เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 10: เชิญแสดงปาหี่ของท่านต่อไปเถอะ!

ตอนที่ 10: เชิญแสดงปาหี่ของท่านต่อไปเถอะ!

ตอนที่ 10: เชิญแสดงปาหี่ของท่านต่อไปเถอะ!


"คุณปู่..."

ใบหน้าของอวี้เสี่ยวกังชะงักงันไปชั่วขณะ ทว่าเพียงพริบตาก็กลับมาเป็นปกติ บนแผ่นดินใหญ่โต้วหลัวนี้ ครอบครัวสามัญชนที่แต่งงานตั้งแต่วัยเยาว์มีอยู่ไม่น้อย หากนับตามเกณฑ์อายุ วัยรุ่นราวคราวเดียวกับเขาก็มีผู้ที่ได้อุ้มหลานเป็นปู่คนอยู่มากโข ดังนั้น การที่เด็กน้อยเบื้องหน้าจะเรียกขานเขาเช่นนี้ ย่อมไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอันใด

เขายื่นมือออกไปรับใบรับรองมาตรวจสอบ ภายใต้สายตาที่แหงนมองของจูอู่ ประกายตาของอวี้เสี่ยวกังสว่างวาบขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะละสายตาจากเขาแล้วหันไปมองถังซานที่ยืนอยู่อีกด้าน พร้อมกับกวาดสายตาพินิจพิเคราะห์ขึ้นลง แม้แววตานั้นจะไม่ได้ดุดันแหลมคม ทว่าเมื่อตกกระทบในคลองจักษุของถังซาน กลับให้ความรู้สึกราวกับถูกมองทะลุปรุโปร่งจนหมดเปลือก ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วมุ่น

คล้ายจะสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงบนสีหน้าของถังซาน อวี้เสี่ยวกังจึงรั้งสายตากลับมา แล้วหันไปกล่าวกับปู่แจ็ค

"ใบรับรองไม่มีปัญหาอันใด ผู้อาวุโส ข้าขออภัยแทนเรื่องราวเมื่อครู่ด้วย เด็กสองคนนี้... ต่อจากนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเถอะ"

"ไม่ต้อง... ไม่ต้องขออภัยหรอกขอรับ"

ปู่แจ็ครีบโบกมือไม้เป็นพัลวัน ก่อนจะกล่าวต่อ

"เช่นนั้น... ท่านอาจารย์ เด็กทั้งสองคนนี้คงต้องรบกวนท่านแล้ว" ว่าพลางหันไปกำชับ

"เสี่ยวซาน เสี่ยวอู่ พวกเจ้ารีบตามท่านอาจารย์เข้าไปเถอะ เข้าไปแล้วก็จงเชื่อฟัง อย่าได้ก่อเรื่องวุ่นวายให้ท่านอาจารย์ต้องลำบากใจเล่า"

"ขอรับ"

จูอู่พยักหน้าเบาๆ

ถังซานเพียงพยักหน้าเล็กน้อย ทว่ามิได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใด

มิใช่ว่าเขาไม่รับน้ำใจของอาจารย์ที่ยืนอยู่ด้านข้าง ทว่าเมื่อครู่นี้ ต่อให้ไม่มีบุคคลผู้นี้ปรากฏตัวขึ้นมาห้ามปราม เขาก็มีวิธีจัดการปัญหาด้วยตนเองอยู่ดี อันที่จริง นับตั้งแต่ตอนที่ยามเฝ้าประตูโยนใบรับรองของเขาลงพื้น เขาก็ได้ปลดสลักนิรภัยของหน้าไม้เกาทัณฑ์ไร้เสียงที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อแล้ว หากชายผู้นี้ไม่ร้องห้ามไว้ก่อน และยามนั่นไม่ได้พุ่งเป้าไปที่จูอู่ล่ะก็... ไม่แน่ว่าป่านนี้ บริเวณลำคอของมันอาจมีลูกดอกสั้นเสียบคาอยู่แล้วก็เป็นได้

กฎเหล็กแห่งสำนักถังจารึกไว้ชัดเจน: หากแน่ใจว่าอีกฝ่ายคือศัตรู และมีเหตุให้ต้องตาย ก็มิต้องยั้งมือไว้ไมตรี มิฉะนั้นจะเป็นการชักนำความตกระกำลำบากมาสู่ตนเอง

ในมุมมองของเขา ยามเฝ้าประตูเมื่อครู่ ทั้งวาจาสามหาว โยนใบรับรองของเขาทิ้ง ซ้ำยังกล้าลงมือกับผู้เฒ่า... เพียงเท่านี้ก็มีเหตุให้ต้องตายแล้ว และเขามีความมั่นใจเต็มเปี่ยมว่า จะสามารถปลิดชีพอีกฝ่ายได้ในชั่วพริบตา โดยที่ปู่แจ็คและจูอู่ไม่มีทางล่วงรู้ว่าเป็นฝีมือของเขา

ท่ามกลางห้วงความคิดนั้น อวี้เสี่ยวกังปรายตามองยามหนุ่มแวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

"ข้าไม่อยากได้ยินว่ามีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่สอง"

"ขอรับ ขอรับ..."

ชายหนุ่มพยักหน้ารัวราวกับไก่จิกข้าวสาร

อวี้เสี่ยวกังเลิกสนใจยามเฝ้าประตู เขาก้มหน้าลงเล็กน้อย มือที่ถือใบรับรองของสำนักวิญญาณยุทธ์เลื่อนไปไพล่หลังอย่างเป็นธรรมชาติ ส่วนมืออีกข้างก็ถือวิสาสะคว้าข้อมือของถังซานเอาไว้ บนใบหน้าที่ดูแข็งกระด้างฝืนบีบคั้นรอยยิ้มออกมา น้ำเสียงแหบพร่าฟังดูอ่อนโยนลงไม่น้อย

"พวกเราเข้าไปกันเถอะ"

ดูเหมือน... ข้าจะโดนเมินซะแล้ว สรุปว่าข้ามันเป็นส่วนเกินสินะ...

จูอู่บ่นพึมพำในใจ

หึ... คอยดูเถอะ เดี๋ยวข้าจะหน้าด้านตามติดเป็นปลิงเลย ข้ากับถังซานคนละแซ่ วิญญาณยุทธ์ก็ไม่เหมือนกัน มองปราดเดียวก็รู้ว่าไม่ใช่คนครอบครัวเดียวกัน ข้าอยากจะรู้นักว่าเจ้าจะกล้าพอที่จะเปิดโปงเรื่องวิญญาณยุทธ์คู่ของถังซานต่อหน้าคนนอกอย่างข้าหรือไม่! หากเห็นท่าไม่ดี ข้าค่อยขัดจังหวะแล้วชิ่งหนีก็ยังไม่สาย

อวี้เสี่ยวกังมิได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดอีก เขาจูงมือถังซานเดินนำเข้าไปในสถาบัน

"......"

จูอู่ก้าวเท้ายาวๆ เดินตามไปติดๆ

---

เมื่อล่วงเข้าสู่เขตโรงเรียน เดินไปได้สักพัก เสียงของถังซานก็ดังขึ้น

"ท่านอาจารย์ ขอบคุณท่านมากขอรับ"

"อาจารย์? ข้ามิใช่อาจารย์ของโรงเรียนแห่งนี้หรอกนะ"

อวี้เสี่ยวกังก้มหน้ามองถังซาน ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

พล็อตเรื่องอันคุ้นเคย...

จูอู่ลอบสังเกตการณ์อย่างเงียบงัน รอคอยจนกระทั่งบทสนทนาสุดคลาสสิกของทั้งสองเริ่มขึ้น

"เว้นเสียแต่ว่า... เจ้าเต็มใจที่จะให้ข้าเป็นอาจารย์ของเจ้าจริงๆ"

"ท่านจะสอนข้าฝึกฝนวิญญาณยุทธ์หรือขอรับ?"

"แล้วเจ้าเล่า... ยินดีหรือไม่?"

ถังซานนิ่งเงียบมิได้เอื้อนเอ่ย เพียงแต่เงยหน้าขึ้นจ้องมองอวี้เสี่ยวกังอย่างเงียบๆ

จูอู่ยังคงเดินตามอยู่เบื้องหลัง ปิดปากเงียบสนิท

ทางด้านอวี้เสี่ยวกัง เขาจ้องมองถังซานด้วยสายตาเหม่อลอยไปชั่วขณะ ก่อนจะคลี่ยิ้ม

"เจ้าช่างเป็นเด็กที่ฉลาดหลักแหลมจริงๆ"

จากนั้นเขาก็หันกลับมามองจูอู่ และเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"เสี่ยวอู่... ข้าเรียกเจ้าเช่นนี้ได้หรือไม่?"

เอ๊ะ? นี่กะจะเอาข้าเป็นบันไดเหยียบ เพื่อโชว์ภูมิปัญญาทฤษฎีวิญญาณยุทธ์ให้ถังซานดูสินะ?

จูอู่คาดเดาเจตนาได้ในเสี้ยววินาที เขาพยักหน้าตอบรับ

"ท่านเป็นผู้อาวุโส ย่อมเรียกขานได้ตามสะดวกขอรับ"

ถังซานปรายตามองอวี้เสี่ยวกัง คล้ายตกอยู่ในห้วงความคิด และมิได้สอดปากพูดสิ่งใดขึ้นมา

"หากข้าเดาไม่ผิด... วิญญาณยุทธ์หนอนไหมของเจ้า น่าจะเป็นวิญญาณยุทธ์กลายพันธุ์สินะ?"

อวี้เสี่ยวกังพยักหน้าพลางตั้งข้อสังเกต

"เรื่องนี้... ข้าเองก็ไม่ทราบเหมือนกันขอรับ"

จูอู่แสร้งทำเป็นเกาหัว ทำหน้าซื่อตาใสราวกับเด็กน้อยที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่

อย่ามาถามข้า ถามไปก็ไม่รู้เฟ้ย!

อวี้เสี่ยวกังพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะเริ่มร่ายยาวตามความถนัดของตน

"ข้าเคยทำการศึกษาและรวบรวมข้อมูลของผู้ที่ปลุกวิญญาณยุทธ์หนอนไหมจำนวน 586 คน ในจำนวนนั้นมีเพียง 15 คนเท่านั้นที่มีพลังวิญญาณ... อัตราความน่าจะเป็นมีไม่ถึง 3%"

"ยิ่งไปกว่านั้น ในจำนวน 15 คนนี้ เกินครึ่งมีพลังวิญญาณไม่ถึงระดับ 1 ผู้ที่ก้าวถึงระดับ 1 ได้นั้นมีเพียงหยิบมือ ทว่า... มีอยู่หนึ่งคนที่เป็นข้อยกเว้น พลังวิญญาณของนางไม่เพียงแต่ทะลวงผ่านระดับ 1 เท่านั้น แต่นางยังมีระดับพลังวิญญาณแต่กำเนิดสูงลิบลิ่วถึงระดับ 8!"

"และสาเหตุที่เป็นเช่นนั้น... ก็เพราะวิญญาณยุทธ์ที่นางปลุกขึ้นมา คือวิญญาณยุทธ์กลายพันธุ์ และเป็นวิญญาณยุทธ์ที่หาได้ยากยิ่งอย่างหนอนไหมน้ำแข็ง"

นี่คือข้อมูลที่เขาเคยค้นพบเมื่อครั้งยังศึกษาค้นคว้าอยู่ในหอสมุดของสำนักวิญญาณยุทธ์ ผู้ที่ปลุกวิญญาณยุทธ์นี้ขึ้นมาได้เป็นสตรีศิษย์ของโรงเรียนวารีสวรรค์ซึ่งได้ล่วงลับไปหลายปีดีดักแล้ว

"ต้นแบบของวิญญาณยุทธ์นี้มีตัวตนอยู่จริงในธรรมชาติ มันคือสัตว์วิญญาณหายากที่อาศัยอยู่ในดินแดนเหมันต์ทางตอนเหนือสุดของจักรวรรดิเทียนโต่ว ไม่เพียงแต่ครอบครองธาตุน้ำแข็งเท่านั้น แต่มันยังมีพรสวรรค์ทางด้านพลังจิต และเชี่ยวชาญการเร้นกาย เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูผู้รุกราน มันสามารถใช้ภาพลวงตาจำแลงกายเป็นสัตว์วิญญาณระดับสูงเพื่อข่มขวัญศัตรูให้ล่าถอยไปได้"

"ทว่าบนใบรับรองของเจ้า มิได้ระบุไว้ว่าเจ้ามีคุณสมบัติธาตุน้ำแข็ง ดังนั้นจึงเห็นได้ชัดว่า วิญญาณยุทธ์ของเจ้าไม่ได้ปลุกพรสวรรค์สายนี้ขึ้นมา มิเช่นนั้น... สำนักวิญญาณยุทธ์คงจะตามตื๊อหว่านล้อมให้เจ้าเข้าร่วมกับพวกเขาไปแล้ว ไม่มีทางปล่อยให้เจ้ามีโอกาสเดินทางมาเป็นนักเรียนทุนที่โรงเรียนนั่วติงแห่งนี้ได้หรอก"

"โดยปกติแล้ว วิญญาณยุทธ์ใดก็ตาม หากมีพรสวรรค์ธาตุแฝงอยู่ เช่น ธาตุน้ำแข็งหรือธาตุไฟ ในช่วงเวลาที่ทำการปลุกพลัง ย่อมจะแสดงคุณลักษณะจำเพาะบางอย่างออกมา เนื่องจากผู้ครอบครองเพิ่งจะปลุกมันขึ้นมาได้ จึงยังมิอาจควบคุมพลังของมันได้อย่างสมบูรณ์"

"ตัวอย่างเช่น หากเป็นธาตุน้ำแข็ง อุณหภูมิในอากาศรอบตัวก็จะลดต่ำลง หากเป็นธาตุไฟ ก็จะมีเปลวเพลิงลุกโชนขึ้นตามร่างกาย..."

"หากปรากฏนิมิตประหลาดเช่นนี้ ข้าเชื่อว่า... ตราบใดที่ผู้คุมกฎที่ทำพิธีปลุกวิญญาณยุทธ์ให้พวกเจ้าไม่ได้โง่งมจนเกินไป ย่อมต้องสังเกตเห็นได้อย่างแน่นอน"

เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ อวี้เสี่ยวกังก็แย้มยิ้มบางๆ เอ่ยด้วยน้ำเสียงเปี่ยมความมั่นใจ

"ดังนั้น ข้าจึงกล้าฟันธงได้เลยว่า ตอนที่วิญญาณยุทธ์หนอนไหมของเจ้าตื่นรู้ รูปลักษณ์ภายนอกของมันจะต้องดูแทบไม่ต่างอันใดกับหนอนไหมบ้านทั่วไปเป็นแน่ ผู้คุมกฎของสำนักวิญญาณยุทธ์ผู้นั้นถึงได้เข้าใจผิด คิดว่ามันเป็นเพียงวิญญาณยุทธ์หนอนไหมธรรมดา การที่เจ้าสามารถปลุกพลังวิญญาณสมบูรณ์แต่กำเนิดได้ถึงระดับ 6 แต่กลับไม่มีคุณสมบัติทางธาตุที่เด่นชัดปรากฏออกมา... ข้าจึงสันนิษฐานว่า ความสามารถของวิญญาณยุทธ์เจ้าน่าจะเอนเอียงไปทางด้านพลังจิตเสียมากกว่า"

"ยิ่งไปกว่านั้น... มีความเป็นไปได้สูงยิ่งว่า มันจะเป็นความสามารถในด้านการสร้างภาพลวงตา"

ไม่นึกเลยว่าบุคคลผู้นี้จะมีความรู้กว้างขวางถึงเพียงนี้... ประกายความประหลาดใจพาดผ่านดวงตาของถังซาน รูปลักษณ์วิญญาณยุทธ์ของจูอู่ที่ปลุกขึ้นมานั้น ดูไม่ต่างจากหนอนไหมธรรมดาเลยจริงๆ ข้อนี้เขาเห็นมากับตาตัวเอง

หางตาของอวี้เสี่ยวกังแอบจับจ้องเห็นความเปลี่ยนแปลงบนสีหน้าของถังซาน มุมปากของเขาก็ยกขึ้นเล็กน้อย อกก็ยืดตรงขึ้นด้วยความภาคภูมิ

อ้อ... สรุปก็คือ หากคนที่เจ้าเคยรู้ว่ามีวิญญาณยุทธ์หนอนไหมกลายพันธุ์ มีความสามารถแฝงเร้นด้านอื่น เช่น มิติเวลา อวกาศ วารี หรือแสงสว่าง... ไอ้ทิศทางที่เจ้าใช้วิเคราะห์วิญญาณยุทธ์ของข้าเมื่อครู่นี้ ก็คงจะเปลี่ยนไปตามนั้นด้วยสินะ...

จูอู่มีความคิดเห็นที่แตกต่างออกไป ทว่าเขาไม่ได้คิดจะแสดงมันออกมา จึงทำเพียงแค่ยกมือขึ้นเกาหัวแกรกๆ

"วิญญาณยุทธ์ของข้า หน้าตามันก็เหมือนหนอนไหมบ้านจริงๆ นั่นแหละขอรับ"

"ส่วนเรื่องความสามารถของมันจะเป็นสายพลังจิตอย่างที่ท่านว่าหรือไม่... เรื่องนี้ข้าเองก็ไม่รู้จริงๆ"

อวี้เสี่ยวกังมีสีหน้ามั่นใจสุดขีด เขาไม่ได้ร้องขอให้จูอู่เรียกวิญญาณยุทธ์ออกมาเพื่อตรวจสอบให้แน่ชัดด้วยซ้ำ กลับส่ายหน้าถอนหายใจด้วยความเสียดาย

"ความสามารถสายพลังจิตก็นับว่าไม่เลว ในอนาคตเจ้าอาจจะลองพิจารณาหาวงแหวนวิญญาณที่มอบทักษะประเภทมนต์เสน่ห์ หรือภาพลวงตามาเสริมให้วิญญาณยุทธ์ ก็พอจะถูไถพัฒนาไปในเส้นทางของสายควบคุมได้บ้าง"

"ทว่า... ข้าไม่ขอแนะนำให้เจ้าทำเช่นนั้น"

"เอ๊ะ? ทำไมล่ะขอรับ?"

จูอู่แสร้งทำเป็นเบิกตากว้าง ตกใจรีบเอ่ยถามกลับไปทันควัน

เชิญแสดงปาหี่ของท่านต่อไปได้เลยขอรับ!

จบบทที่ ตอนที่ 10: เชิญแสดงปาหี่ของท่านต่อไปเถอะ!

คัดลอกลิงก์แล้ว