- หน้าแรก
- พระเจ้าช่วย สรุปว่านายมีแฟนเก่ากี่คนกัน
- บทที่ 14 ทวงคืนความยุติธรรมให้ซูมู่โหรว
บทที่ 14 ทวงคืนความยุติธรรมให้ซูมู่โหรว
บทที่ 14 ทวงคืนความยุติธรรมให้ซูมู่โหรว
"ท่านบรรพชน ท่านผู้อาวุโสสูงสุด!"
ก่อนที่ท่านบรรพชนจะทันได้เอ่ยตอบ เสียงเรียกจากแดนไกลก็ดังขัดจังหวะความคิดของพวกเขาขึ้นมาเสียก่อน
"นั่นมันป้าเทียน มู่โหรว และคนอื่นๆ นี่..."
แม้จะประหลาดใจว่าเหตุใดซูป้าเทียนและคนอื่นๆ จึงตามมาถึงที่นี่ได้ ทว่าพวกเขาก็ดีใจอย่างสุดซึ้งที่รอดพ้นจากภัยพิบัติครั้งใหญ่ และได้พบหน้าลูกหลานในตระกูลอีกครั้ง
กลุ่มของซูป้าเทียนและซูมู่โหรวมองเห็นท่านบรรพชนและเหล่าผู้อาวุโสสูงสุดแต่ไกล ย่อมเกิดความปีติยินดีเป็นล้นพ้น
ทว่าเมื่อเข้าไปใกล้และทอดสายตามองหุบเขาเทียนหยวนซึ่งบัดนี้กลายเป็นเพียงซากปรักหักพัง พวกเขากลับตกตะลึงจนแทบสิ้นสติ
ดินแดนต้องห้ามเทียนหยวนอันน่าสะพรึงกลัวที่เป็นดั่งตำนาน ถูกทำลายลงแล้วอย่างนั้นหรือ?
ผู้ใดกันที่มีพลังอำนาจมหาศาลถึงเพียงนี้? แม้แต่มหาจักรพรรดินีเหยาฉือผู้โดดเด่นที่สุดในรอบหมื่นปีที่ผ่านมา ก็ยังมิอาจทำได้ถึงเพียงนี้ไม่ใช่หรือ?
"อึก..."
ซูป้าเทียนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตาของเขาหยุดลงตรงร่างของท่านบรรพชนสองสามท่านที่รอดชีวิตมาได้
"ท่านบรรพชน ที่แห่งนี้..."
ก่อนที่เขาจะเอ่ยจบก็ถูกขัดจังหวะขึ้น "อย่าเพิ่งถาม กลับไปแล้วค่อยคุยกัน ตอนนี้รีบออกจากที่นี่กันก่อนเถอะ"
เป็นไปตามคาด หลังจากที่พวกเขาจากไป ยอดฝีมือนับไม่ถ้วนก็เดินทางมาถึง พวกเขาตกตะลึงกับทุกสิ่งที่ประจักษ์แก่สายตา ก่อนจะเร่งรีบจากไปอย่างรวดเร็ว
ดินแดนต้องห้ามเทียนหยวนที่ดำรงอยู่มาเนิ่นนานนับปีจนไม่อาจหยั่งรู้...
กลับถูกทำลายลงภายในวันเดียว!
ยิ่งไปกว่านั้น ยังไม่มีผู้ใดสามารถทำนายเบาะแสใดๆ ได้เลย
นี่เป็นเหตุการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ ชั่วขณะหนึ่ง ทั่วทั้งโลกหล้าพลันเงียบสงัดลง แม้แต่สมรภูมิหมื่นเผ่าพันธุ์ก็ยังหยุดความเคลื่อนไหว เพื่อรอดูสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อไป
ขุมกำลังมากมายต่างเก็บเนื้อเก็บตัว ด้วยเกรงว่าจะเผลอไปล่วงเกินบุคคลที่ไม่สมควรตอแยเข้า
ในช่วงก่อนค่ำคืนแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลกหล้า ซึ่งปกติแล้วมักจะเป็นช่วงเวลาที่มีความขัดแย้งรุนแรงที่สุด ทว่าบัดนี้กลับเงียบสงบลงอย่างน่าประหลาด
กลุ่มของตระกูลซูกำลังเดินทางออกห่างจากหุบเขาเทียนหยวนอันเป็นประเด็นขัดแย้งอย่างรวดเร็ว และตลอดเส้นทางนั้นก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะแห่งความยินดี
ท้ายที่สุดแล้ว ท่านบรรพชนตระกูลซูและคนอื่นๆ ต่างก็คิดว่าตนเองต้องจบชีวิตลงแล้ว ในขณะที่ซูป้าเทียนและคนอื่นๆ ก็มาด้วยความมุ่งมั่นที่จะยอมสละชีพเพื่อช่วยเหลือ เมื่อทุกคนปลอดภัยดี ย่อมเป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับทุกคน
ระหว่างทาง ท่านบรรพชนตระกูลซูยังได้อธิบายเหตุการณ์ในหุบเขาเทียนหยวนให้ซูป้าเทียนและคนอื่นๆ ฟัง โดยปิดบังข้อมูลบางส่วนเกี่ยวกับฉินฉางเซิง และบอกเพียงว่าเป็นผู้อาวุโสนิรนามท่านหนึ่งเท่านั้น
"ท่านบรรพชน ข้ามีเรื่องจะขอร้องท่านขอรับ" ซูป้าเทียนเอ่ยขึ้นอย่างกะทันหันขณะที่พวกเขาใกล้จะถึงตระกูลซู
"มีเรื่องอันใดรึ?" ท่านบรรพชนตระกูลซูเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ
จากนั้นซูป้าเทียนก็เล่าเรื่องที่ฟางเหวินเฉิงฉวยโอกาสซ้ำเติมยามที่พวกเขาตกที่นั่งลำบาก โดยต้องการแต่งงานกับซูมู่โหรวเพื่อรับนางเป็นอนุภรรยา
ท่านบรรพชนตระกูลซูนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะนำอาวุธระดับสูงสุดเพียงชิ้นเดียวของตระกูลซูออกมาจากตำหนักม่วง แล้วส่งมอบให้แก่ซูป้าเทียน
"แค่จำไว้ว่าอย่าถึงขั้นเอาชีวิตก็พอ!"
อย่างไรเสีย ฟางเหวินเฉิงก็คือผู้นำตระกูลฟางคนปัจจุบัน การสังหารเขาอย่างบุ่มบ่ามอาจจุดชนวนสงครามระหว่างสองตระกูลได้ง่ายๆ
ซูป้าเทียนดีใจเป็นล้นพ้นที่ได้รับการอนุมัติอย่างเงียบๆ เช่นนี้ เขาจึงรับอาวุธระดับสูงสุดมาไว้ในมือ
"ตาเฒ่าฟาง ข้าทนเจ้ามานานเกินพอแล้ว! หากครั้งนี้ข้าไม่ได้อัดเจ้าจนปางตาย ข้าก็ไม่ขอใช้แซ่ซูอีกต่อไป!"
เสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวดังกึกก้องไปทั่วรัศมีหลายร้อยลี้รอบตระกูลซู
"ตาเฒ่าฟาง ออกมารับความตายซะ!"
ฟางเหวินเฉิงกำลังหรี่ตาลง จินตนาการถึงวิธีที่เขาจะทรมานซูมู่โหรวเมื่อได้แต่งงานกับนาง ทว่าจู่ๆ เขาก็ต้องสะดุ้งตื่นจากภวังค์
เขารีบเหาะขึ้นไปบนฟากฟ้าทันที พลางจ้องมองอีกฝ่ายด้วยความสับสน "เจ้าต้องการอะไร?"
ซูป้าเทียนไม่เอ่ยตอบ หอกยาวที่แฝงไปด้วยเพลิงโทสะอันไร้ขีดจำกัดพุ่งตรงเข้าใส่เขา
บัดซบ! อาวุธระดับสูงสุด!
ฟางเหวินเฉิงรู้ดีว่าเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ เขาไม่ได้นำอาวุธเทวะติดตัวมาด้วยตอนที่ออกมา และเมื่อต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีอย่างสุดกำลังของซูป้าเทียน เขาก็ทำได้เพียงตั้งรับอย่างสับสน ท้ายที่สุด เขาต้องใช้วิชาลับยอมสละอวัยวะเพื่อหลบหนีออกจากอาณาเขตของตระกูลซูมาได้อย่างหวุดหวิด
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า สะใจโว้ย!"
ซูป้าเทียนหัวเราะลั่นเมื่อเห็นอีกฝ่ายวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนในสภาพอันน่าสมเพช ในที่สุดเขาก็ได้ระบายความโกรธแค้นเสียที
ถัดมา ซูป้าเทียนก็จัดการเรื่องราวต่างๆ เนื่องจากท่านบรรพชนกลับมาอย่างปลอดภัย จึงย่อมต้องมีการจัดงานเลี้ยงต้อนรับอย่างสมเกียรติ
ตระกูลซู ภายในโถงใหญ่
"อะไรนะ?"
ซูป้าเทียนตกตะลึงเป็นอย่างมาก เขาไม่คาดคิดเลยว่าจะได้ยินข่าวอันน่าตกใจเช่นนี้ในขณะที่งานเลี้ยงต้อนรับเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น
ซูเสี่ยวอวี่หลุดปากบอกข่าวเรื่องที่ท่านอาของตนบังเอิญพบกับชายสารเลวผู้นั้นออกมาด้วยความรีบร้อน
"บรรพชนตระกูลฉิน ฉินฉางเซิง..."
"ไอ้สุนัขบัดซบ! ความประพฤติของตระกูลฉินแต่ก่อนก็ถือว่าดีไม่น้อย ข้ายังเคยนับถือเจ้าด้วยซ้ำแม้จะยังไม่เคยพบหน้ากันก็ตาม ไม่นึกเลยว่าเจ้าจะเป็นเดนมนุษย์ถึงเพียงนี้"
ซูป้าเทียนกัดฟันกรอด สบถด่าออกมาเสียงดัง
อา ผ่านมาเนิ่นนานหลายปี ในที่สุดข้าก็รู้เสียทีว่าใครคือคนที่ทอดทิ้งน้องสาวของข้า
หากลองนับดู บรรพชนตระกูลฉินผู้นี้ก็มีอายุทะลุหมื่นปีไปแล้ว เมื่อสามพันปีก่อน เขามาตกหลุมรักน้องสาวของตนที่อายุเพิ่งจะยี่สิบกว่าปีในตอนนั้น ซึ่งเวลานั้นฉินฉางเซิงก็มีอายุมากกว่าเจ็ดพันปีเข้าไปแล้ว
ไอ้สุนัขบัดซบ! ไอ้เฒ่าตัณหากลับ!
นี่มันไม่สามารถอธิบายด้วยคำว่า 'โคแก่กินหญ้าอ่อน' ได้อีกต่อไปแล้ว
เจ้า ตาเฒ่าอายุนับเจ็ดพันปี กลับมาหลอกลวงดรุณีวัยแรกแย้มที่เพิ่งรู้จักความรัก ปล่อยให้น้องสาวของข้าต้องทนทุกข์ทรมานอยู่อย่างโดดเดี่ยวมาหลายปีเพียงนี้
เจ้ายังเป็นคนอยู่หรือเปล่า?!
เมื่อเห็นซูมู่โหรวยืนนิ่งเงียบอยู่ด้านข้าง ซูป้าเทียนก็ยิ่งเดือดดาล เขาคว้าหอกยาวของตนขึ้นมา หมายจะบุกไปตระกูลฉินเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้น้องสาว
"ท่านพี่ อย่าเพิ่งวู่วาม!"
ซูมู่โหรวรีบเข้ามาห้ามเขาไว้ ด้วยเกรงว่าซูป้าเทียนจะทำอะไรบุ่มบ่ามจนก่อให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น
แม้ว่านางจะเคียดแค้นเขามาตลอดสามพันปี แต่เมื่อได้พบกับฉินฉางเซิงอีกครั้ง หัวใจที่หลับใหลมาเนิ่นนานของนางพลันกลับมาเต้นแรงอีกครา ผนวกกับคำหวานของฉินฉางเซิง ความเกลียดชังที่เคยมีจึงไม่ได้รุนแรงเหมือนแต่ก่อนอีกต่อไป
"รอก่อน ป้าเทียน"
ในตอนนั้นเอง ท่านบรรพชนตระกูลซูก็เอ่ยขึ้นมาเช่นกัน
"ตอนนี้ชื่อเสียงบารมีของตระกูลฉินกำลังพุ่งทะยาน ถึงแม้ว่าเจ้าจะเป็นผู้นำตระกูลเช่นกัน แต่หากเจ้าบุกเข้าไปอย่างบุ่มบ่าม เจ้าอาจจะไม่มีโอกาสได้พบกับบรรพชนของพวกเขาเลยด้วยซ้ำ"
"เอาเช่นนี้ก็แล้วกัน พวกข้าสองสามคนจะไปกับเจ้าด้วย ฐานะความอาวุโสของพวกเราก็เหมาะสมอยู่ และพวกเราจะได้ซักถามให้ชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉินฉางเซิง และเหตุใดเขาถึงได้กระทำการทอดทิ้งเช่นนั้น เรื่องนี้ต้องมีคำอธิบายให้แก่ตระกูลซูของเรา"
อย่างไรเสีย ซูมู่โหรวก็ถือเป็นอิสตรีที่โดดเด่นที่สุดในตระกูลซู และเป็นที่รักใคร่เอ็นดูของเหล่าผู้อาวุโสมาโดยตลอด เมื่อตอนนี้นางต้องเผชิญกับความเจ็บปวดเช่นนี้ และได้พบตัวผู้กระทำผิดแล้ว พวกเขาย่อมต้องทวงคืนความยุติธรรมให้นางอย่างแน่นอน
ทันใดนั้น คนกลุ่มนี้ก็ออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังตระกูลฉินอย่างยิ่งใหญ่สมเกียรติ
เมื่อเห็นว่าสถานการณ์มิอาจหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไป ซูมู่โหรวก็ทำได้เพียงเดินตามหลังไปอย่างจนใจ ด้วยเกรงว่าอาจจะมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้น