- หน้าแรก
- ข้ามีกองทัพความตายไม่จำกัด กวาดล้างสยบทุกพิภพ
- บทที่ 42 เวลา: สามเดือน!
บทที่ 42 เวลา: สามเดือน!
บทที่ 42 เวลา: สามเดือน!
"สะใจโว้ย!" จั่วจิงสั่งให้นักรบเดนตายที่ใช้พลังเผาผลาญเลือดขั้นสอง ช่วยกันยกแผ่นเหล็กมาปิดทางเข้าไว้ หลังจากผ่านไปห้านาที พลังเผาผลาญเลือดขั้นที่หนึ่งและสองก็หมดฤทธิ์ นักรบเดนตายระดับแปดทั้งสิบคนที่เพิ่งระเบิดพลังไปก็มีอาการอ่อนแรงในระดับที่ต่างกันไป ต้องพักฟื้นตั้งแต่หนึ่งถึงสามวัน— การพักฟื้นที่ว่านี้ไม่ได้หมายความว่าให้นอนพักอยู่บนเตียงเฉยๆ นะ แต่ต้องไปขุดดินต่อเนื่องหนึ่งถึงสามวันเต็มๆ ถึงจะฟื้นกำลังกลับมาได้ แปลว่าสิบคนนี้หมดสภาพพร้อมรบไปชั่วคราว แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก จั่วจิงยังมีนักรบเดนตายระดับแปดอีก 17 คนที่พร้อมลุยในเมืองทรายทอง แถมยังมีนักรบเดนตายระดับหนึ่งอีก 34 คนคอยเป็นลูกมือ หลังจากผ่านการสังหารหมู่และต่อสู้ดุเดือดเมื่อครู่ เขามั่นใจว่าแค่นี้ก็ข่มขวัญคนทั้งเมืองทรายทองได้อยู่หมัดแล้ว "เอาล่ะ!”
“ทุกคนฟังคำสั่งข้า เดินออกมาจากบ้าน ไปรวมตัวกันที่ลานฝึก แล้วส่งอาวุธมาให้หมด”
“ผู้ชาย ผู้หญิง เด็ก แยกกัน”
“ทาส ทหารกองหนุน ทหารรบ แยกกัน”
“พวกครอบครัวก็ไปอยู่รวมกันอีกกลุ่ม” จั่วจิงให้นักรบเดนตายระดับแปดเฝ้าทางเข้าอย่างแน่นหนา ริบอาวุธของทหารในเมืองทรายทองทั้งหมด แล้วไปตรวจดูเสบียง พบว่ามีธนู หอกซัด ขวานบิน และชุดเกราะหนังอยู่เพียบ มากพอที่จะใช้ติดอาวุธให้กองทัพตั้งห้าพันนายเลยทีเดียว "ถึงจะเก็บอาวุธพวกนี้กลับมาใช้ใหม่ได้ แต่ก็เป็นอาวุธโจมตีระยะไกล แถมยังเอาไว้ใช้สู้กับสัตว์ป่ากลายพันธุ์อีก ยังไงก็ต้องมีการสึกหรอพังเสียหายเยอะอยู่ดี" เลยต้องมีสำรองไว้เยอะขนาดนี้ไง สำหรับตระกูลเหลยที่มีประวัติยาวนานถึงสองร้อยปี เรื่องพวกนี้ถือเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก รายจ่ายก้อนโตจริงๆ คือพวกเสบียง ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำมัน เกลือ แม้กระทั่งฟืนที่ใช้จุดไฟ หรืออิฐหินทุกก้อนในเมืองทรายทอง ล้วนแต่ต้องให้ตระกูลเหลยส่งมาจากข้างนอกทั้งนั้น ค่าของก็เรื่องนึง ค่าขนส่งที่ต้องฝ่าป่าเขาลำเนาไพรมาถึงที่นี่ แถมยังมีของที่เสียหายระหว่างทางอีก นั่นก็เป็นอีกเรื่องนึง "การค้นพบแดนสวรรค์สักแห่ง ถือเป็นโชค”
“แต่การจะยึดครองมันไว้ เป็นเรื่องยาก”
“และการจะพัฒนาแดนสวรรค์ ยิ่งยากกว่าเป็นทวีคูณ ต้องลงทุนมหาศาล แถมยังต้องลงทุนอย่างต่อเนื่องด้วย” แล้วผลตอบแทนล่ะ? ก็มีสัตว์ป่ากลายพันธุ์ เนื้อวิเศษ และทรัพยากรอื่นๆ ที่อาจจะซ่อนอยู่ในแดนสวรรค์ ถ้าอย่างนั้น... การทุ่มเททรัพยากรมหาศาลจากโลกภายนอก เพื่อแลกกับเนื้อวิเศษแค่นี้ มันคุ้มกันหรือ? "คุ้มสิ!" จั่วจิงมั่นใจ "ถ้าไม่ครอบครองแดนสวรรค์ จะเอาเนื้อวิเศษมาจากไหน ถ้าไม่มีเนื้อวิเศษ จะไปสร้างยอดฝีมือได้ยังไง แล้วถ้าไม่มียอดฝีมือพวกนั้น ตระกูลเหลยจะผงาดอยู่ในเมืองซ่างหยางได้อย่างไรเล่า" ถ้าคนอื่นมีแต่เราไม่มี ก็เท่ากับหายนะ ตระกูลเหลยสร้างยอดฝีมือขึ้นมามากมาย อาจจะไม่ได้เอามาใช้งานบ่อยๆ แต่เวลาโดนศัตรูส่งยอดฝีมือมาลอบสังหาร ก็ต้องมียอดฝีมือไว้คอยรับมือ ไม่งั้นจะเอาอะไรไปสู้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องความมหัศจรรย์ของแดนสวรรค์ ที่อาจจะซ่อนความลับและโอกาสที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นไว้ก็ได้ "ต่อให้ต้องแลกด้วยอะไร ตระกูลเหลยก็ต้องยึดและพัฒนาแดนสวรรค์แห่งนี้ให้ได้" อืม จั่วจิงเองก็คิดแบบเดียวกัน
...
"รายงาน~”
“ตอนนี้ในเมืองทรายทองมีทาส 202 คน ครอบครัว 303 คน ทหารกองหนุน 505 คน ทหารรบ 101 คน รวมทั้งหมด 1,111 คน”
“มีข้าวและแป้ง 300,000 ชั่ง”
“น้ำมัน 5,000 ชั่ง”
“เกลือ 3,000 ชั่ง”
“ฟืน 500,000 ชั่ง” นักรบเดนตายตรวจสอบและนับจำนวนเสบียง ประเมินคร่าวๆ ว่าน่าจะพอเลี้ยงคนพันห้าร้อยคนได้ประมาณสามเดือน "ภายในสามเดือนนี้—”
“ถ้าไม่หาโอเอซิสแห่งใหม่ในแดนสวรรค์ทรายทองให้เจอ เพื่อแก้ปัญหาเรื่องเสบียง”
“ก็ต้องจัดการตระกูลเหลยที่โลกภายนอก ยึดทางเข้าแดนสวรรค์ แล้วส่งเสบียงเข้ามา” วิธีแรกต้องพึ่งดวง แต่วิธีที่สองดูมีความหวังมากกว่า "ฉันเพิ่งจะตื่นรู้ความทรงจำมาแค่สองเดือน ก็สามารถล้วงคอหงูเห่า ทำเอาตระกูลเหลยหน้าหงายไปได้แล้ว”
“แล้วถ้าผ่านไปอีกสามเดือนล่ะ?”
“ฉันจะเก่งขึ้นแค่ไหน?”
“หยกหักจะไปถึงระดับไหน?”
“แล้วจะมีนักรบเดนตายในสังกัดกี่คน?” แค่คิดก็ขนลุกแล้ว! ตระกูลเหลยกระจอกๆ ถึงตอนนั้นแค่พลิกฝ่ามือก็บี้ให้แบนได้ ไม่เห็นต้องกังวล แต่จะพึ่งพาเสบียงจากโลกภายนอกอย่างเดียวก็ไม่ได้ "การพึ่งพาตัวเองต่างหาก”
“คือหนทางที่ถูกต้อง” ตระกูลเหลยครอบครองแดนสวรรค์ทรายทองมาแปดปี ส่งทีมสำรวจออกไปเป็นสิบๆ ทีม แต่ก็ไม่เคยเจอโอเอซิสแห่งที่สองเลย ดวงกุดสุดๆ! แต่พอเป็นจั่วจิง มันอาจจะไม่เหมือนกันก็ได้ "ฉันมีนักรบเดนตาย”
“แล้วก็มีหยกหัก” หยกหักระบุตำแหน่งของนักรบเดนตายได้ จั่วจิงก็ประทับร่างนักรบเดนตายได้ ด้วยความสามารถนี้ จั่วจิงสามารถบังคับให้นักรบเดนตายเดินเป็นเส้นตรงได้ตลอดเวลา ขอแค่เดินตรงไปเรื่อยๆ สักวันก็ต้องหลุดพ้นจากทะเลทรายแห่งนี้ไปได้แน่ "ในโลกก่อน ทะเลทรายซาฮาราที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีความยาวจากตะวันออกไปตะวันตก 5,600 กิโลเมตร และกว้างจากเหนือจรดใต้ 2,000 กิโลเมตร”
“สมมติว่าทะเลทรายในแดนสวรรค์แห่งนี้ใหญ่เท่าซาฮารา ฉันส่งนักรบเดนตายจากเมืองทรายทองออกไปสี่เส้นทาง มุ่งหน้าไปทางเหนือ ใต้ ออก ตก”
“เดินให้ได้วันละร้อยลี้”
“ตามทฤษฎีแล้ว ใช้เวลาสั้นที่สุดแค่ 20 วัน ก็เดินทะลุทะเลทรายนี้ได้แล้ว” เผลอๆ ถ้าเมืองทรายทองตั้งอยู่ค่อนไปทางขอบทะเลทราย ก็อาจจะใช้เวลาน้อยกว่านั้นอีก เหตุผลที่คนเราเดินทางในทะเลทรายได้ช้าและไปได้ไม่ไกล เป็นเพราะในทะเลทรายไม่มีจุดอ้างอิง ทำให้หลงทางได้ง่าย มักจะเดินวนอยู่ที่เดิม วันๆ นึงอาจจะเดินไปได้ไม่ถึงสิบลี้ด้วยซ้ำ แต่นักรบเดนตายไม่เหมือนกัน จั่วจิงอาศัยหยกหักคอยระบุตำแหน่ง โดยใช้เมืองทรายทองเป็นจุดศูนย์กลาง แล้วคอยปรับทิศทางให้นักรบเดนตายเดินเป็นเส้นตรงได้ตลอด ไม่มีทางหลงเด็ดขาด แค่ข้อได้เปรียบนี้ข้อเดียว ก็กินขาดตระกูลเหลยไปหลายขุมแล้ว แถมจั่วจิงยังประทับร่างนักรบเดนตายได้อีก ถ้าเกิดนักรบเดนตายไปเจอสัตว์ป่ากลายพันธุ์ จั่วจิงก็แค่ประทับร่างไปดู ก็จะรู้ทันทีว่าเจอสัตว์อะไร เจอที่ไหน แถมยังรู้วิธีจู่โจมของพวกมันด้วย "ทะเลทรายเหรอ”
“ของถนัดฉันเลย!” ปัญหาเรื่องความเหนื่อยล้าจากการเดินทราย สำหรับนักรบเดนตายที่แค่ขุดดินก็ฟื้นพลังได้ ถือว่าไม่มีปัญหาเลย เรียกว่าเกิดมาเพื่อเป็นผู้พิชิตทะเลทรายแท้ๆ "สำรวจ!”
“พรุ่งนี้ออกสำรวจเลย!” จั่วจิงตัดสินใจทันที แต่ว่า ยังไม่ทันที่จั่วจิงจะได้ส่งนักรบเดนตายออกไป วันที่สอง ตอนรุ่งสาง แดนสวรรค์ทรายทองเริ่มมีแสงสว่างรำไร แดนสวรรค์แห่งนี้ไม่เหมือนโลกภายนอก ไม่มีพระอาทิตย์ ไม่มีพระจันทร์ ก็เลยไม่มีกลางวันกลางคืน คนในเมืองทรายทองเลยตั้งเวลาตามโลกภายนอก โดยถือเอาตอนที่แสงสว่างเริ่มปรากฏเป็นตอนกลางคืน และตอนที่แสงสว่างจ้าเป็นตอนกลางวัน เพื่อให้ตรงกับเวลาในโลกภายนอก ตอนกลางวันอากาศร้อนจัด ตอนกลางคืนอากาศเย็นสบาย ยังไงก็มีแสงสว่างอยู่แล้ว ทีมสำรวจเลยมักจะเดินทางตอนกลางคืน เพราะอากาศเย็นสบายกว่า ส่วนคนในเมืองทรายทองก็มักจะนอนตอนกลางคืน เพราะอากาศเย็นสบายนั่นแหละ ช่างแตกต่างกันจริงๆ ในขณะนี้ คนที่อยู่ในเมืองทรายทองถูกจั่วจิงปลุกขึ้นมากลางดึก ส่วนทีมสำรวจของจ้าวเอ้อร์อู่จิ่วกำลังฝ่าลมฝ่าทรายเดินทางอยู่ เดินเหนื่อยมาทั้งวัน หวาดระแวงตลอดเวลา กลัวทั้งสัตว์ป่ากลายพันธุ์ กลัวทั้งพายุทราย ผ่านไปหนึ่งวันโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น นี่เป็นวันที่สองของการเดินทาง จู่ๆ ก็มีลมพัดมาวูบหนึ่ง ไม่ใช่พายุทราย แต่เป็นสัตว์ป่ากลายพันธุ์บุก!
...
"อ๊าก!" เสียงร้องดังขึ้นอย่างกะทันหัน จั่วจิงที่สลับประทับร่างไปมาเป็นระยะ เพิ่งจะประทับร่างเข้ามาพอดี พอได้ยินเสียงร้องก็สะดุ้งโหยง รีบหันไปมอง ท่ามกลางแสงสลัว เขาเห็นกิ้งก่าทะเลทรายยักษ์ตัวหนึ่ง สีกลืนไปกับผืนทราย อ้าปากกว้างเขมือบทาสคนหนึ่งลงไปทั้งตัว "กิ้งก่าทะเลทรายเปลี่ยนสีตัวเบ้อเริ่มเลย!" จั่วจิงตกใจ กิ้งก่าทะเลทรายเปลี่ยนสีทั่วไป โตเต็มที่ก็ยาวแค่ 4.1-5.8 เซนติเมตร หางยาว 5.5-7.0 เซนติเมตร เรียกว่าจิ๋วหลิวเลยแหละ แต่ไอ้ตัวที่อยู่ตรงหน้านี่— มันใหญ่กว่าปกติเป็นยี่สิบเท่าเลยนะ! กะด้วยสายตา ลำตัวยาวเกิน 1.8 เมตร หางยาวเกิน 2.4 เมตร ความยาวรวมกันปาเข้าไปตั้ง 4.2 เมตรกว่า!
...