริเวณชั้นล่างของตึกฝ่ายธุรการ อวี้เสี่ยวกังวางใบรับรองลงบนโต๊ะ
"ผู้อำนวยการซู่ นี่คือนักเรียนทุนจากหมู่บ้านเซิ่งหุนในปีนี้ ข้าตรวจสอบดูแล้วไม่มีอะไรผิดพลาด รบกวนท่านช่วยลงทะเบียนให้พวกเขาด้วย"
"......"
เนื่องจากถังซานไม่ได้เรียกอวี้เสี่ยวกังว่า อาจารย์ เหมือนในนิยายต้นฉบับ ขั้นตอนต่างๆ จึงผ่านพ้นไปอย่างราบรื่นไม่มีสะดุด จะมีก็เพียงผู้อำนวยการซู่ที่แสดงอาการตกตะลึงเล็กน้อยเมื่อทราบถึงวิญญาณยุทธ์และพลังวิญญาณแต่กำเนิดของทั้งสอง ทว่าหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ดำเนินการทำเรื่องเข้าเรียนให้ทั้งคู่จนเสร็จสิ้น พร้อมแจกจ่ายชุดนักเรียนให้คนละชุด
จากนั้น อวี้เสี่ยวกังก็ทำตัวเป็นคนดีศรีสังคมไปจนสุดทาง โดยเดินไปส่งเด็กทั้งสองจนถึงหน้าหอพัก ก่อนจะหมุนตัวจากไป
โดยไม่มีคำกล่าวใดๆ ให้มากความ ถังซานเดินนำขึ้นบันไดไปตามลำพัง ส่วนจูอู่ก็ก้าวตามไปติดๆ
เพียงไม่นาน ทั้งสองก็มาหยุดอยู่หน้าประตูหอพัก เสียงเอะอะโวยวายดังเล็ดลอดออกมาจากด้านใน บ่งบอกชัดเจนว่ามีคนอยู่ไม่น้อย
ถังซานไม่ลังเลแม้แต่น้อย ผลักประตูเดินเข้าไปทันที จูอู่จึงก้าวตามเข้าไปด้านใน
เมื่อกวาดสายตามองไปรอบๆ ก็พบว่าพื้นที่ภายในกว้างขวางเอาการ มีขนาดเกือบสามร้อยตารางเมตร... หากเป็นในชาติก่อน มองปราดเดียวก็รู้เลยว่านี่คือไซส์บ้านที่เขาไม่มีปัญญาซื้ออย่างแน่นอน เตียงนอนก็มีมากมายถึงห้าสิบเตียง ทว่ามีคนจับจองไปเพียงเล็กน้อย มีเพียงสิบเอ็ดเตียงเท่านั้นที่มีเครื่องนอนวางจัดเตรียมไว้
ก๊อก ก๊อก ก๊อก... จูอู่ที่ยืนอยู่ใกล้ประตูที่สุด ถือวิสาสะเคาะแผ่นไม้ที่บานประตู
ขวับ! ขวับ! ขวับ!
เสียงเจี๊ยวจ๊าวเงียบสงัดลงทันตา สายตาสิบเอ็ดคู่จ้องเขม็งมาที่พวกเขา
ครู่ต่อมา เด็กหนุ่มรูปร่างกำยำล่ำสันคนหนึ่งก็เดินแหวกฝูงชนออกมา ก้าวอาดๆ มาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าถังซานที่ยืนอยู่ด้านหน้าสุด
"นักเรียนทุนมาใหม่รึ?"
โชคดีที่ข้าเลือกเดินตามหลัง...
จูอู่ประเมินระดับความสามารถในการต่อสู้ของตัวเองในตอนนี้ได้อย่างถ่องแท้และเจียมเนื้อเจียมตัวยิ่งนัก
ไม่นานนัก ภายใต้สายตาที่จับจ้องหวังเซิ่งก็โดนซ้อมจนอ่วมอรทัย ยอมสละตำแหน่งหัวหน้าห้องให้แต่โดยดี
จูอู่ได้ทีจึงรีบออกตัว
"ส่วนข้าขอผ่านแล้วกัน ถังซานเก่งกาจถึงเพียงนี้ ข้าสู้เขาไม่ได้หรอก"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ถังซานก็พยักหน้าเบาๆ มิได้เอ่ยสิ่งใดต่อ
และในจังหวะนั้นเอง เสียงใสกระจ่างราวกับกระดิ่งเงินก็ดังแว่วมาจากด้านหลัง
"ที่นี่คือหอเจ็ดใช่หรือไม่?"
เสี่ยวอู่? จูอู่หันขวับไปตามสัญชาตญาณ ปรากฏร่างของเด็กสาวหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มในชุดสีชมพู ดวงหน้าขาวอมชมพูดูสดใส ผมยาวสลวยด้านหลังถักเป็นเปียหางแมงป่อง
เขาต้องยอมรับเลยว่า... นางน่ารักน่าชังจริงๆ แต่พอนึกถึงวีรกรรมของเสี่ยวอู่ในนิยายต้นฉบับแล้ว อารมณ์ชื่นชมก็ดับวูบลงทันตา
รูปร่างหน้าตาดีไปเสียทุกอย่าง เสียอย่างเดียวคือปากหาเรื่อง ซ้ำยังชอบก่อความวุ่นวายเป็นที่หนึ่ง นี่มันตัวจุดชนวนของถังซานของแท้และแน่นอน!
สำหรับตัวปัญหาพรรค์นี้ เขาไม่รู้สึกพิศวาสใดๆ ทั้งสิ้น เพราะมันขัดกับสเปก ภรรยาแสนดี ศรีภรรยา ที่เขาหมายปองไว้อย่างสิ้นเชิง
ส่วนความคิดอกุศลอื่นน่ะหรือ... ไม่มีทาง! ป่านนี้ถังเฮ่าคงกำลังแอบซุ่มซอกแซกมองดูอยู่ตามมุมมืดมุมใดมุมหนึ่งนอกหอพักนี่แหละ
"เอ่อ... หอพักเราให้หญิงชายอยู่ร่วมกันได้ด้วยหรือ?"
เสียงของถังซานดังขึ้น
หวังเซิ่งที่เพิ่งจะลดตัวลงไปเป็นลูกน้องหมาดๆ รีบกุลีกุจออธิบายกฎระเบียบให้ฟัง
หลังจากนั้นก็เข้าสู่ฉากการประลองยุทธ์อันเป็นที่โปรดปราน จูอู่ทำตัวเป็นเพียงไทยมุงเงียบๆ ขณะเดียวกันก็คอยจดจำกระบวนท่าและเทคนิคการต่อสู้ของทั้งสองคนเอาไว้อย่างตั้งใจ
ชาติก่อนเขาไม่เคยเรียนศิลปะการต่อสู้ใดๆ มาก่อนเลย ในเมื่อตอนนี้มีโอกาสได้ศึกษาและดูงานใกล้ๆ ชนิดติดขอบเวที มีหรือที่เขาจะยอมพลาด!
ผ่านไปครู่หนึ่ง เสี่ยวอู่ก็ผงาดขึ้นแท่นเป็นลูกพี่ใหญ่แห่งหอเจ็ดได้สำเร็จ
ทว่าหลังจากนั้น... กลุ่มคนเพิ่งจะสนทนากันได้เพียงไม่กี่ประโยค เสียงหนึ่งก็ดังแทรกมาจากนอกประตูอีกครั้ง
"นักเรียนทุนที่เพิ่งมาใหม่อยู่หรือไม่?"
จูอู่หันไปมอง เป็นชายหนุ่มอายุราวสามสิบปี ในมือโอบอุ้มชุดเครื่องนอนมาด้วยหนึ่งชุด
นี่มันเลือกปฏิบัติกันชัดๆ...
จูอู่ลอบถอนใจ มีเครื่องนอนมาแค่ชุดเดียวจริงๆ และเห็นได้ชัดว่า... มันไม่ได้เตรียมมาเผื่อเขาแน่ๆ
"ใครคือถังซาน?"
ชายหนุ่มก้าวเข้ามาในห้อง ก่อนจะเอ่ยถามขึ้น
"ข้าเอง"
ถังซานก้าวอาดๆ ออกไปรับหน้า