- หน้าแรก
- ย้อนเวลาครั้งนี้ ฉันจะกู้บัลลังก์คืนให้ได้
- บทที่ 10 มุ่งสู่เพนทอส
บทที่ 10 มุ่งสู่เพนทอส
บทที่ 10 มุ่งสู่เพนทอส
บทที่ 10 มุ่งสู่เพนทอส
พ่อบ้านยื่นข้อเสนอสุดท้าย "ตกลงเพื่อนรัก ข้าหวังว่าในอนาคตกิจการผลิตเกลือจะเป็นของครอบครัวข้าแต่เพียงผู้เดียว"
อิลลิริโอกล่าวว่า "แน่นอน ออสแลนเดอร์โน คฤหาสน์และทุกอย่างในนั้นจะเป็นของเจ้า ยาตัวนี้ต้องใช้เวลานานกว่าจะออกฤทธิ์ และข้าไม่สามารถพำนักอยู่ในบราวอสได้นานนัก จากนี้ไปเราจะติดต่อกันผ่านสถานีการค้าของลูกชายเจ้า"
"ตกลง!" พ่อบ้านเอ่ยก่อนจะเดินออกจากที่พักของอิลลิริโอ
วิเซริสรู้สึกว่าตนเองโชคดีอย่างยิ่ง การกลับมาครั้งนี้ราวกับมีเทพเจ้าคุ้มครอง มิฉะนั้นหากต้องสูญเสียเซอร์วิลเลมและจิมมี่ไปโดยไม่รู้สาเหตุคงจะเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่
เขารอจนกระทั่งอิลลิริโอหลับสนิทจึงออกมาหาเซเว่น แล้วถามว่า "พ่อบ้านออสแลนเดอร์โนคนนั้น เขามีผู้หญิงและลูกชาย เจ้าหาพวกเขาพบหรือไม่"
เซเว่นตอบว่า "ข้ารู้ว่าเขามักจะไปที่โรงเตี๊ยมมิสต์ไนท์เพื่อพบสาวใช้ที่นั่น เราตรวจสอบแล้วพบว่าโรงเตี๊ยมแห่งนั้นเพิ่งถูกซื้อไป และตอนนี้สาวใช้คนนั้นเป็นผู้ดูแล ส่วนนางจะเป็นผู้หญิงของเขาหรือใครคือลูกชายของเขา เรายังไม่ทราบแน่ชัด"
วิเซริสพยักหน้าและกล่าวว่า "ไปกันเถอะ ข้าเคยสัญญาว่าจะให้เจ้าเป็นอัศวินฝึกหัด คืนนี้ตามข้าไปพบเซอร์วิลเลม"
เซเว่นดีใจอย่างสุดซึ้ง วิเซริสจึงพาเซเว่นกลับไปยังคฤหาสน์ประตูแดง เขาแอบปีนเข้าไปข้างในอย่างเงียบเชียบโดยไม่ให้ใครรู้ตัว และปลุกเซอร์วิลเลมให้ตื่นขึ้น
วิเซริสเล่าสถานการณ์จากการเฝ้าติดตามพ่อบ้านในคืนนี้ให้ฟัง ซึ่งเซอร์วิลเลมย่อมเชื่อถือวิเซริส หลังจากนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาจึงถามหยั่งเชิงว่า "พวกมันเป็นสมุนของเจ้าผู้ช่วงชิงบัลลังก์อย่างนั้นหรือ"
เมื่อได้ยินน้ำเสียงของเซอร์วิลเลม วิเซริสก็ยิ้มออกมา "เปล่าเลย ข้าเกรงว่าไม่ใช่ หากพวกมันเป็นคนของเจ้าผู้ช่วงชิง ข้าคงเป็นคนที่พวกมันต้องการฆ่า ในเกมล่าบัลลังก์มักจะมีผู้เล่นที่ซ่อนตัวอยู่เสมอ เพียงแต่ในอดีตเรามองข้ามพวกเขาไป ท่านจำที่อิลลิริโอบอกกับตระกูลเฟรย์ก้าได้ไหมว่ากลุ่มทหารรับจ้างสีทองจะยอมสยบแทบเท้าพวกเขา? ข้าเกรงว่าพวกมันคือคนของตระกูลแบล็คไฟร์"
"แบล็คไฟร์? สายเลือดของพวกเขาไม่สิ้นสุดลงไปพร้อมกับเมลีสผู้ประหลาดล้ำแล้วหรือ"
"ข้าเกรงว่านั่นเป็นเพียงกลอุบายเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ พวกมันสามารถควบคุมกลุ่มทหารรับจ้างสีทองและได้รับการสนับสนุนจากตระกูลเฟรย์ก้า ลองนึกย้อนไปในปีเหล่านั้น 'เจ้าแมงมุม' สามารถเข้ามาอยู่ในสายตาของเสด็จพ่อได้ เห็นได้ชัดว่าพวกมันมีเครือข่ายอันกว้างขวางซ่อนอยู่ในเงามืด สิ่งที่เราเห็นตอนนี้เป็นเพียงมุมเล็กๆ ที่บังเอิญถูกเปิดเผยออกมาเท่านั้น"
เซอร์วิลเลมถึงกับพูดไม่ออก อัศวินชราผู้นี้รู้จักเจ้าแมงมุมมานานหลายปี การเปิดเผยว่าอีกฝ่ายเป็นเศษซากของแบล็คไฟร์ที่วางแผนสมคบคิดทำให้เขาตกใจยิ่งนัก ไม่ใช่ว่าเขาชอบหรือเชื่อใจวาริส แต่ถึงแม้ทุกคนจะรังเกียจเจ้าแมงมุม ทว่ากลับไม่มีใครเห็นเขาอยู่ในสายตา คนแบบนั้นจะเป็นบอสที่ซ่อนตัวอยู่จริงๆ หรือ
วิเซริสเรียกเซเว่นเข้ามาและกล่าวว่า "ท่านอาจารย์ นี่คือเซเว่นเพื่อนของข้า ข้าให้เขาเฝ้าดูพ่อบ้านจนนำไปสู่การค้นพบในคืนนี้ เขาเป็นเด็กที่ฉลาดหลักแหลมมาก โปรดรับเขาเป็นอัศวินฝึกหัดของท่านด้วยเถิด"
อาจารย์ดาบชราพยักหน้า ไม่ว่าเรื่องยาพิษจะเป็นอย่างไร สุขภาพของเขาก็เริ่มทรุดโทรมลง และเขาก็หวังว่าจะได้ฝึกฝนผู้สืบทอดไว้ให้มากขึ้น
ในที่สุดเซอร์วิลเลมก็ถามว่า "แล้วเรื่องพ่อบ้านล่ะ จะเอาอย่างไร"
วิเซริสครุ่นคิดครู่หนึ่ง "แฉความจริงตอนที่มันพยายามจะวางยา ทำให้เป็นเรื่องใหญ่โต บอกว่ามันพยายามลางยาพิษพวกเราทุกคน แล้วแจ้งแก่จ้าวสมุทร สุดท้ายเราค่อยส่งตัวมันให้ตระกูลเฟรย์ก้าเพื่อให้มันกลับไปหาอิลลิริโอ ข้าสัมผัสได้ว่าความลับของพวกมันมีมากกว่านี้"
เซอร์วิลเลมพยักหน้า เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ต้องการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการวางแผนที่ซับซ้อนเช่นนี้มากนัก
จากนั้นวิเซริสจึงกล่าวต่อ "เมื่อเรื่องราวบานปลายแล้ว เราจะพาคนที่เต็มใจร่วมทางไปกับเรามุ่งหน้าสู่เพนทอส เพื่อก่อตั้งกลุ่มทหารรับจ้าง"
เมื่อได้ยินดังนั้น ประกายตาที่เย็นเยียบซึ่งหาได้ยากก็ปรากฏขึ้นในดวงตาของเซอร์วิลเลม เขาถามว่า "ละทิ้งทุกอย่างในบราวอสงั้นหรือ"
วิเซริสยักไหล่แล้วกล่าวว่า "ท่านหมายถึงอะไรที่ว่า 'ทุกอย่างในบราวอส' ? บ้านหลังนี้? คนที่เราพามา? หรือกิจการเกลือ? ท่านเป็นคนพูดเองว่าไม่ช้าก็เร็วข้าต้องมีชีวิตอยู่ด้วยคมดาบ เหตุใดจึงไม่เริ่มให้เร็วขึ้นเล่า? ข้าจะได้มีประสบการณ์มากขึ้น แน่นอนว่าเราไม่จำเป็นต้องละทิ้งทุกอย่างที่นี่ เราสามารถทิ้งคนที่เต็มใจจะอยู่ต่อเพื่อดำเนินกิจการต่อไปเพื่อเป็นทางหนีทีไล่"
เซอร์วิลเลมหัวเราะออกมาอย่างเต็มเสียง เขาลุกขึ้นจากเตียงทั้งชุดนอนและเดินไปมาในห้องด้วยเท้าเปล่า
นับตั้งแต่มาถึงบราวอส สภาพจิตใจของเขาดูซบเซาลงไปมาก แต่วันนี้เป็นครั้งแรกที่วิเซริสเห็นเปลวไฟแห่งความทะเยอทะยานลุกโชนขึ้นในตัวเขาอีกครั้ง
วิเซริสกล่าวด้วยรอยยิ้ม "บางทีท่านควรจะแต่งงานนะท่านอาจารย์ ริเวอร์รันและดินแดนแห่งแม่น้ำต้องการท่านและทายาทของท่านไปปกครอง"
เซอร์วิลเลมหัวเราะอีกครั้ง
ในคืนนั้น ทั้งสามคนร่วมกันหารือรายละเอียดต่างๆ มากมาย
วิเซริสและเซเว่นออกจากคฤหาสน์ประตูแดงก่อนรุ่งสาง วิเซริสไม่ต้องการให้อิลลิริโอรู้ว่าเขาได้กลับมาที่บราวอสแล้ว
เมื่อกลับถึงแหล่งกบดานของพรรคกระยาจก เซเว่นกล่าวว่า "ข้าสามารถจัดการเรื่องคนที่จะส่งไปหาอิลลิริโอได้"
วิเซริสส่ายหน้า ถอนหายใจแล้วจ้องมองตาเซเว่น "ไม่ พวกเขาเป็นเพียงเด็ก ข้าต้องการพบพวกเขาด้วยตัวเอง"
เซเว่นพาเด็ก 6 คนที่เขาคิดว่าเหมาะสมกับงานสายลับมาพบ คนที่อายุน้อยที่สุดคือราฟฟาล อายุเพียง 6 ขวบ และคนที่โตที่สุดคือนอลลี่ อายุเพียง 8 ขวบเท่านั้น
วิเซริสเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงให้พวกเขาฟัง และเล่าเรื่องการสมคบคิดที่กำลังก่อตัวขึ้นภายในตระกูลแบล็คไฟร์ พร้อมถามว่าพวกเขาเต็มใจจะไปเป็นสายลับหรือไม่
สิ่งที่ทำให้วิเซริสประหลาดใจคือเด็กทุกคนต่างกระตือรือร้นที่จะลองทำดู
วิเซริสกลับเป็นฝ่ายกังวลเสียเอง "ภารกิจนี้อาจเป็นอันตราย ศัตรูของเราไม่ใช่คนโง่ หากพวกมันพบว่าพวกเจ้ามีจุดประสงค์อื่น พวกมันอาจฆ่าพวกเจ้าได้"
นอลลี่ซึ่งเป็นหัวหน้าของเด็กๆ ก้าวออกมาข้างหน้าและวางมือลงบนหน้าอก "ลูกพี่ ท่านช่วยชีวิตพวกเราไว้ พวกเราได้อยู่ดีกินดีด้วยกันก็เพราะท่าน ยังไงพวกเราก็แค่พยายามเอาชีวิตรอดอยู่แล้ว ตราบใดที่ไม่ได้ถูกขายเป็นทาส การไปเป็นสายลับในเวสเทอรอสก็อาจไม่ใช่เรื่องแย่นัก"
วิเซริสพยักหน้าอย่างหนักแน่น ใช่แล้ว พวกเขาเคยขโมยและขอทานอยู่ในบราวอส ใครจะบอกได้ว่าการตามพวกแบล็คไฟร์ไปจะไม่ใช่เรื่องดี? ในยุคสมัยนี้เด็กกำพร้าข้างถนนจะมีทางเลือกที่มั่นคงสักเท่าไหร่กัน
วิเซริสกล่าวเสริมว่า "หากพวกเจ้าถูกจับได้ จงจำไว้ว่าให้แสร้งทำเป็นยอมเป็นสายลับสองหน้าให้พวกมัน ใช้ข้อมูลเท็จมาหลอกข้าสลับกันไป แล้วส่งข้อความโดยใช้รหัสลับที่เราตกลงกันไว้ ข้าจะไปช่วยพวกเจ้าเอง"
จากนั้นวิเซริสจึงพาพวกเขาไปยังเพนทอส ครั้งนี้เขานำเรือจากดราก้อนสโตนมาพร้อมกับเกลือและสินค้าอื่นๆ เขาตั้งใจจะหยั่งรากฝังลึกในเพนทอสอย่างเป็นทางการ
เขาอาศัยแลนโซโนส่งตัวนอลลี่และคนอื่นๆ ให้แก่อิลลิริโอ วิเซริสซื้อโรงเตี๊ยมเล็กๆ แห่งหนึ่งที่ท่าเรือหลักเพื่อใช้เป็นฐานปฏิบัติการ และเข้าครอบครองบ้านเรือนสามัญชนรวมถึงบ้านร้างในย่านสลัมของเพนทอสหลายแห่ง ในที่สุดเขาก็ใช้เล่ห์เหลี่ยมบางอย่างเพื่อซื้อโรงเตี๊ยมริมน้ำไร้นาม เพราะเขาต้องการใช้มันเป็นสถานที่สำหรับรวบรวมข้อมูล เรือเริ่มเดินทางไปกลับระหว่างเพนทอสและบราวอสเพื่อการค้าขาย
ด้วยการดำเนินงานทั้งในที่ลับและที่แจ้ง เครือข่ายอันกว้างขวางก็เริ่มแผ่ขยายออกไปอย่างเงียบๆ ทั่วทั้งเพนทอส