- หน้าแรก
- เซนเลสโซนโชคดีแค่ไหนแล้วที่มีฉันคอยแบก
- บทที่ 2: สองพี่น้องร้านเช่าวิดีโอ ฟาเอธอน
บทที่ 2: สองพี่น้องร้านเช่าวิดีโอ ฟาเอธอน
บทที่ 2: สองพี่น้องร้านเช่าวิดีโอ ฟาเอธอน
ระหว่างทางไปถนนสายที่หก
หลี่ไคหยางจับพวงมาลัยด้วยมือข้างเดียว พลางเหลือบมองเพื่อนร่วมงานที่นั่งอยู่ตรงเบาะข้างคนขับ
"เป็นยังไงบ้าง? นายติดอยู่ในฮอลโลว์ตั้งนานเมื่อกี้ ให้ฉันพาส่งโรงพยาบาลก่อนไหม?"
"ไม่เป็นไร... ขอบคุณนะ... อุ้ก..."
พนักงาน Pegasus Express พยักหน้าอย่างยากลำบากก่อนจะรีบเอามืออุดปาก
รถมันวิ่งเร็วเกินไป จนเขาเริ่มรู้สึกหน้ามืดคล้ายจะวูบ
มิน่าล่ะ เพื่อนร่วมงานรุ่นน้องคนนี้ถึงส่งของได้มีประสิทธิภาพสูงลิ่วขนาดนี้...
"เฮ้ย ๆ ๆ! อย่าเพิ่ง! ข้างตัวนายมีถุงกระดาษอยู่ อย่ามาอ้วกบนรถฉันนะ ออพติมัส ไพรม์ คันนี้เป็นทรัพย์สินส่วนตัวของฉัน ไม่เกี่ยวกับบริษัท!"
เมื่อเห็นเพื่อนร่วมงานทำท่าเหมือนกำลังจะพ่นสายรุ้งออกมา หลี่ไคหยางก็รีบร้องเตือนทันที
"ขอบใจนะ... อุ้ก..."
พนักงานคนนั้นคว้าถุงกระดาษได้ก็ก้มหน้าอ้วกยกใหญ่
หลังจากอาการเริ่มดีขึ้นเล็กน้อย เขาก็กอดถุงกระดาษพลางเอนหลังพิงเบาะ แล้วเอ่ยถามเรื่องที่เขาคาใจมาตั้งแต่ตอนอยู่ในฮอลโลว์: "เออ แล้วทำไมเมื่อกี้ถึงเข้าไปอยู่ในฮอลโลว์ได้ล่ะ..."
"ก็ขับรถทางลัดน่ะสิ" หลี่ไคหยางตอบ "ยังไงฉันก็มีหัวไชเท้าอยู่แล้ว"
"นายไม่กลัวบ้างเลยเหรอ? ในนั้นมีแต่อีเธอร์เรียลเต็มไปหมดเลยนะ"
"มีอะไรให้ต้องกลัว? วิ่งเข้าวิ่งออกบ่อย ๆ เดี๋ยวก็ชินไปเองแหละ"
หลี่ไคหยางพูดอย่างไม่ใส่ใจ
พนักงานคนนั้นถึงกับกระตุกมุมปาก ไม่รู้จะพูดอะไรต่อดี
ในความเป็นจริงมันคงไม่ได้ง่ายดายเหมือนอย่างที่หลี่ไคหยางพูดแน่ ๆ แต่ก็ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้หมอนี่เป็นผู้ไร้ความทุกข์กันล่ะ?
...
ขณะที่หลี่ไคหยางกำลังขับรถมุ่งหน้าไปยังถนนสายที่หก ภายในร้านวิดีโอชื่อ "Random Play" บนถนนสายเดียวกัน
สองพี่น้องกำลังยืนปรึกษาอะไรบางอย่างกันอยู่หลังร้าน
ในฐานะเจ้าของร้านวิดีโอ วันนี้พวกเขายังไม่ได้เปิดร้านให้บริการเลย
ทว่าในอีกฐานะหนึ่งอย่าง "ฟาเอธอน" พร็อกซีในตำนาน พวกเขาเพิ่งจะเสร็จสิ้นภารกิจไปครึ่งหนึ่งจากงานว่าจ้างของนิโคลคนคุ้นเคย โดยช่วยเธอช่วยเหลือพนักงานอีกสองคนของสำนักงาน Cunning Rabbit House อย่างแอนบี้และบิลลี่ที่ตกลงไปในฮอลโลว์
พื้นที่ภายในฮอลโลว์นั้นตัดขาดจากกันและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา หากไม่มี "หัวไชเท้า" ก็จำเป็นต้องมีพร็อกซีหรือเจ้าหน้าที่สืบสวนคอยนำทาง
ส่วนความแตกต่างระหว่างพร็อกซีกับเจ้าหน้าที่สืบสวนนั้น ฝ่ายหลังสังเกตการณ์ขึ้นตรงกับองค์กรของรัฐ ส่วนฝ่ายแรกคือ "ผู้รับจ้างอิสระทั่วไป" ซึ่งไม่ถือว่าเป็นธุรกิจที่ถูกกฎหมายในเมืองนิวเอริดู
งานว่าจ้างของนิโคลพาร์ตแรกคือการช่วยเหลือพนักงาน ส่วนพาร์ตที่สองคือการตามหาตู้เซฟที่หายไปในฮอลโลว์
ในปัจจุบันได้รับการยืนยันแล้วว่าตู้เซฟอยู่ในเขตเคลื่อนไหวของอีเธอร์เรียลที่เป็นภัยคุกคามระดับสูง ซึ่งสารานุกรมอีเธอร์เรียลของสมาคมอิวาสตาร์ตั้งชื่อให้มันว่า ไฮเออร์คลาส กูล
จากคำบอกเล่าของบิลลี่ อีเธอร์เรียลตัวนั้นแข็งแกร่งมาก เขาและแอนบี้พยายามจะแย่งตู้เซฟคืนมาด้วยกำลังแต่ก็ล้มเหลว
เรื่องนี้ทำให้บิลลี่นึกสงสัยครามครันว่ามีอะไรเก็บซ่อนอยู่ข้างในตู้เซฟกันแน่
นิโคลบอกว่าอีกไม่นานก็จะได้รู้กัน
เธอดึงแผ่นข้อมูลรูปร่างเหมือนสร้อยคอเขี้ยวสัตว์ออกมา พร้อมบอกว่าสิ่งนี้อยู่ติดตัวของไวต์เฟลโลว์มาโดยตลอดและต้องมีข้อมูลสำคัญอยู่แน่ ๆ ซึ่งน่าจะเกี่ยวข้องกับรหัสผ่านของตู้เซฟ
จะว่าไปไวต์เฟลโลว์ก็ไม่ใช่เจ้าของที่แท้จริงของตู้เซฟหรอก แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าในเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ พวก Cunning Rabbit House ได้ขโมยตู้เซฟมาจากแก๊งเรดแฟงของไวต์เฟลโลว์อีกที
สรุปสั้น ๆ สิ่งที่สองพี่น้องพร็อกซีต้องทำตอนนี้มีง่าย ๆ ไม่กี่อย่าง
อย่างแรก รอให้นิโคลใช้เส้นสายอันลึกลับของเธอค้นหาเบาะแสทั่วไปเกี่ยวกับตำแหน่งของตู้เซฟในฮอลโลว์ อย่างที่สอง ถอดรหัสและกู้คืนข้อมูลในแผ่นดิสก์นี้ และอย่างที่สาม สร้างบัญชีสำรองในโรปเน็ต
ส่วนเหตุผลที่ต้องใช้บัญชีสำรอง ก็เพราะนิโคลหวังว่าฟาเอธอนจะให้ส่วนลดแก่เธอ แต่พวกเขาไม่อาจทำลายราคากลางของฟาเอธอนได้ จึงต้องใช้วิธีเลี่ยงบาลีแบบนี้
"ช่วยไม่ได้จริง ๆ เลยนะพวกนั้น" ไวส์ผู้เป็นพี่ชายถอนหายใจพลางหันไปมองน้องสาว "ทุกครั้งที่มีลูกค้าประจำขอส่วนลด เราก็ต้องใช้บัญชีสำรองในโรปเน็ตเพื่อทำรายการจ่ายเงินให้ ตอนนี้เธอคงชำนาญเรื่องนี้มากแล้วใช่ไหม?"
"บัญชีสำรองอันเก่าใช้เสร็จก็ล็อกเอาต์ลบไปแล้ว ครั้งนี้มาลงทะเบียนอันใหม่ด้วยข้อมูลของฉันกันเถอะ"
เบลผู้เป็นน้องสาวคุ้นเคยกับกระบวนการนี้เป็นอย่างดี เธอเปิดหน้าจอโรปเน็ต นิ้วมือขยับอย่างรวดเร็ว และสุ่มตั้งชื่อโดยการเอาหน้าแนบไปกับคีย์บอร์ดจนได้คำว่า—"handle"
คำว่า handle พร็อกซี และเส้นประสาท มีเสียงที่พ้องกันในบางภาษา ซึ่งก็นับว่าตลกดี
หลังจากลงทะเบียนบัญชีใหม่เสร็จ ด้วยความที่ไม่มีอะไรทำ เบลจึงกดรับงานว่าจ้างงานหนึ่งมาเล่น ๆ
งานว่าจ้างนี้มาจากเฮียจ็อปแห่งร้านบะหมี่โค่ย เขาได้สั่งวัตถุดิบจาก Pegasus Express แต่คนขับกลับขับรถบรรทุกพุ่งเข้าไปในฮอลโลว์ย่อยตรงถนนสายที่สิบสี่และยังไม่ออกมาเลย
การใช้บัญชีสำรองแปลกหน้าไปรับงานอาจทำให้เฮียจ็อปนึกสงสัย สองพี่น้องจึงแวะไปทักทายเพื่อนบ้านก่อน จากนั้นจึงแจ้งให้พร็อกซีที่คุ้นเคยเริ่ม "ธุรกิจ" นี้
คนหนึ่งทำหน้าที่ถอดรหัสแผ่นข้อมูล ส่วนอีกคนหนึ่งเชื่อมต่อประสาทสัมผัสเข้ากับเเบงบูของพวกเขาที่ชื่อ "อีเอส" เพื่อนำทางพร็อกซีคนนั้นผ่านฮอลโลว์
แบงบูในเมืองนิวเอริดูคือสิ่งประดิษฐ์จากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง ซึ่งคิดค้นโดยคุณหนูหว่านโจว หนึ่งในเจ็ดผู้ล่าความว่างเปล่ารุ่นแรก (ตำแหน่งที่ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่บุคคลทั้งเจ็ดผู้สร้างประโยชน์อย่างใหญ่หลวงในช่วงก่อสร้างเมือง ปัจจุบันถือเป็นเกียรติยศสูงสุดของเจ้าหน้าที่สืบสวน)
การเชื่อมต่อประสาทสัมผัสกับแบงบูเพื่อสั่งการพร้อมกันทั้งในและนอกฮอลโลว์ ถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ "ฟาเอธอน"
หลังจากที่สองพี่น้องเริ่มทำงานได้ไม่นาน เสียงคำรามของเครื่องยนต์อันดุดันก็ทำลายความเงียบสงบของถนนสายที่หก
หลี่ไคหยางขับออพติมัส ไพรม์ มาด้วยความเร็วสูงก่อนจะเบรกจอดนิ่งสนิทที่หน้าร้านบะหมี่โค่ยได้อย่างแม่นยำ
เมื่อจอดรถเสร็จ หลี่ไคหยางก็เลื่อนกระจกลง: "ร้านบะหมี่โค่ย เฮียจ็อปครับ ของที่สั่งได้แล้ว รบกวนเซ็นรับด้วยครับ"
เฮียจ็อปที่อยู่ในร้านบะหมี่ถึงกับยืนอึ้งไปชั่วขณะ เขาเพิ่งจะดึงสติกลับมาได้หลังจากผ่านไปสองสามวินาทีเมื่อเห็นภาพรถบรรทุกวิ่งฉลุยราวกับจะบินตรงมายังหน้าร้านของเขา
หลี่ไคหยางก้าวลงจากรถ ถือใบรายการสินค้าตรงไปที่เคาน์เตอร์ นั่งลงแล้วยื่นให้เฮียจ็อป
"ชะเอมเทศ... ฟักทอง... หมูสามชั้น... เห็ดป่า... ทั้งหมดนี้คือวัตถุดิบที่เฮียสั่งใช่ไหมครับ?"
"หือ? อ้อ... ใช่แล้ว..."
แววตาของเฮียจ็อปกลับมาแจ่มใสขณะรับใบรายการไปตรวจดู
"โอเคครับ งั้นรบกวนเซ็นชื่อให้หน่อยนะ เฮียจะให้ผมช่วยยกของลงด้วยไหม? คิดเงินเพิ่มลังละหนึ่งพันเดนนี่ครับ"
"อา... เอาสิ"
เฮียจ็อปพยักหน้ารับ
แม้ว่าเขาจะมีแขนกลสองข้าง แต่ด้วยรูปร่างที่เล็ก การยกของลงจากรถก็ยังเป็นเรื่องที่ค่อนข้างลำบากอยู่ดี
"ยอดเยี่ยมเลยครับ รบกวนรอสักครู่นะครับ"
เมื่อได้ยินว่าเฮียจ็อปยินดีจ่ายเงินเพิ่ม ใบหน้าของหลี่ไคหยางก็ผลิรอยยิ้มออกมาทันที แถมสรรพนามที่ใช้เรียกยังเปลี่ยนเป็นนอบน้อมขึ้นอีกด้วย
ด้วยพรสวรรค์ "ซูเปอร์โซลเจอร์" และค่าสถานะที่ได้จากพรสวรรค์ระดับขาว การยกของจึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับหลี่ไคหยางเลย
ต่อให้ลังสินค้าแต่ละใบจะมีปริมาตรถึงสองลูกบาศก์เมตรและอัดแน่นจนเต็มก็ตาม
ถึงแม้เขาจะอยากหาเงินเพิ่ม แต่หลี่ไคหยางก็ไม่ได้โกงเฮียจ็อป ลังขนาดใหญ่แต่ละใบล้วนมีลังย่อยซ้อนอยู่ข้างในอย่างน้อยห้าลัง
เมื่อเห็นหลี่ไคหยางขนวัตถุดิบทั้งหมดที่สั่งไปส่งถึงคลังสินค้า เฮียจ็อปก็เอ่ยปากถามขึ้น:
"เอ่อ พ่อหนุ่ม ตอนที่ฉันเช็กระบบขนส่งเมื่อกี้ เห็นว่าคนขับรถที่ปกติมาส่งของให้ฉัน ขับรถพุ่งเข้าไปในฮอลโลว์ ตอนนี้เขาเป็นยังไงบ้างแล้วล่ะ?"
"ฉันบังเอิญเจอเขาตอนขับรถผ่านพอดี เลยพาส่งโรงพยาบาลไปแล้ว ส่วนของของเฮีย ฉันก็เลยรับช่วงมาส่งต่อให้เลยน่ะครับ" หลี่ไคหยางพูดอย่างไม่ใส่ใจ
"เขาปลอดภัยก็ดีแล้วล่ะ"
เฮียจ็อปลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่ไม่นานเขาก็เริ่มสังเกตเห็นบางอย่างผิดปกติ
บังเอิญเจอตอนขับรถผ่านเหรอ?
คนเรามันจะ 'ขับรถผ่าน' เข้าไปในฮอลโลว์ได้ยังไงกัน?
"เรียบร้อยครับ ขนของเสร็จหมดแล้ว"
หลังจากวางลังสินค้าใบสุดท้ายลง หลี่ไคหยางก็กลับมานั่งที่เคาน์เตอร์แล้วหยิบเมนูอาหารขึ้นมาดูเล่น ๆ
"ของชิ้นใหญ่ทั้งหมดห้าชิ้น คิดเป็นเงินห้าพันเดนนี่ครับ แต่ฉันวิ่งรถมาทั้งวันยังไม่ได้กินข้าวเลย งั้นขอหักลบกับค่าบะหมี่แล้วกันนะ"
เมื่อมองดูราคาราเมนบนเมนู ซึ่งชามที่ถูกที่สุดอยู่ที่ 1,800 เดนนี่ และแพงที่สุดถึง 5,000 เดนนี่ อารมณ์ของหลี่ไคหยางก็ซับซ้อนขึ้นมาเล็กน้อย
เมืองนิวเอริดูนี่มันสูบเงินชัด ๆ บะหมี่ชามเดียวสิแพงขนาดนี้ ทำเอาเขาต้องดิ้นรนกลายมาเป็นจักรพรรดิแห่งการทำงานพาร์ตไทม์เลยทีเดียว
"ได้เลยพ่อหนุ่ม นายอยากกินอะไรล่ะ?"
เมื่อรู้ว่าคนขับรถคนก่อนปลอดภัยดี เฮียจ็อปก็สบายใจขึ้นมากและเตรียมลงมือทำอาหาร
หลี่ไคหยางนับเงินเพิ่มอีกสามพันเดนนี่ยื่นให้เฮียจ็อป: "ผมเพิ่มให้อีกสามพันเดนนี่ ขอเป็นบะหมี่ซุปไก่พริกแดงชามดำ เพิ่มเส้นเพิ่มเผ็ด ข้าวเปล่าถ้วยหนึ่ง ปีกไก่ทอดเห็ดผีหนึ่งที่ แล้วก็ซาลาเปาน้ำซุปเนื้อสดอีกหนึ่งที่ครับ"
"ได้เลย"
เฮียจ็ปรับคำ
ระหว่างที่เฮียจ็อปเริ่มลวกเส้นบะหมี่ หลี่ไคหยางเห็นแผงขายหนังสือพิมพ์อยู่ใกล้ ๆ จึงเดินไปซื้อลอตเตอรี่ขูดรางวัลมาใบหนึ่ง
ดวงของเขาดีมาก ขูดเจอรูปขาเนื้อสามรูป ซึ่งตามตารางรางวัลสามารถนำไปขึ้นเงินได้ถึง 12,888 เดนนี่
แถมฮาวล์ เจ้าของแผงขายของที่เป็นสุนัขพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกีทาเล็บสีเขียว ยังช่วยขึ้นเงินรางวัลให้เสร็จสรรพ ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้หลี่ไคหยางอยู่เล็กน้อย
เมื่อกลับมาที่ร้านบะหมี่โค่ยและเห็นร้านวิดีโอที่อยู่ข้าง ๆ สมองของหลี่ไคหยางก็เริ่มแล่นขึ้นมา
เขามักจะต้องขับออพติมัส ไพรม์ ไปไหนมาไหนบ่อย ๆ และบางครั้งมันก็ค่อนข้างน่าเบื่อจริง ๆ ทำไมไม่ลองเช่าวิดีโอสักสองสามม้วนไปดูแก้เซ็งดูล่ะ?
อย่างไรก็ตาม ร้านวิดีโอแห่งนั้นกลับแขวนป้าย "ปิดบริการชั่วคราว" เอาไว้
"เฮียจ็อป ร้านวิดีโอข้าง ๆ จะเปิดเมื่อไหร่เหรอครับ?"
"หือ? ร้านวิดีโอนั่นน่ะเหรอ..." สายตาของเฮียจ็อปเลิกลักเล็กน้อย "เจ้าของร้านเขากำลังยุ่งอยู่กับธุระบางอย่างน่ะ ถ้างัดแงะเสร็จแล้วก็คงเปิด... คิดว่าคงอีกไม่นานหรอก"
เฮียจ็อปรู้ดีว่าทำไมร้านวิดีโอข้าง ๆ ถึงยังไม่เปิด
ก็เพราะงานว่าจ้างของเขานั่นแหละ
อย่างไรก็ตาม เมื่อได้รับรู้จากหลี่ไคหยางว่าคนขับรถได้รับการช่วยเหลือออกมาแล้ว เด็กสองคนนั้นอย่างเบลและไวส์ก็น่าจะเสร็จธุระในเร็ว ๆ นี้
พูดถึงผี ผีก็มา
ในเวลานี้ เบลได้ตัดการเชื่อมต่อประสาทสัมผัสจากอีเอสเรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้ พร็อกซีที่รับช่วงทำภารกิจจะเป็นคนพาอีเอสกลับมาเอง
หลังจากตัดการเชื่อมต่อ เบลก็ถอนหายใจ สีหน้าของเธอดูแปลกไปเล็กน้อย
ไวส์สังเกตเห็นดังนั้นจึงเอ่ยถามด้วยความห่วงใย: "เบล เป็นอะไรไปเหรอ?"
เบลส่ายหัว: "ไม่มีอะไรน่ะพี่... แค่รู้สึกแปลก ๆ เหมือนโดนแย่งงานยังไงไม่รู้ พี่คะ หลังจากเข้าไปในฮอลโลว์ พวกเราเจอรถบรรทุกที่พังยับเยินก็จริง แต่กลับไม่เห็นทั้งคนขับและสินค้าเลย ในนั้นมีแค่เจ้าหน้าที่สืบสวนไม่กี่คนเท่านั้นเอง"