- หน้าแรก
- คุณชายขี้โรคผู้นี้ฉันคุ้มครองเอง
- บทที่ 3 แม่แท้ๆ สิ้นใจ แม่เลี้ยงระริกระรี้
บทที่ 3 แม่แท้ๆ สิ้นใจ แม่เลี้ยงระริกระรี้
บทที่ 3 แม่แท้ๆ สิ้นใจ แม่เลี้ยงระริกระรี้
บทที่ 3 แม่แท้ๆ สิ้นใจ แม่เลี้ยงระริกระรี้
ทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้อง หญิงสาวก็เปิดไฟและก้มหน้าปัดหิมะที่เกาะตามตัวออก
หล่อนไม่ทันสังเกตเห็นว่าสวี่ซิงกวงฟื้นแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงบรรยากาศในห้องพักฟื้นที่ดูน่าขนลุกขนาดไหน
หญิงสาวก้มหน้าเอ่ยถาม "ที่รัก ทางคุณจัดการเรียบร้อยหรือยัง นังเด็กนั่นสิ้นใจแล้วใช่ไหม ฉันติดต่อคนไว้แล้ว เราส่งศพมันไปเกาะเสินอินด้วยเฮลิคอปเตอร์ได้เลยทันที ถ้าจับนังเด็กนี่แต่งงานกับคนของตระกูลฮั่วได้สำเร็จ ตระกูลสวี่ของเราก็จะได้มีวันลืมตาอ้าปากเสียที..."
ยังไม่ทันพูดจบ หล่อนก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงไออย่างรุนแรง
"ค่อก!" เสียงไอของสวี่เจ๋อชิงนั่นเอง
หญิงสาวเงยหน้ามองสวี่เจ๋อชิงด้วยความสับสน เมื่อเห็นว่าสวี่ซิงกวงที่ควรจะตายไปแล้วกลับฟื้นลืมตาขึ้นมา หล่อนก็ยกมือปิดปากโดยสัญชาตญาณ ดวงตาเบิกโพลงเป็นวงกลม
ความรู้สึกผิดและความหวาดกลัวฉายชัดบนใบหน้าของหล่อน
"กะ...กะ...แก...สวี่ซิงกวง แกยังไม่ตายอีกเหรอ" ประโยคสั้นๆ นี้เผยให้เห็นว่าหล่อนอยากให้สวี่ซิงกวงตายมากแค่ไหน
หากตาย ความมั่งคั่งก็จะหลั่งไหลเข้ามา หากรอด ความฝันทั้งหมดก็จะสลายกลายเป็นเพียงภาพลวงตา ใครจะไปยอมรับได้
สายตาของสวี่ซิงกวงกวาดมองหญิงสาว ดวงตาที่เปล่งประกายดุจดวงดาวของเธอราวกับถูกปกคลุมด้วยม่านหมอก ดูห่างเหินและเย็นชา สวี่ซิงกวงเมินเฉยต่อการมีอยู่ของอีกฝ่ายโดยสิ้นเชิง เธอเงยหน้าถามสวี่เจ๋อชิงว่า "พ่อ หญิงวัยกลางคนคนนี้คือใคร"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หญิงสาวก็รีบก้าวไปหาสวี่เจ๋อชิงแล้วควงแขนเขาไว้เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ
โดยไม่เปิดโอกาสให้สวี่เจ๋อชิงอธิบาย หญิงสาวก้มมองสวี่ซิงกวงและแนะนำตัว "ยินดีที่ได้รู้จักนะซิงกวง ฉันคือป้าโหยวของเธอ"
สวี่ซิงกวงเอียงคอเล็กน้อย จ้องมองใบหน้าที่แต่งหน้าจัดจ้านของหญิงสาว แล้วเปล่งเสียงแสดงความสับสนออกมาอย่างหาได้ยาก "ปลาหมึกเหรอ"
รอยยิ้มของโหยวจิ้งชิวแข็งค้างบนใบหน้า
โหยวจิ้งชิวแอบกระตุกชายเสื้อสวี่เจ๋อชิงเบาๆ หวังให้เขาสนับสนุนตน เมื่อเห็นว่าเขายังคงนิ่งเงียบ หล่อนจึงหยิกเนื้อนิ่มๆ ที่หลังเขาอย่างแรง
สวี่เจ๋อชิงขมวดคิ้วด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะอธิบายอย่างตะกุกตะกัก "ซิงกวง นี่คือป้าโหยว เธอคือ...แม่เลี้ยงของลูก"
คำว่า 'แม่เลี้ยง' แผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน
แม้จะเดาความสัมพันธ์นี้ได้อยู่แล้ว แต่การได้ยินความจริงเรื่องการแต่งงานใหม่จากปากสวี่เจ๋อชิงเองก็ยังทำให้สวี่ซิงกวงรู้สึกโกรธจนควบคุมตัวเองไม่ได้อยู่ดี
"แม่เลี้ยง"
สวี่ซิงกวงไม่ได้ลงอารมณ์โกรธกับโหยวจิ้งชิว เธอเพียงแค่มองสวี่เจ๋อชิงแล้วถามด้วยน้ำเสียงเย็นชาและเฉียบขาด "แม่ของหนูอยู่ไหน"
ตั้งแต่ฟื้นขึ้นมา สวี่ซิงกวงก็ยังไม่เห็นโม่หยินซู แม่ของเธอเลย อีกทั้งยังไม่ได้ยินสวี่เจ๋อชิงพูดถึงแม่ด้วย สวี่ซิงกวงไม่เชื่อว่าผู้หญิงที่รักและทะนุถนอมเธอราวกับไข่ในหินจะยอมตกลงให้เธอแต่งงานกับคนป่วยใกล้ตาย
เป็นไปได้ว่าสวี่เจ๋อชิงแอบทำเรื่องทั้งหมดนี้ลับหลังโม่หยินซู
หรือว่าพ่อจะไล่แม่ของเธอออกจากบ้านเพียงเพื่อมาแต่งงานกับ 'ปลาหมึก' ตัวนี้
เมื่อได้ยินสวี่ซิงกวงถามถึงแม่ สวี่เจ๋อชิงและโหยวจิ้งชิวก็พากันเงียบไปพร้อมๆ กัน แววตาของฝ่ายแรกฉายรอยรู้สึกผิดออกมา
เมื่อเห็นว่าคู่รักสารเลวนี้ยังคงนิ่งเงียบ สวี่ซิงกวงก็หมดความอดทน เธอชี้ไปที่โหยวจิ้งชิวและถามสวี่เจ๋อชิง "พ่อ พ่อทิ้งแม่หนูเพื่อปลาหมึกเหม็นๆ ตัวนี้จริงๆ เหรอ แม่เป็นภรรยาคนแรกของพ่อนะ"
"หนูกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา แม่ก็ใจสลายพออยู่แล้ว ในฐานะสามี พ่อหย่ากับแม่ในสถานการณ์แบบนี้ได้ยังไง"
นี่เป็นครั้งแรกที่สวี่ซิงกวงแสดงอารมณ์ออกมาตั้งแต่ฟื้นขึ้นมา สายตาของเธอเย็นชาและมืดมน จ้องมองสวี่เจ๋อชิงราวกับงูพิษจ้องมองเหยื่อ พร้อมที่จะฝังเขี้ยวลงในเนื้อและฉีดพิษใส่เหยื่อได้ทุกเมื่อ
สวี่เจ๋อชิงไม่กล้าสบตาสวี่ซิงกวง ริมฝีปากบางของเขากระตุกอยู่นานแต่ก็ไม่ได้เปล่งเสียงใดๆ ออกมา
เห็นได้ชัดว่าเขากำลังรู้สึกผิด
โหยวจิ้งชิวทนพฤติกรรมขี้ขลาดของสวี่เจ๋อชิงไม่ได้ และหล่อนก็จะไม่ยอมให้สวี่ซิงกวงมากำเริบเสิบสานใส่ตน น้ำเสียงของหล่อนแหลมปรี๊ดขณะตวาดใส่สวี่ซิงกวงอย่างเกรี้ยวกราด "นังเด็กบ้า แกพูดจาหยาบคายแบบนี้ได้ยังไง พ่อแม่ไม่สั่งสอนหรือไง ฉันไม่ใช่เมียน้อย ฉันเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายที่พ่อแกแต่งงานใหม่ด้วย แม่แกตายไปตั้งนานแล้ว"
คำพูดเหล่านี้เปรียบเสมือนน้ำเย็นจัดที่ราดรดเปลวไฟแห่งความโกรธของสวี่ซิงกวง
แม่ของเธอตายแล้วงั้นหรือ
น้ำตาเอ่อคลอเบ้าตาสวี่ซิงกวง แก้มที่ซีดเผือดอยู่แล้วยิ่งซีดลงไปอีก
เธอต่อสู้ดิ้นรนเพื่อกลับมายังโลกแห่งความเป็นจริงเพียงเพื่อจะได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัว แต่เมื่อกลับมา เธอกลับต้องเผชิญกับความจริงอันโหดร้ายที่ว่าแม่ของเธอตายไปนานแล้ว พ่อก็แต่งงานใหม่ แถมยังอยากจะขายเธอเพื่อแลกกับความมั่งคั่งอีก
ความห่วงใยและการต่อสู้ดิ้นรนตลอดสิบชาตินั้นช่างดูเหมือนเรื่องตลกสิ้นดี
เมื่อเห็นสีหน้าของสวี่ซิงกวงไม่สู้ดีนัก สวี่เจ๋อชิงจึงยื่นมือไปดึงโหยวจิ้งชิว พร้อมกับเตือนว่า "พูดให้น้อยๆ หน่อย ซิงกวงเพิ่งฟื้นนะ"
"มีอะไรที่พูดไม่ได้ ฉันจะพูด" โหยวจิ้งชิวสะบัดมือสวี่เจ๋อชิงออกอย่างฉุนเฉียว แล้วหันไปพูดกับสวี่ซิงกวง "คนเรามีชีวิตอยู่ก็ต้องมองไปข้างหน้า แกจะมัวแต่ไว้อาลัยให้คนตายไปตลอดชีวิตไม่ได้หรอกนะ"
หล่อนวางท่าแม่เลี้ยงสั่งสอนสวี่ซิงกวง "หลังจากแม่แกตาย พ่อแกก็แต่งงานกับฉัน ยังไงฉันก็เป็นแม่เลี้ยงแก แม่เลี้ยงก็คือแม่ แกไม่เคารพฉันก็เรื่องนึง แต่แกจะพูดจาหยาบคายกับฉันแบบนี้ได้ยังไง"
โหยวจิ้งชิวส่ายหน้าพลางพูดด้วยความผิดหวังอย่างสุดซึ้ง "พี่โม่เป็นผู้หญิงที่อ่อนโยนและเพียบพร้อมขนาดนั้น เลี้ยงลูกมายังไงถึงได้ไม่มีมารยาทไม่มีสัมมาคารวะแบบนี้"
สวี่ซิงกวงฟังอย่างสงบนิ่ง หลังจากโหยวจิ้งชิวร่ายยาวจบ เธอก็เชิดคางขึ้นและจ้องมองหล่อนด้วยสายตาที่เปล่งประกายดุจดวงดาวอันเยือกเย็น "นี่คุณกำลังพูดถึงเรื่องการอบรมสั่งสอนกับฉันงั้นเหรอ"
จู่ๆ สวี่ซิงกวงก็ผลักกระถางต้นกระบองเพชรบนโต๊ะข้างเตียงล้มลง โชคชะตาเล่นตลก กระถางดันหล่นไปโดนน่องของโหยวจิ้งชิวเข้าอย่างจัง
"โอ๊ย!" โหยวจิ้งชิวทรุดตัวลงด้วยความเจ็บปวด ทั้งเนื้อและกระดูกหน้าแข้งปวดร้าวไปหมด
ก่อนที่โหยวจิ้งชิวจะทันได้ตั้งสติ หล่อนก็ได้ยินสวี่ซิงกวงพูดว่า "แม่ฉันเป็นลูกคนเดียว ไม่มีน้องสาวนอกคอกที่ปากหอยปากปู แถมยังแอบปีนเตียงพี่เขยแบบคุณหรอกนะ"
คำว่า 'น้องสาวนอกคอก' ทำให้โหยวจิ้งชิวถึงกับอึ้ง ใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางแดงก่ำ แววตาที่หล่อนใช้จ้องมองสวี่ซิงกวงเต็มไปด้วยความเคียดแค้นและตกตะลึง
"ฉันไม่ได้แค่ขาดการอบรมสั่งสอนหรอกนะ" สวี่ซิงกวงมองโหยวจิ้งชิวด้วยความสนใจและพูดอย่างมีชั้นเชิง "ฉันยังไร้เหตุผลและชอบใช้กำลังด้วย ฉันไม่สนเรื่องระบบอาวุโสอะไรนั่นหรอก ฉันจะเคารพเฉพาะคนที่เคารพฉันเท่านั้น"
ไม่ใช่ผู้ใหญ่ทุกคนจะได้รับการสั่งสอนและมีใจคอกว้างขวางสมวัย และไม่ใช่เด็กทุกคนจะไร้เดียงสาและใสซื่อ
ผู้ใหญ่ที่ทำชั่วก็มีถมไป เด็กที่เกิดมาพร้อมความชั่วร้ายก็มีเช่นกัน คนที่มีค่านิยมและอุปนิสัยที่ถูกต้องเท่านั้นจึงจะสมควรได้รับความเคารพ
ใครจะมาอ้างความเป็นผู้ใหญ่หรือความอ่อนแอเพื่อทำให้ทุกการกระทำของตัวเองดูมีเหตุผลไม่ได้หรอกนะ
หากโหยวจิ้งชิวทำตัวให้สมกับเป็นคนดีสักนิด สวี่ซิงกวงก็คงไม่แสดงความก้าวร้าวใส่หล่อนขนาดนี้
แววตาของสวี่ซิงกวงแฝงไปด้วยสติปัญญาและความเยือกเย็นที่เกินวัย รวมถึงความเฉยเมยที่ราวกับมองทะลุปรุโปร่งทุกสรรพสิ่ง
เมื่อถูกเธอจ้องมองอย่างเงียบๆ รังสีอำมหิตของโหยวจิ้งชิวก็ค่อยๆ มลายหายไป
สิ่งที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าคือ หล่อนเริ่มรู้สึกหวาดกลัวสวี่ซิงกวงขึ้นมาจริงๆ
มันค่อนข้างแปลกอยู่นะ
ตามที่หล่อนรู้มา โม่หยินซูเป็นคนที่เข้มงวดกับตัวเอง และหล่อนก็เข้มงวดกับสวี่ซิงกวงลูกสาวของหล่อนเช่นกัน
ภายใต้การสั่งสอนของโม่หยินซู สวี่ซิงกวงได้รับการเลี้ยงดูมาอย่างดีเยี่ยม
เมื่ออยู่ต่อหน้าสาธารณชน สวี่ซิงกวงจะระมัดระวังภาพลักษณ์ของเธอในทุกคำพูดและการกระทำ ไม่เคยไปทะเลาะเบาะแว้งกับใครเหมือนพวกผู้หญิงปากตลาด ยิ่งไปกว่านั้น ในฐานะนักเขียนรุ่นเยาว์ที่มีชื่อเสียงตั้งแต่ยังเด็ก เธอจึงมีภาพลักษณ์ของไอดอลที่ต้องรักษาไว้ ทำให้เธอมีบุคลิกและคำพูดที่ดูสง่างามมาก
ด้วยเหตุนี้ แม้จะมีพื้นเพครอบครัวที่ธรรมดา แต่เธอก็ยังโดดเด่นกว่าลูกสาวของครอบครัวที่ร่ำรวยและสูงศักดิ์ จนกลายเป็นไข่มุกเม็ดงามที่สุดเท่าที่เมืองยวี่เจียงเคยมีมา
คำพูดของเธอในคืนนี้ดูไม่เหมือนคำพูดที่สวี่ซิงกวงจะเอ่ยออกมาเลย
แต่เธอกลับพูดมันออกมา แถมยังลงมือทำร้ายหล่อนอีกต่างหาก
ดูเหมือนข้อมูลจะคลาดเคลื่อนไป นังเด็กนี่รับมือไม่ได้ง่ายๆ เสียแล้ว